ตอนที่ 16
นอกจากหน้าอกอันมากล้นแล้วเจ้าก็ไม่มีสิ่งใดดีเลย (1/2)
เหตุการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ถูกคลี่คลายภายในเวลาหนึ่งเดือนเต็มซึ่งทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคณะหมอหลวงและกองทัพของโอวหยางเฟยหลง ผู้ที่มีความดีความชอบครั้งนี้เป็นโอวหยางหมิงเซียนที่เข้ามาควบคุมดูแลต่อจากผู้เป็นอาและที่ได้รับคำชื่นชมไปทั่วเมืองหลวงก็คือคุณหนูตระกูลไป๋ทั้งสองคน
คุณหนูรองไป๋อวี้ หญิงงามอันดับหนึ่งผู้ชาญฉลาดหาต้นตอของโรคจนทำให้แก้ไขและยุติการแพร่ระบาดได้
คุณหนูสี่ไป๋ฮวาสตรีผู้พิสูจน์ว่าตนหาใช่สตรีไร้ประโยชน์เพียงเพราะไม่มีมนตรา นางใช้วิชาแพทย์โบราณเช่นการฝังเข็มมารักษาชาวบ้านทั้งหมดอดทนโหมงานหนักจนตัวเองล้มป่วยไป
นอกจากนี้ยังมีคุณหนูรองสวีเพ่ยเพ่ยที่เดินทางมาสมทบพร้อมกับยาและอุปกรณ์รักษาโรคทั้งยังปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเหตุการณ์ครั้งนี้เช่นกัน สวีเพ่ยเพ่ยอดทนกว่าที่ไป๋อวี้คิดไว้มากนักช่วยเหลืองานของนางได้เป็นอย่างมาก ทำสำคัญคือคุณหนูผู้นั้นกักเก็บอารมณ์ของตนเอาไว้ได้เป็นอย่างดีหลังจากเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำร้ายจิตใจเข้าเต็มๆ
วันหนึ่งที่ไป๋ฮวาเป็นลมล้มไปเพราะฝืนร่างกายฝังเข็มให้ชาวบ้านจนไม่ได้พักผ่อนรเมื่อโอวหยางหมิงเซียนทราบข่าวก็รีบอุ้มนางกลับมาที่กระโจมของตนทันที ทั้งยังอนุญาตให้นางพักที่กระโจมของเขาจนกว่าจะหายดีส่วนตัวพระเอกนั้นพักที่กระโจมใหม่ทั้งที่ฉินหวางขึ้นชื่อเรื่องการวางตัวกับสตรีไม่แพ้อา
ความสำคัญของไป๋ฮวาที่มีต่อโอวหยางหมิงเซียนเป็นที่จับตามองของผู้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่นั้นมาเพราะทั่วทั้งเมืองหลวงทราบว่าคุณหนูรองไป๋อวี้ปักใจรักฉินหวางเพียงผู้เดียวทั้งยังได้รับความสนับสนุนจากเหวยไทเฮา มาบัดนี้ฉินหวางกลับแสดงความห่วงใยคุณหนูสี่ไป๋ฮวาเป็นพิเศษช่างน่าเวทนาที่คุณหนูผู้เกิดจากภรรยเอกเช่นไป๋อวี้จะพ่ายแพ้ให้แก่คุณหนูผู้เกิดจากอนุภรรยาเช่นไป๋ฮวา
แต่ไป๋อวี้ก็หาได้ใส่ใจอันใด แม้จะมีสวีเพ่ยเพ่ยคอยพูดจาถากถางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันซึ่งนางมั่นใจว่าในใจของสวีเพ่ยเพ่ยนั้นคงระแวงไป๋ฮวาอยู่เช่นกันจึงได้เริ่มไปรังควานนางเอกสลับกับเข้ามาพูดจาเหน็บแนมนางบ้างเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้นางได้รับสายตาแปลกประหลาดจากผู้คนอยู่บ้าง แต่นางร้ายสาวก็มักจะก้าวเดินหลังตรงและเชิดใบหน้าอย่างสง่างามเมื่อเดินผ่านไปทุกที่หาได้สนใจว่าผู้ใดจะพูดถึงนางเช่นใด
เสี่ยวซีมองท่าทางคุณหนูของตนแล้วก็แสนจะชื่นชมนางรู้ว่าในใจจริงของคุณหนูนั้นช้ำใจอยู่บ้างแต่ก็ยังรักษากิริยาสง่างามไว้ได้ช่างสมกับเป็นคุณหนูรองผู้สูงศักดิ์ของตระกูลไป๋ !
