“แต่งได้อะไรกัน”มารดาของสีครามมีสีหน้าลุกลี้ลุกลนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเพราะรู้ว่าลูกชายทั้งสองคนไม่ได้ชอบการถูกบังคับสักเท่าไหร่ต่างก็รักอิสระและเชื่อมั่นในตัวเองเหมือนผู้เป็บิดานั่นแหละเธอไม่อยากให้สีครามโกรธจึงพยายามเฉไฉ “แม่ยังไม่ได้พูดเื่แต่งออกมาสักคำแค่อยากให้ลูกรู้จักกับลูกสาวของเพื่อนแม่ไว้ก็เท่านั้นเอง”
สีครามหันมาสบตากับมารดาริมฝีปากหยักลึกขยับเล็กน้อยคล้ายจะยิ้มหากก็ไม่ยิ้ม
“คุณแม่ไม่จําเป็ต้องพูดตรงๆหรอกครับ ตอนสีฟ้าแม่ก็ทำกับมันอย่างนี้แหละ มันถึงได้ไม่ค่อยอยากจะกลับมาอยู่ไทย”
“เดี๋ยวเถอะออสติน!”ขนิษฐาถึงกับตีแขนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคน เธอมีสีหน้าแง่งอนให้เห็นเมื่อนึกถึงลูกชายคนโต
ปีนี้สีครามอายุยี่สิบหกปีส่วนสีฟ้าก็ปาเข้าไปสามสิบเอ็ดปีแล้วนั่นหมายความว่าเธอก็ให้สีฟ้าดูตัวกับลูกเพื่อน ๆในวงสังคมที่ฐานะใกล้เคียงกันมาั้แ่เขาอายุเท่าสีครามนี่แหละ
เธอเคยคิดว่าจะคุยกับสีฟ้าง่ายกว่าที่คุยกับลูกคนเล็กเพราะแต่ไหนแต่ไรมา สีฟ้าก็สุภาพและตามใจเธอ ไม่เหมือนสีครามที่ขัดใจเธอตลอดจนกระทั่งเธอคิดจะจับคู่ให้เขานี่แหละ ถึงได้รู้ว่าดื้อเงียบมันเป็อย่างไร!
สีฟ้าทำกับคนเป็แม่อย่างเธอได้แสบทรวงสุดๆ เทนัดเธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนในที่สุดเธอก็ต้องล้มเลิกแผนการเฝ้ามองลูกชายคนแรกโสดสนิททําแต่งานไปวัน ๆ อย่างเ็ปรวดร้าวจึงต้องมาหวังเอากับสีฟ้าที่เป็คนเล็กแทน
“คุณแม่ก็อย่าไปบังคับมันนักเลยครับมันอยากเลือกเ้าสาวของมันเองก็ปล่อยมัน" สีครามตัดบทแทนคนเป็พี่ชายไปเลยเขาไม่อยากให้ฝ่ายนั้นตามพ่อกลับไทยมาแล้วยังต้องมาเจอการดูตัวที่รออยู่อีก
“แหม ออสตินลูกพูดเหมือนไม่รู้จักโนอาห์เลยนะ แม่เคยบังคับเขาได้เหรอ”
ชื่อ โนอาห์'ที่ขนิษฐาเรียกออกมาเป็ชื่อเล่นสากลของสีฟ้าเหมือนชื่อออสตินของสีครามนั่นเองปกติสีฟ้ากับสีครามจะเรียกกันด้วยชื่อเล่นไทย คือสีฟ้าเรียกสีครามว่า 'คราม' ส่วนสีครามก็จะเรียกสีฟ้าว่า “ฟ้า”ผิดกับมารดาและบิดา ทั้งสองจะเรียกชื่อสากลของพวกเขามากกว่า อาจจะเพราะจัสตินพ่อของคนทั้งสองเป็ลูกครึ่งอเมริกันจีน ทำให้ไม่สามารถพูดไทยได้คล่องมากนักการสื่อสารของครอบครัวส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ก็เป็ภาษาจีนไปเลย
ทว่าขนิษฐาไม่อยากให้ลูกชายพูดภาษาไทยไม่ได้อ่านภาษาไทยไม่ออกเพราะอย่างไรเธอก็เป็คนไทยแท้ ๆ สีครามกับสีฟ้าจึงเติบโตมาอ่านออก เขียนได้พูดคล่องทั้งไทย อังกฤษและจีนซึ่งมันก็เป็ผลดีกับธุรกิจของครอบครัวพวกเขาด้วยนั่นเอง
“ผมก็แค่บอกไว้ถ้าคุณแม่เตรียมนัดลูกสาวใครไว้ให้มันเจออีก มันคงรีบหนีกลับไปที่อเมริกา”คำพูดของสีครามที่มองยังไงก็เหมือนข้อเท็จจริงยิ่งกว่าการคาดเดาซะอีกทำให้ขนิษฐาได้แต่ทำหน้าจืดเลื่อน ยิ้มก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก!
