ภายในห้อง เต้าหลิงใช้มือที่แข็งกระด้างถอดเสื้อออกหากคนในสำนักชิงซานเห็นฉากนี้เข้า คาดว่าคงอิจฉาเขากันอย่างบ้าคลั่งเป็แน่
เย่วิ่นก้มหน้าลงควานหาของบางอย่างก่อนที่ภายในมือเรียวสวยจะปรากฏขวดหยกสีแดงขึ้น นางยิ้มออกมาบางๆ แล้วกล่าวว่า “โอสถเหลวขวดนี้ข้าเป็คนปรุงเอาไว้มันสามารถช่วยเปิดพลังความแข็งแกร่งที่แฝงอยู่ภายในร่างและยังช่วยแก้ไขปัญหาของเ้าได้ด้วย”
ได้ยินดังนั้นแววตาของเต้าหลิงก็ฉายแสงประหลาดใจออกมาพลางกล่าวว่า “ท่านเป็นักปรุงโอสถอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนสิ” เย่วิ่นกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจทั้งยังแฝงไปด้วยความโอ้อวด
เต้าหลิงกระชับหมัดเบาๆ รู้สึกใอยู่ไม่น้อยเพราะว่านักปรุงโอสถนั้นพบเจอได้ยากเป็อย่างยิ่งในสำนักชิงซานแม้แต่คนเดียวก็ยังไม่มี นักปรุงโอสถล้วนแล้วแต่ฝีมือร้ายกาจลำฐานเหลวระดับสี่ที่เขาได้มาก่อนหน้านี้ก็มีเพียงแค่นักปรุงโอสถเท่านั้นที่จะปรุงมันออกมาได้
ในโลกนี้นับว่ามีนักปรุงโอสถอยู่น้อยมากพวกเขาสามารถปรุงได้ทั้งโอสถเม็ดและโอสถเหลวที่ทำให้ผู้คนตาร้อนผ่าวยกตัวอย่างเช่นลำฐานเหลวระดับสี่ ถ้าหากทำมันออกมาได้ไม่ว่าผู้นั้นจะย่างเท้าไปที่ใด ก็จะมีเหล่าชนชั้นสูงอ้าแขนต้อนรับ
เต้าหลิงคิดไม่ถึงเลยว่าเย่วิ่นจะเป็หนึ่งในนักปรุงโอสถที่ร่ำลือกันโดยปกติแล้วนักปรุงโอสถจะมีฐานะมั่งคั่ง เพราะว่าไม่ว่าจะปรุงโอสถชนิดใดออกมาก็ล้วนแต่ขายได้ในราคาสูง
เมื่อเห็นใบหน้าที่ตื่นตะลึงของเต้าหลิงพวงแก้มที่ชวนหลงใหลก็พลันยกขึ้น ริมฝีปากแดงสวยฉีกยิ้มออกมาน้อยๆนางรู้ดีว่าเื่นักปรุงโอสถนี้จะต้องทำให้เด็กน้อยหัวอ่อนคนนี้ตกตะลึงขนาดสำนักซิงเฉินเองก็ใช่ว่าจะมีนักปรุงโอสถอยู่มากเท่าใดนัก
เต้าหลิงกลืนน้ำลายลงคอพลางกล่าวออกมาด้วยดวงตาที่ลุกเป็ไฟ “ข้าจะเป็นักปรุงโอสถบ้างได้หรือไม่?”
ได้ยินดังนั้นใบหน้าที่ขาวเนียนของเย่วิ่นก็เปลี่ยนเป็สีขุ่น นางโบกมือพลางเอ่ยตัดกำลังใจออกมา “เ้าอย่าฝันไปเลย เ้าคิดว่านักปรุงโอสถจะสามารถเป็กันได้ง่ายๆหรืออย่างไร? ทั่วทั้งแคว้นชิงมีนักปรุงหลอมโอสถจำนวนหยิบมืออีกทั้งส่วนมากต่างก็เป็ศิษย์ของนักปรุงโอสถทั้งนั้น”
“การจะเป็นักปรุงโอสถยากมากเลยหรือ?” เต้าหลิงถามอย่างสนใจใคร่รู้หากเขาสามารถเป็นักปรุงโอสถได้ เงินทองคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป นักปรุงโอสถแต่ละคนล้วนแล้วแต่ร่ำรวยมั่งคั่งเช่นนั้นเขาก็จะไม่ต้องขาดทรัพยากรในการฝึกฝนอีก
“จะว่ายากก็ไม่ยากจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย” ขนตายาวงอนของนางกะพริบขึ้นลงพลางกล่าว “สิ่งสำคัญคือจำเป็ต้องมีคุณสมบัติร่างกายพิเศษนั่นก็คือคุณสมบัติธาตุไม้และไฟ แน่นอนว่าผู้ที่มีร่างกายพิเศษเช่นนี้หนึ่งในหมื่นยังยากที่จะหาเจอสักคน”
“ไม้และไฟ?” สายตาของเต้าหลิงร้อนผ่าวขึ้นไม่แน่ว่ากายของเขาอาจจะทำได้ก็ได้...