แต่ที่สุดแล้วคงไม่มีผู้ใดรู้ดีเท่าตัวนางซึ่งไป๋อวี้หาได้สนใจอันใดในตัวของโอวหยางหมิงเซียนอีกต่อไป ผู้ใดจะรักกันก็รักไปขอเพียงอย่ามาล้ำเส้นกันก็พอชาตินี้นางต้องการจะเริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่างใหม่โดยการไม่จองเวรกับผู้ใดให้ชาติต่อไปต้องวนเวียนอยู่เช่นนั้นอีก
เมื่อนึกถึงเรื่องเวรกรรม ไป๋อวี้ไม่รู้ว่ากี่ชาติภพมาแล้วที่นางและไป๋ฮวาจองเวรกันและกันในรูปแบบต่างๆ ในชาติที่แล้วนางถูกซ่งเหลียนฮวาแย่งหลี่เวินโหรวไป คงเพราะนางในชาติที่เป็นไป๋อวี้ได้หลอกใช้ความรักของโอวหยางเวินโหรวที่มีต่อไป๋ฮวามาทำร้ายไป๋ฮวาด้วยการที่นางวางแผนยุยงให้โอวหยางเวินโหรวผิดใจกับโอวหยางหมิงเซียนผู้เป็นพี่ชายคนสนิทพระรองผู้นั้นขัดขวางความรักของพระนางจนพี่น้องต้องต่อสู้กันร้ายแรงจนเกือบถึงแก่ชีวิต จึงไม่แปลกหากด้วยเวรกรรมเช่นนี้จะทำให้นางถูกเขาหลอกให้รักถึงเก้าปีเต็ม
และหลังจากที่นางตาย โอวหยางหมิงเซียนก็มาเกิดเป็นลูกของซ่งเหลียนฮวาหรือนั่นก็คือไป๋ฮวาแต่ก็ไม่ได้มีโอกาสพบกัน นี่คงเป็นเพราะเวรกรรมที่ซ่งเหลียนฮวาทำให้หยกนภาต้องฆ่าตัวตายจนพรากนางไปจากเจ้าของด้ายแดงที่แท้จริง
เทพธิดาองค์นั้นบอกกับไป๋อวี้ก่อนจะจากไปว่าการชดใช้กรรมของแต่ละชาติล้วนแตกต่างกันออกไปบางชาตินางเกิดเป็นแมวตามฆ่าไป๋ฮวาที่เป็นหนูและถูกโอวหยางหมิงเซียนที่เป็นคนวางยาฆ่าเพราะเกลียดแมว
บางชาตินางเกิดเป็นชายแล้วทอดทิ้งไป๋ฮวาที่เป็นภรรยาไปรักกับโอวหยางหมิงเซียนจึงถูกโอวหยางเวินโหรวที่เป็นพี่ชายไป๋ฮวาในชาตินั้นมาตามฆ่า
และยังมีอีกหลายรูปแบบที่พวกนางต่างจองเวรจองกรรมกันในแต่ละภพแต่ละชาติต่างคนต่างทำร้ายกันไม่สิ้นสุด เพราะมันวนเวียนอยู่เช่นนี้ นางจึงต้องมาที่นี่เพื่อยุติมันตั้งแต่แรก
จากคำพูดของเทพธิดาแห่งโชคชะตาประกอบกับการที่นางได้เข้าไปเยี่ยมไป๋ฮวาและพูดคุยกันตามมารยาทยามที่ไป๋ฮวาป่วยไป๋อวี้มองเข้าไปในแววตาของคนที่ข้ามภพมาเช่นเดียวกับนางทำให้ไป๋อวี้มั่นใจได้ว่าไป๋ฮวาที่ข้ามภพมาผู้นี้ ไม่ใช่ซ่งเหลียนฮวาในชาติภพเดียวกับนางแต่เป็นวิญญาณของไป๋ฮวาที่มาจากชาติภพหรือยุคสมัยอื่นที่ไป๋อวี้ไม่มีความทรงจำในชาตินั้น
นางและไป๋ฮวาข้ามภพมาจากยุคสมัยใกล้เคียงกันแต่คนละช่วงเวลาแต่วิญญาณของพวกนางยังเป็นวิญญาณดวงเดิม !
