ตอนที่ 4 เล่ม 1 คลาสบรรยายกระบี่ที่น่าตื่นตา
ในเมื่อข้อตกลงเป็ไปได้ด้วยดี แล้วพบกันใหม่คราวหน้า
หว่ย เหลียงเดินทางออกจากเกาะกระบี่ใหญ่ มุ่งหน้าไปที่สาขาปรุงยาของเขา ่นี้เขามีรายได้เป็ของตัวเองแล้วแม้จะไม่มากแต่ก็สามารถให้เขา ฝึกฝนขอบเขตรวบรวมปราน ได้อย่างราบรื่น
หลังจากแลกวิชากระบี่บินเดี่ยว เขามีความคิดที่จะเปิดตำราอ่านดู และเตรียมการทดลองกระบี่ไม้ที่ซื้อมาสำหรับใช้เป็พาหนะบิน มันทำมาจากต้นไม้บนเกาะกระบี่ใหญ่ เรียกว่าต้นลิ้นกระบี่ชี้นภา ลักษณะต้นไม้ชนิดนี้เหมาะในการทำกระบี่อย่างยิ่ง ผลของมันเป็รูปคล้ายกระบี่ที่ชี้ไปที่ท้องฟ้า ที่ดูน่าประหลาดใจ และเป็วัสดุปรุงยาสำหรับเสริมจิตกระกระบี่
ตามคู่มือวิชากระบี่บินเดี่ยว ต้องทำการประสะเืเพื่อการหยดเืไปที่ตัวกระบี่ในช่องรับเืเพื่อทำการลงทะเบียนเป็เ้าของกระบี่
เหว่ย เหลียงทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้กำเนิดกระบี่บินมีชีวิตชีวา ท่องพระสูตรที่แนบมาด้วย ชาติทำให้มีการเกิด การเกิดทำให้มีภพมีชาติ การมีชื่อจึงมีรูป มีิญญาจึงมีนามรูป มีสังขารจึงมีิญญาอวิชชาเป็ปัจจัยให้มีสังขาร ข้าขอให้เ้าชื่อ เจี้ยนมู่โถว
กระบี่มีชีวิตชีวาหลังจากการเกิดใหม่ เอาล่ะมาลองกันเถอะ เ้าเตรียมรองรับตัวข้านะ หลังจากะโขึ้นขี่กระบี่เขาฝึกการทรงตัวมันไม่ใช่ในเื่ง่ายเลย ความมึนงงอยู่ในหัวเล็กน้อยและทำการปรับท่าทางให้เหมาะสม เขาทรงตัวบนกระบี่ได้อย่างปลอดภัย
เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกจากที่สูง เขาทำการเทียบเกาะจำลองลงบนพื้นดิน ได้ทำการขึ้นกระบี่อีกครั้ง จากนั้นเริ่มสั่งให้กระบี่ออกตัวไปช้าๆ
กระบี่เพิ่งเกิดใหม่นั้นการขัดเกลายังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นมากมาย การออกตัวไปช้าๆตามคู่มือที่ได้ เป็วิธีที่ปลอดภัย
จากนั้นฝึกบินขึ้นบินลงจนมั่นใจดีแล้วก็เริ่มปรับท่าทางให้ดูฉวัดเฉวียน ยังไม่ได้กำหนดความเร็วมากนัก
หลังจากฝึกเสร็จก็มีการแจ้งเตือนเกิดขึ้น
ติ้ง! ระบบได้รับการแจ้งเตือนผู้ได้รับมรดก ได้ปลูกฝังกระบี่พาหนะ เจี้ยนมู่โถว ระบบทำการบันทึกข้อมูลไว้เบื้องต้น แล้วจะให้รางวัลจากผลประโยชน์ภายหลัง เมื่อพีชปาล์ม์ได้ออกผลแล้วจะสามารถรับมรดกได้
หลังจากบำเพ็ญเพียรฝึกตนเป็เวลา 15 วัน ได้มีการประกาศนัดบรรยายปรมาจารย์เกาะลอยฟ้ากระบี่ใหญ่ คลาสเรียนจำกัดเฉพาะลูกศิษย์ใหม่เท่านั้น สาวกใหม่ทุกคนเตรียมความพร้อมเพื่อไปฟังบรรยายในเวลาพรุ่งนี้ที่เกาะกระบี่ใหญ่ ได้รับยันต์ปกป้องเจตจำนงกระบี่ชั่วคราว