“ตามนั้นแหละเ้าอย่าคิดมากนักเลย นักปรุงโอสถมีอยู่น้อยมากเพราะคนส่วนมากไม่ได้มีร่างกายที่ตรงตามเงื่อนไข” เย่วิ่นยิ้มแห้งๆก่อนจะบรรจงเปิดขวดหยกออก ทันใดนั้นก็มีกลิ่นหอมโชยออกมาสิ่งที่บรรจุอยู่ในขวดหยกนี้เป็โอสถเหลวสีแดงเหมือนกับหินหนืดทั้งยังมีไอพลังความร้อนกระจายออกมา
เย่วิ่นเม้มริมฝีปากแล้วใช้นิ้วแตะไปที่โอสถเหลวสีแดงก่อนจะนำไปทาลงบนผิวของเต้าหลิง “มันจะเจ็บสักหน่อย ทนเอานะ”
เมื่อเสียงของนางสิ้นสุดลงอุณหภูมิความร้อนประดุจเปลวเพลิงในโอสถเหลวสีแดงก็แผลงฤทธิ์ออกมาร่างของเต้าหลิงบีบรัดแน่นเขารู้สึกได้ถึงความร้อนแผดเผาที่ปกคลุมอยู่ข้างหลังของเขาเหมือนกับผิวถูกเผาจนมอดไหม้
ผิวของเขากลายเป็สีแดงฉาน รูขุมขนขับเหงื่อที่ร้อนระอุออกมาอย่างต่อเนื่องภายในโอสถเหลวเหมือนกับมีมดจำนวนมากกำลังเดินยุบยับอยู่บนหลังของเขาก่อนที่มันจะซึมเข้าไปในผิวของเขาอย่างรวดเร็ว
“ได้ผล” ั์ตาของเย่วิ่นทอประกายออกมา ใบหน้าสวยฉายแววยินดีราวกับว่าเห็นเต้าหลิงเป็หนูทดลอง จากนั้นนางก็เริ่มหยดโอสถเหลวลงบนิัของเขาอย่างไม่รอช้า
เต้าหลิงรู้สึกราวกับถูกเผา ความเ็ปแล่นไปทั่วร่างอวัยวะภายในทั้งห้าเหมือนถูกไฟคลอกเต้าหลิงขบกรามกัดฟันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเ็ปเขาจะร้องออกมาไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคงขายหน้าไม่ใช่น้อย
ภายใต้ฤทธิ์ของโอสถเหลว ปราณภายในร่างของเขาก็พลันแผ่ขยายออกมาเส้นพลังแต่ละเส้นอุดมไปด้วยพลังมหาศาลแต่กลับรุนแรงและบ้าคลั่ง
ในตอนนั้นเองโอสถเหลวก็เริ่มออกฤทธิ์มันได้แปรเปลี่ยนเป็พลังบริสุทธิ์ที่ซึมเข้าไปภายในิัของเขา
ิัของเต้าหลิงสั่นไหวด้านนอกของิัแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ประดุจหินหนืดก็มิปาน
อีกทั้งพลังมหาศาลที่อยู่ภายในโอสถเหลวสีแดงนั้นน่าประหลาดใจเป็อย่างมากมันทะลวงเข้าไปภายในิัชั้นในของเขาทำให้ศักยภาพของเขาขยายกว้างขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เต้าหลิงใมากเมื่อััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเขารู้สึกว่าผลลัพธ์ของโอสถเหลวชนิดนี้กับวิชาสยบฟ้ามีความคล้ายคลึงกันอยู่มากเพียงแต่โอสถเหลวสามารถเปิดพลังที่บ้าคลั่งนั้นออกมาและผสานมันรวมเข้าไปภายในร่างกายของเขา
โอสถเหลวสามารถเพิ่มพูนความแข็งแกร่งปราณภายในร่างของมนุษย์นับว่าเป็สิ่งสำคัญซึ่งโอสถเหลวสามารถหลอมปราณเพื่อแปรเปลี่ยนเป็พลังลึกลับก่อนที่จะเปิดศักยภาพที่อยู่ภายในร่างออกมา หลังจากนั้นจึงหลอมปราณออกมาใหม่นั่นก็คือข้อบกพร่องอย่างหนึ่งของโอสถชนิดนี้
“ได้กำไรไปเยอะเลยนะ” เย่วิ่นสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเต้าหลิงอยู่ทุกขณะภายในใจของนางอดคิดไม่ได้ว่า ส่วนประกอบในโอสถเหลวชนิดนี้เป็สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งมีเพียงขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะมีมัน แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างทว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็สามารถะเืปฐีได้ทีเดียว
แม้ว่าราคาของโอสถเหลวนี้จะไม่สูงมากนักทว่าประโยชน์ของมันกลับเยี่ยมยอด มันสามารถทะลวงพลังในขั้นหลอมกายาไปจนถึงขีดสุดได้!
