รอบบ้านสกุลเจียงมีป่าไผ่รายล้อมอยู่ นักพรตเทียนตี้พอกระโดดข้ามกำลังแพงบ้านสกุลเจียงติดตามไป๋เหวินโจวก็เข้าสู่ป่าไผ่ทันที
ในป่าไผ่มีดงไม้แน่นขนัด บวกกับยามค่ำคืนแสงจันทร์เลือนรางทำให้ยากแก่การมองเห็น
นักพรตเทียนตี้รวบรวมสมาธิปรับลมปราณยืนสงบนิ่ง ท่านใช้หูฟังเสียงการเคลื่อนไหว ต้องการทราบว่าไป๋เหวินโจวอยู่บริเวณนี้หรือไม่
ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากทางขวา ไป๋เหวินโจวคงอยู่ด้านขวาของท่าน มันกำลังวิ่งเหยียบใบหญ้าอยู่
นักพรตเทียนตี้พุ่งไปหาไป๋เหวินโจวอย่างว่องไว แต่ไป๋เหวินโจวกลับไม่อยู่แล้ว
ไป๋เหวินโจวกำลังวิ่งอยู่ที่ด้านซ้ายของท่าน กำลังพุ่งมาหาท่าน!
นักพรตเทียนตี้สะบัดแส้ปัดจู่โจมไปด้านซ้าย แต่ก็ฟาดถูกอากาศว่างเปล่า
ได้ยินเสียงไป๋เหวินโจววิ่งไปทางขวา เดี๋ยวมาทางซ้าย วิชาตัวเบาของปราชญ์มารบริสุทธิ์สูงส่งยิ่ง นักพรตเทียนตี้จับแส้ปัดแน่นไม่ทราบว่าเมื่อใดศัตรูจะจู่โจมมา
ทันใดนั้นไป๋เหวินโจวก็ยิงดรรชนีเป็นแสงสีขาวพุ่งมาจากด้านหลังท่าน นักพรตเทียนตี้รีบสะบัดแส้ไปฟาดใส่พลังดรรชนีจนสลาย
แต่ไม่มีเวลาให้ท่านหายใจ แสงสีขาวเป็นลำยาวเล็กๆ ก็พุ่งมาทางด้านซ้ายของท่าน นักพรตเทียนตี้ก็สะบัดแส้ปัดใส่พลังดรรชนีนั้นจนสลาย
ชั่วอึดใจเดียวพลังดรรชนีจำนวนมากมายหลายสิบสายก็พุ่งมาจากทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หลังบ้างของนักพรตเทียนตี้ ท่านสะบัดแส้ปัดตั้งรับแทบไม่ทัน
“เราหลงกลมันแล้ว มันไม่ได้คิดหนี แต่ต้องการแยกเราออกมา!”
นักพรตเทียนตี้ฉุกคิดได้ แต่พลังดรรชนีไป๋เหวินโจวก็พุ่งมาอย่างต่อเนื่อง ท่านรีบตั้งสติสะบัดแส้ปัดเป็นรูปวงกลม
นักพรตเทียนตี้ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาไท้เก๊ก สุดยอดวิชาของสำนักบู๊ตึ๊ง!
วิชาไท้เก๊กเน้นความว่างเปล่า โคจรพลังเป็นรูปวงกลม ใช้ความนิ่งสยบเคลื่อนไหว นักพรตเทียนตี้ควงแส้เป็นรูปวงกลมนับร้อยๆ วง ป้องกันการจู่โจมของไป๋เหวินโจวอย่างสุดกำลัง
แสงสีขาวยังคงยิงมาไม่หยุด แต่เมื่อกระทบถูกพลังแส้ปัดรูปวงกลมของนักพรตเทียนตี้ก็สลายไป
ไม่มีผู้ใดทำลายวิชาไท้เก๊กของนักพรตเทียนตี้ได้
เมื่อเห็นว่าวิชาดรรชนีไม่ได้ผล ไป๋เหวินโจวก็เลิกยิงพลัง ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงบ
นักพรตเทียนตี้ยังควงแส้ปัดเป็นรูปวงกลมคุ้มครองตนไม่หยุด ท่านไม่กล้าประมาทได้แต่ถ่วงเวลารอพรรคพวกมาสมทบ
แต่ชั่วขณะเดียวกันท่านก็ได้ยินเสียงจากบนศีรษะท่าน ไป๋เหวินโจวหัวอยู่ล่างเท้าอยู่บน พุ่งกายลงมาจากเหนือศีรษะท่านอย่างรวดเร็วดุจมังกรสวรรค์ลงจากฟากฟ้า!
