ตอนที่เจ็ด Grinding 2
แม้จะไม่เท่ามืออาชีพแต่ผมก็คิดว่าผมเชี่ยวชาญพอสมควรในด้านเทคนิคต่างๆ
การล่อศัตรูให้ชนกับกำแพงจะทำให้พวกเขาาเ็มากขึ้นหากเราหลบได้ถูกจังหวะ
ฮว้ากกก
ของ[โอตะ]ชนกับกำแพงอีกครั้ง
เปรี้ยง
ผมใช้เทคนิคตามเกมส์คือนั่งย่อตัวเพื่อลด hit box จุดที่สามารถโจมตีให้เหลือน้อยที่สุดและกลิ้งไปด้านข้างซ้ายขวาเพื่อความสะดวกในการหลบ
แต่ขอบอกเลยว่ามันยากกว่าที่เห็นเมื่อเรามาทำท่าเช่นนี้เองแทนที่จะบังคับการเคลื่อนไหวอยู่นอกจออย่างเดียว
แต่หากเทียบกับเกมส์แล้วตอนนี้เท่ากับว่าผมกดปุ่มสแปม speech คำพูดอยู่นั่นเองเพราะผมรู้ว่า นารุโตะนั้นเก่งในด้านการพูดเกลี้ยกล่อมที่สุดและอาจจะเรียกว่าคือความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านการพูดจูงใจด้วยซ้ำ
”นี่มาร่วมมือกันแทนที่จะสู้กันเถอะ”
ผมพยายามทำตัวแบบนารุโตะ
แต่
ฮว้ากกกก
ร่างที่พุ่งเข้ามาคือคำตอบของการชักชวนของผม
เป็บทเรียนที่สอนให้รู้ว่าหากไม่ใช่นารุโตะอย่าชวนคุยในการต่อสู้
ผมยังนั่งยองๆกลิ้งไปมาด้วยพลังมานาราวกับเล่นไล่จับกันของทั้งสองฝ่าย
ที่ผมล่อให้[โอตะ] เสียพลังชีวิตด้วยตนเองมากกว่าที่จะเข้าไปแลกพลังชีวิตด้วยกัน
แน่นอน หากผมเสียพลังก็ใช้”เพชร”ไอเท็มรางวัลที่ได้มาช่วยฟื้นพลังได้ แต่ผมไม่อยากสิ้นเปลืองเพชรไปมากนักกับขั้นตอนนี้และการต่อสู้ในภายหลังอาจจะเปลืองเพชรมากกว่านี้ก็ได้
Synchro 2%
ค่าความเชื่อมโยงอยู่ที่ 2% ในตอนนี้หรือว่าโลกนี้ใช้ระบบแบบนารุโตะและโชวเน็น ที่เราต้องอัดฝ่ายตรงข้ามจนลุกไม่ขึ้นก่อนหลายๆครั้งเพื่อให้เข้าใจกันได้เต็ม 100%
ก็เข้าใจอยู่ว่าตามระบบเราต้องสู้จนได้ค่าเต็ม 100% ถึงจะเคลียร์การต่อสู้กับตนเองผ่าน
แต่นี่เราต้องสู้นับร้อยรอบจริงๆหรือนี่?
ฮว้ากกก
โครม
ปึ้ง
Synchro 3%
และผมได้เพชรมาอีก 5 ชิ้น
คราวนี้เมื่อผมเริ่มจะต่อสู้อักครั้งผมสังเกตบางอย่างได้
ต่อสู้ตอนแรกสุด [โอตะ] ยังพอมีคำพูดอยู่บ้าง แต่พอยิ่งสู้ไปเรื่อยๆ ร่างกายเขาก็เหมือนกับจะกลายเป็ร่างเงาของไพ่ทาร็อตมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งมาถึง
Synchro 25%
ที่ร่างกายของ[โอตะ]ที่ผมสู้ด้วยนั้นเริ่มกลายเป็ร่างเงาของมอนสเตอร์ที่มีอยู่ทั่วไปคือ Strength ที่ลักษณะคล้ายลิงในการต่อสู้ด้วย
โอโตนาชิ ชิสึกะ(แย่งชิง)[โอตะ]
HP 320/320 MP 480/480
STR 32
DEX 32
VIT 32
LUK 49
INT 48
WIS 32
CHA 32
The Strength ค่า synchro 25%
Usurper II แย่งมาด้วยกำลังทั้งแรงบันดาลใจและความสามารถ สามารถได้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นได้จากการพิชิตคู่ต่อสู้ได้
เมื่อผมเห็นค่าสถานะผมก็ใเพราะผมไม่อยากให้เงาของผมเพิ่มความสามารถเร็วเกินไปกว่านี้อีกแล้ว
ผมชักเริ่มรู้ตัวจากตอนแรกที่หัวเราะเยาะ[โอตะ]ที่เคลื่อนไหวอย่างอุ้ยอ้ายเชื่องช้า แต่พอค่าสถานะเริ่มเกิน 10 ก็เข้าสู่ระดับคนธรรมดา 15 นักกีฬาและพอเริ่ม 20 ขึ้นไปก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวว่องไวจนผมเริ่มรับมือลำบากมากขึ้นแม้ค่าร่างกายของพวกเราจะเท่ากะ...
ปั๊ก
และผมก็เริ่มโดนโจมตีทีแรกและได้มองพลังของตนเองที่ได้ลดฮวบลงจากการโจมตีอันรุนแรงของ[โอตะ]ในร่างของ Strength 25%
ที่สภาพร่างกายราวกับย้อนไปเป็มนุษย์ยุคหินกล้าเนื้อและความเร็วเหนืุ์ปรกติ
และแทนที่สัญชาตญาณสัตว์ป่าทำให้[โอตะ]มีลักษณะคล้ายลิง คนเถื่อน มนุษย์ดำดำบรรพ์มากขึ้น
การร้องอย่างโอตาคุที่ไม่พอใจลดน้อยลงแต่สายตาแฝงแววของสัตว์ร้ายและคนเถื่อน
การเคลื่อนไหวไม่ใช่เพราะอารมณ์อีกต่อไปแต่ทำอะไรราวกับเล็งเป้าหมายเอาไว้
เหมือนกับสัตว์ป่าที่จับจ้องล่าเหยื่อของตน
แสดงถึงสภาพร่างกายพื้นฐานดั้งเดิมของมนุษย์ที่สติปัญญาสูงกว่าสรรพสัตว์แต่ร่างกายก็แข็งแรงไม่แพ้สัตว์ป่าที่แข็งแกร่งที่สุด
ร่างที่ใหญ่โตไม่อุ้ยอ้ายอีกต่อไปแล้ว แต่ย่อตัวลงเหมือนกับนักล่าที่จ้องจะตะปบเหยื่อ
กิ๊ง
ผมกดใช้เพชรทำให้มีแสงสีรุ้งกระจายไปรอบร่างกายของผมฟื้นพลังขึ้นมาจากการที่โดนหมัดโจมตีครั้งแรก
ท่าทางการต่อสู้นี้จะอีกยาวนานเสียแล้ว