ท่ามกลางเศษซากความพินาศของป่าหินในเขตแดนา ร่างัั์สีน้ำเงินครามขนาดสามพันเมตรนอนหมอบราบอยู่กับพื้น ลมหายใจรวยริน ร่างกายสั่นเทาด้วยความเ็ปจากการถูกกระทืบด้วย "กฎแห่งความหนักหน่วง" จนกระดูกทั่วร่างแทบแหลกเหลว
อัศวเทพ สุริยัน ยืนเหยียบอยู่บนจมูกของัั์ด้วยท่าทางของผู้ชนะ เขายกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมา กัดที่ปลายนิ้วเบาๆ จนมีเืสีทองไหลซึมออกมา เืนั้นไม่ได้หยดลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แต่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ย่อส่วนที่กำลังแผดเผา
"จงเปิดจิติญญาของเ้าออก" สุริยันสั่งเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นแฝงอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน
หลง ชิงเทียน ในร่างัไม่มีทางเลือก ดวงตาัขนาดใหญ่ที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาค่อยๆ คลายการป้องกันทางจิติญญาลง เผยให้เห็น "แก่นแท้แห่งิญญาั" ที่มีรูปร่างคล้ายัตัวเล็กๆ สีโปร่งแสงที่สั่นกลัวอยู่ภายในสมอง
สุริยันตวาดนิ้ว วาดอักขระโบราณกลางอากาศด้วยเืสีทอง อักขระเ่าั้บิดเบี้ยวและซับซ้อนเกินกว่าที่ความรู้ในยุคปัจจุบันจะเข้าใจได้
"ตราประทับทาสจักรวาล : สัญญานิรันดร์"
อักขระเืพุ่งเข้าไปประทับลงบนหน้าผากของแก่นิญญาัทันที!
"อ๊ากกกกกก!!"
หลง ชิงเทียนกรีดร้องลั่น จิติญญาของเขารู้สึกเหมือนถูกไฟนรกแผดเผา ตราประทับนั้นไม่ได้อยู่แค่ผิวเผิน แต่ฝังรากลึกลงไปผสานกับเส้นชีวิตและโชคชะตา หากสุริยันตาย เขาต้องตายตาม หากเขาคิดคดทรยศ ิญญาจะแตกสลายกลายเป็ผุยผงทันที แต่ในทางกลับกัน หากสุริยันแข็งแกร่งขึ้น เขาจะได้รับอานิสงส์แห่งพลังนั้นด้วย
เมื่อแสงสว่างจางลง ความเ็ปก็หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึก "ยอมจำนน" ที่เกิดขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจ หลง ชิงเทียนรู้สึกว่าชายหนุ่มชุดขาวตรงหน้าคือพระเ้าที่เขามิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ในความคิด
"นายท่าน..." หลง ชิงเทียน เอ่ยเสียงแ่เบา ร่างัั์ค่อยๆ หดเล็กลง แสงสว่างวาบขึ้น เปลี่ยนร่างกลับเป็มนุษย์หนุ่มรูปงามที่มีเขาบนหัว แต่สภาพตอนนี้เสื้อผ้าฉีกขาด ร่างกายเต็มไปด้วยเืสีน้ำเงินและรอยฟกช้ำ
สุริยันมองดูสภาพลูกน้องคนใหม่ด้วยสายตาตำหนิเล็กน้อย
"สภาพดูไม่ได้... อ้าปาก"
สุริยันดีดวัตถุทรงกลมสีดำเม็ดหนึ่งเข้าปากหลง ชิงเทียน มันคือ "โอสถแก่นโลหิต" ที่เขาเพิ่งกลั่นสดๆ จากแก่นอสูรพยัคฆ์เกราะศิลาที่ฆ่าไปก่อนหน้านี้ ผสานกับเคล็ดวิชาแปรธาตุเฉพาะตัว
ทันทีที่กลืนลงไป ดวงตาของหลง ชิงเทียนก็เบิกกว้าง พลังปราณร้อนระอุะเิในท้อง ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรดุจแม่น้ำเชี่ยวกราก าแฉกรรจ์ตามร่างกายสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เกล็ดัที่แตกหักงอกขึ้นใหม่และดูเงางามแข็งแกร่งกว่าเดิม!