นักพรตเทียนตี้ใจหายวาบ ท่านรีบสะบัดแส้ปัดขึ้นบน พลังแส้บรรจุลมปราณเปี่ยมล้นหมายฟาดใส่ศรีษะไป๋เหวินโจวให้แหลกเละ
ไป๋เหวินโจวพลันกลางกงเล็บออกคว้าจับปลายแส้นั้นอย่างรวดเร็ว!
ไป๋เหวินโจวกดกงเล็บกับเนื้อแส้ปัด ปกติแส้ปัดมีขนอ่อนนุ่มมีแต่ของมีคมจึงจะตัดได้ แต่ไป๋เหวินโจวพลันใช้เล็บมือตนเองฉีกกระชากเส้นแส้ปัดจนขาดสะบั้น!
กงเล็บที่บรรจุลมปราณอันเปี่ยมล้นเข้าไป ไม่ต่างจากยอดศาสตราวุธคมกล้า
นักพรตเทียนตี้ใจหายวาบ ไป๋เหวินโจวพลันฟาดฝ่ามือซ้ายลงมากระแทกใส่อกท่าน ร่างนักพรตเทียนตี้กระเด็นไปกระแทกกับต้นไผ่จนต้นไผ่หักโค่นลงไป!
ไป๋เหวินโจวเอ่ยเบาๆ“ข้าทำลายวิชาไท้เก๊กเจ้าไม่ได้ แต่ตอนที่เจ้าสะบัดแส้ปัดขึ้นด้านบน เป็นแค่วิชาแส้ธรรมดา มิใช่วงกลมป้องกันของไท้เก๊ก”
นักพรตเทียนตี้นอนพ่ายแพ้อย่างหมดรูปไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโต้เถียง ท่านลำคอหวานวูบกระอักโลหิตออกมา รู้สึกสติเลอะเลือนใกล้จะหมดสติ
แต่ก่อนหมดสติท่านเข้าใจแล้ว
วิชาสุดยอดของไป๋เหวินโจว ไม่ใช่ดรรชนีกระบี่หรือดรรชนีดาบ หากเป็นวิชากงเล็บ
กงเล็บที่ครอบคลุมฟ้าดิน!
จากนั้นนักพรตเทียนตี้ก็สลบไป ไป๋เหวินโจวเดินมาจี้สกัดจุดที่อกท่านสี่แห่งเพื่อให้ขยับตัวไม่ได้ ป้องกันท่านฟื้นขึ้นมากะทันหัน
ไป๋เหวินโจวพุ่งร่างกลับไปที่สกุลเจียงแต่ระหว่างทางท่านพบกับหลวงจีนไว้ผม
ทั้งสองต่างสวมชุดสีขาว แต่ผู้หนึ่งมีจิตเมตตาไร้ประมาณ อีกผู้หนึ่งถูกขนานนามว่าเป็นมารร้าย
ทั้งสองต่างจ้องมองกัน หลวงจีนไว้ผมถามขึ้นก่อน“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ ท่านจัดการนักพรตเทียนตี้แล้ว?”
ปราชญ์มารบริสุทธิ์พยักหน้า นักบวชไว้ผมถาม
“ท่านสังหารเขา?”
