หมอหญิงกู้ชิงเฉิงยังคงนั่งอยู่หลังม่านโดยไม่พูดอะไร
หากนางอยากมีชีวิตรอดก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ฆ่าพระเอก นางเอก และพระรองในนิยายเื่นี้เสียหรือไม่ก็ต้องเกาะขาพวกเขาเอาไว้
ทว่าคุณหนูใหญ่อย่างกู้ตงหลิงย่อมไม่ยอมให้นางเกาะแข้งเกาะขาเป็แน่
หากกู้ตงหลิงรู้ว่านางคือกู้ชิงเฉิงกู้ตงหลิงคงไม่เพียงแค่มาทุบทำลายอันหยวนถังแต่คงยกกองทัพมาถล่มที่นี่ให้ราบเป็หน้ากลองเลยทีเดียว
“เหลวไหล! ท่านต่างหากที่้ารักษาใบหน้าเหตุใดท่านแม่ของข้าจะต้องเรียกเงินจากองค์รัชทายาทด้วย!” ซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนโมโหแทบจะเต้นเร่า
ท่านแม่ของเขาบอกให้เขาอยู่ห่างจากคนตระกูลกู้มาโดยตลอด
ยิ่งกว่านั้นท่านแม่ยังอธิบายเื่ราวต้นปลายทั้งหมดให้เขาฟังอย่างชัดเจนเขาจึงมีเพียงความรู้สึกรังเกียจต่อกู้ตงหลิงเท่านั้น
ในจิตใจอันน้อยนิดของเขานั้นรู้สึกสงสารท่านแม่ยิ่งนัก
“เ้า!” คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงพบว่าตนเองถูกเ้าเด็กตัวจ้อยผู้นี้เล่นงานจนหมดหนทาง
นางไม่นึกเลยว่าเด็กเล็กๆจะสามารถโต้เถียงได้อย่างหลักแหลมเช่นนี้ได้
ชาวบ้านที่ล้อมวงอยู่รอบๆตอนนี้พวกเขาเองต่างก็รู้สึกไม่พอใจคุณหนูใหญ่สกุลกู้ผู้นี้เช่นกัน
“ใครกันที่บอกว่าคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงมีจิตใจเมตตาต่อใต้หล้าและมีใจเอื้อเฟื้อต่อประชาชน วันนี้ได้มาเห็นกับตาที่อันหยวนถังนางกลับไม่มีไมตรีแม้แต่น้อย”
“นางทำให้การตรวจรักษาของเราต้องล่าช้า เพียงเพื่อรักษาใบหน้าของตนเอง...”
“ใช่แล้วๆ ใบหน้าของนางช่างน่ากลัวจริงๆไม่แปลกใจเลยที่องค์รัชทายาทจะไม่ยอมอภิเษกสมรสกับนาง!”
“อีกทั้งนางยังไม่ยอมจ่ายค่าตรวจรักษาให้พวกเราอีก ไหนว่านางมีจิตใจเมตตาอี๋! ล้วนเป็เื่หลอกลวงทั้งสิ้น”
“เมื่อเดือนก่อน ท่านหลี่หยวนไว่ยังควักเงินเงินสามพันตำลึงเงินเลยนะคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ผู้นี้อาศัยฐานะของตนเองรังแกผู้อื่นเช่นนี้หมอกู้จะทำอย่างไร...”
ชั่วขณะนั้นชาวบ้านต่างพากันวิตกกังวลเป็อย่างยิ่งพูดไปพูดมาก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
มือของโม่อวี้เฉินกำกระบี่แน่น
เขากวาดสายตาเ็าไปยังกู้ตงหลิงที่อยู่ข้างกายความเยือกเย็นในดวงตานั้นพลันปะทุขึ้นมา
ทำให้หัวใจของกู้ตงหลิงจมดิ่งลง
ครานี้นางหวังดีแต่กลับทำเื่ให้เลวร้ายยิ่งขึ้น
สัญญาณเตือนภัยดังลั่นในใจนางมักจะสุขุมและคำนวณทุกสิ่งอย่างแม่นยำมาโดยตลอดอีกทั้งยังเป็สตรีผู้มีพร์ เป็ดั่งเทพธิดาในใจของราษฎรต้าฉินเป็ความภาคภูมิใจของตระกูลกู้
แต่ตอนนี้กลับถูกชาวบ้านรังเกียจชิงชัง
แม้กระทั่งองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินก็ยังรังเกียจนาง
นางจะปล่อยให้เป็เช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด
นางจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำลายทุกสิ่งที่นางต่อสู้มาอย่างพากเพียรเป็อันขาด
ดังนั้นนางจึงรีบเอ่ยปากว่า “ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่จ่ายเงินนี่เท่าไหร่กันเล่า?”
