อัญญาเดินไปเดินมาอยู่ในคอนโดของหล่อน แสดงอาการว่าเซ็งสุดๆ ั้แ่กลับมาจากเมืองนอกหล่อนตั้งใจว่าจะมาหาพ่อ แต่ถูกห้ามไว้ ...หล่อนพยายามเท่าไหร่เสี่ยบุญส่งก็ปฏิเสธท่าเดียวว่ายังไม่สะดวกให้เข้ามาที่ทำงาน เพราะจะมีการปรับแต่งสำนักงาน ทาสี และ เปลี่ยนป้ายบริษัทใหม่ นั่นคือสิ่งที่เขากำลังจะบอกเพื่อเบี่ยงเบนความจริง…เสี่ยบุญส่งจึงสั่งไกรลูกน้องคนสนิทมาดูแลหล่อนแทน ชายหนุ่มโทรศัพท์มาถามหล่อนว่าอยากไปที่ไหนบ้าง หล่อนตอบออกไปอย่างเซ็งๆ นอกจากอยากไปช้อปปิ้งเดินเที่ยวห้างนอกนั้นก็ไม่มีอะไร...ดีกว่ามานั่งเบื่อในคอนโด...หลายครั้งอัญญา อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่เสี่ยบุญส่งพยายามแยกหล่อน ออกจากที่บ้านเพื่ออะไรกัน? ไม่ให้ลูกสาวเข้ามาในบ้าน แต่ให้ไปพักที่คอนโดแทน...
‘พ่อใช้พื้นที่ที่บ้านเป็ที่ทำงานแล้ว ถ้าอัญมาพักมันจะไม่สะดวก หนูอยู่คอนโดไปก่อน เพราะั้แ่แม่หนูซื้อไว้ก็ไม่มีใครมาอยู่’
เสี่ยบุญส่งอ้างเหตุผลสารพัด...ไม่อยากขายคอนโดหลังนั้น เพราะพ่อยังรักแม่...หล่อนจำต้องไปอยู่ที่นั่น เมื่อกลับมาจากอมริกา หล่อนไม่มีเพื่อน ซึ่งเป็เหตุผลให้ไกรเข้ามาดูแล เพื่อไม่ให้หล่อนเหงา...หล่อนไม่อยากกลับไปอเมริกา ไม่อยากไปเจอชายคนรักทรยศหล่อน แฟนหนุ่มแอบไปแต่งงานกับสาวไทยที่นั่น หากยังคบเขาต่อไปหล่อนต้องตกอยู่ในฐานะเมียน้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้...
‘เื่อะไรหล่อนจะตก เป็เมียน้อยเขา’ หล่อนสูงเกินที่จะลดตัวมาเป็เบอร์สอง อัญญาคิดแบบคนที่ทระนงตนและมั่นใจในตัวเอง...
ก่อนตัดสินใจกลับไทยหล่อนไปอาละวาดที่ อะพาร์ตเม้นต์ของแฟนหนุ่มที่เพิ่งแต่งกับผู้หญิงคนใหม่ หล่อนตบหน้าผู้หญิงคนนั้นสองสามฉาก ก่อนถูกแฟนหนุ่มเข้ามาขวางปกป้องผู้หญิงคนใหม่ จากนั้นหล่อนก็หันหลังให้กลับทุกสิ่งที่นั่น ตัดสินใจกลับไทยในเวลาต่อมา...
