ชายชุดดำกล่าวว่า “สตรีคนนี้ประลองการเดินหมากล้อมกับองค์ชายสามที่ชุมนุมหมากล้อมเทียนหยวนวันนี้ไท่จื่อสงสัยฐานะของนางดังนั้นจึงขอให้องค์หญิงช่วยตรวจสอบฐานะของอีกฝ่ายให้ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงหลานซินหายใจระรัว สีหน้าเคร่งเครียด “นอกจากรู้จักนามของนางแล้วยังมีเบาะแสอย่างอื่นอีกหรือไม่”
ชายชุดดำครุ่นคิด “สตรีนางนั้นมีรูปโฉมงดงามบุคลิกสูงศักดิ์ และยังมีอะไรบางอย่างบนตัวนางที่อธิบายไม่ได้! อ้อ ถูกต้องแล้ว เมื่อวานนางและองค์ชายสามปะทะกันเล็กน้อยองค์ชายสามมีโทสะจึงแย่งแมวเทพในมือของนางไป แล้วนำแมวเทพมาเป็นเดิมพันจึงมีการแข่งขันเดินหมากในวันนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
“แมวเทพหรือ” องค์หญิงหลานซินใจหายวาบดวงตางดงามนั้นหรี่ลงเป็นเส้นเดียว “หรือจะเป็นนางจริงๆ”
ชายชุดดำ “ไท่จื่อสงสัยว่านางจะเป็น เฟิ่งเฉี่ยนฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยเยียนหรือไม่ ทว่าก็ไม่อาจพิสูจน์ได้...”
องค์หญิงหลานซินคิ้วขมวดมุ่น แววตาพลันเปล่งประกายนางหันไปพูดกับโจวหมัวมัว “เจ้ารีบออกจากวังไปดูที่ชุมนุมเดินหมากสักหน่อยคนผู้นั้นใช่ฮองเฮาหรือไม่ หากนางเป็นฮองเฮาจริงๆ เจ้าจะต้องบอกเสด็จพี่ว่าห้ามมอบแมวเทพให้นางเป็นอันขาด!”
โจวหมัวมัวรับคำสั่ง สีหน้าเข้มงวด “เพคะบ่าวรับบัญชาเพคะ”
เฟิ่งเฉี่ยนไหนเลยจะรู้ว่าอันตรายมาใกล้ตัวแล้วนางยิ่งไม่รู้ว่าการประลองหมากนัดนี้จะได้รับความสนใจจากผู้คนราวกับเป็นเรื่องยิ่งใหญ่กว่าระดับชาติขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ล้วนกำลังรอชมการประลองหมากล้อมนัดนี้!
ส่วนนางในนาทีนี้ เต็มไปด้วยความระมัดระวังนางกลัวหรือเกินว่าจะเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นให้ซวยซ้ำซวยซ้อนไปอีก
ยามนี้ เสียงของกรรมการดังขึ้นนอกหน้าต่าง “องค์ชายสามแม่นางเฟิง พวกท่านทั้งสองใครจะเป็นฝ่ายเดินก่อน”
เฟิ่งเฉี่ยนเอ่ยปากก่อน “องค์ชายสามเป็นแขกผู้มาเยือนจากแดนไกลให้เขาเดินก่อนเถิด!”
ห้องพิเศษ เทียน ฝั่งตรงข้ามไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทว่าอย่างรวดเร็วกลางกระดานหมากใหญ่ปรากฏให้เห็นหมากดำตัวหนึ่ง
ซือคงเซิ่งเจี๋ยเลือกที่จะเดินก่อน!
ที่นั่งแถวหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กระดานหมากใหญ่ที่สุด หานไท่ฟู่ตบเข่าดังฉาดๆ “ไฉนให้ซือคงเซิ่งเจี๋ยเดินก่อนหรือพวกเจ้าไม่ได้บอกนางว่าการให้ซือคงเซิ่งเจี๋ยเดินก่อนนั้นน่ากลัวเพียงใด”
ฟางเสียส่ายหน้ายิ้มขื่น “ต่อให้ซือคงเซิ่งเจี๋ยเป็นฝ่ายเดินภายหลังก็น่ากลัวเหมือนเดิม!”
จ้าวฉีเสริมอีกหนึ่งประโยค “น่าจะบอกว่าไม่ว่าซือคงเซิ่งเจี๋ยจะเป็นฝ่ายเดินก่อนหรือไม่ เขาล้วนไม่เคยพ่ายแพ้!”