วันรุ่งขึ้นตามเวลานัดหมายเราติดทางเหล่าสาวกมาพร้อมเพียงกัน เพื่อเข้ารับฟังการบรรยายของปรมาจารย์หยง เซิ่ง
ณ สถานที่บรรยายธรรมวิชากระบี่ มีแท่นอัศจรรย์และสังเวียนเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับเหล่าลูกศิษย์ใหม่
ในเมื่อพวกเ้ามากันพร้อมเพรียงและเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้ว ข้าขอประกาศว่าพวกเ้าพวกเ้าได้ทำงานอย่างหนักชำระค่าธรรมเนียมและเป็ลูกศิษย์นิกายอย่างเต็มตัวแล้ว สำหรับการเป็สิทธิที่แท้จริงนั้นยังอีกห่างไกล
เอาละวันนี้มีการบรรยายหัวข้อเกี่ยวกับกระบี่และทักษะนักสู้ เพื่อป้องกันตัวเองต่ออันตราย จากภายนอกนิกาย
พื้นฐานกระบี่
กระบี่นั้นมีกำเนิดมาั้แ่โบราณาแล้วมันเป็ศาสตราวิถีเซียน มีผู้ฝึกตนท่านหนึ่ง้าไปที่ป่าิญญาเพื่อนำสมุนไพรทำยาอายุวัฒนะ ในสมัยนั้นการใช้ธนู การใช้หอก การใช้มีดสั้น ไม่สามารถถางป่าิญญาเพื่อไปหายยาสมุนไพรได้
พวกเ้าสังเกตเห็นไหมว่ากระบี่นั้นมีด้ามที่สั้นและความคมยาว 2 ด้าน ประโยชน์เช่นนี้แล ผู้ฝึกตนท่านนั้นจึงประดิษฐ์กระบี่ขึ้นมาถึงปัจจุบัน และความหนาแน่นของป่าิญญาหายไปบ้างแล้วเมื่อหลายพันปีก่อน
กระบี่จึงเป็เครื่องมือเอนกประสงค์ใช้มายังจนถึงปัจจุบันนี้ องค์ความรู้ที่สืบทอดมาจนเกิดวิถีแห่งกระบี่ขึ้น จนเราสามารถพัฒนาเป็กระบี่บินได้ปัจจุบันนี้
ต่อไปข้าจะแสดงท่าพื้นฐาน
ฟันตรงผ่าศัตรู
ฟันข้างขจัดอุปสรรค
ฟันเฉียงเริ่มต้นแห่งการพลิกแพลง
นี่คือพื้นฐานของปฐมกระบี่ มันอาจจะดูง่ายแต่มันก็แฝงไปด้วยเจตนา
เอาละสำหรับลูกศิษย์ที่ไม่ประสงค์จะเรียนกระบี่นิกายของเราก็มีอิสระ พวกเ้าสามารถนำแต้มคะแนนบุญเพื่อไปแลกเคล็ดวิชาจากหอตำราลอยฟ้าขอปรมาจารย์เยี่ย หนานได้ สำหรับการค้นหาอุปกรณ์ที่พวกเ้า้าให้ไปที่เกาะลอยฟ้าปรับแต่งอาวุธ
วันนี้เป็โอกาสที่ดีและเหมาะสม เป็การสาธิตการต่อสู้จากศิษย์พี่ของพวกเ้า
ขอแนะนำตัวจากทางซ้าย ฉงเหม่ย ผู้ใช้ลูกตุ้มโซ่หม้อยายามเช้า จากเกาะนักเล่นแร่แปรธาตุ
ผูหยวน อาวุธคือหอกหงส์ขาว อันซิ่ว ผู้ใช้กระบี่ ฝานปิง ผู้ใช้กระบี่
ศิษย์พี่ทั้งสีคนนี้ อยู่ขอบเขตก่อกำเนิดปราน เขาจะสาธิตการจำลองการต่อสู้ให้ชม เพื่อให้พวกเ้ามีแนวทางในการตัดสินใจ เลือกอาวุธหล่อเลี้ยงมันเป็ของตัวเอง
คู่แรกเป็ ผู้ใช้ลูกตุ้มโซ่หม้อยายามเช้า จากเกาะนักเล่นแร่แปรธาตุ กับ อันซิ่ว ผู้ใช้กระบี่
นั่นศิษย์พี่ฉงเหม่ยนี่ ! พวกเรายังไม่ค่อยได้มีโอกาสได้พบเห็นเธอมากนัก
นั่นนางฟ้าใช่หรือไม่ ! ยิ่งใหญ่อลังการยิ่งนัก!