“กระจกหลิวหลีถูกพวกท่านทุบพังไปแล้ว ค่าตรวจรักษารวมค่าตรวจโรคทั้งหมดหนึ่งหมื่นตำลึงขอรับ” เ้าซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนไม่ยอมพลาดโอกาสอันดีเช่นนี้แน่เขาจึงรีบเอ่ยปากทันที
เขาคิดว่าสตรีตรงหน้าสมควรแล้วเพราะในตอนแรกนางไม่ยอมจ่ายห้าพันตำลึงทว่าตอนนี้กลับต้องจ่ายในจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงแทน
กู้ชิงเฉิงยังคงไม่ปรากฏตัวนางรู้ว่าเพียงแค่ทำให้คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงเสียอาการได้ก็ไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว
ตอนนี้ควรจะพอเสียที
ในเมื่อนางสลัดคนเหล่านี้ไม่หลุดก็ต้องหาทางเปลี่ยนสถานการณ์และเขียนบทสรุปใหม่
ใบหน้าของกู้ตงหลิงถูกทำลายจนหมดสิ้นจึงมองไม่เห็นอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ทว่ามือของนางกำแน่นเป็หมัดและในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
วันนี้ที่อันหยวนถังนางต้องประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ นางย่อมไม่มีทางยอมจบเื่ง่ายๆอย่างเด็ดขาด
ด้วยฐานะของนางการที่จะทำให้โรงหมอเล็กๆ แห่งหนึ่งหายไปจากโลกนี้ก็ไม่ใช่เื่ยากอันใดเลย
แต่ทว่าวันนี้ยังทำไม่ได้อีกทั้งเื่นี้ยังต้องหลบซ่อนจากสายตาขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินด้วย
ตลอดห้าปีที่ผ่านมานางทุ่มเทช่วยเหลือเขาอย่างสุดกำลัง ไม่เลือกวิธีการแต่เขาก็ยังคงเ็าต่อนางมาโดยตลอด
ยิ่งกว่านั้นแววตาเมื่อครู่นั้นยังแสดงออกถึงความรังเกียจนั่นทำให้หัวใจของนางเย็นเฉียบ
“จะรักษาหรือไม่?” กู้จิ่งเซวียนที่ตัวเล็กแต่กลับฉลาดเกินวัยเขาเบะปาก ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านไม่ต้องรักษาโรคก็ได้แต่ค่ากระจกที่เสียหายไปแล้วต้องชดใช้”
“อันหยวนถังของพวกเ้าไม่มีคนแล้วรึ? ให้เด็กเล็กเช่นนี้ออกมาเช่นนี้เท่ากับไม่เห็นองค์รัชทายาทอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย” คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงกัดฟันแน่นแต่ก็ฝืนทำเสียงให้ราบเรียบเพื่อกลบเกลื่อนความโกรธ
“ท่านมาที่นี่เพื่อรักษาโรค หรือมาเพื่อโอ้อวดบารมีกันแน่?” หมอหญิงกู้ชิงเฉิงพูดอย่างเ็า “หากไม่รักษาโรคก็เชิญกลับไปได้เถิด”
นางคิดว่ากู้ตงหลิงผู้นี้ก็ไม่ได้มีสมองอะไรนักเพียงอาศัยรัศมีตัวเอกของเื่เท่านั้น
เสียงนั้นเ็าไร้อารมณ์ แต่แฝงด้วยอำนาจทำให้โม่อวี้เฉินอดไม่ได้ที่จะมองไปยังทิศทางของห้องตรวจโรค
แม้กระจกที่ถูกสร้างมาเป็พิเศษจะถูกทำลายไปแล้วแต่ก็ยังมีม่านกั้นอยู่ จึงไม่มีใครเห็นหมอหญิงกู้ชิงเฉิงเลยแม้แต่น้อย
คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงกำลังจะเอ่ยปากด่าทอแต่เมื่อคิดถึงองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินที่อยู่ข้างกาย นางก็กลั้นไว้ได้ในที่สุด
“ท่านหมอกู้เข้าใจผิดแล้ว เรามาที่นี่เพื่อรักษาโรค” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วประสานมือคารวะจากนั้นจึงหรี่ตามองกู้ตงหลิง “คุณหนูกู้!”
