บทที่3
วันแรก
วันต่อมากุลจิราตื่นแต่เช้าจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ แต่งหน้าบางเบา
ั้แ่เด็กเวลาว่างเธอชอบอ่านการ์ตูนเธอสมัครเรียนการวาดการ์ตูนจนวาดการตูนได้ดีเธอจึงเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้าของมนุษย์ ความรู้เหล่านี้ช่วยเธอในการแต่งหน้าอีกด้วย
ผิวของนางร้ายดีมากแค่รองพื้นบางเบาก็ทำให้ใบหน้าเนียนใสมาก พอทาอายแชโดว์สีเอิร์ธโทนลงไปจากนั้นใช้สีชมพูทาบริเวณแก้มนิ่มเธอทาอายไลน์เนอร์สีน้ำตาลลากเลยออกมาจากปลายหางตาเล็กน้อยขนตาของนางร้ายยาวงอนอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องดัดขนตา แค่ปัดมาสคาร่าก็พอสุดท้ายก็ทาลิปสติกสีพีชอมแดง การแต่งหน้าในวันนี้ก็เสร็จสมบูรณ์
นางร้ายชอบแต่งหน้าเข้มมาโดยตลอดและแต่งหน้าหนามากเกินไป หลังจากแต่งหน้าออกมาจึงดูมีอายุมากกว่าอายุจริงอีกทั้งไม่เหมาะกับอากาศเมืองไทย นั่นทำให้คนที่พบเห็นนางร้ายรู้สึกถึงความหยิ่งผยองและถือตัว
การแต่งหน้าแนวสดใสแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความงามที่เป็ธรรมชาติไร้ที่ติของเธอซึ่งสามารถขับเน้นความสวยของนางร้ายที่สวยอยู่แล้วได้ดีมากขึ้น
สวยเลิศมาก!
…
หลังออกจากห้องพักกุลจิราก็รีบตรงไปที่ธนาคารเป็ที่แรกเพื่อนำเช็คไปขึ้นเงินจากนั้นเธอก็พุ่งตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าต่อทันที
ลูกรัก แม่มาแล้ว!
ในความคิดของพนักงานขายผู้หญิงที่ชอบใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย ก็เปรียบเหมือนสายฝนใน่หน้าแล้งถ้าเจอลูกค้ารายใหญ่คุณก็คือพระเ้าของพวกเขา
กุลจิราเดินเข้าไปเคาน์เตอร์แบรนด์สกินแคร์ระดับไฮเอนด์พนักงานที่สวมชุดฟอร์มของแบรนด์ที่กำลังว่างก็ดูอ่อนน้อมต่อเธอทันทีพนักงานเดินเข้าหาแล้วทักทายกุลจิรา “สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
กุลจิราพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม“ช่วยเสนอแนะสินค้าออกใหม่ทั้งหมดจากแบรนด์ของคุณให้ฉันดูหน่อยค่ะ”
ว้าว! นี่คงเป็ประโยคที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและความร่ำรวยของคนพูดอย่างแน่นอนไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะมีวันนี้ รู้สึกดีจริง ๆ!
พนักงานตกตะลึงไปชั่วขณะจากนั้นก็เหลือบมองเสื้อผ้าของกุลจิรา แล้วยิ้มประจบ“คุณ้าซื้อสินค้าทั้งหมดของแบรนด์เราเหรอคะ?”
“ค่ะ”กุลจิรามีนิสัยชอบสะสมของ เธอจะซื้อของให้ครบเซต เมื่อก่อนเธอจนความชอบนี้ถูกจำกัดไว้ตามสภาพการเงินของเธอไม่สามารถซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ชอบได้ครบทั้งเซตได้ หลังจากซื้อชิ้นที่เธอชอบที่เหลือเธอจะขอสินค้าตัวอย่าง
ความชื่นชอบของเธอช่างสิ้นเปลื้องจริงๆ!
พนักงานรู้ได้ทันทีว่าวันนี้ยอดขายของเธอคงพุ่งแน่จึงพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ได้ค่ะ โปรดรอสักครู่นะคะ”
ในเวลาไม่ถึงสองนาทีพนักงานก็ออกมาพร้อมกับกล่องสองสามกล่องและยื่นให้กุลจิรา“นี่คือเซตออกใหม่ของเราทั้งหมดค่ะ รวมทั้งหมดยี่สิบชิ้น ถ้าคุณซื้อทั้งหมดราคาสองแสนห้าหมื่นบาท เคาน์เตอร์ของเราเหลือเซตนี้เป็เซตสุดท้ายแล้วค่ะ”
เมื่อกุลจิราได้ยินตัวเลขดวงตาของเธอก็เบิกกว้างโดยไม่รู้ตัวสองแสนห้าหมื่นนั่นเป็เงินเดือนเดิมของเธอปีกว่านี่เป็เพียงรายการแรกที่เธอ้าซื้อเท่านั้นเธอยังคงมีแผนการไปซื้อทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ถ้าเป็ราคาประมาณนี้เงินยี่สิบล้านของเธอคงใช้ได้ไม่นาน!
