วันนี้เป็นวันสำคัญมากๆ ที่พลจะต้องเดินทางไปที่ธรนมเนียบขาวเพื่อเข้าร่วมประชุม โดยการแต่งตัวของพลนั้นใส่ชุดสูทสีดำดูสุภาพส่วนโซเฟียใส่กระโปงเลขาสีดำและใส่เสื้อสูทข้างนอก(ที่กระโปงมันจะรัดๆอะไม่รู้เรียกอะไร)
เมื่อแต่งตัวกันเรียบร้อยพลก็จัดเอกสารใส่กระเป๋าพร้อมเดินเข้าลิฟป์เพื่อไปที่หน้าโรงแรมที่มีรถสีดำจอดอยู่คันนึงซึ่งเป็นรถที่Jameเตรียมมาให้โดยกระจกทำจากวัสดุพิเศษที่กันกระสุนสไนเปอร์ได้เลยทีเดียว ซึ่งมีรถตำรวจคอยประกบหน้าหลังคุ้มกันตลอดทาง
หลังจากนั่งมาสักพักพลก็มาถึงธรรมเนียบขาว รถจอดลงที่หน้าทางเข้าโดยมีตำรวจที่กำลังจูงหมาโดยอยู่ในเครื่องแบบของหน่วยSwatเต็มไปหมดและมีชายร่างใหญ่ใสชุดสูทยืนจับตามองรอบๆตลอดเวลาเพื่อคุ้มกันเหล่าคนสำคัญที่เป็นผู้นำหลายๆประเทศ เพราะถ้าเกิดมีใครบุกเข้ามาหรือวางระเบิดคงจะกลายเป็นชนวลสงครามให้เหล่าผู้นำที่เกลียดขี้หน้ากันโจมตีซึ่งกันและกัน
เมื่อเดินเข้าไปข้างในก็มีคนเดินนำทางลงเข้าไปในห้องที่สร้างจากเหล็กหนาก่อนเดินนำเข้าไปในลิฟป์ ลิฟป์เลื่อนลงไปข้างล่างสักพักก็หยุดก่อนจะเปิดประตูลิฟป์ เผยให้เห็นทีมคุ้มกันอีกชุดที่ยืนเฝ้าประตูไม้อยู่
"เชิญเข้าไปด้านในได้เลยครับ"คนนำทางในชุดสูทกล่าวบอกกับพล ซึ่งพลก็พยักหน้ารับและผลักประตูเข้าไป
"นั้นใครครับดูอายุยังไม่มากเลย"เสียงมาจากชายวัย30กว่าๆที่อยู่ในชุดสูทเช่นกันซึ่งมีหน้าที่คุ้มกันประตูไม้
"ไม่รู้เหมือนกัน และเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้หน้าที่มีเพียงคุ้มกัน"ชายที่นำทางพลกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาถูกฝึกให้ยึดหน้าที่และภารกิจเป็นอันดับแรก
หลังจากที่พลเข้ามาด้านในก็พบกับเหล่าคนที่กำลังนั่งอยู่ซึ่งมีหลายคนที่พลคุ้นหน้าเป็นอย่างดีเพราะเป็นผู้นำประเทศที่ออกสื่อบ่อยครั้ง
พลเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่มีป้ายชื่อของตัวเองและมีตำแหน่งซึ่งเขียนว่า ประธานบริษัท StarGroup ท่ามกลางสายตาที่มองมาอย่างประหลาดใจเพราะไม่มีใครคิดว่าประธารบริษัทที่โด่งดังจะอายุน้อยเพียงเท่านี้ แต่ก็ไม่มีใครที่ทักท้วงแม้แต่คนเดียว เพราะถือว่าไม่ใช่เรื่องของตน
เมื่อนั่งบนเก้าไปได้สักพักก็เริ่มมีคนทยอยกันเข้ามาทีละคนๆจนมากันครบและผู้นำสหรัฐอเมริกาจึงเปิดการประชุมทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้
การประชุมนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ก็มีแต่การแก้ปัญหาเรื่องพลังงานจนกระทั่ง
"แล้วทำไมเราไม่ขุดน้ำมันจาก ตุรกี เห็นว่ามีเยอะไม่ใช้หรอ แบ่งๆกันใช้บ้างก็ได้"ผู้ที่กล่าวขึ้นคือ ประธานาธิบดีของประเทศอังกฤษ
"หึ ประเทศของคุณก็มีแร่เหล็กและพวกถ่านหินเยอะเหมือนกันงั้นก็แบ่งมาใช้บ้างวิ"ผู้นำตรกีเค้นเสียงกล่าวอย่างเย็นชา เมื่อมีผู้เปิดประเด็น ประเทศอื่นๆก็เริ่มโจมตีฝั่งตรงข้ามโดยใช้คำพูดเสียดสีต่างๆจนเกิดความวุ้นวายไม่เว้นแม้กระทั่งประธานของก่รประชุมในครั้งนี้คือสหรัฐอเมริกาที่กำลังปะทะคารมกับรัสเซีย
เมื่อเห็นท่าไม่ดีพลจึงคิดที่จะหาทางหยุดสถานะการในตอนนี้เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะลุกลามจนเกิดเป็นสงครามขนาดใหญ่ทันทีและจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนในโลเก่าของพล
"ช่ววเงียบหน่อยครับ"พลกล่าวขึ้นแต่เหมือนจะไม่มีใครสนใจจนพลเริ่มที่จะอารมณ์เสียจึงตระโกนออกไปเสียงดังทันที
เงียบบบ!!!