บัดนี้ผู้คนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ากู้ตงหลิงผู้นี้แซ่กู้ส่วนหมอเทวดาแห่งอันหยวนถังก็แซ่กู้เช่นกัน
กู้ชิงเฉิงได้ยินโม่อวี้เฉินกล่าวเช่นนั้นจึงไม่ได้กระทำอันใดให้ลำบากใจต่อไป
ชายผู้นี้คือผู้ที่เ้าของร่างเดิมเฝ้าคะนึงหาทว่าจากน้ำเสียงก็บ่งชัดว่า องค์รัชทายาทไม่ได้มีท่าทีชอบพอกู้ตงหลิงเป็พิเศษหากหวังจะให้ลงเอย คงไม่ใช่เื่ง่ายดายนัก
ใบหน้าของกู้ตงหลิงเ็ปขึ้นเรื่อยๆนางไม่กล้าเสียเวลาอีกต่อไป จึงทำได้เพียงกัดฟันลดทิฐิลง และเดินออกไปจากห้องตรวจ
เนื่องจากหน้าต่างบานกระจกถูกทุบทำลายไปแล้วในตอนนี้จึงไม่จำเป็ต้องมองใบหน้าผ่านของกู้ตงหลิงผ่านผ้าม่านกั้น
อันที่จริงยาที่ทำลายรูปโฉมของกู้ตงหลิงนั้นเป็ยาที่เ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนปรุงขึ้นมาหมอพิษทั่วไปเกรงว่าจะรู้สึกว่ายุ่งยากนัก และไม่อาจแก้พิษได้
แต่เด็กน้อยกู้จิ่งเซวียนนั้นเรียนรู้เื่วิชาพิษมาจากหมอหญิงกู้ชิงเฉิงไม่ต้องดู นางก็รู้ว่าจะถอนพิษอย่างไร
แต่อย่างไรเสียก็ยังจำเป็ต้องทำท่าทางแสดงละครให้สมฉากสมเื่อยู่ดีดังนั้น นางจึงดึงเชือกที่อยู่ข้างกาย เพื่อเปิดม่านออก
เช่นนี้ก็สามารถมองเห็นใบหน้าของกู้ตงหลิงได้ชัดเจนแล้ว
ใบหน้านั้นน่ากลัวยิ่งนักเห็นได้ชัดว่าเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว
กู้จิ่งเซวียนลงมือได้เหี้ยมโหดจริงๆแต่แน่นอนว่าเมื่อต้องรับมือกับศัตรู จะผ่อนปรนไม่ได้เด็ดขาด
คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงเองก็หันมามองกู้ชิงเฉิงดวงตาเปี่ยมด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปกปิดในต้าฉินยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าปฏิบัติต่อนางเช่นนี้มาก่อน
นางจะจดจำอันหยวนถังแห่งนี้ไว้แล้ว
ทว่าเบื้องหน้านางเห็นเพียงดวงตาคู่งาม ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่างประหนึ่งชุ่มน้ำหากแต่เหมือนมีแสงระยิบระยับแฝงอยู่ ทำให้ผู้คนพลันหลงใหล
เพียงชั่วอึดใจกู้ตงหลิงพลันเหม่อลอย ลืมเลือนเกือบสิ้นว่าตนมาด้วยจุดประสงค์สิ่งใด
กระทั่งองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินที่อยู่ข้างกายส่งเสียงขึ้นคราหนึ่งความเ็านั้นทำให้นางได้สติขึ้นมาบ้าง
นางจึงส่ายหน้าแล้วถลึงตาใส่กู้ชิงเฉิงอย่างดุดัน“เ้ามัวแต่มองอยู่นานแล้ว ใบหน้าข้าเ้ารักษาได้หรือไม่?”