"นี่มัน... โอสถอะไรกันขอรับ? ประสิทธิภาพมันเหนือกว่าโอสถทิพย์ระดับสูงสุดของตระกูลข้าเสียอีก!" หลง ชิงเทียนอุทานด้วยความตกตะลึง
"แค่ของเล่นที่ข้าทำขึ้นมั่วๆ จากซากขยะ" สุริยันตอบปัดๆ "เอาล่ะ แปลงร่างเป็ัซะ แต่ไม่ต้องใหญ่เทอะทะขนาดนั้น เอาแค่หนึ่งร้อยเมตรพอ ข้าจะไปที่ 'หุบเหวดาราตก'"
"หุบเหวดาราตก?" หลง ชิงเทียนหน้าซีดเผือด "นายท่าน... ที่นั่นมันเป็เขตอันตรายระดับสีแดง! มีสัตว์อสูรระดับ 'จิติญญา์ะ' (หนึ่งร้อยยุค) อาศัยอยู่มากมาย แม้แต่ท่านพ่อข้ายังไม่กล้าเข้าไปลึก! แรงโน้มถ่วงที่นั่นรุนแรงกว่าที่นี่นับสิบเท่า!"
"พูดมาก" สุริยันะโขึ้นไปยืนบนอากาศ รอให้หลง ชิงเทียนแปลงร่าง "ข้าไม่ได้ถามความเห็นเ้า แต่ข้าสั่ง"
ัหนุ่มกัดฟัน จำใจคืนร่างเป็ัขนาดกลาง ให้สุริยันยืนบนหัว แล้วพุ่งทะยานออกไปสู่ทิศทางที่มืดมิดที่สุดของเขตแดนา
...
การเดินทางในเขตแดนานั้นอันตรายทุกฝีก้าว แรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยวทำให้การบินต้องใช้พลังปราณมหาศาลตลอดเวลา หลง ชิงเทียนบินไปได้เพียงครึ่งชั่วยามก็เริ่มหอบลิ้นห้อย
สุริยันยืนเอามือไพล่หลังบนหัวั ส่ายหัวเบาๆ
"เ้าบินโง่ๆ แบบนั้นก็เหนื่อยตายเปล่า... อย่าต้านแรงโน้มถ่วง จงเป็ส่วนหนึ่งของมัน"
"ทำยังไงขอรับนายท่าน?"
"ถ่ายเทปราณไปที่เกล็ดใต้ท้อง ปรับความหนาแน่นของร่างให้ใกล้เคียงกับอากาศรอบข้าง แล้วใช้วิธี 'สไลด์' ไปบนคลื่นแรงดึงดูด เหมือนปลาที่ว่ายตามกระแสน้ำ ไม่ใช่ว่ายทวนน้ำ"
เมื่อหลง ชิงเทียนลองทำตามคำชี้แนะ เขาก็ต้องตกตะลึง ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นสามเท่า แต่ใช้พลังงานลดลงกว่าครึ่ง! ร่างกายัแหวกว่ายผ่านอากาศหนาทึบได้อย่างลื่นไหล
"นายท่าน... ท่านเป็ใครกันแน่? ความรู้ระดับนี้แม้แต่บรรพชนัยังไม่เคยสอนข้า..." ความเคารพในใจัหนุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะตราประทับบังคับ
ผ่านไปสองชั่วยาม พวกเขามาถึงปากทางเข้า "หุบเหวดาราตก"
ที่นี่คือรอยแยกขนาดมหึมาบนพื้นโลก ที่กว้างใหญ่มหาศาลจนมองไม่เห็นอีกฝั่ง ความมืดมิดเบื้องล่างนั้นลึกจนไร้ก้นบึ้ง มีเพียงแสงดาวจางๆ ลอยขึ้นมาเหมือนหิ่งห้อย กลิ่นอายโบราณและอันตรายแผ่ออกมาจนขนหัวลุก
"หยุดก่อน" สุริยันสั่ง
"มีอะไรหรือขอรับ?"