โชคชะตาของนางและไป๋ฮวาในครั้งนี้ถือว่าเท่าเทียมนางรู้อนาคตและสามารถหลีกเลี่ยงโชคชะตาได้หากต้องการ ในขณะที่ไป๋ฮวามีความสามารถติดตัวมาและเอามันพัฒนาตนเองจนเป็นที่ยอมรับได้ในสังคมแห่งชนชั้นเช่นนี้
ขอเพียงไม่จองเวรกันและกันโชคชะตาก็จะไม่ต้องให้พวกนางเป็นศัตรูกันวนเวียนไปอีกหลายชาติภพ
“เจ้ามันเป็นสตรีโง่งม ! น้องสาวลูกอนุชั้นต่ำของเจ้ากำลังออดอ้อนเรียกความสนพระทัยจากฉินหวางไปเหตุใดจึงมานั่งดื่มชาสบายอารมณ์เช่นนี้ !”
ในวันที่อากาศกำลังเย็นสบายไม่หนาวจัดไป๋อวี้กำลังยกถ้วยชาร้อน ๆ ขึ้นดื่มและขบคิดเรื่องข้ามภพอย่างถี่ถ้วน แต่จู่ ๆ เรือนร่างเย้ายวนของสตรีที่อยู่ในอาภรณ์สีแดงสดก็เดินเข้ามาพร้อมกล่าวหานางแม้จะถูกขัดอารมณ์สุนทรีแต่ร่างบางก็ขยับตัวอย่างเชื่องช้าและอ่อนช้อย นางค่อย ๆดื่มชาต่อไม่ได้ชะงักกิริยา ไม่นานนักถ้วยชาว่างเปล่าถูกวางลงแผ่วเบาดวงตาหงส์ช้อนตามองสวีเพ่ยเพ่ยที่กำลังพยายามกลั้นความโกรธที่มีต่อไป๋ฮวาและไป๋อวี้ผู้เป็นศัตรูของตน
“ข้าไม่ได้เดือดร้อนอันใดแล้วมันหนักหน้าอกเจ้าหรือ” ไป๋อวี้หยอกเย้าเมื่อเห็นว่าหน้าอกขนาดเกินอายุของสวีเพ่ยเพ่ยกำลังขยับขึ้นลงจากอาการหอบหายใจเพราะทั้งโกรธและเหนื่อยจากการรีบเดินมาหานางถึงศาลาพักผ่อนที่คนตระกูลไป๋สร้างเอาไว้
“เจ้าเป็นอันใดกับหน้าอกข้านักหนา !”
ก็มันเต็มตาและดูท่าจะเต็มมือ ข้าชอบ หึหึ
“..หรือเพราะว่าเจ้ามีไม่เท่าข้าและริษยาอยากจะมีนักจึงได้เอ่ยถึงบ่อยๆ คิกคิก” สวีเพ่ยเพ่ยอารมณ์ดีขึ้นมาเพียงเพราะได้ข่มทับไป๋อวี้ด้วยหน้าอกอันมากล้นของตนนางจงใจเอาไปเบียดชนเรียวแขนเล็กของไป๋อวี้อาการโกรธเลือนหายไปแทนที่ด้วยรอยยิ้มร้ายกาจเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าของสตรีที่ไป๋อวี้ยอมรับว่าตรงๆ ว่านาง ‘เซ็กซี่’ ผิดจากสตรีในสมัยนี้
เสียดสีทั้งวาจาและกิริยาจนพอใจแล้วเรือนร่างสีแดงเพลิงขยับกายออกมานั่งด้านข้างไป๋อวี้พักนี้นางมักสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเมื่อมองดูทั้งคู่แล้วคล้ายนักมวยสองฝั่งที่กำลังห้ำหั่นกัน
ไป๋อวี้กลอกตา เจ้าลืมไปแล้วหรือว่ากำลังมีโทสะ?
“เจ้าก็ภูมิใจเสียเถอะ...” ไป๋อวี้หันไปยิ้มเสแสร้งให้สตรีที่กำลังภูมิใจที่มีหน้าอกชนะนางได้ แต่ความภาคภูมิใจนั้นก็ลดหายไปทันทีที่ไป๋อวี้เอ่ยประโยคถัดไป “..เพราะนอกจากหน้าอกอันมากล้นแล้ว เจ้าก็ไม่มีสิ่งใดดีเลย”
“เจ้า !”