นักเดินหมากอีกสี่คนได้แต่ยิ้มฝาดเฝื่อน
หานไท่ฟู่ยังคงไม่เห็นด้วย “ต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ให้เขาเดินก่อนไม่ได้!”
ฟางเสียครุ่นคิด “ข้าคิดว่าที่แม่นางเฟิงทำเช่นนี้นางต้องมีเหตุผลของนาง”
ที่จริงเขาพูดถูกแล้ว เฟิ่งเฉี่ยนเลือกจะเป็นผู้เดินคนหลังเป็นเพราะนางยังไม่แน่ใจว่าซือคงเซิ่งเจี๋ยจะเดินหมากด้วยวิธีใด หากเป็นฝ่ายเดินก่อนอาจไม่เป็นผลดีต่อนางไม่สู้ให้เขาเดินก่อน นางค่อยแก้ไขไปทีละเปลาะจะดีกว่า!
สงบสติอารมณ์แล้วนางก็วางหมากขาวลงไปหนึ่งตัว
แปะ แปะ!
แปะ แปะ!
ทว่ากลับเป็นเสียงที่ดังขึ้นสองครั้งติดกัน!
เฟิ่งเฉี่ยนหันไปมอง นางพบว่าม่านไข่มุกนั้นหักลงมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้มันร่วงลงมาบนพื้นกระดาน เกิดเสียงก้องกังวานให้ได้ยิน
หัวคิ้วนางกระตุก เริ่มอีกแล้วหรือ
ทว่า หลังจากที่นางได้ประสบกับความโชคร้ายมากมายก่อนหน้านี้ เรื่องเล็กๆแค่นี้ไม่อาจส่งผลกระทบต่อเฟิ่งเฉี่ยนได้นางยังคงหันหน้ากลับมาดูหมากบนกระดานด้วยความสุขุมต่อไป
กลับเป็นเด็กเดินหมากที่อยู่ด้านข้างที่ประหลาดใจอย่างที่สุด อยู่ดีๆม่านไข่มุกก็พลันหักลงมาเสียอย่างนั้น
ที่เขาไม่รู้ก็คือ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เรื่องประหลาดยิ่งกว่ายังรออยู่ข้างหลัง...
ต่อมา ทุกๆ ครั้งที่เฟิ่งเฉี่ยนวางหมากลงบนกระดาน เสียง แปะแปะ...ไข่มุกบนม่านก็จะร่วงลงมาหลายเม็ด กระทั่งเป็นเสียงยาวติดๆ กัน
เดินหมากถึงก้าวที่หก ม่านไข่มุกสายหนึ่งร่วงลงบนพื้น
เดินหมากถึงก้าวที่แปด ม่านไข่มุกทั้งหมดร่วงตกลงดัง แป๊กๆๆ!
ไข่มุกหล่นอยู่เต็มพื้น ราวกับเป็นฝนไข่มุก!
เด็กเดินหมากถึงกับทึ่มทื่อ เขายืนอ้าปากเล็กน้อยอยู่ที่นั่นลืมที่จะทำหน้าที่เดินหมาก
เฟิ่งเฉี่ยนราวกับไม่รับรู้ นางเตือนสติเขา “มีสมาธิหน่อย!”
เด็กเดินหมากจึงได้สติกลับมา ปิดปากฉับ แล้วกลืนน้ำลายลงคอแรงๆ
ภายในห้องพิเศษ ตี้ มีเสียงดัง แป๊กๆๆ เดี๋ยวดัง เดี๋ยวหยุดน่าประหลาดเหลือเกิน ส่งผลให้บรรยากาศในการชมการเดินหมากแปรเปลี่ยนไป
“เกิดอะไรขึ้น เสียงอะไรกัน”
“แม่นางเฟิงไม่เป็นไรกระมัง”
“ข้าได้ยินว่าวันนี้แม่นางเฟิงดวงไม่ดี เดินไปถึงไหนก็โชคร้ายถึงนั่น”
“ข้าเห็นมากับตาตัวเอง นางเดินอยู่ดีๆ บนถนนรถเทียบวัวที่ขนผักได้รับความตกใจ จึงชนนางเข้า ผักหล่นลงมาใส่นางทั้งตัว!”
“แต่ไรมาได้ยินแต่ว่าม้าได้รับความตื่นตกใจ วัวก็ตกใจด้วยหรือ จริงหรือหลอกกันแน่”
“คงไม่ใช่เทพเจ้าแห่งความโชคร้ายติดตามตัวกระมัง”
“งมงายเกินไปแล้ว! ไหนเลยจะมีเทพเจ้าแห่งความโชคร้ายเรื่องบังเอิญมากกว่า”
ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ พลันเกิดเสียงแคร่ก หน้าต่างของห้องพิเศษ ตี้ร่วงตกลงมาเกือบจะทำให้คนที่อยู่ด้านล่างได้รับบาดเจ็บ!