นางรู้สึกโมโหกับการกระทำของตนเองเมื่อครู่เล็กน้อย
นางรู้สึกว่าดวงตาของสตรีผู้นี้งดงามนักในยามนี้นางแทบอยากจะควักดวงตาของกู้ชิงเฉิงออกมาเสียให้ได้
“ได้!” หมอหญิงกู้ชิงเฉิงไม่โกรธเคืองก่อนจะเอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า “ท่านไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้เรียบร้อยก่อนเถิด”
นั่นทำให้กู้ตงหลิงแทบจะกระอักเืนางจ้องมองกู้ชิงเฉิงด้วยความโกรธเคือง “เ้าว่าอย่างไรนะ?กฎเช่นนี้มีที่ไหนกัน?”
“เป็กฎเกณฑ์ที่ข้ากำหนดขึ้น” หางตาของหมอหญิงกู้ชิงเฉิงยกขึ้นเล็กน้อยใบหน้าของนางเผยรอยยิ้มบางๆ
“ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้เป็ผู้ที่เข้าใจเหตุผลเสมอมาท่านไม่ใช่ตัวปลอมกระมัง? หากข้ารักษาใบหน้าของท่านจนหายดีแล้วท่านหนีไปจะทำเช่นไร”
ั้แ่ต้นจนจบกู้ชิงเฉิงไม่ได้มององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินเลยแม้แต่น้อย
เพราะกลิ่นอายรอบกายของเขาเ็าเกินไปจนทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ
“เ้า...กล้าสงสัยข้ารึ!” ความโกรธแค้นในใจของคุณหนูใหญ่ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ความจริงแล้วตอนนี้กู้ตงหลิงอยู่ในสภาพน่าอับอายยิ่งนัก
ใบหน้าของนางถูกทำลายไปเกือบหมดปากก็บวม อีกทั้งฟันหน้าก็หักไปหนึ่งซี่หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าที่เป็ผ้าไหมหรูหรา คงถูกมองว่าเป็ขอทานไปแล้ว
ทว่านางกลับวางท่าผู้สูงศักดิ์มองทุกสิ่งด้วยแววตาเหยียดหยาม ซึ่งเป็เื่ที่ยากจะรักษาไม่ให้ดูประหลาด
“ใช่!” ในตอนที่กู้ชิงเฉิงอ่านนิยายเป็ครั้งแรกนางรู้สึกว่านางเอกผู้นี้ดีเลิศและแข็งแกร่งควรจะฉีกร่างของตัวร้ายที่เสแสร้งทำเป็ใสซื่อให้สิ้นซากไปเสีย
แต่ในตอนนี้กู้ชิงเฉิงกลายเป็ตัวร้าย นางจึงเห็นว่านางเอกผู้นี้ไร้ประโยชน์ยิ่งนัก
แน่นอนว่าเ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนใช้ส่วนผสมของหญ้าลวงใจทำลายการเสแสร้งของกู้ตงหลิงจนหมดสิ้น และเผยให้เห็นธาตุแท้ของนางทีละน้อยจนพระเอกอย่างโม่อวี้เฉินคงจะตกตะลึงจนตาค้างไปแล้วกระมัง
“เ้าสมควรตาย!” กู้ตงหลิงโมโหจนเท้ากระทืบ
นางเงื้อแขนขึ้นคว้าแส้ยาวที่คาดเอวมาฟาดฟันใส่กู้ชิงเฉิงอย่างแรง
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและความเฉลียวฉลาดผู้ที่ควรจะเป็ดุจไข่มุกอันล้ำค่ากลับทำเื่โง่เขลาและผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันนี้
นางแสดงภาพลักษณ์ของหญิงร้ายข้างถนนอย่างโจ่งแจ้ง
แม้แต่หญิงปากร้ายก็ยังเทียบไม่ติด
แส้ยาวนั้นพาเอาลมกรรโชกมาด้วยบนแส้มีหนามเหล็กแหลมคม หากถูกเกี่ยวเข้า คงจะฉีกเนื้อไปเป็แถบใหญ่แน่