ทุกๆคนหยุดการกระทำและหันมาจ้องมองพลเป็นทางเดียวด้วยสายตาสงสัยปนมึนงง
"คือผมมีทางออกเรื่องนี้แล้วครับ ไม่ต้องเถียงกันและอีกอย่างถ้าอยากจะทำสงครามกันไม่คิดว่าจะกลายเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรอครับสงครามมันมีแต่ทำลายเรื่องนี้ผมก็มีทางออกเช่นกัน"พลกล่าวขึ้นอธิบายทันทีเมื่อทุกคนในห้องหันมาสนใจพลคนเดียวแล้ว
"ยังไง"ผู้นำอังกฤษหล่าวถามถึงแม้จะรู้สึกคุ่นเคืองที่อีกฝ่ายตะโกนใส่แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากให้เกิดสงครามเมื่อรู้ว่ามีวิธีแก้ปัญหาจึงสนใจทันที
"วิธีการแก้ปัญหาด้านพลังงานผมได้ให้เหล่านักวิทยศาสตร์ทำการวิจัยขึ้นมาเป็นพลสำเร็จ"พลกล่าวขึ้นก่อนจะหันไปมองโซเฟียที่ยืนอยู่ด้านหลังซึ่งโซเฟียก็หยิบเอกสารข้อมูลรายละเอียดของพลังงานควอนตัมแบบย่อ
เมื่อเหล่าผู้นำทุกคนได้อ่านก็ถึงกับตกตะลึงทันทีเพราะถ้ามีสิ่งนี้จริงๆประเทศของพวกเขาจะสามารถพัฒนาไปได้ไกลอีกนับ10ปีจากเดิมเลยทีเดียว แต่แน่นอนพลย่อมไม่ยกให้อีกฝ่ายง่ายๆที่พลจะให้อีกฝ่ายไปก็คือ พลังงาน ควอนตัมฉบับดัดแปลง ประสิทธิภาพลดลงเหลือเพียง5/100จากเดิม
"ส่วนเรื่องสงครามผมก็มีทางแก้เช่นกันหลายๆท่านคงรู้จักเกมที่บริษัทผมสร้างขึ้นมา"พลกล่าวขึ้นเกริ่นนำก่อนจะให้โซเฟียแจกเอกสารข้อมมูลอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเกมและระบบต่างๆในเกมรวมถึงโหมดสงคราม
"น่าสนใจจริงๆ อย่าพวกเราก็หลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดจากสงครามไปได้ทั้งหมด"ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวชื่นชมขึ้นมาทันทีโดยมีอีกหลายๆเสียงที่สนับสนุนเช่นกัน
"อืมอย่างงี้มันก็เหมือนกีฬาชนิดนึงเลยหน่ะสิ"ผู้นำประเทศญี่ปุ่นกล่าวขึ้นจุดประกายความคิดของใครหลายๆคนเลยทีเดียว
"ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ผมก็ขอเสนอให้เกมนี้เป็นกีฬาทางทหารซึ่งเป็นกีฬาทางทหารแรกของโลก"ผู้นำประเทศฝรั่งเศษกล่าวขึ้น
"ผมเห็นด้วย"ผู้นำจีน
"ผมเห็นด้วย"ผู้นำเยอรมัน
และก็มีอีกหลายๆเสียงที่ให้ความสนับสนุนและเห็นด้วยจนกระทั่งเกิดเป็นกีฬาที่แต่ละประเทศต้องส่งทหารของตนเองมาสู้รบกันในเกม
งอแง