ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่654 ปรับความเข้าใจ

      ทำให้ใบหน้าหลินเฟยแดงซ่านขึ้นมาทันที แม้ฝ่ามือนาง จะพยายามแกะนิ้วมือ ราวกับหนวดปลาหมึก อี้เฉินออกมาเท่าใดก็ตาม มันยิ่งโอบรัดเอวคอด ของนางไว้แน่น หนักกว่าเก่า

 


      แต่ด้วยขั้นพลังที่ห่างกัน ทำให้หลินเฟย ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จ้องตาเขม็ง แค่นเสียงดุ บอกกล่าวอี้เฉินออกมา ด้วยใบหน้าแต่งแต้ม ไปด้วยเม็ดเลือดฝาด “ใครบอกว่าข้าหนีเจ้ากันเล่า อี้เฉิน ปล่อยข้าก่อนเร็วเข้า”

 


      ผู้คนโดยรอบเอง ก็กล่าวเสียงเหี้ยมออกมาเช่นกัน ครั้นเห็นอี้เฉิน โอบเอวหญิงสาวไม่ยอมปล่อยมือ “เจ้าปล่อยแม่นางหลินเฟยเดียวนี้ ไม่รู้หรือว่านางเป็นใคร”

 


      ชายหนุ่มอีกคนเองก็ปลดปล่อยอายสังหารออกมาเช่นกัน “ไอ้หมอนี้มันมาจากที่ไหนกัน จู่ๆ ก็มา รุ่มร่าม ไข่มุกเม็ดงาม นางฟ้าในใจของพวกเรา อย่างแม่นางหลินเฟยได้”

 


      อี้เฉินที่เห็นสายตาผู้คน ภายในวิหารเยือกแข็งไม่น้อย ปลดปล่อยอายสังหาร เล็ดลอดออกมาหาตัวเขา อี้เฉิน ยิ้มทอประกายออกไปให้หลินเฟย ก่อนปล่อยฝ่ามือ ออกจาก เอวคอดของนาง กล่าวพูดพึมพำออกมาเล็กน้อย “กว่าข้าจะได้พบเจอเจ้า ยากลำบากไม่น้อยเลยนะหลินเฟย หวังว่าเจ้าจะไม่หนีข้าไปไหน”

 


      หลินเฟยที่เป็นอิสระจากอี้เฉิน นางเม้มริมฝีปากแดงน้อย เอาไว้จนแน่น ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมายาว ครั้นเห็นสายตาเหี้ยม ของเหล่าศิษย์ภายในวิหารเยือกแข็ง จับจ้องสายตาไปที่อี้เฉินเป็นตาเดียว ราวกับเป็นสุนัขล่าเนื้อ ที่รอจะขย้ำแกะน้อยผู้หลงฝูง ทว่าพวกเขาหารู้ไม่นั้นมันสิงโต ในฝูงหมาป่า หาใช่เหยื่ออันโอชะ

 


      หลินเฟยนางที่รู้นิสัยของอี้เฉินดี หากผู้ใดมาขัดขวางเขาในยามนี้ เกรงว่าอี้เฉินกับซีเผิง คงจะไม่ยอมแน่ ครั้นนางพยักหน้าให้ซีเผิงเล็กน้อย นางเอ่ยพูดบอกกล่าวผู้คนโดยรอบในทันใด “ทุกท่านไปฝึกฝนต่อเถอะอย่าได้ใส่ใจ พี่ชายสองท่านนี้ เขาเป็นมิตรสหายของข้า”

 


      ชายหนุ่มผมสีม่วง ท่ามกลางกลุ่มคนรายล้อม กล่าวพูดขึ้นมาก้อง “แม่นางหลินเฟย หากท่านถูกพวกเขารังแก บอกกล่าวพวกเราได้ พวกเราจะสั่งสอนเขาเอง”

 


ชายหนุ่มอีกคน กล่าวขึ้นมารับหน้าหลินเฟยเช่นกัน “ใช่ๆ ที่นี่วิหารเยือกแข็ง ไม่ใช่สนามเด็กเล่น”

 


ทางด้านอี้เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับสายตา ที่คมกล้าเสียดแทงพวกเขา “พวกเจ้าไม่ได้ยินที่นางกล่าวพูดหรือ ยังไม่ขยับฝีเท้า ไปไหนอีก”

 


      หลินเฟย นางปวดเศียรเวียนเกล้าไม่น้อย เดินเข้ามาใกล้อี้เฉิน จูงมือชายหนุ่ม พร้อมกับรักษาบาดแผล น้ำแข็งกัดให้อี้เฉิน ก่อนจะพากันไปสถานที่ เงียบๆ พูดคุยเป็นการส่วนตัว “เจ้าเป็นจักรพรรดิแล้วนะอี้เฉิน ยังก่อเรื่องไม่เปลี่ยน”