ไกรรออยู่ด้านล่าง อัญญาเดินมาตรงรถเก๋งคันงามของเขา เมื่อเข้ามาใกล้ เขาเปิดประตูให้หล่อน เขารอบมองใบหน้าที่ไม่รับแขกของอัญญา วันแรกที่เจอกันและวันนี้อีก บุคลิกของหล่อนมักเป็แบบนี้ นิ่ง ถือตัว เย่อหยิ่ง... เขาไม่ติดใจท่าทีของหล่อน ยังมองหล่อนเพลิน ภายใต้ใบหน้า สวย ริมฝีปากแดงสด ดวงตาที่มีเสน่ห์ แก้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเข้ากับรูปหน้า เย้ายวนใจ หล่อนใส่ชุดเดรสสีแดงยาวเลยเข่าเล็กน้อย...ในสายตาของเขาหล่อนน่ามองเสมอ
“คุณอัญหิวไหมครับ”
“ยัง” หล่อนตอบสั้นๆ
“คุณอยากไปไหนครับ”
“ไปซื้อเสื้อผ้า พาฉันไปที” หล่อนพูดจบเท่านั้น ปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ ไกรลอบมองหล่อน หลายครั้งที่เขาอยากออกจากวังวนธุรกิจของเสี่ย มันติดอยู่ตรงที่ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เขาเฝ้ามองหล่อนั้แ่เรียนมัธยมกระทั่งจบปริญญาตรี และ หล่อนเดินทางไปเรียนต่อโทที่อเมริกา กลับมาล่าสุดครั้งนี้
“คุณกลับมาแบบนี้แฟนไม่คิดถึงเหรอ” อัญญาหันขวับมามองเขา แววตาของหล่อนขุ่นเคือง หล่อนนิ่งไปสักพัก ไม่ตอบอะไร...
“คุณคงไม่ชอบให้ผมพูดถึงแฟนของคุณ”
“เขาเป็แค่อดีตของฉัน”
“ขอโทษครับที่พูดเื่นี้ขึ้นมา ผมไม่รู้ว่าคุณจะไม่ชอบ” หล่อนไม่ตอบอะไร ไกรขับรถพาหล่อนไปห้างสรรพสินค้าหรู อัญญาเดินเลือกดูสินค้าต่างๆ จากนั้นก็ซื้อเสื้อผ้ามากมายตามความพอใจของหล่อน แล้วส่งให้เขา และ ดูเหมือนว่าไกรจะเต็มใจรับมาถือ...
เมื่อเลือกซื้อสินค้าเสร็จสองหนุ่มสาวเดินไปกินข้าวตรงร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ไกรสังเกตหล่อนหน้าตาไม่บึ้งตึง แต่ยังคงไว้ตัวเหมือนเดิม ...เขาก็พอใจที่จะมองหล่อนแบบนี้…
หลังจากส่งอัญญาที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถมุ่งไปหาพราวพรรณผู้หญิงอีกคนที่เขา กำลังคบหาและเกี่ยวข้องกับหล่อน...เขาตอบตัวเองไม่ได้ทั้งๆ ที่เขาคบพราวพรรณ อย่างออกหน้าออกตา ทว่าอีกมุมของหัวใจกลับยังยินดีแอบชื่นชมอัญญาไม่เคยจางหาย…
ขณะที่กำลังเลี้ยวเข้าซอยเพื่อขับออกถนนใหญ่ สายตาของเขากับปะทะกับผู้ชายรูปร่างผอม สูง สีผิวคล้ำ ไกรเพ่งพิศจากระยะไกลก็รู้ว่าเขาเป็ใคร ทรงภพ ลูกหนี้ของเสี่ยบุญส่ง นั่นมันจะไปไหน?
จังหวะที่ทรงภพเหลียวมาพอดี แล้วก็วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต หายเข้าไปในมุมตึก ไกรรีบหาที่จอดก่อนออกจากรถตามหาสุดท้ายก็ไม่พบ...
ตกกลางคืนไกรออกมาเฝ้าดูทรงภพจากจุดที่เคยเจอ สักพักเห็นตำรวจสองสามนายบุกเข้าไปในอาคารที่มุงด้วยสังกะสีท้ายซอย เขาเดินรีบหลบทันที รอจนเหตุการณ์สงบลง จึงขับรถออกไปหน้าปากซอย...