ข้าพเ้าไม่รู้มาก่อนว่าศิษย์พี่หญิงคือนางฟ้า!
เธอแต่งกายด้วยชุดเสื้อคลุมยาวนิกายเต๋าสีชมพูสดใส คอของเธอดูระหง เนินปทุมถันอันเอิบอิ่ม ราวกับจักรพรรดินีหงส์สีชาดแคว้นศักดิ์สิทธิ์ ผิวพรรณขาวอมชมพูดูเป็ธรรมชาติ กิริยาท่าทางเหมือนราชวงศ์
นั่นเป็เพราะเธอใช้วิชาทางการแพทย์ แสวงหาสมุนไพรล้ำค่ามาประทินผิวกายอยู่เนืองนิตย์
เป็ธรรมดาที่ชายใดและเห็นก็หลงใหลความงามนี้
อีกฝ่ายคือ อันซิ่ว ดรุณีร่างเล็กใช้กระบี่ใหญ่!
เธออายุเท่าไหร่กัน! เธอใช้สิ่งนั้นที่อยู่ที่บนไหล่เธอได้อย่างสมดุลได้อย่างไร !
ผู้คนไม่กล้าพูดถึงเธอมากนะหลังจากได้เห็นกระบี่ขนาดใหญ่ของเธอ ไม่มีใครฆ่าคิดไม่ดีกับเธอเพราะรัศมีอาฆาตออกมาจากตัวเธอจำนวนมาก ซึ่งเป็ผลมาจากความงดงามของ ฉงเหม่ย อย่างแน่นอนบางอย่างที่เธอไม่มี
นับว่าเป็คู่จำลองการต่อสู้ที่น่าสนใจไม่น้อย
เอาล่ะทั้งสองเตรียมพร้อม นี่เป็แค่การจำลองการต่อสู้เท่านั้น ทั้งสองฝ่ายต่างระมัดระวังให้ดี เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขันจัดอันดับ
ค่ะอาจารย์ ทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
เอาล่ะสู้ได้
อันซิ่ว เป็ฝ่ายบุกจู่โจม เธอพุ่งด้วยความเร็วพร้อมดันกระบี่ไปด้านหน้าหมายจะกระแทก ฉงเหม่ย อย่างแรง
ทันใดนั้นฉงเหม่ยด้วยความรวดเร็วเธอใช้ลูกตุ้มเพลิงพิโรธโจมตีแทนการป้องกัน
เสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงการต่อสู้ดังกังวานจนน่าใว่านี่เป็การสู้ของสตรีใช่หรือไม่ เหล่าลูกศิษย์ชายต่างมองดูด้วยความขนลุก
จากจักรพรรดินีกลายเป็นางปีศาจร้าย จากสาวโลลิตัวน้อยกลายเป็คนเถื่อนแดนรกร้าง
สิ่งนี้ทำให้จินตนาการได้ถึงสัตว์ร้าย 2 เผ่าพันธุ์สู้กัน
ระหว่างการต่อสู้ของสองสาวนั้นในการหดเก่งกล้ามเนื้อเผยให้เห็นเส้นเืและกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่ซ่อนไว้ภายใต้ความงามของเธอ
กลุ่มคนที่เฝ้าดูการบรรยายไม่ส่งเสียงใดๆอีกต่อไป ไม่มีแต่เสียงการปะทะกันของอาวุธทั้ง 2 ชนิด
ในภายภาคหน้าเหล่าลูกศิษย์ชายจะต้องยำกินพวกเธออย่างแน่นอนหลังจากได้เกิดเหตุการณ์นั้น ทำให้เขาต้องปฏิบัติตัวอย่างสุภาพต่อหน้าสตรีเหล่านี้ในนิกาย นี่เป็สิ่งที่คนในนิกายจำเป็ก็ต้องเรียนรู้