กุลจิรากำลังจะบอกว่าเธอจะซื้อแค่บางชิ้น
คนจนที่เพิ่งฝึกหัดรวยแบบเธอความตระหนี่ยังอยู่ในสายเื!
ในขณะที่เธอกำลังจะพูดผู้หญิงที่แต่งตัวหรูหราคนหนึ่งก็เดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ โดยควงแขนผู้ชายคนหนึ่งไว้แล้วพูดว่า“เอ๊ะ! ดูสินี่ใครกัน? ลูกสาวของตระกูลทรัพย์โภคินที่ล้มละลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
กุลจิราหันไปมองเธอก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในความทรงจำ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น จบแล้ว!ทำไมเธอถึงต้องมาเจอะเจอศัตรูของนางร้ายได้!
ในนิยายนางร้ายเป็ผู้หญิงที่ร้ายกาจมากไม่เพียงสร้างความแค้นไปทั่วเท่านั้นยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่อยากจะเหยียบย่ำซ้ำเติมเธอตลอดเวลาเช่นกัน
ฉายรวีคนนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่นางร้ายโดยไม่มีเหตุผลแต่เพราะฉายรวีมีความแค้นต่อนางร้ายเมื่อก่อนนางร้ายได้ทำเื่สร้างแผลใจให้กับฉายรวี
ฉายรวีมีนิสัยชอบอวดคนรักชอบแสดงความรักต่อหน้านางร้ายเพื่อเยาะเย้ยหลายครั้งกุลจิรารู้สึกถึงความเกลียดชังที่นางร้ายมีต่อฉายรวีได้
นางร้ายล้างแค้นฉายรวีโดยหาผู้หญิงไปยั่วยวนคนรักของฉายรวีจนทั้งสองทะเลาะกันบ่อยมาก
สุดท้ายฝ่ายชายทนไม่ไหวหนีไปกับผู้หญิงคนนั้น
พอฉายรวีโดนผู้ชายทิ้งนางร้ายก็เข้าไปหาฉายรวีพร้อมเหน็บแนมว่าที่โดนผู้ชายทิ้งเพราะไม่มีใครทนผู้หญิงอย่างฉายรวีได้
ั้แ่นั้นความแค้นของทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้น
พนักงานภายในร้านต่างขยิบตาให้กัน
ฉายรวีเดินตรงไปที่กุลจิราแล้วชี้ไปที่เซตสินค้าแบรนด์ทั้งหมดบนเคาน์เตอร์ “ฉัน้าทั้งหมดนี้”
พนักงานที่ให้บริการกับกุลจิราพูดอย่างลังเลว่า“คุณผู้หญิงท่านนี้ซื้อเซตนี้แล้วค่ะ คุณลองดูเซตอื่นดีไหมคะ?”
ฉายรวีเหลือบมองกุลจิราด้วยหางตาเห็นว่าวันนี้กุลจิราแต่งตัวแปลกไปจากเดิม ฉายรวีรู้สึกแปลกใจอยู่ชั่วครู่กุลจิราเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวั้แ่เมื่อไหร่กัน?
สีหน้าฉายรวีบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ“คุณแน่ใจเหรอว่าเธอมีเงินจ่ายนะ”
น้ำเสียงดูถูกอย่างไม่ปิดบังของฉายรวีพูดว่า“คุณเป็แค่พนักงาน คุณอาจไม่รู้ว่าเธอไม่มีเงิน และคงไม่รู้ว่าลูกสาวของตระกูลทรัพย์โภคิน....”
น้ำเสียงของฉายรวีก็เปลี่ยนเป็เหยียดหยามกุลจิรา“ตระกูลทรัพย์โภคินล้มละลายไปแล้ว เธอก็เป็แค่หงส์ปีกหักที่มีรายรับแค่ล้านเดียวต่อเดือน!”
