หนิงผานอยากไปเรียนศิลปะการต่อสู้ตอนแรกเขาคิดว่าเจียงหงหย่วนจะไม่เห็นด้วยจึงแค่ลองถามดูคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วย ทั้งยังไม่ถามกระไรเขาสักคำ
คิดไม่ถึงอีกว่าจะยอมให้เขาพาน้องสาวไปด้วย
ตอนนี้ กลายเป็นตัวเขาเองที่รู้สึกเกรงใจ
“เกอเกอ ข้าจะไปกับท่านข้าก็อยากเรียนต่อสู้ โตแล้วจะได้ปกป้องเกอเกอ ตอบแทนเหล่าเหยียและไท่ไท่เหมือนท่าน”
จุ้ยเอ๋อร์เห็นหนิงผานไม่ตอบก็อ้อนวอนต่อ “เกอเกอท่านให้ข้าตามไปด้วยเถิด ข้ามีวรยุทธ์แล้วจะได้ไม่โดนแม่เลี้ยงจับนางจะได้รังแกข้าไม่ได้”
“ขอบคุณเหล่าเหยียขอรับ!” เด็กหนุ่มคุกเข่าลงพื้นดัง ‘ตุบ’ คำนับศีรษะให้เขาสามครั้ง
“ดูแลน้องสาวเจ้าให้ดี” เจียงหงหย่วนพูด
“ขอรับ” หนิงผานตอบกลับเข้าห้องไปหยิบห่อผ้าแล้วพาจุ้ยเอ๋อร์ไปบอกลาเจียงหงหย่วนกับหลินหวั่นชิว
“เขาจะออกเดินทางไปเรียนต่อสู้?” หลินหวั่นชิวเพิ่งถามเวลานี้
เจียงหงหย่วนไม่ปิดบังหลินหวั่นชิว “อืมเรียนกลับมาแล้วจะได้เป็นองครักษ์ให้พวกเรา”
หลินหวั่นชิวไม่จริงจังกับเรื่องนี้วรยุทธ์ไม่ได้ฝึกแค่วันสองวันแล้วจะเป็น กว่าหนิงผานจะเรียนกลับมา ลูกนางอาจโตจนเดินไปซื้อซีอิ๊วได้แล้ว
ถุยๆ ลูกกระไร!
หลินหวั่นชิวได้สติ นางคิดด่าตัวเองในใจ ความคิดของนางคงผิดปกติเพราะอยู่กับบุรุษหน้าไม่อายนี่มานาน
“ไม่รู้ว่าบ้านเหล่าหลินคิดจะกระทำสิ่งใดเมื่อครู่หลินซย่าจื้อมาเล่นบทพี่น้องกับข้า เชิญพวกเราไปกินข้าวที่บ้าน”
เจียงหงหย่วนพูดแบบไม่ต้องคิด “เช่นนั้นพวกเราก็ไป ดูว่าพวกเขาจะเล่นลูกไม้กระไรกันแน่”
“อืม” หลินหวั่นชิวตอบทว่านางกลับเงยหน้าจ้องตาเจียงหงหย่วน
เจียงหงหย่วนโดนนางจ้องจนทำตัวไม่ถูก “เหตุใดกัน ต้องการข้าหรือ?”
หลินหวั่นชิวพูดยิ้มๆ “ข้าได้ยินลุงหวางบอกว่าข้าทาสที่ซื้อขายมาไม่มีคุณสมบัติเป็นภรรยาที่ดี”
แววตาเจียงหงหย่วนมืดลงเมื่อได้ยินดังนั้นมีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น
“เหตุใด หย่วนเกอคิดจะเลี้ยงข้าทาสแล้วค่อยแต่งภรรยาที่เหมาะสมคู่ควรอีกคนหรือ?” นางพูดแล้วก็รู้สึกไม่ดีเสียเอง
“กลัวข้าไม่แต่งกับเจ้า?”
“ผู้ใดจะอยากแต่งกับท่านกัน!”
“แต่งไม่แต่งเจ้าก็เป็นสตรีของข้าทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติหน้าหน้าด้วย!”