"มีหนูสกปรกมาก่อนเราแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังแหวกอากาศออกมาจากความมืดข้างทาง
"ประสาทััไวดีนี่... ไม่นึกว่าจะมีคนกล้ามาที่นี่นอกจากข้า แถมยังขี่ัสายเืบริสุทธิ์มาเสียด้วย"
วูบ!
แสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งตัดผ่านมิติมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา ห่างออกไปร้อยเมตร
ปรากฏเป็ชายหนุ่มผมยาวสีเทา สวมชุดคลุมเก่าๆ ที่มีรอยขาดวิ่น สะพายกระบี่ไม้ผุๆ ไว้ที่หลัง ดูภายนอกเหมือนขอทานยากไร้ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้น... คมกริบ จนบาดตา!
พื้นที่รอบตัวชายคนนี้ รอยแยกมิติเล็กๆ ปรากฏขึ้นและหายไปตลอดเวลา ราวกับว่าตัวตนของเขาคือ "ความคม" ที่จักรวาลไม่อาจรองรับได้
หลง ชิงเทียนตัวสั่นเทา "กลิ่นอายนี้... ระดับจิติญญา์ะ (หนึ่งร้อยยุค / หนึ่งมหายุค)!! เขาข้ามผ่านขอบเขตยุคสมัยไปแล้ว!"
ชายผมเทามองมาที่หลง ชิงเทียน แล้วแสยะยิ้มที่มุมปาก "โอ้... ัสายฟ้าสายเืบริสุทธิ์ ข้ากำลังขาดแคลนเอ็นัไปทำสายรัดฝักกระบี่พอดี"
จากนั้นเขาหันไปมองสุริยัน "ส่วนเ้า... เ้าหนูระดับแปดสิบยุค? เป็คนรับใช้เลี้ยงัหรือไง? ทิ้งัไว้ แล้วไสหัวไป ข้า 'เจี้ยน อู๋ิ' (กระบี่ไร้นาม) แห่งสำนักกระบี่์สังหาร วันนี้อารมณ์ดี ไม่อยากฆ่ามดปลวกให้เปื้อนมือ"
[วิเคราะห์สเกลพลัง: ขอบเขตมหายุค]
ระดับ "จิติญญา์ะ" หรือที่เรียกกันว่า "หนึ่งมหายุค" (100 ล้านปี) คือจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ฝึกตน ผู้ที่มาถึงระดับนี้ ไม่ได้แค่สะสมพลัง แต่ได้ "สร้างอาณาเขต" (Domain) ของตัวเองขึ้นมา ในอาณาเขตนั้น กฎของพวกเขาจะเหนือกว่ากฎธรรมชาติ
"เจี้ยน อู๋ิ?" หลง ชิงเทียนอุทาน "หนึ่งในเจ็ดกระบี่คลั่งแห่งยุค! คนบ้าที่ไล่ฆ่าคนไปทั่วจักรวาลเพื่อฝึกวิชา!"
สุริยันยังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยยิ่งกว่าผิวน้ำ
"ทิ้งัไว้?" สุริยันเลิกคิ้วมองชายขอทาน "เ้าคิดว่าเอากระบี่ไม้ผุๆ นั่นมาขู่ข้า แล้วข้าจะกลัวรึ?"
เจี้ยน อู๋ิ หุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็เ็าดุจน้ำแข็ง "กระบี่ผุ? ...เ้าช่างกล้าที่ดูิ่ 'กระบี่ตัดวัฏสงสาร' ของข้า"
"ตายซะ!"
