20 (2-2)
ตอนที่26 เซี่ยหลู่เฟิงสาหัส
เงาร่างของยอดฝีมือผู้คุมสนามไสววูบกระโจนขึ้นมาพยายามหยุดยั้งคมมีดสั้นในมือของเซียถงชั่วเสี้ยวพริบตาทว่าน่าเสียดายนัก ทุกอย่างกลับสายเกินไป จางเสวี่ยถูกคมมีดกรีดแทง ลากยาวเป็แผลฉกรรจ์อีกสายหนึ่งบนแก้มของนาง
ซึ่งคราวเซียถงมิได้ปราณีดั่งคราก่อนหน้าออกแรงกรีดลึกจนเห็นกระดูกโหนกแก้มขาวปรากฎ จางเสวี่ยหรงที่เห็นเืสดพวยพุ่งออกจากใบหน้าทะลักไหลถึงกับกรีดร้องลั่นเสียสติ รีบวิ่งหนีลงสนามไปยิ่งกว่าเป็บ้า
รอยแผลที่เกิดจากคมมีดถึงสองจุดมันทำให้ใบหน้าของนางพังโดยสิ้นเชิง
เซียถงเหลือบสายตามองยอดฝีมือผู้คุมสนามคนนั้นก่อนจะก้าวแช่มเดินลงสนามลง ประดับพร้อมท่าทางอันเย็นะเืไม่เสื่อมคลาย
ร่างหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเฝ้ามองภาพฉากเหตุการณ์ไป๋หลี่เย่หรี่ตามองแผ่นหลังของเซียถงที่กำลังเดินทิ้งห่างจากออกไปไกลมิสามารถจินตนาการคาดเดาออกเลยสักนิด ความแข็งแกร่งของนางอยู่ในระดับชั้นใดกันแน่? ไฉนถึงสามารถดับสังหารอสูรหมาป่า์ได้ภายในหนึ่งกระบวนท่า!?
ณโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออก ปรากฏชายชุดดำสวมหน้ากาก กำลังเฝ้ามองร่างของเซียถงที่ลาจากทิ้งทวนฝูงชนออกไปท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนพลางเล่นกับจอกสุราภายในมือ หันไปเอ่ยถามผู้ใต้บัญชาของตนที่นั่งถัดไปว่า
“ถึงกับสังหารอสูรหมาป่า์ได้ไม่ยากเย็นโม่ซวน เ้าบอกได้หรือไม่ว่า ขุมพลังที่แท้จริงของนางแข็งแกร่งปานใด?”
“ข้าน้อยกลับมิทราบขุมพลังความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนาง กลับไม่สามารถหยั่งรู้ได้เลย”
โม่ซวนขมวดคิ้วย่นเล็กน้อยขานตอบด้วยความเคารพ
“ไม่สามารถหยั่งรู้ได้งั้นรึ?”
ไป๋หลี่หานเอ่ยทวนคำพูดประโยคนี้ของโม่ซวนซ้ำไปเวียนมาสักพักหนึ่งรอยยิ้มแฝงนัยปราดปรากฏภายใต้หน้ากาก
“ข้าไม่รู้เลยว่านางจะสร้างเื่ประหลาดใจอันใดให้อีก?”
เซียถงเดินออกไปจากสนามและเป็อิ๋งเอ๋อร์ที่รีบวิ่งมากอดนางโดยไว
“คุณหนู!คุณหนูไม่เป็อะไรใช่หรือไม่? ข้ากลัวแทบตาย!”
ภาพฉากดั่งโศกนาฏกรรมโชกชโลมเืยังคงตราตรึงอยู่ในใจนางไม่หายแวบแรกอิ๋งเอ๋อร์หลงคิดไปเสียด้วยซ้ำว่า คุณหนูจะโดนอสูรหมาป่าตนนั้นขย่ำตายแล้ว
สังเหตเห็นสีหน้าอิ๋งเอ๋อร์ดูซีดเซียวปานนั้นแถมใบหน้ายังเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เซียถงก็ตระหนักได้ทันทีว่า อีกฝ่ายกำลังหวาดกลัวอยู่จริงๆจึงยิ้มบางยิงคำถามสวนกลับไปว่า
“เห็นคุณหนูของเ้าอ่อนปวกเปียกขนาดนั้นเชียว?”
“ไม่เ้าค่ะ!ไม่เลยเ้าค่ะ! คุณหนูของข้าแข็งแกร่งปานใดผู้คนทั่วสนามแห่งนี้ย่อมเป็ที่ประจักษ์!”