“ใช่ ก็ข้าถูกท่านซื้อมานี่นาใช้หมูป่าซื้อ ทั้งยังเขียนใบสัญญาด้วย” หลินหวั่นชิวพูดแล้วก็น้ำตาร่วงเสียแรงที่นางอุตส่าห์คิดว่าเขาดีกับนาง
ทว่าซื้อนางกลับมานานขนาดนี้แต่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับนาง
ภรรยาตัวน้อยแต่น้ำตาร่วงเจียงหงหย่วนก็ลนลานทันที
“เหตุใดเจ้าถึงร้องไห้ ต่อให้เจ้าร้องไห้จนตายก็ยังเป็นสตรีของข้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” เจียงหงหย่วนทั้งลนลานทั้งโมโห ภรรยาตัวน้อยรังเกียจเขาไม่อยากเป็นสตรีของเขา
“ใช่ ข้าเป็นสตรีของเจ้าต่อให้ตายก็ยังใช่ แต่ข้าไม่ใช่ภรรยาที่แต่งอย่างถูกต้องตามประเพณีของท่าน เมื่อท่านแต่งภรรยาเอกแล้วข้ายังต้องรับใช้นางอีก! ท่านคงคิดเช่นนี้ใช่หรือไม่? ข้าจะบอกกระไรให้นะเจียงหงหย่วนฝันไปเถิด! เลิกคิดได้เลย ข้า…ต่อให้ข้าตายก็ไม่ยอมเป็นอนุ!”
น่าโมโหจริงๆ!
ถึงได้มีคนบอกว่าบุรุษส่วนใหญ่เป็นขาหมูพึ่งพาไม่ได้สักคน!
หลินหวั่นชิววิ่งร้องไห้เข้าไปในบ้านไม้เพราะนอกจากที่นี่แล้ว นางไม่มีที่อื่นให้ไปอีก
เข้าไปเสร็จก็ลงกลอนประตูย่อตัวนั่งร้องไห้บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
นางไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดถึงเสียใจขนาดนี้น้ำตาไหลไม่หยุด ไหลบ่าราวกับอ่างเก็บน้ำที่แตก
เจียงหงหย่วนเพิ่งจะปะติปะต่อเรื่องได้ว่าเหตุใดภรรยาตัวน้อยถึงร้องไห้ที่แท้ภรรยาตัวน้อยก็ไม่ได้ไม่อยากแต่งกับเขา แต่กลัวเขาไม่แต่งกับนางต่างหาก
บุรุษร่างบึกบึนคิดได้ดังนั้นก็ดีใจมาก
แต่พอได้ฟังเสียงร้องไห้ของภรรยาตัวน้อยก็ปวดใจมากเช่นกัน
เขาตบหน้าตัวเอง ผู้ใดใช้ให้ปากเจ้าพูดไม่เป็นกัน
“เปิดประตูถ้าไม่เปิดข้าจะถีบแล้วนะ!” เจียงหงหย่วนออกแรงดันประตูไม้กระท่อมที่สร้างขึ้นชั่วคราวหลังนี้ทำได้แค่บังลมบังฝน ไม่ได้แข็งแรงมากนักถูกเจียงหงหย่วนผลักจนส่ายไปมา
หลินหวั่นชิวกลัวตัวเองถูกบ้านถล่มฝังอยู่ด้านในต้องยอมเปิดประตูออก
แต่เพิ่งเปิดประตูก็ถูกรวบเข้าอ้อมกอดอบอุ่นแผงอกแข็งกระแทกใส่จนนางรู้สึกเจ็บหน้าอก
“กลัวข้าไม่แต่งกับเจ้า?”
“ผู้ใดจะไปอยากแต่งกับท่าน!” ร่างกายท่อนบนของหลินหวั่นชิวถูกเขากอดแน่นจนขยับไม่ได้จึงยกเท้าเตะแทนเจียงหงหย่วนยืนนิ่งให้นางระบายอารมณ์โดยไม่ขยับเขยื้อน
“ตอนแรกข้าจะไปทำทะเบียนสมรสที่ที่ว่าการอำเภอก่อนพวกเราเข้าห้องหอแต่ในเมื่อเจ้ากลัวข้าไม่แต่งกับเจ้า เช่นนั้นข้าจะไปทำพรุ่งนี้เลย!”
คนชนบทแต่งงานกันจะไม่ไปทำทะเบียนสมรสที่ที่ว่าการอำเภอถ้ามีเงินก็จัดงานเลี้ยง ไม่มีเงินก็พากันกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านได้เลย
การทำใบทะเบียนสมรสเป็นเรื่องของครอบครัวคนรวยที่พิถีพิถันคนจนไม่ยอมเสียเงินและเวลาไปที่ว่าการอำเภออยู่แล้ว
และก็ด้วยเหตุนี้เจียงหงหย่วนจึงไม่ได้เอาเรื่องทะเบียนสมรสมาใส่ใจ
คิดไม่ถึงว่าภรรยาตัวน้อยจะมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้
“เจ้าไม่ใช่ทาส เจ้าเป็นภรรยาข้า! อีกอย่างเจ้าเองก็ไม่ได้ถูกซื้อนั่นเป็นแผนที่ข้าใช้พาเจ้าออกจากบ้านเหล่าหลินต่างหาก สัญญาขายตัวข้าก็ให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือเจ้าฉีกทิ้งไปเสีย ไม่ใช่สัญญาทางการจากที่ว่าการเสียหน่อย แค่ฉีกทิ้งก็ไร้ประโยชน์แล้ว!”
