บทที่ 23 เพียงแค่ครั้งเดียวก็ผ่านแล้ว!
ลู่เฉิงเหวินหันกลับไปมองและรู้ว่าเหลิ่งชิงชิวกระแทกประตูเดินจากไปแล้ว เขาจึงพูดน้ำเสียงจริงจัง “ได้ ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
เหลิ่งชิงชิวโกรธจนตัวสั่น
ทว่าครั้งนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ซึ่งเหตุผล
ฉันเกลียดลู่เฉิงเหวินไม่ใช่เหรอ? เขาไปตามตื๊อสวีเสวี่ยเจียว มันก็เป็สิ่งที่สมความปรารถนาของฉันแล้วนี่? แล้วฉันโกรธทำไมกันนะ? และยังปิดประตูกระแทกหน้าเขาอีก?
ปิดประตูกระแทกหน้าแบบนี้ดูขาดสติมากเลยจริง ๆ ถ้าอีตาบ้านั่นเห็นคงคิดว่าฉันแคร์เขามากแน่เลย!
แต่... มันน่าเจ็บใจจริง ๆ นี่!
เจ็บใจจริง ๆ เลยโว้ยยย!
เขา... ทำอย่างนี้ได้ไง?
สวีเสวี่ยเจียว... เธอมีอะไรดีนักหนาฮะ? ก็แค่ชอบทำเสียงแอ๊บแบ๊ว เสแสร้งแกล้งทำตัวน่ารักเท่านั้นเอง!
แค่เห็นหน้าเธอ ฉันก็อยากจะอ้วกอาหารที่กินไปออกมาแล้ว!
ต่อไปพวกเธออยู่ให้ห่าง ๆ ฉันไว้เลยนะ! ฉัน เหลิ่งชิงชิว ไม่สนใจหรอก!
หลังเหลิ่งชิงชิวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ในใจก็เกิดมีความหวังขึ้นมา
ฉันโกรธถึงขนาดนี้แล้ว... อีตานั่นจะตามมาง้อรึเปล่านะ?
ฮึ! ถึงมาง้อ ฉันก็ไม่สน!
คิดว่าตัวเป็ใครกันฮะ! ถ้าวันนี้เขาไม่มาขอโทษฉันละก็ ฉันจะไม่มีทางอภัยให้เด็ดขาด!
เหลิ่งชิงชิวสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินจากไป แม้จะอยากหันหน้ากลับไปแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้า ดังนั้นจึงทำได้เพียงจำใจเดินหน้าต่อไป
ทว่าหญิงสาวก็แอบใช้มือถือสะท้อนดูภาพข้างหลังแวบหนึ่ง เมื่อเห็นรถของลู่เฉิงเหวินขับตามมา เหลิ่งชิงชิวก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ภายในหัวใจรู้สึกเบิกบานขึ้นมาทันที
อดทนไว้!
เหลิ่งชิงชิว อดทนเอาไว้ จะปล่อยให้อีตานั่นรู้ว่าเขาควบคุมเธอจนอยู่หมัดแล้วไม่ได้เด็ดขาด!
รถคันหนึ่งมาจอดเทียบข้าง ๆ ตัวเหลิ่งชิงชิว เธอหยุดเดิน ยืนกอดอก และกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
“มีอะไรอีก? คุณไปคบกับผู้หญิงตระกูลสวีแล้วไม่ใช่เหรอ? ต่อไปก็อย่ามาวุ่นวายกับฉันอีก”
“ได้” ลู่เฉิงเหวินตอบ “ถ้างั้นคุณโทรเรียกผู้ช่วยของคุณมารับก็แล้วกัน ผมไปก่อนนะ”
ชายหนุ่มพูดจบก็ไม่เปิดโอกาสให้เหลิ่งชิงชิวได้ตอบ เขาเหยียบคันเร่งแล้วพุ่งออกไปจนลับตา
เหลิ่งชิงชิวมองรถของลู่เฉิงเหวินที่ขับห่างไปไกลแล้วด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว!
ฉันโกรธจนกระทืบเท้าแล้วนะ!
“ลู่เฉิงเหวิน! คุณแน่มาก... เจ็บใจจริง ๆ เลย!”
…
ลู่เฉิงเหวินขับรถเอ็มพีวีสุดหรู พร้อมร้องเพลงพลางใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยเบา ๆ ด้วยความสุขใจ “วันอิสระเสรี วันนี้เป็วันที่สดใส ชาวประชาล้วนดีใจที่ได้รับอิสระเสรี...”
จัดการนางเอกไปได้คนหนึ่งแล้ว ฉันนี่มันเก่งซะเหลือเกิน!
ตอนนั้นโทรศัพท์ของสวีเสวี่ยเจียวก็มาได้ประจวบเหมาะเลยจริง ๆ
คราวนี้เหลิ่งชิงชิวคงจะไม่ยอมยกโทษให้ฉันอีกตลอดไปแน่ เื่นี้จบอย่างสวยงาม!
ต่อมาก็แค่จัดการสวีเสวี่ยเจียว เท่านี้ก็จบเื่
เมื่อขับรถไปถึงโรงแรมที่เปิดงานแถลงข่าว เพียงแค่มองปราดเดียว ลู่เฉิงเหวินก็เห็นกลุ่มของตัวเองยืนรอด้วยความกระวนกระวายใจแล้ว
แต่ทุกคนยังคงมองเลยผ่านรถของเขาไป เอาแต่ชะเง้อคอรอคอย
เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูรถออกมา ทุก ๆ คนก็ถึงกับตะลึง
ลู่เฉิงเหวินในอดีตเป็นักแต่งรถมือฉกาจ รถแต่ละคันล้วนเป็รถสปอร์ตสุดหรู เท่ะเิ และมีลวดลายแพรวพราว ดูก็รู้ว่าเป็พวกมีเงินจนไม่มีที่จะเก็บ...