ด้วยผลลัพธ์ที่น่ากลัวเช่นนี้สามารถทำให้ขุมพลังอำนาจใหญ่จำนวนมากน้ำลายสอ และแน่นอนว่าการจะทะลวงพลังจนถึง “ขีดจำกัด”นี้ก็ขึ้นอยู่กับพร์ของแต่ละบุคคล
ร่างกายของเต้าหลิงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ปราณบ้าคลั่งที่อยู่ภายในร่างค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่มันจะเริ่มผสานเข้าไปภายในิัในตอนนั้นเขาััได้ว่าร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นสามชั่วยามั์ตาของเย่วิ่นก็ฉายแววตกตะลึงเล็กน้อยนางมองดูิัที่กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วพลางขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมา “ศักยภาพของเ้าดูท่าจะแข็งแกร่งน่าจะยังสามารถทะลวงต่อไปได้อีก”
เย่วิ่นนำโอสถเหลวที่เหลืออยู่หยดลงไปจนหมดพลางปัดมือแล้วกล่าวออกมา “แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วร่างกายคนทั่วไปแค่ครึ่งขวดก็ทะลวงขีดจำกัดแล้ว เต้าหลิงก็ไม่ใช่กายพิเศษอะไรโอสถเหลวขวดนี้น่าจะพอให้ร่างกายของเขาเปิดทะลวงขึ้นถึงขีดกำจัดพอถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้”
โอสถเหลวนี้ถูกขุมพลังอำนาจใหญ่เรียกว่าโอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดเพราะว่าพร์ของทุกคนล้วนแต่มีขีดจำกัดซึ่งโอสถเหลวนี้สามารถเปิดทะลวงพร์ของร่างกายที่จำกัดเอาไว้ให้ถึงขีดจำกัดสูงสุดได้!
แน่นอนว่าโอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดนี้ก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน
ทว่าขีดจำกัดของเต้าหลิงจะมีแค่นี้หรือ?
ในตอนนั้นปราณที่อยู่ภายในร่างกายของเต้าหลิงเริ่มทะลักออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็กระแสพลังบริสุทธิ์ผสานเข้ากับร่างกายจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการซ่อมแซม
ทั่วทั้งสำนักชิงซานเกิดเื่สั่นะเืขึ้นไม่ว่าไปที่ใดก็ล้วนแต่กล่าวถึงเื่ของเทพแห่งการนอนพวกเขาคิดไม่ถึงว่าเต้าหลิงจะผ่านการทดสอบ ไอ้ขยะเนี่ยนะจะผ่านการทดสอบ? นั่นทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนกำลังฝันอยู่
ภายในป่าขนาดเล็กปรากฏร่างเด็กสาวสวมอาภรณ์สีฟ้าคนหนึ่งเดินออกมาทั่วร่างของนางปลดปล่อยพลังปราณที่แกร่งกล้า กล้ามเนื้อแต่ละส่วนเต็มไปด้วยพลังมหาศาลไม่ว่าจะเดินไปที่ใดแรงกดดันของพลังพลันทำให้ผู้คนต้องใจสั่น
จอมยุทธ์ที่อยู่ในขั้นสถิติญญานั้นแข็งแกร่งมากเพียงแค่ทะลวงได้สำเร็จ ทั่วร่างก็จะเปี่ยมล้นไปด้วยพลังที่แกร่งกล้าทั้งยังสามารถเชื่อมต่อพลังฟ้าดินได้ พลังการต่อสู้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ขั้นหลอมกายาจะเทียบได้เลย
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นชิงอย่างชิงอี้เฟยที่อยู่ในขั้นสูงสุดของขั้นหลอมกายาก็ไม่อาจเอาชนะจอมยุทธ์ขั้นสถิติญญาที่เดินผ่านไปเมื่อครู่ได้!