“ถวายพระพรฉินหวางเพคะ”
เสียงของสาวใช้ที่รออยู่นอกศาลาเอ่ยขึ้นเสียงดังเพื่อจงใจยุติบทสนทนาของคุณหนูทั้งสองที่พูดคุยกันจนลืมมองว่ามีบุรุษผู้หนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาที่ศาลานี้
ไป๋อวี้และสวีเพ่ยเพ่ยรีบลุกขึ้นยอบกายให้โอวหยางหมิงเซียนโดยที่สีหน้าของสตรีทั้งสองแตกต่างกันจนผู้มาใหม่รู้สึกแปลกใจ สวีเพ่ยเพ่ยก้มใบหน้าเล็กน้อยริมฝีปากชมพูสวยขบเม้มไว้แน่นคล้ายกำลังขัดใจแต่ไป๋อวี้กลับก้มใบหน้าและอมยิ้มเล็กน้อยคล้ายกำลังมีเรื่องสนุก
ใบหน้าเรียบนิ่งของโอวหยางหมิงเซียนกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยคุณหนูไป๋คงทำเรื่องซนอีกแล้วพักนี้นางแผลงฤทธิ์แบบไม่เก็บอาการหรือปั้นหน้าเป็นสตรีผู้งามสง่าเพื่อปกปิดความร้ายกาจน่าสนใจจริง ๆ
“เปิ่นหวางมาขัดจังหวะของคุณหนูทั้งสองหรือไม่?” ร่างสูงเอ่ยขณะนั่งลงโดยมีหญิงงามทั้งสองขนาบข้าง
สวีเพ่ยเพ่ยรีบคว้ากาน้ำชามารินให้โอวหยางหมิงเซียนอย่างเอาอกเอาใจมุมปากงามยกยิ้มคล้ายสะใจที่ตนเร็วกว่า ซึ่งพักนี้นางมักจะเร็วกว่าไป๋อวี้ทุกครั้งตั้งแต่อยู่ที่หมู่บ้านทุกคราที่เมื่ออยู่กันสามคนสวีเพ่ยเพ่ยมักจะเป็นฝ่ายที่เอาอกเอาใจฉินหวางมากกว่าไป๋อวี้ทั้งที่เมื่อก่อนไป๋อวี้แทบจะไม่เปิดโอกาสให้นางเลย
อ่า..เอาที่เจ้าสบายใจเถิดสวีเพ่ยเพ่ย
“ไม่รบกวนเลยเพคะ” เป็นไป๋อวี้ที่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานตามมารยาท
โอวหยางหมิงเซียนเลิกคิ้วเล็กน้อยท่าทีดีใจทุกครั้งที่เห็นเขาของนางหายไปไหนเสียแล้ว
“หวางเย่โปรดดื่มชา เพ่ยเอ๋อร์เตรียมชานี้มาจากเมืองหลวงเพื่อถวายให้พระองค์เพคะ”
“ขอบใจเจ้ามาก”โอวหยางหมิงเซียนยกชาขึ้นดื่ม
สวีเพ่ยเพ่ยยกชาขึ้นดื่มด้วยท่าทีเอียงอายไป๋อวี้ยกถ้วยชาขึ้นบังแล้วเบ้ปาก ได้ข่าวว่าชานี้มันของข้าและเจ้าเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี่เอง !
“เปิ่นหวางจะมาแจ้งแก่คุณหนูทั้งสองว่าพรุ่งนี้เช้าเปิ่นหวางจะพาทุกคนกลับเมืองหลวง”
“จริงหรือเพคะ” สวีเพ่ยเพ่ยดีใจอย่างออกหน้าออกตา
“ขอให้คุณหนูทั้งสองเตรียมตัวให้เรียบร้อยด้วย”
“น่าเสียดายนะเพคะหม่อมฉันรู้สึกผูกพันกับที่นี่เสียแล้ว” สวีเพ่ยเพ่ยเอ่ยด้วยท่าทีเศร้าสร้อย
ไป๋อวี้ยกถ้วยชาขึ้นบังแล้วเบ้ปากอีกครั้งได้ข่าวว่าเจ้าเพิ่งมาเมื่ออาทิตย์ก่อน !
“เสด็จพ่อทรงมีพระราชโองการให้จัดงานเลี้ยงฉลองให้สำหรับผู้สร้างผลงานในครั้งนี้คงทำให้คุณหนูสวีคลายความเศร้าได้บ้าง”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ”
สวีเพ่ยเพ่ยแย้มยิ้มกว้างไป๋อวี้ยกถ้วยชาขึ้นบังแล้วเบ้ปากอีกเป็นครั้งที่สาม
“แล้วคุณหนูไป๋เล่า ไม่ดีใจหรือ” โอวหยางหมิงเซียนหันมาถามนาง
“อึก..”
ไป๋อวี้สำลักน้ำชา นางตั้งใจนั่งเงียบอยู่นานมาชวนคุยอันใดตอนนี้ !
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook: หงเฟย 弘飛
Twitter: @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------