 


      ทั้งสองที่สืบฝีเท้าไปด้านในส่วนลึก มาหยุดบริเวณศาลาริมน้ำหลังหนึ่ง ไร้ผู้คนรบกวนอีกต่อไป หลินเฟยนางเม้ม ริมฝีปากกล่าวพูดขึ้นมาทันใด “ความสัมพันธ์ของพวกเรา มันพังทลายลงไปแล้วอี้เฉิน ยากที่จะต่อให้ติดประสานเข้ากันดั้งเดิม เจ้ามีธุระ อะไรว่ามาดีกว่า”

 


      อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงที่ดูห่างเหิน เขากล่าวพูดไม่มีอ้อมค้อมอีกต่อไป “ข้าจะลงไปปิดขั้นพลัง ภายในดินแดนเบื้องล่าง อาจจะใช้เวลาหลาย10ปี ไม่ทราบว่าเจ้าสนใจ ลงไปภายในดินแดนเบื้องล่าง พร้อมกับข้าหรือไม่”

 


หลินเฟยกล่าวพูดพึมพำออกมา พร้อมสีหน้าแววตา ครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก “เวลานานขนาดนั้นเชียวหรืออี้เฉิน ที่เจ้าจะปิดขั้นพลัง”

 


     อี้เฉินพยักหน้า “บางทีมันอาจจะนานเกินกว่า10ปีก็เป็นได้ ..แล้วเหตุใดตัวเจ้าถึงไม่มีสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลังเสียทีเล่า หลินเฟยให้ข้าตรวจดูหน่อยได้หรือไม่”

 


     หญิงสาวในกรอบสายตาอี้เฉิน มีท่าทีไม่จำยอมกลอกตา กล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียง เจือไว้ด้วยความขุ่นเคือง “หากเจ้าคิดจะดูถูกดูแคลนข้า เจ้าก็จงไสหัวกลับไปเสียอี้เฉิน”

 


ด้านอี้เฉินส่ายหัวออกมาน้อยๆ “ข้าไม่มีความคิดเช่นนั้น เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีหลินเฟย”

 


     หลินเฟย นางไม่คิดจะเล่นตัวอีกต่อไป ครั้นเห็นสายตาแฝงไว้ด้วยความคาดหวังของอี้เฉิน มันก็ทำให้นาง  ใจอ่อนลงไปไม่น้อย “ข้าขอเวลา พูดคุยกับแม่ บุญธรรมที่กำลังจะเดินทางมา สักครู่ได้หรือไม่”

 


อี้เฉินพยักหน้าด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ พร้อมเอื้อมฝ่ามือ เข้าไปจับนิ้วมือเรียว ขาว ของหลินเฟย“ได้สิ! ได้สิ!”

 


       หญิงสาวกลอกตาพลางอธิบายในทันที ก่อนจะรีบชักฝ่ามือ ของนางกลับ “ข้าแค่อยากกลับไปยังหมู่บ้าน ที่ข้าเกิดก็เท่านั้นอี้เฉิน เจ้าอย่าได้สำคัญตัวผิดไป”

 


      อี้เฉินได้ยินเขาได้แต่ขำแห้งๆ ออกมา มองแผ่นหลังหลินเฟยจากเข้าไป ภายในวังรับรองหลังใหญ่ ซีเผิง ที่มองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ เข้ามาภายในศาลาริมน้ำ ไต่ถามอี้เฉินในทันใด “เป็นอย่างไรบ้างอี้เฉิน การพูดคุย”

 


อี้เฉินยิ้มหน้าเจื่อน “เหมือนว่านางจะยังไม่ยกโทษให้ข้า แต่อย่างน้อยๆ หลินเฟยก็จะลงไปภายใน ดินแดนเบื้องล่างพร้อมข้าเช่นกัน”

 


“อืมๆ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยอี้เฉิน ข้าเองก็เริ่มเข้าช่วงคอขวด เกรงว่าต้องออกเดินทางหา ประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ บ้างแล้วในยามนี้”

 


      อี้เฉินกล่าวเสียงเนิบช้าออกมาอีกครา “ท่านลองไปแคว้นปัญจธาตุดู ข้าเคยได้ยินจากเจ้ามังกรสายฟ้า ว่าภายในสถานที่แห่งนั้น เหมาะแก่การขัดเกลาวิชาธาตุไม่น้อย”

 


ซีเผิงครั้นได้ยิน เขาพยักหน้าให้อี้เฉิน “เดี๋ยวข้าจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าจะลองไปดู อย่างที่เจ้าว่าแล้วกัน”

 