“ไปดูเอง”
นักบวชไว้ผมมีสีหน้านิ่งสงบ ท่านประนมมืออีกครั้งเสื้อผ้าของท่านก็โบกกระพือขึ้นราวกับมีลมพัดมา ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีลมพัดมาแม้แต่น้อย
ปราชญ์มารบริสุทธิ์ทราบว่านักบวชไว้ผมเตรียมใช้ท่าไม้ตายออกมา มันจึงกางกงเล็บออกทั้งสองมือเตรียมพร้อมใช้ท่าไม้ตายเช่นกัน
อีกด้านหนึ่งที่สกุลเจียง หลังปราชญ์มารบริสุทธิ์ออกจากสกุลเจียงไป เจียงฮูหยินก็รีบวิ่งเข้ามาคลายจุดให้เจียงเหลียว
แต่หาได้ผลไม่
วิชาจี้จุดของปราชญ์มารบริสุทธิ์ลึกล้ำเกินไป เจียงฮูหยินแม้มีวิทยายุทธพอสมควรยังไม่อาจคลายได้
เหล่าชาวยุทธ์เห็นเช่นนั้นต่างก็มาคลายจุดให้กับเจียงเหลียว คนเหล่านี้ฝีมือพื้นเพธรรมดา ยิ่งไม่อาจคลายจุดได้
เจียงฮูหยินกล่าวว่า“ท่านพี่ ข้าจะค่อยๆ บีบนวดจุดให้ท่าน แม้จะได้ผลช้าแต่ก็ยังดีกว่ารอให้จุดคลายเองซึ่งต้องใช้เวลาเกือบหกชั่วยาม (สิบสองชั่วโมง)”
เจียงเหลียวกล่าวขอบคุณฮูหยินตน
ขณะที่เจียงฮูหยินบีบนวดจุดให้เจียงเหลียว ก็เกิดเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังขึ้น เจียงฮูหยินร้องถาม
“เกิดอะไรขึ้น?”
ไม่นานก็ได้คำตอบ บ่าวรับใช้สกุลเจียงและชาวยุทธหลายสิบคนต่างถืออาวุธวิ่งถอยมา ทั้งหมดมีสีหน้าแตกตื่น
เจียงฮูหยินถือกระบี่มั่นถามว่า“นี่มันอะไร?”
“มีผู้บุกรุก!” บ่าวรับใช้รีบตอบ เสียงมันหวาดกลัวยิ่ง
ไม่นานก็มีคนหลายสิบคนใบหน้าดุร้ายหน้ากลัวเดินเข้ามาในสวนตะวันตกของสกุลเจียง มีทั้งพยัคฆ์คำรณหงหู่ที่มือพิการไปข้างหนึ่ง และคนชราผู้หนึ่งเดินหลังค่อมถือไม้เท้า มันไว้หนวดสองข้างปลายหนวดงองุ่มเหมือนหนวดมังกร
เจียงฮูหยินถามว่า“พวกท่านเป็นใคร ทำร้ายพวกเราทำไม?”
หงหู่คำรามว่า“เจ้าเป็นใคร?”
“ข้าคือเจียงฮูหยินแห่งสกุลเจียง” เจียงฮูหยินกล่าวอย่างองอาจ
หงหู่ตวาดว่า“บุตรชายเจ้าใช้ฝ่ามือทำร้ายข้า บัญชีนี้ข้ายังไม่ได้สะสาง”
เจียงฮูหยินถามว่า“ลูกข้าไปทำร้ายเจ้าได้อย่างไร?”
หงหู่กล่าวว่า“ข้าจะนำตัวลูกเจ้าไปพบประมุข นึกไม่ถึงมันกลับทำร้ายข้า ซ้ำยังมีคนแซ่ไป๋มาช่วยมันทำมือขวาข้าพิการ ลูกเจ้าอยู่ที่ใด เรียกมันออกมา!”
เจียงฮูหยินจำได้ว่าเจียงเยี่ยนเคยเล่าให้ฟังว่ามันได้พบกับพยัคฆ์คำรณหงหู่แห่งตำหนักเทพธรณิน นางจึงกล่าว
“พวกเจ้าคือคนของตำหนักเทพธรณิน?”
หงหู่แสยะยิ้ม“รู้แล้วยังไม่รีบคุกเข่า?”
เจียงฮูหยินใจหายวาบ ตอนนี้นักพรตเทียนตี้กับนักบวชไว้ผมไปต่อสู้กับปราชญ์มารบริสุทธิ์มิทราบอยู่ที่ใด นางกับเหล่าชาวยุทธไม่อาจรับมือคนของตำหนักเทพธรณินได้
ทันใดนั้นชายชราที่ไว้หนวดสองข้างยาวเหมือนมังกรกล่าวขึ้น
“เจียงฮูหยิน ข้าเพียงต้องการบุตรชายท่าน อย่าได้ทำให้พวกเราต้องลำบากใจลงมือกับท่าน”
เจียงฮูหยินมองดูชายชรานี้อดถามไม่ได้ว่า
“ท่าน..ท่านคือเซียนหนวดมังกร?”