อิ๋งเอ๋อร์ส่ายศีรษะสั่นระรัวรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าขึ้นทำความสะอาดใบหน้าที่เปื้อนชโลมเืชุ่มของเซียถงกวาดสายตาขึ้นลงอยู่สองสามคราและเอ่ยขึ้นเจือแววกังวลว่า
“คุณหนูท่านได้รับาเ็สาหัสปานใดกัน? เลือกออกเยอะมากเลยเ้าค่ะ!”
“หื้ม? นี่มันเืของอสูรหมาป่าทั้งนั้น หาใช่เืของข้าไม่”
เซียถงส่ายหน้า พลางจับจ้องไปที่รอยเืบนร่างกายที่เริ่มแห้งกรากแข็งหากจะกล่าวถึงที่มาที่ไปว่าเืทั่วร่างของนางมาจากไหนคงต้องเล่าย้อนไปถึงตอนที่ยกคมมีดสั่นปักขากรรไกรของอสูรหมาป่ายังไม่รวม่ที่กระหน่ำแทงปากมันไม่หยุดตอนนั้นกระมังที่เืสาดกระเซ็นทะลักล้นอาบร่างของนาง
“คุณหนู...ท่านไม่ใช่มนุษย์แล้วกระมัง?ทรงพลังมากเลยเ้าค่ะ!”
อิ๋งเอ๋อร์จับจ้องคุณหนูตรงหน้าประกายตาที่เปล่งปลั่งเต็มไปด้วยความชื่นชม
ได้ยินแบบนั้นมุมปากเซียถงกระตุกยิ้มเชิดขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จะกำลังชักชวนพาอิ๋งเอ๋อร์กลับบ้านทันใดนั้นพลันได้ยินสุ้มเสียงของบรรดาฝูงชนโหมดังกระหึ่มขึ้น ณ ทิศทางหนึ่งะโพร้อมกันว่า
“หลัวซี! หลัวซี!”
ถัดจากสนามหมายเลขสามคือสนามหมายเลขสี่ ซึ่งเซียถงเองก็จำได้ด้วยว่าวันนี้เซียหลู่เฟิงมีนัดประลองในสนามดังกล่าว ความสนอกสนใจพลันบังเกิด เดินตรงเข้าไปดูสถานการณ์ในสนามดังกล่าวทันที
หลัวซีสะบัดรอยเืในมือทิ้งไปกำลังยืนโค้งศีรษะให้แก่ฝูงชนโดยรอบบนใจกลางสนามประลองบนใบหน้ายังคงประดับประดาไปด้วยรอยยิ้ม แต่งตัวในชุดผ้าไหมสีขาวทุกอากัปกิริยายังเป็สง่าดังเดิมไม่เปลี่ยน
ถัดจากเขามา ปรากฏเป็ร่างของชายคนหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นได้รับาเ็สภาพสาหัส
เพียงปราดสายตาวูบหนึ่งเซียถงพึงทราบทันที ชายผู้นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากเซียหลู่เฟิงที่นอนแผ่ร่างอยู่บนพื้น เห็นเป็เช่นนั้น นางรีบะโขึ้นสนามออกจากฝูงชนวิ่งเข้าไปประคองศีรษะของอีกฝ่ายขึ้นมาดูอาการ
“พี่ใหญ่ เป็อย่างไรบ้าง?”