      อี้เฉินซีเผิงพวกเขาพูดคุยกันไปอยู่นานสองนาน ครั้นรับรู้ว่าราชินีเสวี่ยชิงหนาน เดินทางมาถึงดินแดนทางเหนือสุด แต่ไม่นาน ใบหน้าพวกเขาก็ต้องหน้าบูดเบี้ยว

 


     ครั้นได้ยินเสียงแค่นคำรามของ ราชินีเสวี่ยชิงหนาน ดังออกมาก้อง พุ่งตรงเข้ามาภายในโสตประสาทของอี้เฉิน “เจ้ามาหาข้าภายในวังวิหารเยือกแข็ง จักรพรรดิอี้เฉิน อย่าให้ข้าต้องกล่าวซ้ำสอง”

 


     คำพูดนั้นบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ ของราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ทำให้อี้เฉิน ขนลุกซู่ ชูชันไม่น้อย ก่อนจะเร่งสืบฝีเท้าตามเสียงนั้น เข้าไปภายในวังวิหาร

 


      ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็นพี่อี้ฟางหรง อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ พร้อมกับหลินเฟย แล้วก็ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน มันก็ทำให้ห่างคิ้วของอี้เฉิน สั่นกระตุกขึ้นมาน้อยๆ ก่อนจะถูกพี่อี้ฟางหรงก่นด่า ออกมาจนหูชา ถึงเรื่องที่อี้เฉินใช้ ตราประทับมังกรตามอำเภอใจ

 


แม้แต่หลินเฟยที่เฝ้ามองอี้เฉิน นางยังยกฝ่ามือป้องปาก ขำออกมาน้อยๆ ไม่คิดนางจะได้เห็นอี้เฉิน ที่ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวเช่นนี้

 


      อี้เฉินเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าเข้าใจแล้วน่าพี่อี้ฟางหรง ..ข้าจะลงไปฝึกฝน ยังดินแดนเบื้องล่าง ท่านคงจะไม่ได้คิด มาห้ามปราม อะไรข้าหรอกกระมัง”

 


     หญิงสาวเรือนผมสีทอง ส่ายหัวไม่คิดห้ามปราม อี้เฉินแต่อย่างใด “ข้าเองก็คิดว่า เจ้าควรหาเวลาปิดขั้นพลังเลื่อนขั้น เป็นเซียนสวรรค์เสียทีอี้เฉิน หากมีปัญหาอะไร ติดต่อข้ามาที่แผ่นยันต์ส่งข้อความแล้วกัน”

 


      อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาประสานฝ่ามือคำนับพี่อี้ฟางหรง บอกกล่าวตัวนางด้วยความหนักแน่น “ข้าจะพยายามดูพี่อี้ฟางหรง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปี แต่ข้าต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้”

 


      อี้ฟางหรง นางลอบถอนหายใจออกมายาว รับรู้ว่าการจะเลื่อนขั้นเซียนสวรรค์ แท้จริงนั้นไม่ง่าย นางเองก็เคยผ่านมันมาแล้วเช่นกัน จึงได้แต่คาดหวังว่าอี้เฉิน จะกลับขึ้นมา สู่ดินแดนเทพในเร็ววัน

 


      ก่อนน้ำเสียงราชินีเสวี่ยชิงหนาน ที่นั่งบนบัลลังก์น้ำแข็ง จะกล่าวพูดขึ้นมา แฝงไว้ด้วยอายสังหารพร้อมริ้วคลื่น ความหนาวเย็นที่กดข่มอี้เฉิน “เจ้าอย่าได้คิดทำอะไร รุ่มร่าม กับบุตรสาวของข้าเชียวล่ะอี้เฉิน”

 


       ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมา หลินเฟยนางทำปากมุ่ย ใส่ท่านแม่ของนางในทันใด “ท่านแม่ล่ะก็ ทำพูดเข้า” ก่อนหลินเฟยนางจะสืบฝีเท้าออกไป ประสานมือ คำนับราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ท่านแม่ของนาง ด้วยความนอบน้อม เอ่ยน้ำเสียงเจือไว้ด้วยความเป็นห่วง ครั้นเห็นใบหน้าหญิงสาวในกรอบสายตาเริ่มจะมีริ้วรอย ของกาลเวลาขึ้นมาบนใบหน้า “ท่านดูแลตนเองด้วย ข้าไปไม่นานหรอก”

 


      ครั้นอี้เฉินพยักหน้าให้หลินเฟย พวกเขาก็สืบฝีเท้าจากลา ไปยังทิศทางด่านผ่าแต้มโลหิต เดินทางไปยังดินแดนเบื้องล่าง ด้วยความคาดหวัง ว่าจะสามารถเลื่อนขั้นพลังได้โดยไว