แต่อย่างน้อยการที่สีครามไม่ปฏิเสธพันไมล์ก็เป็เื่ที่ดีเพราะลูกสาวของตระกูลภูสิทธิ์นฤภัทรนี่แหละ ถึงจะคู่ควรมาเป็สะใภ้ตระกูลเธอ
เมื่อถึงเวลาที่สมควรพันไมล์ก็แกล้งบอกให้ลลินลงไปรอเธอข้างล่างก่อน เพราะเธอไม่อยากจะรีบลงไปแถมยังปั่นประสาทน้องสาวตัวดีด้วยการบอกว่าเธออยากให้ทั้งขนิษฐาและสีครามเกิดความไม่ประทับใจั้แ่เธอไม่ตรงเวลาการคลุมถุงชนจะได้ไม่ต้องเกิดขึ้น ลลินได้ยินก็เห็นดีเห็นงามกับเธอแล้วขอลงไปก่อนแถมยังบอกให้เธอใช้เวลาตามสบายต่อให้เธอโดนดุ ก็จะช่วยเธอแก้ตัว
เห็นนังนี่ทําเป็ดีกับเธอทีไรเธอเกือบเก็บสีหน้าผะอืดผะอมเอาไว้ไม่อยู่เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองก็เล่นละครเก่งไม่เบาที่ยังยิ้มละไมอีกทั้งยังมองลลินด้วยสายตาเอ็นดูได้
พันไมล์ให้ลิลลี่มาช่วยเธอแต่งตัวรูดซิปข้างหลังตรงที่เธอรูดไม่ถึงและแน่นอนว่าชุดที่เธอเลือกสวมเป็ชุดเดรสที่มารดาของเธอสั่งให้ลิลลี่เตรียมไว้ให้นั่นแหละ
ชุดที่เธอเอาให้ลลินไปแม้จะเป็ชุดสไตล์เดียวกันแล้วยังเป็ชุดของแบรนด์ดังเหมือนกันแต่ก็เป็ของหลายฤดูกาลที่แล้ว พูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้นคือเป็ชุดที่พันไมล์กำลังจะขายทิ้งพอดี เนื่องจากเธอไม่คิดจะใส่มันอีกแล้วนั่นเอง
ทุกทีลลินจะรู้จุดเด่นจุดด้อยของตัวเองทำให้ไม่มีวันยอมใส่เสื้อผ้าสไตล์เดียวกับพันไมล์ในเวลาพร้อมกันเด็ดขาดพันไมล์มีรูปร่างสูงเพรียว เธอสูงร้อยหกสิบแปดเิเเอวคอดเล็กแต่ก็มีหน้าอกและสะโพก แขนขาเรียวยาว ผิวก็ขาวผ่องอมชมพูเหมือนมารดายิ่งรวมกับั์ตาสีน้ำตาลกลมโตทีโดดเด่น เธอก็ยังมีเสน่ห์ชวนมอง
ตัวลลินเองไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเธอปากนิดจมูกหน่อย แต่สูงไม่มาก ผิวก็ออกไปทางยาวเหลืองไม่ได้ผุดผาดขนาดพันไมล์ถ้าสวมเสื้อผ้าสไตล์เดียวกันเมื่อไหร่ รัศมีของพันไมล์จะกลับเธอจนมิดแทบไม่ได้เกิดเธอจึงต้องระวัง และเพราะเป็อย่างนั้น วันนี้เธอจึงยุให้พันไมล์แต่งตัวโทรมๆลงไปข้างล่างยังไงล่ะ