พอพินิจสายตามองลงบนร่างของเซี่ยหลู่เฟิงก็พบดอกกุหลาบสีแดงปักอยู่ฝั่งซ้ายหน้าอก เฉียดตำแหน่งหัวใจไปนิดเดียวเท่านั้นสีหน้าซีดเซียว ดูเวทนาไม่น้อยเลยจริงๆ
“ข้าไม่เป็อะไร”
เซี่ยหลู่เฟิงฝืนยิ้มส่งมอบแก่นางพยายามลุกขึ้นด้วยตัวเองและประสานมือต่อหน้าหลัวซี กล่าวว่า
“หลัวซีเ้าฝีมือแกร่งกล้ายิ่งแล้ว ขอบพระคุณที่ปราณี ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี”
หากมิใช่เพราะหลัวซีเมตตาปานนี้กุหลาบสีแดงดอกนั้นคงปักทะลุขั้วหัวใจเขาไปนานแล้ว
ชั่วจังหวะที่เซี่ยหลู่เฟิงเปิดช่องโหว่จนนำมาสู่ความพ่ายแพ้นั้นดอกกุหลาบในมือของหลัวซีที่พุ่งเข้าใส่ หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางกะทันหันจากที่มีเป้าหมายเป็หัวใจ กลับเบี่ยงไปยังจุดที่ไม่เป็อันตรายถึงชีวิตแทน
“ต่อให้เ้าไม่ยอมแพ้ข้าเองก็ไม่คิดทำร้ายเ้าต่อเช่นกัน”
หลัวซีส่งยิ้มออกไปเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่า เขาเองก็ค่อนข้างเคารพคู่แข่งอย่างเซี่ยหลู่เฟิงเช่นกันเพราะถึงแม้ก่อนหน้านี้ เซี่ยหลู่เฟิงจะถูกต้อนจนาเ็สาหัสเพียงใดแต่ชายคนนี้ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้เลยสักเสี้ยวอึดใจเดียว คนที่จิตใจหาญกล้ายอมตายแต่ไม่ยอมแพ้อย่างไร้ศักดิ์ศรี ฝืนตัวเองจนถึงที่สุดเช่นนี้หลิวซีรู้สึกชื่นชมจากใจจริง
สายตาคู่นั้นของเขาเคลื่อนหยุดไปที่เซียถงพอเห็นเนื้อตัวของหญิงสาวนางนี้เต็มไปด้วยเื หลัวซีก็ขมวดคิ้วย่นขึ้นเล็กน้อยประกายดวงตาทอแววเศร้าสร้อยอยู่หนึ่งส่วน
“หลัวซี ในภายภาคหน้า ข้าจะตั้งใจบำเพ็ญตบะให้จงดีและพัฒนาความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป จนถึงวันนี้ ข้าจะมาขอท้าประลองกับเ้าอีกสักครา”
เซี่ยหลู่เฟิงประสานมือกล่าวกับอีกฝ่าย
“ยินดีต้อนรับเสมอ”
หลัวซียิ้มตอบเพียบพร้อมมารยาททว่าสายตาของเขายังคงหยุดอยู่บนร่างของเซียถงไม่คลายอ่อน
หญิงสาวนางนี้รูปร่างโฉมสะครวญสง่างามสมบูรณ์แบบยิ่งนิสัยอารมณ์สุขุมเยือกเย็นไม่เหมือนใครคนอื่น แต่น่าเสียดายนักที่ใบหน้าของนาง...
เซียถงเหลือบมองอีกฝ่ายวูบหนึ่งพอจะคาดเดาได้ว่า อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ สุดท้ายนี้ไม่ปริปากพูดจาใดๆและประลองร่างเซี่ยหลู่เฟิงเดินลงจากสนามไป
“เดี๋ยวก่อน”
หลัวซีะโไล่หลังเรียกให้เซียถงหยุดพอนางหันหลังย้อนกลับหา ก็มีขวดโอสถสีขาวลอยล่องโยนมาหา นางยกมือคว้าออกไปดังหมับเข้ามืออย่างแม่นยำ
“นี่เป็โอสถวิเศษสำหรับรักษาาแโดยเฉพาะทาให้พี่ชายของเ้าวันละครั้ง ต่อเนื่องตลอดสามวัน แล้วาแเ่าั้จะหายเอง”
หลัวซีส่งยิ้มให้นาง
“ขอบพระคุณ”
เซียถงพยักหน้าให้เบาๆแม้ชายผู้นี้จะดูหลงตัวเองชนิดกู่ไม่กลับ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าปวดหัวอย่างที่เคยคิดไว้
เดินทางกลับเข้าจวนเสนาบดีเซียถงหยิบขวดโอสถวิเศษออกมาให้บ่าวรับใช้ เพื่อนำไปทาให้เซี่ยหลู่เฟิงาแจะได้ฟื้นตัวได้เร็วๆ จากนั้นค่อยย้อนเข้าเรือนพักขอตนเองพอมาถึงนางก็พบเซี่ยอี้เฉินที่กำลังยืนรออยู่ในลานหน้าบ้าน
“ถงเอ๋อร์ ข้าได้ยินมาว่าในศึกประลองวันนี้เ้าไปให้ทำใบหน้าของบุตรสาวแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วต้องเสียโฉมงั้นรึ?”
เซียอี้เฉินเดินตรงปรี่เข้าหานางเอ่ยถามด้วยสีหน้าตึงเครียด
“หากใช่แล้วอย่างไร?”
เซียถงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งจ้องมองอีกฝ่ายราวกับมีปัญหา