เจี้ยน อู๋ิ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตวัดวาดออกไปเบาๆ
ชวิ้ง!
ไม่มีคลื่นดาบอลังการ ไม่มีแสงสีตระการตา มีเพียง "เส้นด้ายสีดำ" บางๆ เส้นหนึ่งพุ่งแหวกอากาศตรงมาที่คอของสุริยัน
แต่นี่ไม่ใช่เส้นด้ายธรรมดา มันคือ "รอยแยกมิติ" ที่เกิดจากการฟันด้วยความเร็วและความคมระดับที่ตัดผ่านอะตอม! อะไรก็ตามที่ััเส้นนี้ จะถูกแยกออกจากกันในระดับอนุภาค!
"ระวังนายท่าน!!" หลง ชิงเทียนะโ พยายามจะพ่นไฟสกัด แต่เขารู้ว่าไม่ทันการ
"อย่ายุ่ง" สุริยันสั่งเสียงเข้ม
เขาไม่ได้หลบ แต่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาข้างเดียว ปลายนิ้วมีแสงสีทองหม่นๆ ห่อหุ้ม
เคล็ดวิชา : ดัชนีตรึงมิติ
สุริยันจิ้มนิ้วลงไปที่กลางอากาศ ตรงจุดที่เส้นด้ายสีดำกำลังพุ่งเข้ามา
ติ๊ง!
เสียงใสกังวานเหมือนระฆังแก้วดังขึ้น เส้นด้ายมิติสีดำที่คมกริบที่สุด หยุดชะงักอยู่ที่ปลายนิ้วของสุริยัน! มันสั่นระริกเหมือนงูที่ถูกจับหัว พยายามจะตัดนิ้วของสุริยัน แต่ไม่อาจฝ่า "กำแพงความหนาแน่น" ที่สุริยันสร้างขึ้นที่ปลายนิ้วได้
"อะไรนะ!" เจี้ยน อู๋ิ เบิกตากว้างเป็ครั้งแรก "รับ 'เพลงกระบี่ตัดมิติ' ของข้าด้วยนิ้วเปล่า!? เป็ไปไม่ได้! เ้ามีตบะแค่แปดสิบยุค!"
สุริยันสะบัดนิ้ว เส้นด้ายสีดำนั้นก็แตกสลายไป
"วิชากระบี่ของเ้า... เร็วใช้ได้ แต่ 'เจตจำนง' ยังอ่อนหัดนัก" สุริยันวิจารณ์ราวกับอาจารย์สอนศิษย์ "เ้ามุ่งเน้นแต่การ 'ตัด' จนลืมไปว่า ก่อนที่จะตัดสิ่งใดได้ เ้าต้อง 'เข้าใจ' โครงสร้างของสิ่งนั้นเสียก่อน... การตัดมิติโดยไม่เข้าใจมิติ ก็เหมือนลิงที่ถือมีดโกน"
"หุบปาก!!" เจี้ยน อู๋ิ โกรธจัดจนหน้าแดง "อย่ามาสั่งสอนข้า! ข้าคืออัจฉริยะหนึ่งมหายุค! อาณาเขตกระบี่สังหาร!!"
ครืนนนนน!
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป รัศมีสิบลี้รอบตัวเจี้ยน อู๋ิ กลายเป็โลกสีเทา อากาศทุกอณูเปลี่ยนสภาพเป็ "ปราณกระบี่" เล็กๆ นับล้านเล่มที่ลอยคว้างอยู่!
นี่คือ "อาณาเขต" ของระดับจิติญญา์ะ! ในเขตนี้ เจี้ยน อู๋ิ คือพระเ้า!
"ในอาณาเขตนี้ ข้าสั่งให้เ้าตาย เ้าก็ต้องตาย! ฝนกระบี่หมื่นสังหาร!"