หงส์ปีกหักที่ได้เงินหนึ่งล้านต่อเดือน!พวกคุณยังเป็คนปกติธรรมดาอยู่ใช่ไหม? ถึงจะเป็หงส์ปีกหักแต่เงินที่ได้รับหนึ่งล้านต่อเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว!
พวกเขาที่มีเงินเดือนเพียงหมื่นกว่าต่อเดือนพวกเขาไม่กลายเป็ยาจกเหรอไง? เรายังอยู่ในโลกใบเดียวกันใช่ไหม?
กุลจิราเห็นว่าพนักงานดูอับอายมากจึงพูดอย่างใจดีว่า “ฉันจะซื้อเซตนี้ทั้งหมด คุณช่วยจัดการให้ฉันหน่อยนะคะ”
อย่างไรก็ตามกุลจิราก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ถูกบังคับให้ใช้เงิน แต่ก็ดีกว่าเสียหน้า!
ขอบคุณมาก...ฉายรวี!
คำพูดของฉายรวีไม่ได้ทำให้เธอเสียใจเพราะเธอไม่สนใจ ไม่ว่าจะเป็หงส์หรือไก่ เธอก็ไม่สนใจถึงเธอจะเป็ไก่ก็เป็ไก่ที่ร่ำรวยที่รู้จักใช้เงิน!เธอรู้สึกว่าสถานะทางการเงินของเธอตอนนี้ก็ถือว่าร่ำรวยแล้ว!
พนักงานหันไปมองกุลจิราด้วยความซาบซึ้งใจและรีบไปจัดการชำระเงินพร้อมจัดห่อสินค้าให้
ฉายรวีคิดว่าคำพูดของเธอจะทำให้กุลจิราโกรธจนอาละวาดเหมือนทุกครั้ง เธอไม่คิดว่ากุลจิราจะนิ่งเงียบแล้วยังใช้จ่ายเงินอย่างใจเย็นราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดเหยียดหยามของเธอ
นี่มันไม่ใช่นิสัยของกุลจิรา!กุลจิราควรจะโกรธสิ!
ฉายรวีขัดใจที่ไม่เป็ไปตามที่หวัง“เธอหูหนวกเหรอไง? เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง?”
“อย่างไรก็ตามฉันอยากจะบอกเธอว่าฉันขอบคุณเธอมากจริง ๆ ที่เธอช่วยจัดการผู้ชายไม่รักดีคนนั้นให้ออกไปจากชีวิตฉันไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้เจอผู้ชายที่ดีอย่างคุณกร”ฉายรวีกอดแขนคนรักเพื่ออวดกุลจิรา
กุลจิราเซ็นชื่อลงในสลิปหันไปมองฉายรวี แล้วมองเลยไปที่ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างฉายรวี
กุลจิรา “…”
กุลจิราหันกลับมาสนใจกับการชอปปิงของเธอต่อแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อืม...ไม่ต้องเกรงใจ”
ฉายรวีซึ่ง้าอวดความรักครั้งใหม่ของเธอก็โกรธขึ้นมาทันที
กุลจิราคนนี้ไปปฏิบัติธรรมมาหรือไง? ทำไมถึงไม่มีอารมณ์โกรธเลย!ไม่ว่าเธอจะพูดยั่วยุมากแค่ไหนก็ตามก็ไม่มีท่าทีว่าจะโกรธเลย!
กุลจิราได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นบอกให้ฉายรวีไปร้านอื่นและฉายรวีก็ตอบตกลงพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักกุลจิราตัดสินใจว่าในเมื่อเธอเป็ผู้ใหญ่กว่าควรให้ความเมตตาแก่เด็กน้อยกุลจิรากวักมือเรียกให้ฉายรวีเข้ามาหา ด้วยน้ำเสียงเมตตา “มานี่สิ”
ฉายรวีตกตะลึงด้วยไม่คิดว่ากุลจิราจะเรียกเธอ นอกจากกุลจิราจะไม่โกรธแล้วยังพูดจากับเธอด้วยน้ำเสียงเมตตาอีกด้วย กุลจิรากำลังวางแผนอะไรหรือเปล่า?
เอ๊ะ!ตอนนี้เธอไม่มีอะไรต้องกลัวกุลจิราแล้ว!
ฉายรวีเดินเข้าไปใกล้กุลจิราแล้วหยุดห่างเพียงเล็กน้อย
เมื่อเห็นฉายรวีระมัดระวังตัวมากกุลจิราก็ยื่นมือออกไปแล้วดึงแขนให้ฉายรวีโน้มตัวเข้ามาใกล้ เธอกระซิบว่า“แฟนคุณคนนี้นะ เขาเป็เกย์”
กุลจิรามีเพื่อนเกย์เยอะมากจึงไม่มีใครสามารถรอดพ้นเรดาร์ของเธอได้ เธอสามารถสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วและเธอไม่เคยพลาด คนรักของฉายรวีเป็เกย์อย่างแน่นอน!