“พี่ตำรวจมาที่นี่ทำไม” เขาถามชายวัยกลางคน วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย
“ตำรวจก็มาทลายบ่อนน่ะสิ” เขาเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จริงอยู่ไม่ใช่บ่อนของเสี่ยบุญส่ง แต่ตำรวจอาจบุกถึงบ่อนของเสี่ยได้ในไม่ช้า...
สักพักเขาก็รีบขับออกไป และ เห็นร่างสูงของทรงภพแว็บๆ มันซ้อนมอเตอร์ไซค์ เข้าไปในซอยถัดไป ไกรรีบบึ่งรถตามเข้าไปในซอย เมื่อจะเลี้ยวตามเข้าไปก็เห็นตำรวจสองนายเดินออกมา เขารีบเบี่ยงรถหลบเข้าซอยถัดไป ที่เชื่อมกับเส้นทางเล็กๆเข้าสู่อีกซอย จากนั้นขับออกไปนอกถนนใหญ่...
‘ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ทรงภพ’
ทรงภพเดินเข้าโรงแรมที่มันเคยพัก รีบเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น ย้ายไปหาพักโรงแรมแห่งใหม่
เมื่อจัดการเช็คอินโรงแรมแห่งใหม่ เข้ามาในห้องล็อกประตูแ่า เขาหยิบกระเป๋าเป้ออกมา นับเงินที่ได้จากการพนันคืนนี้ หนึ่งแสนบาท! ... เขาแยกกองเงินหนึ่งแสนบาทไว้ สำหรับใช้สบายๆ กิน นอน เที่ยว ผู้หญิง ส่วนเงินสองล้านบาทเก็บเข้าถุงสีน้ำตาลอย่างเดิม
‘เงินสองล้านนี่มันเป็เงินนำโชคจริงๆ กูจะเก็บไว้เป็ทุนพนันต่อ... ขอบใจมากนะภาวินี มึงทำให้กูสบายไปอีกนานทีเดียว’
...
หลังเลิกงานเสร็จ ภัคธีมาเดินมาเส้นทางเดิม หล่อนเดินมาหยุดหน้าประตูรั้วสีขาว สักพัก นวล แม่บ้านเดินมาเปิดประตูให้ แล้วนำหล่อนเข้ามาด้านในบ้าน
คุณนายอมร ผายมือให้หญิงสาวนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้าม ด้านหลังจุดที่คุณนายอมรนั่งเป็ตู้กระจกใสภายในบรรจุด้วยถ้วย โถ โก้หรู หลายชุดทั้งมาจากยุโรป และ เมืองจีน
อีกตู้หนึ่งเรียงรายไปด้วยรูปถ่ายของแพรวา หลานของทุกคนในบ้าน และ ภาพถ่ายหมู่ ของคนในครอบครัว สายตาของหล่อนเหลือบเห็นภาพครอบครัวติดตรงผนังใบใหญ่ ...
เป็รูป ที่มีคุณนายอมรนั่งอยู่ตรงกลาง ด้านขวามือ เป็พราวพรรณพี่สาวคนโต ซ้ายมือ เป็ภูษิต ส่วนชาคีลอยู่ท้ายสุดด้านข้างพราวพรรณ หล่อนมองดวงตาคมแก่กล้าที่สะท้อนจากรูปถ่ายของเขา สองสามวันมานี้หล่อนคิดว่าเขาเป็ผู้ชายที่เงียบขรึม และ ดูท่าทีเป็สุภาพบุรุษแต่เพิ่งรู้ว่าคิดผิด หลังจากที่เจอกันเมื่อเช้า หล่อนก็รู้ถึงความร้ายกาจของเขาที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย...
หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมวันนี้คุณนายอมรถึงยอมให้หล่อนเข้ามาข้างในบ้าน ทั้งๆ ที่หล่อนเองก็รู้สึกได้ว่า คุณนายอมรไม่ได้ไว้ใจหล่อน หรือ อาจจะรังเกียจด้วยซ้ำ...