ปราณกระบี่นับล้านเล่มพุ่งเข้าใส่สุริยันและัจากทุกทิศทาง ไม่มีทางหลบ ไม่มีทางหนี!
หลง ชิงเทียนกรีดร้อง "จบกัน! อาณาเขตระดับมหายุค!"
แต่สุริยันกลับถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
"อาณาเขต? ของเล่นเด็กน้อย"
สุริยันกระทืบเท้าลงบนหัวัหนึ่งครั้ง
เคล็ดวิชาลับจักรพรรดิเอกภพ : อาณาเขตทับซ้อน - สุญญากาศกลืนกิน
วูบบบบบบบบ!
วงแหวนสีดำทมิฬขยายตัวออกจากร่างของสุริยัน มันไม่ได้ผลักดันอาณาเขตกระบี่ออกไป แต่มัน "กิน" อาณาเขตกระบี่!
ทุกที่ที่วงแหวนสีดำผ่าน ปราณกระบี่สีเทาของเจี้ยน อู๋ิ จะหายวับไปเหมือนไฟที่ถูกน้ำราด โลกสีเทาถูกลบล้างและแทนที่ด้วย "ความมืดมิดที่ว่างเปล่า"
เจี้ยน อู๋ิ รู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากการควบคุมอาณาเขตของตัวเองทันที เขาสำลักเืออกมาคำโต
"อั่ก!.... เ้า... เ้าทำลายอาณาเขตข้าได้ยังไง!?"
สุริยันยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ผมสีดำปลิวไสว ดวงตาของเขาลึกล้ำดุจห้วงอเวจี
"ข้าบอกแล้วไง... ว่าเ้ายังอ่อนหัด"
สุริยันยื่นมือออกไปข้างหน้า ทำท่ากำมือช้าๆ
"เ้าชอบบีบอัดมิติให้เป็เส้นกระบี่ใช่ไหม? งั้นลองชิมรสชาติของมิติที่บีบอัดเ้าดูบ้าง"
"กรงขังมิติ : บดขยี้"
อากาศรอบตัวเจี้ยน อู๋ิ แข็งตัวขึ้นทันที เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นสี่ด้านบีบเข้ามาหากันด้วยแรงกดดันมหาศาล
"ไม่! อ้ากกกก!"
เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเจี้ยน อู๋ิ ถูกบีบอัดจนบิดเบี้ยว แขนขาหักพับในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ เกราะป้องกันระดับเทพ์แตกละเอียด เขาพยายามดิ้นรนแต่ไร้ผล
"ข้ายอมแล้ว! ผู้าุโไว้ชีวิตด้วย!" เจี้ยน อู๋ิ ร้องขอชีวิต ศักดิ์ศรีอัจฉริยะหายไปสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าความตายที่แท้จริง
สุริยันคลายมือออกเล็กน้อย ร่างที่แหลกเหลวของเจี้ยน อู๋ิ ร่วงลงกระแทกพื้น
"ข้าจะไม่ฆ่าเ้า..." สุริยันเอ่ยเสียงเย็น "แต่เ้าต้องเป็ 'หินลับมีด' ให้กับัของข้า"
สุริยันหันไปหาหลง ชิงเทียน
"ชิงเทียน... ลงไปซะ ฆ่ามันให้ได้ ถ้าเ้าแพ้คนพิการที่ข้าจัดการให้แล้ว... ข้าจะฆ่าเ้าทิ้งซะเอง!"
หลง ชิงเทียนกลืนน้ำลาย มองดูสภาพของเจี้ยน อู๋ิ ที่าเ็สาหัสแต่ยังคงมีพิษสง
"ขะ... ขอรับนายท่าน!"
ัหนุ่มคำรามเรียกความกล้า แล้วพุ่งลงไปต่อสู้กับยอดฝีมือระดับมหายุค เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเองและก้าวข้ามขีดจำกัด!
(จบตอนที่ 5)