ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 41 ผู้ไม่เกรงกลัวฟ้า

            บทที่ 41 

            ผู้ไม่เกรงกลัวฟ้า 

            ร่างของมือปราบ 6 คนโดนเตะกลับเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็วร่างกายของมันเกือบกลิ้งไปกับพื้นก่อนที่จะมานอนราบอยู่กับพื้นเบื้องหน้าของเสี้ยนหมิง 

            เมื่อเห็นร่างของมือปราบผู้นั้นทำการมานอนแน่นิ่งอยู่บริเวณเท้าของตนเองเสี้ยนหมิงบุตรชายของเจ้าเมืองหลอมโลหะแห่งนี้มันได้แสดงใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจเฉยเห็นความหวาดกลัว 

            ดวงตาของมันมองตรงไปยังบริเวณประตูทางเข้าที่พวกมือปราบเหล่านี้คิดจะวิ่งออกไป 

            เสียงฝีเท้าได้ดังขึ้นก่อนที่จะปรากฏร่างเงาสูงสง่าของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้านใน 

            เขาสวมใส่ชุดสีดำสนิทพร้อมกับภายในมือข้างซ้ายถือกระบี่ที่ยังไม่ทันออกมาจากฝั่งบริเวณใบหน้าเองก็ได้ถูกปิดทับเอาไว้ด้วยผ้าสีดำครึ่งใบหน้าไม่สามารถระบุตัวตนได้ 

            หลี่หยางปรากฏกายออกมาเขาได้แสดงรอยยิ้มที่มุมปากภายใต้ผ้าสีดำที่ปกปิดแต่ว่าผู้ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ก็สามารถรู้ได้ว่าคนพวกนี้กำลังยิ้มเพราะดวงตาสองข้างที่เล็กลง 

            หลี่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ ห้ามผู้ใดออกไปทั้งสิ้น…”

            เสี้ยนหมิงมองเห็นว่ามีพรรคพวกอีกคนนึงมันทำการชี้หน้าตรงไปที่บุรุษที่เพิ่งก้าวเข้ามาภายในจวน 

            เมื่อมันทำการใช้ปลายนิ้วของตัวเองชี้หน้าไปร่างกายของมันสั่นสะท้านแม้ว่ามันจะหวาดกลัวแต่ก็กลั้นใจแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก“ เจ้า….เจ้า…กล้าดีอย่างไรไม่รู้หรือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจวนของเจ้าเมือง ” 

            เมื่อเห็นท่าทางที่สั่นกลัวของบุรุษที่อยู่ด้านหน้ามันทำให้หลี่หยางยิ่งรู้สึกพึงพอใจมากขึ้นไปเองมุมปากของเขามันปรากฏรอยยิ้มออกมาอย่างเป็นสุขในขณะที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

            การที่ได้เห็นคนที่วางท่าและวางอำนาจเช่นนี้สั่นกลัวมันก็รู้สึกมีความสุขไปอีกแบบนึงที่ได้กลั่นแกล้งมัน 

            “ จวนเจ้าเมืองแล้วอย่างไร ”หลี่หยางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยแสดงท่าทางไร้เกรงกลัว 

            เมื่อทำการใช้ถ้อยคำของตัวเองขู่เข็ญผู้ที่อยู่ด้านหน้าแล้วไร้ผลมันทำให้เสี้ยนหมิงผู้ขาดเขายิ่งแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลออกมา

            ‘ พวกนี้มันบ้าไปแล้วที่นี่เป็นจวนของเจ้าเมืองเหตุใดถึงกล้าลงมือเช่นนี้!!!’ มันคิดอยู่ภายในใจด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก 

            คนธรรมดาทั่วไปไม่มีผู้ใดกล้าลงมือเช่นนี้หรอกสถานที่แห่งนี้เป็นจวนของเจ้าเมืองขึ้นตรงกับราชสำนักดินแดน 5 ธาตุแห่งนี้มีเมืองมากกว่า 100แห่งแต่ว่าเมืองหลอมโลหะแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองหลัก 

            เพราะว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่โตขุนนางที่กำลังรักษาการเจ้าเมืองก็เป็นขุนนางขั้นสองซึ่งอยู่ในระดับเกือบสูงสุด 