ศิษย์โดยรอบต่างมองไปที่หวังย่าด้วยแววตาเคารพยำเกรงและอิจฉาพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่าหวังย่าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นสถิติญญาได้สำเร็จเพียงแค่ทะลวงขั้นพลังได้ การที่จะเข้าสำนักซิงเฉินก็ไม่ใช่เื่ยากเย็น
เมื่อเห็นสายตารอบๆ ที่มองมาใบหน้าสวยของหวังย่าก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่นางมีวันนี้ได้ก็คงต้องยกความดีให้กับผลึกหินฟ้าน้ำงามนั่น
“ได้ข่าวหรือเปล่าเ้าเทพแห่งการนอนนั่นก็ผ่านการทดสอบเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆหรือว่า์จะคอยช่วยเหลือเ้านั่นอยู่?”
“นั่นสิข้าก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน ข้าว่าที่เขาสามารถผ่านการทดสอบได้อาจเป็เพราะโชคช่วยอย่างที่รู้ๆ กัน เกณฑ์การรับศิษย์ของสำนักซิงเฉินนั้นสูงมากเขาอยากจะเข้าสำนักซิงเฉินงั้นหรือ เหอะ เป็เพียงแค่ความฝันเพ้อเจ้อเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนสีหน้าของหวังย่าก็ดูไม่ดีนัก มันยังไม่ตายอย่างนั้นหรือ? ทำไมมันถึงยังไม่ตาย?
“ไอ้บัดซบ!” หวังย่าโกรธมากจนร่างของนางสั่นเทามิน่าเล่าทำไมนางจึงไม่ได้ยินข่าวการตายของเทพแห่งการนอนเลยที่แท้มันก็ซ่อนตัวอยู่นี่เอง ทั้งยังผ่านการทดสอบแล้วเสียด้วย
นางรับไม่ได้เป็อย่างมากไอ้ขยะไร้ค่าถือดีอะไรจึงได้พลิกผันกลับมาเช่นนี้!?
“ท่านพี่ท่านได้ยินหรือไม่?” หวังย่าเดินไปด้วยใบหน้าขึงขังไม่ว่าอย่างไรจะให้ไอ้ขยะนั่นมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้หากเื่ของผลึกหินฟ้าแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของนางคงได้ป่นปี้ไม่เป็ชิ้นดี
หวังหลิ่งพยักหน้าพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “คิดไม่ถึงว่าไอ้ขยะจะมีชีวิตรอด อยากจะมีชีวิตก็มีไปทว่ามันยังกล้ากลับมา ดูแล้วคงจะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา รนหาที่ตายเสียจริง!”
หวังหลิ่งได้กล่าวตัดสินโทษให้กับเต้าหลิงก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา “ขยะก็คือขยะ ความห่างชั้นระหว่างข้ากับมันยังมากนักในเมื่อมันกล้ากลับมา ข้าก็จะให้มันได้ตายสมใจ!”
“ท่านพี่ไอ้ขยะนี่มันลืมตาอ้าปากได้แล้วทั้งยังผ่านการทดสอบลงสมัครเป็ศิษย์ของสำนักซิงเฉินแล้วถ้าจะฆ่ามันเกรงว่าคงต้องวางแผนให้ถี่ถ้วนก่อน” หวังย่าขบฟันกล่าวออกมาอย่างเคียดแค้น
หวังหลิ่งขบคิดครู่หนึ่งพลางแสยะยิ้มเย็น “ง่ายจะตายไป มันเพ้อฝันอยากจะเข้าสำนักซิงเฉินใช่หรือไม่? ฮึ เมื่อใดที่มันเข้าร่วมการทดสอบเมื่อนั้นจะเป็วันตายของมัน!”
“แต่ทว่าด้วยผลึกหินฟ้าข้าจะให้มันได้ตายสบายๆ หน่อย คิดจะลืมตาอ้าปากงั้นหรือ ฝันไปเถอะ!” ใบหน้าของหวังหลิ่งเย็นะเืเขาไม่เห็นเต้าหลิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
เื่ของผลึกหินฟ้าไม่ใช่แค่เื่เล็กๆมีแต่ต้องฆ่ามันทิ้งเท่านั้น เื่นี้จึงจะไม่แพร่งพรายออกไปหากไม่ระวังแล้วเกิดมีคนรู้เข้า ไม่ต้องพูดถึงคนภายนอกแค่คนในตระกูลก็คงได้แย่งชิงกันเพื่อเอาของล้ำค่ามาไว้ในมือของตนอย่างหวังเลยว่าเขาจะได้ส่วนแบ่งอะไร
“ท่านพี่มีวิธีก็ดี” ใบหน้าขึงขังของหวังย่าก็พลันสลายไปก่อนที่ใบหน้าเปี่ยมสุขจะมาแทนที่พลางยิ้มเยาะออกมา “ในเมื่อมันขุดหลุมฝังตัวเองเช่นนั้นข้าก็จะช่วยสนองให้”