“เธอรู้ใช่ไหม ว่าฉันเรียกเธอมาทำไม ภูษิตมัน้าคบกับเธอ เพื่อชดใช้หนี้ ที่น้องสาวของเธอได้ก่อไว้ ฉันอยากรู้ว่า เธอรักภูษิตไหม? และ ยินดีให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้รักภูษิต และ ไม่้าให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นค่ะ”
“งั้นฉันมีข้อเสนอให้เธอ ฉันจะจ้างให้ช่วยเป็แม่สื่อ ระหว่างภูษิตกับชมพู เพราะฉันเห็นว่าสองคนนี้เหมาะสมกัน อีกอย่างฉันก็อยากให้เธอมีเงินมาใช้หนี้เร็วๆ ยิ่งไม่ต้องมาเจอ ชาคีล และ ภูษิตก็จะยิ่งดี”
ข้อเสนอของคุณนายอมรมาพร้อมกับเหตุผลที่้าให้หล่อน รีบๆ ออกจากชีวิตของ ลูกชายทั้งสอง...หากหล่อนรับงานชิ้นนี้มาก็เท่ากับว่า หล่อนมีเงินเพิ่มย่นระยะเวลาการใช้หนี้ให้เร็วขึ้น และ เป็สิ่งที่คุณนายอมร้า
“หวังว่าเธอคงไม่ปฏิเสธงานนี้ เพราะเราต่างก็ได้ประโยชน์” หล่อนรอคำตอบจากหญิงสาวอย่างคาดหวัง...
“ตกลงค่ะ ดิฉันจะรับงานนี้”
หญิงวัยใกล้เกษียณยิ้มออกมา เมื่อหญิงสาวรุ่นลูกตรงหน้ารับปาก ตามแผนของหล่อน สักพักหล่อนก็เปิดโทรศัพท์มือถือกดเข้าไปในอินสตาร์แกรม โชว์รูปของชมพูที่หล่อนเป็คนโพสต์...
ภัคธีมารับมาดูรูปชมพูที่อยู่ในวัยเดียวกับภูษิต ชมพูในรูปไว้ผมยาวเลยบ่าลงมากลางหลัง ในชุดราตรีสีขาว กับกระเป๋าใบเล็กเหมาะมือ หรูราคาแพง ชมพูไม่ได้สวยมาก แต่ ด้วยรูปร่างสมส่วน ผิวขาวเหลือง ใบหน้ารูปหัวใจ ริมฝีปากอิ่ม จมูกโด่งเชิด แก้มหล่อนเนียนใส ภัคธีมาคาดว่า หล่อนสามารถทำให้ภูษิตชอบชมพูได้ไม่ยาก...
“ตอนนี้ชมพูยังอยู่ที่อังกฤษ จะกลับมาอาทิตย์หน้า แล้วฉันจะนัดให้เธอเจอกับชมพูเอง ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเธอไปได้แล้ว” พูดจบคุณนายอมรทำท่าลุกขึ้นจะเดินจากไป...ทว่ากลับหันมามองหญิงสาว
“หลังจากที่ภูษิตกับชมพูคบหากันแล้ว เธอคงไม่หาทางสนิทกับชาคีลลูกชายของฉันอีกคนหรอกนะ”
คุณนายอมรพูดจบก่อนเดินออกจากห้องรับแขกปล่อยให้หญิงสาว เดินออกมาด้านนอกบ้าน ระหว่างนั้นยังคงครุ่นคิดถึงเื่ที่คุณนายอมรเพิ่งพูดจบ ความรู้สึกตึงเครียดกำลังเกิดขึ้นอีกระลอก คุณนายอมรคงไม่รู้หลอกว่า หล่อนก็ไม่อยากเจอเ้าหนี้อย่างชาคีลเช่นกัน
…