            เมืองแห่งนี้มีการค้าขายแร่เหล็กและอาวุธเป็นจำนวนมากเพราะแบบนั้นเป็นหัวเมืองต้นๆที่สามารถเก็บภาษีได้มากมายแม้ว่าเมืองแห่งนี้จะอยู่บริเวณชายแดนก็ตามเพราะแบบนั้นสถานที่แห่งนี้เลยกลายเป็นสถานที่ที่สำคัญสถานที่แห่งภายในดินแดน 

            การที่มีคนคิดจะลงมือภายในสถานที่แห่งนี้มันเปรียบได้ดั่งเป็นทางเลือกที่โง่เขลาเพราะว่าจะนำภัยมาหาตนเองคงจะต้องมีปัญหากับราชสำนักแล้วก็โดนออกประกาศจะเป็นโจรชั่วช้า 

            เพราะแบบนั้นเลยไม่มีผู้ใดภายในเมืองแห่งนี้กล้าต่อกรกับเจ้าเมืองบุตรชายที่เสเพลของมันก็เลยได้ใจแล้วก็ยิ่งฮึกเหิมในอำนาจของตนเองจนกล้ากระทำทุกอย่างอย่างที่ไม่เกรงกลัว 

            ผู้ใดจะเป็นรู้ว่าอ้วนเวลาอันยาวนานหลายปีตอนนี้มีคนที่คิดจะทำการจัดการพวกคนเหล่านี้แล้ว 

            เสี้ยนหมิงมันเองก็ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดที่กล้าเข้ามาทำการเล่นงานมันในตอนนี้เมื่อสถานการณ์ที่อยู่ด้านหน้ามันบังเกิดขึ้นจริงๆคนผู้นี้ก็อดจะวิตกกังวลแล้วก็สั่นกลัวไม่ได้ 

            หลี่หยางได้ปรายสายตาของตนเองไปมองทางด้านของหลันเซ่อ 

            ขณะที่เขาทำการปรายสายตาของตนเองไปมองเห็นว่าตอนนี้พวกผู้คุ้มกันที่มาเสริมประมาณ 50คนได้ลงไปนอนนิ่งกับพื้นแล้วประมาณ 40 คน 

            ช่วงเวลาใกล้จะจบลงแล้วหลังจากนั้นอีกเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจหลันเซ่อทำการเล่นงานคนที่เหลือจนล้มระเนระนาดไปกับพื้น 

            พวกมันบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถลุกขึ้นมาตายแต่ก็ไม่มีผู้ใดที่บาดเจ็บจนตายหลี่หยางตกลงเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรกแล้วการลงมือในครั้งนี้จะไม่ลงมือหนักเกินไปเพราะว่าถ้ามีคนของราชสำนักตายไปคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ 

            เขาไม่ได้อยากจะทำการนำปัญหามาให้ตัวเองมากกว่านี้ งานที่ทำการยื่นมือเข้ามาในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือมันเองก็เป็นเพราะว่าอยากจะช่วยเหลือท่านลุงผู้นั้นแถมยังมีเคล็ดลับปรากฏขึ้นมาอีก 

            ก็เห็นผู้คุ้มกันของโจรแห่งนี้โดนเล่นงานจนล้มนอนลงไปกับพื้นจนหมดใบหน้าของคนผู้นั้นก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เสี้ยนหมิงเหลืออยู่เพียงแค่ตัวคนเดียวมันทำการปรายสายตาไปทางด้านซ้ายและขวาเพื่อหาทางหนี 

            มันเห็นช่องทางหนีที่เป็นทางเดินมุ่งตรงไปยังบริเวณด้านหลังจวนภายในหัวข้อคิดได้ว่าบริเวณด้านหลังจวนมีประตูทางออกใช้เส้นทางนั้นวิ่งไปคงจะไปถึงอำเภอเมืองและให้ผู้คนช่วยคุ้มกันได้ 

            เมื่อคิดได้เช่นนั้นไม่รีรอทำการออกแรงก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อคิดจะวิ่งออกไปจากบริเวณนี้ 

            แต่มันวิ่งไปได้เพียงแค่ 2-3ก้าวเท่านั้นหลี่หยางกำลังยืนอยู่เขาใช้ดวงตาของตนเองมองลงไปด้านล่างพบเห็นกระบี่ของมือปราบที่มันตกอยู่ที่พื้น 

            เท้าของเขาทำการยกขึ้นก่อนจะออกแรงเหยียบลงไปที่พื้นอย่างรุนแรงบังเกิดคลื่นสายลมนำพาให้ตัวกระบี่ที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นพุ่งตรงขึ้นมาจนอยู่ในระดับอก 

            หลี่หยางมึงการใช้มืออันว่างเปล่าของตนเองดันด้ามกระบี่อย่างรวดเร็วออกแรงพุ่งตรงไปด้านหน้ากระบี่เหล็กพุ่งตรงราวกับลูกธนูอันแหลมคมและรวดเร็วที่ถูกยิงออกมาจากคันธนูอย่างสุดแรง

            ฟิ้ว!!!เป้าหมายที่พุ่งตรงไปนั้นไม่ต้องถามถึงเลยมันมีเป้าหมายแน่นอนอยู่แล้วปลายกระบี่ที่พุ่งตรงไปมันพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของเสี้ยนหมิงที่มันกำลังจะวิ่งหนีออกจากจุดนี้ 

            เท้าของคนหรือจะสามารถหนีการปากระบี่ที่รวดเร็วได้เสี้ยนหมิงกำลังวิ่งหนีอย่างลนลานอยู่ๆมันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างพุ่งผ่านหูข้างขวาของมันไปมันบังเกิดกลายเป็นสายลมวูบใหญ่พุ่งนำหน้าไป 

            ปัก!!! ดวงตาของเสี้ยนหมิงเบิกกว้างขึ้นอย่างทันควันเพราะว่าที่มันพบเห็นก็คือวัตถุที่พุ่งผ่านหูของมันไปแล้วไปปักบริเวณเสาไม้ด้านหน้ามันคือกระบี่เหล็กอันแหลมคม 

            คนขาดเขลาผู้นี้มองเห็นภาพของกระบี่ที่พุ่งผ่านหูไปเมื่อนึกย้อนก็เกิดความหวาดกลัวถึงกับเข่าอ่อนล้มลงไปนั่งกับพื้นตึก!!!  

            หลี่หยางยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากข้างขวาก่อนที่จะก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปหาร่างของคนผู้นั้น 

            เสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านหลังเสี้ยนหมิงที่กำลังนั่งเข่าอ่อนอยู่ที่พื้นหันกลับไปมองอย่างทันควันมันทำการใช้ดวงตาของตนเองหันกลับไปมองเมื่อพบเห็นเข้ากับร่างของบุรุษผู้นั้นมันแสดงใบหน้าหวาดกลัวกระทบร่างกายถอยไปด้านหลังอย่างหวาดผวา 

            หลี่หยางหยุดเท้าของตนเองแล้วก็ย่อกายลงไปอยู่ในท่านั่งยองให้อยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย 

            “ หญิงสาวที่เจ้าชิงตัวมาอยู่ที่ใด ”หลี่หยางเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แววตานั้นราวกับว่าเป็นเพชฌฆาตที่ดุร้าย 

            เมื่อใช้ดวงตาที่เย็นยะเยือกจ้องมองไปที่อีกฝ่ายร่างกายของมันถึงกับสั่นสะท้านเสี้ยนหมิงยิ่งปรากฏความหวาดกลัวมากกว่าเดิมมันไม่เคยพบเจอแววตาของผู้ใดที่จ้องมองด้วยสายตาเช่นนั้นมาก่อน 

            สายตาที่เย็นยะเยือกราวกับว่าเป็นน้ำแข็งคู่นั้นคนธรรมดาทั่วไปไม่มีผู้ใดจะแสดงได้อย่างแน่นอนคงจะมีแต่คนที่ผ่านการฆ่าฟันมาอย่างดุเดือดเท่านั้นที่จะทำแววตาเช่นนั้นแล้วก็แผ่ซึ่งจิตสังหารออกมาได้ 

            เสี้ยนหมิงร่างกายของมันแข็งทื่อปากของมันอ้าออกแต่ว่าก็ตะกุตะกะด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ 

            “ ถามว่าอยู่ที่ใด.. ”หลี่หยางทำการย้ำถามเสียงเข้ม ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองเพ่งเล็งตรงไปที่มัน 

            ดูเหมือนว่าสายตาที่เพ่งเล็งไปมันจะดึงสติของเสี้ยนหมิงกลับมาคนผู้นั้นสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะทำการพูดทุกอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว“ อยู่ในเรือนด้านหลัง… ” 

            มันพูดออกมาพร้อมกับทำการใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปยังบริเวณด้านหลังของจวน 

            หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองมองยาวไปบริเวณด้านหลังก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว 

            นำพาร่างกายลุกขึ้นมาดวงตาปรายตามองไปยังหลันเซ่อก่อนที่จะทำการกล่าวออกมา“ เฝ้าตรงนี้เอาไว้ ”  

            หลันเซ่อที่กำลังยืนอยู่ทำการพยักหน้าตอบรับกลับไปก่อนที่มันจะเดินตรงเข้ามาหาเสี้ยนหมิง ยกเท้าของตนเองขึ้นมาแล้วก็เตะเข้าไปที่หน้าของมันจนทำให้บุตรชายของเจ้าเมืองผู้นั้นถึงกับเลือดกบปากแล้วก็สลบลงไปทันที  

            หลี่หยางการกระทำเช่นนั้นถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ‘ต้องลงมือขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ’ 

            เขากะลาใจอยู่บ้างไม่คิดว่าหลันเซ่อจะมีนิสัยโหดเหี้ยมเช่นนี้ 

            หลันเซ่อหันมามองนายท่านของตนเองก่อนที่จะทำการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“ คนปากมากเช่นนี้ปล่อยมันมีสติจะเป็นปัญหากับเราขอรับ ” 

            หลี่หยางทำการแสดงรอยยิ้มแห้งภายใต้ผ้าที่กำลังปกปิดใบหน้าของตนเองก่อนที่เขาจะเริ่มทำการเดินตรงไปยังบริเวณด้านหลังอย่างรวดเร็ว 

            ตอนนี้ผู้คนภายในจวนล้วนแล้วเหลือแต่พวกบ่าวไพร่ที่เป็นหญิงสาวพวกนางทำการหลบทางให้เขาอย่างรวดเร็วไม่กล้าแม้แต่จะทำการขวางหน้าเขาย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วผลของการขวางทางเป็นเช่นไรมันก็มีแสดงให้เห็นอยู่บริเวณด้านหน้า 

            ‘ สถานที่แห่งนี้กว้างขวางเสียจริง พวกขุนนางส่วนใหญ่ร่ำรวยเช่นนี้เพราะเงินเดือนหรือว่าเพราะว่าเงินที่ฉ้อโกงที่พวกมันโกงกันมา’จวนแห่งนี้กว้างขวางเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้เดินสำรวจดูแล้วพื้นที่มันเทียบเท่าได้กับบ้านหลังใหญ่หลายหลังเรียงต่อกัน 

            เขาใช้เวลาเดินอยู่ประมาณ 1ก้านธูปเต็มเต็มๆจนกระทั่งไปถึงบริเวณเรือนด้านหลัง 

            หลี่หยางมองเห็นเรือนไม้เล็กๆที่มันตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเขาเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วบริเวณด้านหน้าประตูมันไม่มีผู้ใดเฝ้าอยู่แล้วแต่ว่าบริเวณประตูทางเข้ามันก็มีโซ่ตรวนขนาดใหญ่ที่ทำการลงเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้ผู้คนด้านในออกมาสู่ด้านนอกได้ 

            หลี่หยางจ้องมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองมองเห็นขัดหูขัดตาทำการชักกระบี่ของตนเองออกมาฟันมันขาดเป็นสองท่อน 

            เพล้ง!!!กระบี่ของเขาแฝงเร้นด้วยลมปราณฟันเพียงครั้งเดียวโซ่เหล็กธรรมดาก็ขาดเป็นสองท่อน 

            หลี่หยางไม่ได้แสดงท่าทางเป็นสุภาพชนเลยสักนิดเมื่อโซ่เส้นนั้นถูกตัดจนขาดเขาทำการยกเท้าของตนเองขึ้นมาแล้วก็เตะเข้าไปที่บริเวณประตู 

            ปั้ง!!!เมื่อเท้าของเขาถีบเข้าไปที่ประตูประตูบานนั้นกระเด็นหลุดเข้าไปด้านในร่างของบุรุษสูงสง่าที่สวมใส่ชุดสีดำเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตผู้ใด 

            เมื่อเดินเข้าไปด้านในดวงตาทั้งสองมันกลับเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง 

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องระบบครองยุทธภพ ที่คุณอ่าน