ทว่าวันนี้กลับขับรถเอ็มพีวี
อีกทั้งสไตล์การแต่งตัวของลู่เฉิงเหวินก็เปลี่ยนไป
ไม่ใช่ชุดสูทแฟชั่นหลากสีสันแบบที่เคยใส่ประจำ แต่เขาสวมชุดสูทสีเข้มตลอดทั้งตัว และสวมรองเท้าหนังตามมาตรฐานสากล
ทั้งสง่า และน่าเชื่อถือ
เจี่ยงซือหานผู้เป็เลขารีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที “ประธานลู่คะ”
“อ้อ ซือหานนี่เอง”
เจี่ยงซือหานดูเหมือนจะตื่นกลัวเอามาก ๆ
เธอไม่อาจลดความตื่นกลัวลงได้ แม่ของเธอป่วยเป็โรคประหลาด ในแต่ละปีต้องจ่ายเงินเป็ล้านเพื่อรักษาและทำการบำบัด
ดังนั้นตนจึงไม่อาจสูญเสียงานนี้ไปได้
แต่การมาเป็เลขาให้ลู่เฉิงเหวิน... มันเป็เื่ที่น่ารันทดมาก
ผู้ชายคนนี้... น่ารังเกียจจนเกินธรรมดาสามัญ
เมื่อสองปีก่อน ชีวิตส่วนตัวของเขาเละเทะจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ส่วนความชั่วร้ายก็แทบไม่อาจพรรณนาออกมาเป็คำพูด
ในฐานะที่เธอเป็เลขาซึ่งดูแลความเป็อยู่ของเขา สิ่งที่ได้พบและได้เห็นแทบจะทำให้ตนต้องขนลุก พร้อมหวาดกลัวไปด้วยในขณะเดียวกัน
อีกทั้งเขายังทำตัวรุ่มร่ามกับเธอแทบทุกวัน
พูดล้อเล่นด้วยคำพูดลามกอนาจารแบบที่คิดไปเองว่าตลก และยังถือโอกาสเปิดกระโปรงของเธอโดยไม่สนใจว่ารอบข้างจะมีคนเยอะแค่ไหน
เวลาที่ประชุม ด้านหนึ่งใช้คำหยาบคายด่าพนักงาน อีกด้านหนึ่งยื่นมือมาลูบขาของเธอ
ชายหนุ่มทำตัวรุ่มร่ามและหยอกล้อด้วยคำพูดในแบบต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วน ทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องแอบวิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำจนตาบวมอยู่บ่อย ๆ
สามปีให้หลังยิ่งหนักกว่าเดิม...
นอกจากทำรุ่มร่ามอนาจารกับเธอแล้ว เขายังเป็สุนัขคอยตามตื๊อเหลิ่งชิงชิว!
คำสั่งที่ให้เธอไปทำส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็เื่ที่ทำแล้วลำบากใจมาก เธอต้องไปเชียนเฟิงกรุ๊ปเพื่อทำงานให้เขา ส่วนคนในเชียนเฟิงกรุ๊ป... ล้วนดูถูกดูแคลนเธอมาก ราวกับเธอเป็ผู้หญิงที่ไม่ว่าเื่ทุเรศแบบไหนก็สามารถทำได้เพื่อเงินเพียงอย่างเดียว
แต่ใครจะรู้ เธอ้างาน ตอนนี้เงินเดือนของเธอในแต่ละเดือนมีประมาณแสนกว่า ๆ งานเลขาแบบนี้ถือได้ว่าเป็ตัวเลขที่สูงมากแล้ว...
ถ้าไม่มีรายได้ขนาดนี้ แม่ของเธอก็ต้องงดยา
หากไม่ทำตามคำสั่งของลู่เฉิงเหวิน เธอก็จะสูญเสียมารดาไป
เจี่ยงซือหานก้มหน้าต่ำราวกับกลัวความผิดดังนกต้องเกาทัณฑ์ “ประธานลู่คะ ร่างรายงานเขียนออกมาเรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านยังมีเวลาอ่าน ไม่ต้องรีบมากนักหรอกนะคะ ถ้ามีตรงไหนไม่พอใจ ทางนั้นก็พร้อมจะแก้ไขตามที่ท่าน้าค่ะ”
“ได้ ผมขอดูก่อน”
ลู่เฉิงเหวินสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินเข้าไป กลุ่มคนทั้งหลายตามไปติด ๆ ทั้งสองด้านมีบอดีการ์ดคอยอารักขาอยู่ตลอดทาง
ชายหนุ่มถูกส่งเข้าไปในห้องพักผ่อน
เมื่ออ่านร่างรายงานไปรอบหนึ่งก็พยักหน้า “ได้ ใช้ได้แล้ว”
จากนั้นเขาก็ยื่นร่างรายงานให้เจี่ยงซือหาน
ทุกคนล้วนตะลึง
ลู่เฉิงเหวินขึ้นชื่อว่าเป็คนเอาใจยาก
เขาเป็ปีศาจชั่ว เป็ผีร้าย เป็อสุรกาย!
ไม่ว่าทำงานออกมาดีขนาดไหน เขาก็ยังสามารถหาที่ติเจอแล้วงัดขึ้นมาด่าได้
หลังจากด่าไปถึงพ่อแม่ ลูกเมีย ปู่ย่าตายายสิบแปดโคตรจนครบแล้ว คนเ่าั้ก็ต้องเอางานกลับไปแก้ ไปทำใหม่ สุดท้ายงานที่ได้ออกมาก็ไม่ได้ต่างไปจากตอนแรกมากนัก
ทว่าวันนี้เพียงแค่ครั้งเดียวก็ผ่านแล้ว!