เจียงหงหย่วนรู้สึกว่าการปลอบภรรยาตัวน้อยเหนื่อยกว่าการล่าเสือมากเรียกว่าเป็นงานหนักเลย
ความเจ็บที่ส่งมาทางขาหยุดลงหลังจากที่เขาพูดเช่นนี้ภรรยาตัวน้อยไม่เตะเขาแล้ว
“ไม่โกรธแล้วหรือ?” เจียงหงหย่วนปล่อยนางออกเล็กน้อย
ภาพใบหน้าที่มีน้ำตานองของภรรยาตัวน้อยตกสู่สายตาท่าทีที่ดูน่าสงสารช่างดึงดูดใจยิ่งนัก
บุรุษบึกบึนอดกลืนน้ำลายไม่ได้
“ผู้ใดโกรธกัน?” หลินหวั่นชิวไม่ยอมรับ สตรีที่กำลังมีความรักไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว เหตุใดนางต้องให้เหตุผลกับเจียงหงหย่วนด้วย?
ความจริงแล้ว บุรุษที่กำลังมีความรักก็ไม่มีเหตุผลเช่นกัน
เจียงหงหย่วนที่ไม่มีเหตุผลก้มหน้าลงจูบปากภรรยาตัวน้อยกัดปากนางให้เปิดออกเพื่อรุกล้ำเข้าไป
หลินหวั่นชิวถูกจูบอย่างฉับพลัน สมองนางหยุดความคิดทั้งหมดถูกบุรุษบึกบึนลิ้มรสริมฝีปากจนพอใจเสร็จ ร่างการนางก็อ่อนระทวยในอ้อมแขนเขา ยืนทรงตัวแทบไม่อยู่
เจียงหงหย่วนจูบภรรยาตัวน้อยจนสติเริ่มเลือนรางก็ปล่อยริมฝีปากนางเป็นอิสระค่อยๆ จูบซับน้ำตาที่มีรสเค็มบนใบหน้านางทีละนิด ทั่วใบหน้ามีแต่คราบน้ำตาเปียกชื้นแสดงให้เห็นว่าภรรยาตัวน้อยเสียใจมากเพียงใด
และเห็นได้ว่าภรรยาตัวน้อยใส่ใจเขาขนาดไหนเช่นกัน
วินาทีนี้ หัวใจเจียงหงหย่วนเต็มอิ่มจนแทบล้นออกมาเขาอยากจะบดขยี้และกลืนกินนางเข้าไป
“วันหลังอย่าร้องไห้อีกเจ้าร้องแล้วข้าปวดใจยิ่งนัก” เขาพูดพึมพำอย่างไม่มั่นใจหลินหวั่นชิวใบหน้าแดงก่ำและยิ้มออกมา
“ถ้าท่านแกล้งข้า ข้าก็จะร้องไห้ร้องไห้ให้เจ้าปวดใจตายไปเลย!” แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้
“เช่นนั้นข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว” เจียงหงหย่วนยอมอ่อนข้อทันที
หลินหวั่นชิวพูดข้อเรียกร้องของตัวเองต่อ “ห้ามมีสตรีนางอื่นหากวันหน้าท่านมีสตรีอื่นใด ข้าจะไปจากท่านทันที ต่อให้มีลูกแล้วข้าก็จะพาลูกไปด้วย!”
คราวนี้เจียงหงหย่วนไม่ได้ตอบทันทีเขาจ้องหลินหวั่นอยู่นานก่อนจะพูดเสียงแหบว่า “อยากมีลูกให้ข้าแล้วหรือ?”
หลินหวั่นชิวหงุดหงิดในใจ คิดกระไรของนางจะจากก็จากไปเสีย เอาเรื่องลูกมาพูดเพราะเหตุใด?
แม่นางตัวน้อยไม่รู้ตัวเลยว่านางมองว่าการมีลูกกับเจียงหงหย่วนเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว