ณ สวนสมุนไพรของตระกูลเจียง แห่งเมืองนภาไหลมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เก็บสมุนไพรอยู่อย่างขยันขันแข็งหลังจากที่เด็กหนุ่มได้เก็บสมุนไพรใส่ตระกร้าด้านหลังแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ
''เห้อ ~ เมื่อไหร่จะเก็บสมุนไพรพวกนี้หมดกันนะ''
ถึงแม้เด็กหนุ่มจะบ่นแต่เขาก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเก็บสมุนไพรต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน จนเวลาล่วงเลยไปถึง่บ่ายเด็กหนุ่มได้กลับมานั่งพักเหนื่อยพร้อมกับบ่นออกมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
''จริงอย่างที่ท่านปู่บอกรึเปล่านะที่ข้านั้นไม่สามารถฝึกฝนเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ได้เพราะเส้นลมปราณของข้าพิการ''
ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังรู้สึกเศร้าอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากระยะไม่ไกล เมื่อเขาหันไปก็พบกับเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเขามาหาเขา จากนั้นคนที่อยู่ด้านหน้าสุดของกลุ่มก็ได้พูดออกมา
''อยู่นี่เองเ้าขยะ !''
เด็กหนุ่มที่ได้ยินเสียงเรียกของฝั่งตรงข้ามก็ได้แต่แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาก่อนจะพูดขึ้น
''ข้าไม่ใช่ขยะ ข้าชื่อเจียงเฉิน !''
เมื่อเด็กกลุ่มนั้นได้ยินสิ่งที่เจียงเฉินพูดขึ้นก็หัวเราะออกมา
''ไม่ว่าเ้าจะชื่ออะไร แต่ยังไงเ้าก็ยังเป็ขยะอยู่ดี เหอะ ! ไม่รู้ว่าท่านปู่คิดอะไรอยู่ถึงได้ยังเก็บเ้าเอาไว้''
เจียงเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าพร้อมกับเดินหนีกลุ่มเด็กเ่าั้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเด็กเ่าั้จะไม่ยอมปล่อยเจียงเฉินไปพวกเขาเข้ามาล้อมตัวเจียงเฉินเอาไว้ เมื่อเจียงเฉินเห็นแบบนั้นก็ะโออกมาด้วยความโกรธ
''เ้าจะทำอะไรของเ้ากัน เจียงฮั่น ! ท่านปู่ไม่ได้บอกรึไงว่าห้ามต่อสู้กัน''
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจียงเฉิน เด็กน้อยที่ถูกเรียกว่าเจียงฮั่นก็เค้นเสียงพร้อมกับพูดขึ้น
''ต่อสู้งั้นเหรอ ? สำหรับขยะอย่างเ้าสิ่งนี้ไม่เรียกว่าต่อสู้หรอกนะ''
เมื่อพูดจบเจียงฮั่นก็พุ่งเข้าใส่เจียงเฉินพร้อมกับชกใส่อกของเขาอย่างแรง ด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่ 5ที่มีน้ำหนักมากกว่า 500จิน ทำให้ร่างของเจียงเฉินกระเด็นไปหลายเมตรพร้อมกับเืที่กระอักเืออกมาจากปากของเขา
เมื่อเจียงฮั่นเห็นสภาพของเจียงเฉินเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกับเดินจากไป ทิ้งเจียงเฉินที่มีสภาพร่อแร่อยู่ตรงพื้นเจียงเฉินลุกขึ้นพร้อมกับกุมไปที่อกของตัวเองพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียวก่อนจะเดินคอตกกลับบ้าน
เจียงเฉินนั้นเป็หนึ่งในรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 4 ของตระกูลเจียงที่อาศัยอยู่ภายในเมืองนภาไหล ที่ตั้งอยู่เกือบจะสุดขอบของทวีปปราณนภาเหมือนกับเจียงฮั่น แต่อนิจจาเจียงเฉินเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณที่แปลกประหลาดที่ทำให้ไม่สามารถบ่มเพาะได้และเพราะไม่สามารถฝึกฝนทักษะยุทธ์ หรือบ่มเพาะได้ทำให้เขาต่างถูกคนภายในตระกูลเรียกว่า ' ขยะ '
แต่ในสิ่งเลวร้ายก็ยังคงมีสิ่งดีอยู่นั่นก็คือแม่และปู่ของเขา เจียงยู่หลาน กับ เจียงเฟิงเทียน ที่คอยรักและดูแลเขาอย่างดีถึงแม้เขาจะเป็เพียงคนพิการที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้ก็ตาม
แต่ถึงอย่างงั้นก็ตามด้วยเพราะสถานะ ' ขยะ ' ของเจียงเฉินก็ทำให้อำนาจของปู่ของเจียงเฉินที่ตอนนี้เป็ผู้นำของตระกูลค่อย ๆ ถูกลดทอนลงอย่างช้า ๆ แต่ถึงแม้อำนาจของเจียงเฟิงเทียนจะลดลงก็ไม่มีใครที่กล้าแย่งชิงตำแหน่งผู้นำของเขาเพราะเจียงเฟิงเทียนนั้นเป็ถึงผู้บ่มเพาะที่อยู่ในระดับปราณฟ้า ขั้นสูงทำให้ได้รับการเคารพและนับถือจากภายในตระกูล
ไม่นานนักเจียงเฉินก็เดินมาถึงบ้านพักของเขา เจียงเฉินวางตระกร้าสมุนไพรไว้ที่ลานบ้านก่อนจะเดินไปอาบน้ำด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
หลังจากเจียงเฉินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เจียงเฉินก็ได้ยินเสียงบางอย่างภายในห้องครัวเมื่อเจียงเฉินเดินมาตามเสียงก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังหั่นผักอยู่ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือ เจียงยู่หลาน แม่ของเจียงเฉินเมื่อเจียงเฉินเห็นแม่ของเขาเขาก็ยิ้มออกมา
''ท่านแม่ กลับมาเมื่อไหร่กันมาเถอะข้าจะช่วยเอง''
เมื่อเจียงยู่หลานได้ยินเสียงเจียงเฉิน นางก็หันมาดุเจียงเฉินทันที
''ไม่ต้องยุ่งเลย นู่นไปจัดโต๊ะกินข้าวซะ อีกไม่ช้าปู่ของเ้าก็จะกลับมาแล้ว''
''ได้เลยท่านแม่''
ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังจัดโต๊ะกินข้าวอยู่นั้นเขาก็มองไปที่แม่ของตนด้วยสายตาเศร้า ๆ แม้แม่ของเขาจะอายุ 30กว่าแล้วแต่ผิวพรรณและหน้าตาของนางยังคงงดงามเหมือนกับยังอายุ 20ปี
ไม่นานนักก็ได้มีชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้านซึ่งนั่นก็คือ ปู่ของเจียงเฉิน เจียงเฟิงเทียน เมื่อปู่ของเขาเดินเข้ามา
เจียงเฉินก็ยิ้มออกมาทันที
''ยินดีต้อนรับกลับท่านปู่''
''อืม ๆ หลานเอ๋อเที่ยงนี้มีอะไรกินบ้าง ?''
''ข้าทำไว้เยอะแยะเลยท่านพ่อ ท่านไม่ต้องห่วง''
เจียงยู่หลานพูดขณะถือจานอาหารออกมา ทั้งสามทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยในระหว่างนั้นเจียงเฟิงเทียนก็ได้พูดขึ้น
''เจียงเฉิน วันนี้งานของเ้าเป็ยังไงบ้าง ?''
เมื่อได้ยินคำพูดจากปู่ของเขาเจียงเฉินก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ พร้อมกับพูดออกมา
''ราบรื่นดีท่านปู่สมุนไพรที่จะส่งให้หอโอสถนั้นสมบูรณ์อย่างมาก ท่านไม่ต้องเป็กังวล''
''เช่นนั้นก็ดี เ้ายังคงฝึกฝนร่างกายอยู่หรือไม่ ?''
''แน่นอนท่านปู่ ข้าฝึกมันทุกครั้งที่มีเวลาว่าง''
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเฉิน เจียงเฟิงเทียนผู้เป็ปู่ก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้าช้า ๆ
''ดีแล้ว ถึงแม้เ้าจะฝึกยุทธ์ไม่ได้ ก็ใช่ว่าเ้าจะฝึกฝนร่างกายไม่ได้ จำเอาไว้หลานข้า ไม่มีทางที่คนที่มุ่งมั่นนั้นจะเป็คนไร้ค่า''
''ข้าเข้าใจดีท่านปู่''
แม้เจียงเฉินจะตอบกลับปู่ของเขาไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ภายในใจลึก ๆ ของเขานั้นเต็มไปด้วยความเ็ปที่แสนสาหัสที่ตัวเขานั้นไม่สามารถที่จะฝึกฝนใด ๆ เช่นเดียวกับคนอื่นได้