"เสร็จแล้วค่ะคุณหนูสวยมากเลยค่ะ"ลิลลี่เอ่ยปากชื่นชมหลังจากช่วยเช็คดูความเรียบร้อยของชุดเดรสที่พันไมล์สวมเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอนึกโล่งใจที่คุณหนูไม่ดื้อกับเธอเลยแม้แต่น้อยทุกทีคนที่คุณหนูของเธอเชื่อยิ่งกว่าใคร มักจะเป็คุณลลินเธอจึงกังวลมากตอนต้องทิ้งให้สองคนนั้นอยู่ในห้องเพียงลำพัง เพราะั้แ่เด็กจนโตเมื่อไหร่ที่คุณหนูทำตัวดื้อดึงขึ้นมาก่อนหน้านั้นจะต้องได้คุยอะไรกับคุณลลินมาสักอย่างตลอด...
เธอก็เคยเตือนอ้อม ๆแล้วว่าอย่าไปไว้ใจคุณลลินมาก กลายเป็ทําให้คุณหนูมาขุ่นเคืองเธอลิลลี่เลยไม่กล้าเอ่ยปากอะไรอีก
"งั้นเราลงไปข้างล่างกันดีกว่าป่านนี้เพื่อนคุณแม่คงมาถึงแล้วแหละ" พันไมล์กล่าวชวน
“ค่ะคุณหนู”ลิลลี่รีบตอบรับในทันที
เมื่อสีครามกับขนิษฐามาถึงที่คฤหาสน์ประจำตระกูลภูสิทธ์นฤภัทรมีนรดาและครอบครัวก็ให้การต้อนรับเป็อย่างดีและลลินเองก็จงใจมายืนรวมกับครอบครัวของพันไมล์ด้วยเธอกวาดสายตามองสํารวจสีครามแล้วก็นึกอิจฉาริษยาพันไมล์จนแทบคลั่งเพราะนอกจากชายหนุ่มจะมาจากตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาลแล้วสีครามยังหน้าตาดีราวกับพระเ้าจงใจสร้างสรรค์ปั้นแต่งอย่างปราณีต
รูปร่างสูงใหญ่กำยำสมส่วน บุคลิกนิ่งและสง่า ั์ตารูปเหยี่ยวทรงพลัง คมดุบ่งบอกถึงความมีอำนาจจมูกโด่งชัดเป็สันคมรับกับริมฝีปากหยักลึกสีอ่อน ไม่มีที่ติเลยแม้แต่น้อยเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวของตะวันตกและเอเชีย
สีครามที่ยืนอยู่ข้างมารดารู้สึกถึงสายตาที่ถูกมองจึงมองกลับไปที่ลลินทำให้เธอถึงกับสะดุ้งและหลุบตาต่ำด้วยความเขินอายทว่าเมื่อเธอค่อย ๆ ช้อนสายตามองไปที่เขาอีกครั้งก็พบว่าเขามองเลยไปด้านหลังเธอและทิ้งสายตาไว้ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน
เมื่อลลินหันไปมองตามด้วยความสงสัยก็ต้องแอบกำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ
พันไมล์กำลังเดินมาทางนี้ด้วยใบหน้าอมยิ้มน้อยๆ อย่างเป็มิตรและจากที่พื้นฐานเป็คนสวยอยู่แล้วพอมาแต่งเนื้อแต่งตัวก็ยิ่งขับให้สวยซึ้งสะดุดตาขึ้นไปอีกคล้ายกับพันไมล์จงใจทำให้เธอกลายเป็แค่มดปลวกก็ไม่ปาน...