ฉายรวี “...”
คุณกรเป็เกย์?
“พูดบ้าอะไรเนี่ย!”ฉายรวีโกรธทันที ความจริงกุลจิรานิสัยยังไม่เปลี่ยนตอนนี้ยังเริ่มใส่ร้ายคนรักของเธออีกครั้ง!
กุลจิราไม่สนใจว่าฉายรวีจะไม่เชื่อหรือไม่ถือว่าเธอได้เตือนแล้ว
“ฉันไม่ได้พูดไร้สาระวันนี้คุณลองกลับไปค้นหาวิธีสังเกตผู้ชายที่เป็เกย์ในกูเกิล แล้วลองสังเกตดูสิฉันจะโกหกคุณทำไม?” กุลจิราพูดด้วยความภาคภูมิใจในเรดาร์ด้านนี้ของเธอ!
ฉายรวีจ้องมองกุลจิรากุลจิราในตอนนี้น่ากลัวมาก!
ฉายรวีไม่เชื่อมองไปที่กุลจิราด้วยความไม่พอใจ “เธอนิสัยร้ายกาจมากถึงขนาดนี้ ใครจะไปเชื่อผู้หญิงที่ชอบโกหกตอแหลอย่างเธอฉันเชื่อว่าคุณกรไม่ใช่ และฉันก็ไม่เชื่อเธอ!”
กุลจิรา “...”
“ถ้าเธอมีเวลาว่างมากนักทำไมเธอไม่ไปหาทางจับพีรดนย์แทนล่ะ ฉันอาจพอจะช่วยเธอได้ตอนนี้พีรดนย์อยู่ในห้างนี้ ฉันรู้ว่าเธอตั้งใจมาที่นี่เพราะรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่!”
กุลจิรา “...”
นี่มันเื่บ้าอะไรห้างสรรพสินค้านี้เป็ของพีรดนย์ใช่ไหม!
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น? กุลจิราไม่รู้จริง ๆ ว่าห้างสรรพสินค้านี้เป็ของพีรดนย์เธอแค่เลือกห้างสรรพสินค้าที่ดูดีมีระดับมากในแวบแรกและเดินเข้ามาเลย
“ออ...นั่นสินะ”กุลจิราเอื้อมมือไปหยิบบัตรธนาคารที่พนักงานคืนให้ เธอถูกรีดเงินไปสองแสนกว่าและตอนนี้เธอรู้สึกว่าหัวใจเธอกำลังเืไหลซึมอยู่ภายใน
นี่คงเป็ความรู้สึกของคนจนที่กลายเป็คนรวยเธอยังไม่ค่อยชินกับมาตรฐานการบริโภคระดับนี้ได้
ฉายรวีเดินไปยืนข้างชัยกร “ฉันไม่มีเวลามาเล่นเป็เพื่อนเธอแล้วฉันต้องไปเที่ยวกับสุดที่รักแล้วล่ะ”
กุลจิราทำได้เพียงยิ้มให้เท่านั้น
ในแวดวงสังคมไม่มีใครไม่รู้ว่าพีรดนย์รังเกียจกุลจิรามากกุลจิราก็เลยถูกหัวเราะเยาะทั้งต่อหน้าและลับหลังมาเป็เวลานานแล้วฉายรวีตั้งใจพูดเื่ของพีรดนย์ เพราะเธอ้าเห็นเื่ตลกของกุลจิรา
กุลจิราไม่อยากให้ฉายรวีสงสัยก็เลยทำตัวให้เป็ไปตามที่ฉายรวี้าก็เท่านั้น
สำหรับคนรักของฉายรวีกุลจิราถือว่าได้เตือนแล้ว ส่วนฉายรวีจะเชื่อหรือไม่นั่นก็เป็เื่ของฉายรวีเอง
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉายรวีแข็งค้างไปชั่วครู่เธอไม่คาดคิดว่าอารมณ์ของกุลจิราจะสงบนิ่งได้ขนาดนี้ เธอยั่วยุขนาดนี้กุลจิราก็ยังเฉยเมย!
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบไปบอกพีรดนย์ล่วงหน้าแล้วกัน!”ฉายรวีกระแทกเสียงแล้วเดินจากไป