ชายชราพยักหน้ายิ้มแย้ม มันพลันสะบัดมือออกปรากฏลูกเหล็กกลมๆ หนึ่งลูกพุ่งสู่ท้องฟ้า จากนั้นเข็มหลายสิบเล่มออกมาจากลูกเหล็กยิงใส่เหล่าชาวยุทธสี่ห้าคนอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเข็มฝังจมลึกถึงกระดูก พวกชาวยุทธต่างเจ็บปวดทรมานดิ้นร้องอย่างทุรนทุรายไม่นานก็เงียบไป
พวกมันเสียชีวิตแล้ว..
เจียงฮูหยินทราบว่าตำหนักเทพธรณินมีหัวหน้าหน่วยห้าคน เซียนหนวดมังกรเป็นหนึ่งในหัวหน้าหน่วยและยังเป็นผู้นำของทั้งห้าหน่วย
เซียนหนวดมังกรกล่าวขึ้น“หากพวกเจ้าไม่อยากตายอย่างน่าอนาถ ให้รีบมอบตัวเจียงเยี่ยนมา ไม่เช่นนั้นลูกเหล็กข้าอีกหลายสิบลูกจะไม่ปราณี”
“ลูกข้าไม่อยู่ที่นี่ ข้าให้เขาจากไปแล้ว” เจียงเหลียวตะโกนขึ้น
เซียนหนวดมังกรมองดูเจียงเหลียว เห็นมันยืนตัวแข็งทื่อก็ประหลาดใจ
“ผู้ใดสกัดจุดเจ้า?”
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์” เจียงเหลียวกล่าว
เซียนหนวดมังกรขยับกายวูบเดียวก็ถึงเจียงเหลียว อย่าได้เห็นมันแก่ชรา ที่แท้ท่าร่างมันรวดเร็วยิ่ง
เจียงฮูหยินยืนอยู่ข้างกายสามีก็ตกใจยิ่ง เกรงเซียนหนวดมังกรจะทำร้ายสามีนาง จึงแทงกระบี่รวดเร็วดุจสายลมใส่ไหล่เซียนหนวดมังกร
เซียนหนวดมังกรไม่สนใจนาง มันจี้จุดดุจสายฟ้าใส่หน้าอกเจียงเหลียวสองแห่ง จากนั้นก็พุ่งกายถอยกลับไปยืนที่เดิม
จากนั้นเจียงเหลียวก็ขยับตัวได้ทันที
เซียนหนวดมังกรหลุบตาคล้ายครุ่นคิดอันใด มันถามว่า
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์มีลักษณะอย่างไร?”
เจียงเหลียวตอบไปว่า“เป็นบุรุษหนุ่ม ผมยาว”
เซียนหนวดมังกรหันไปถามหงหู่
“ลักษณะเหมือนคนที่ทำร้ายเจ้าหรือไม่?”
หงหู่พยักหน้า แต่มันก็ไม่ทราบว่าใช่เป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำร้ายมันหรือไม่ รายละเอียดเพียงเท่านี้เล็กน้อยเกินไป
ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายประจันหน้า ทันใดนั้นก็ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งดังมา เสียงไพเราะอย่างยิ่ง แต่ก็ฟังดูน่ากลัวอย่างประหลาด
ไม่นานก็เห็นเกี้ยวหลังหนึ่งถูกแบกห้ามเข้ามา เกี้ยวเป็นสีทองสลักลวดลายมังกรอันงดงาม หลังคาเกี้ยวสีเหลือง ม่านเกี้ยวสีแดงสดราวดอกกุหลาบ ตัวเกี้ยวมีขนาดใหญ่ราวกับองค์จักรพรรดิเสด็จมา
พวกหงหู่ เฒ่าหนวดมังกรและบริวารของตำหนักเทพธรณินต่างก็คุกเข่าลง
เจียงฮูหยินและเจียงเหลียวอดหันไปมองหน้ากันไม่ได้ ทั้งสองทราบแล้วว่าผู้มาเป็นใคร
หลีกวนหยาง ประมุขตำหนักเทพธรณิน!
จบตอนที่ 12ประมุขตำหนักเทพธรณินมาเองแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นต่อ เจียงเยียนจะมาช่วยพ่อแม่ตัวเองทันไหม ปราชญ์มารบริสุทธิ์จะสู้กับหลวงจีนไร้ผมยังไง ตอนหน้าเฉลยหมดจ้า