“ให้ตายเถอะ! นั่นมิใช่ห้องพิเศษ ตี้ หรอกหรือ หน้าต่างทั้งบานร่วงลงมาอย่างนี้เองทำงานลักไก่เช่นนี้แย่เกินไปแล้ว”
“เป็นเพราะแม่นางเฟิงหรือไม่ วันนี้นางดวงซวยจริงๆ ไปถึงไหนที่ไหนก็แตกตื่น!”
“คงไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง แค่เพียงนางอยู่ในห้องพิเศษ ตี้หน้าต่างของห้องพิเศษก็ร่วงลงมาปราศจากสาเหตุหรือ”
“เป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องบังเอิญแท้ๆ!
“เอ๊ะ ทุกคนรู้สึกหรือไม่ว่าเหมือนมีที่ใดสักแห่งมีน้ำรั่ว ไฉนข้าจึงรู้สึกว่าหน้าข้าเปียก”
“ข้าก็ด้วย! น้ำมาจากที่ไหนกัน”
ทุกคนพากันเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบนเห็นเพียงท่อน้ำเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาหาห้องพิเศษ ตี้เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว มีน้ำไหลออกมาเป็นทาง!
“ให้ตายสิ! เกิดอะไรขึ้น”
หานไท่ฟู่และอื่นๆ มองอย่างงงงันเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” หานไท่ฟู่ลุกขึ้นวิ่งไปดูชั้นบน
หานหลินเยว่และฟางเสียกับพวกตามติดไปด้วย
เมื่อคนทั้งหมดมาถึงห้องพิเศษ ตี้ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนถึงกับตาค้างยืนอยู่กับที่!
เห็นเพียงไข่มุกตกอยู่บนเต็มพื้นห้องไม่รู้ว่ามังกรคู่ที่เล่นไข่มุกอยู่บริเวณทางเข้าแตกหักตั้งแต่เมื่อใดไม้ไผ่ที่อยู่ระหว่างมังกรทั้งคู่พ่นน้ำออกไปด้านนอกเป้าหมายก็คือพ่นไปหาเฟิ่งเฉี่ยนที่นั่งอยู่ด้านหน้ากระดานหมากส่งผลให้ภายในห้องตกอยู่ในสภาพฝนตกไม่เล็กไม่ใหญ่!
หันไปมองเฟิ่งเฉี่ยน เหนือศีรษะของนางมีกระทะใบหนึ่ง นางนั่งอยู่อย่างสงบมือซ้ายถือหมากขาว มือขวาถือกระทะ ท่อน้ำไหลผ่านเหนือศีรษะของนางลงมามีน้ำบางส่วนกระทบกับก้นกระทะแล้วกระเด็นออกไปนอกหน้าต่าง
แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ บนร่างของนางก็ยังคงถูกน้ำรดจนชุ่มฉ่ำส่วนนางยังคงมีสมาธิกับหมากบนกระดาน ไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้แม้แต่น้อย!
หลังจากครุ่นคิดเนิ่นนาน นางค่อยๆ วางหมากขาวลงไปตัวหนึ่งรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังมองมาจึงหันมาพบกับสายตาของทุกคน
หานไท่ฟู่ถึงกับมองตาค้าง เขากลืนน้ำลายลงคอแรงๆ “เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่”
เฟิ่งเฉี่ยนยักไหล่ “วันนี้ข้าถูกเทพเจ้าแห่งความโชคร้ายติดตามตัวตั้งแต่ก่อนยามอู่ก็โชคร้ายไม่หยุด ห้องนี้ไม่ถล่มลงมานับว่าดีมากแล้ว!”
หานหลินเยว่ตกตะลึง “เทพเจ้าแห่งความโชคร้ายติดตามตัวนี่มันจะเกินไปกระมัง”
เฟิ่งเฉี่ยนแบมือ “พวกท่านก็เห็นกับตาแล้ว! ความจริงพิสูจน์ทุกอย่าง!”
หานหลินเยว่ “เช่นนั้นพวกเราต้องเปลี่ยนห้องพิเศษกระมัง!”
“ไม่ต้อง!” เฟิ่งเฉี่ยนรีบห้าม