.{
วงหน้าผ่องประกาย…ดุจจันทร์ฉายในราตรีเดือนเพ็ญ
.
ผิวขาวนวลใยไร้ตำหนิ…เกศาสีดำขลับ…ช่อเป็มวยด้วยเข็มเกล้าเงิน
.
ไร้เครื่องประทินโฉมโอบพรมกาย…แต่งดงามพร่างพรายไร้มลทิน
.
สีฝาดเืชมพูอ่อนแต่งแต้มหน้า…ตากลมโตสีนิลนวล
.
บุรุษใดชายตามอง…ดั่งต้องมนต์ผีเสื้อพเนจร…ลุ่มหลงมัวเมา…
.
สิ้นไร้ทางชักนำหทัยกาย……..
}.
เหอหลงหยุดยืนกายในสภาพราวสูญเสียจิติญญา จดจ้องสบตากับนางผู้ซ่อนกาย ณ หลังบานประตูไม้ใหญ่ เวลาผ่านไปไหลช้าคล้ายนาฬิกาทรายที่เศษผงหยุดร่วงหล่นไม่อาจจับการไหลของกระแสแห่งกาลได้อีกต่อไป
“ เหอหลง เหอหลง! เ้ามัวยืนบื้ออะไรกัน เข้ามาข้างในนี่ ให้ข้าได้ดูแผลบนกายเ้าเสีย ”เหอเฟิงยวี่ตะคอกใส่เหอหลงที่ยืนนิ่งบื้ออยู่หน้าบานประตู แม้จะทำท่าดุเสียงแข็งก็ตามทีแต่ภายในใจนางผู้เป็มารดาก็ยากที่จะอดเอ็นดูกับท่าทางเงอะงะน่ารักน่าชังของเด็กชายตรงหน้าเสียไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วบุตรนางก็ยังคงเป็แค่เด็กวัยสิบสามสิบสี่เพียงเท่านั้นเอง…..
…..ณ โต๊ะไม้เล็กๆตัวหนึ่งในห้องที่สองแม่ลูกมักใช้ร่วมมื้ออาหารกันนานๆสักครั้งหนึ่ง ในตอนนี้นั้น สมาชิกมันได้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน สตรีผู้นิ่งเงียบผู้หนึ่งกำลังอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา นางกำลังนั่งอยู่เคียงข้างกับมารดาตน สายตานางนั้นไม่ได้จ้องมองไปที่ใดเลยคล้ายกำลังเหม่อลอย
“ แปลกเสียจริง รอยฉีกขาดบนเสื้อผ้าก็มากมายนัก ไหนจะรอยคราบเืที่เปื้อนเปรอะเสียทั่วตัวนั่นอีก ไยเ้าถึงไม่มีรอยแผลอยู่บนกายแม้เพียงเศษขนเลยเล่า? ช่างแปลกจริงๆ…”เหอเฟิงยวี่ถามไปพลางพูดพึมพำไปพลางอย่างสงสัยใคร่ครวญ แต่ถึงอย่างนั้นก็โล่งใจยิ่งนักที่บุตรชายนางไม่ได้เป็อะไรไป
“ ข้าบอกท่านแล้ว บุตรชายท่านหาใช่คนอ่อนแอแบบนั้นไม่”เหอหลงนั่งฉีกยิ้มแฉ่งอยู่ในท่าทางสบายใจเฉิบ หลังเขากลับเข้ามาในบ้านเขาก็หนีทุกคนไปชำระร่างกายทันทีพร้อมสวมชุดตัวใหม่เอี่ยมเรียบร้อยก่อนมาร่วมโต๊ะ ดูเหมือนเด็กหนุ่มพยายามจะทำตัวสร้างความประทับใจให้แก่สาวๆยังไงอย่างงั้น ช่างดูน่ารักสมวัยเสียจริง
“ แล้วอันธพาลเ่าั้เล่า เ้า…”
“ ช่างมันเถิดท่านแม่ วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ข้าอยากให้ท่านลืมเื่วันนี้ซะ…”
“ ว่าแต่นาง..ตื่นขึ้นมาเมื่อใดกัน”เหอหลงทำท่าบ่ายเบี่ยงหันเหเื่สนทนาเหมือนอยากปิดบังเื่ที่เกิดขึ้น
“ อืมมม….”เหอเฟิงยวี่แม้สงสัยแต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อให้ลึกลงไป จากนั้นนางจึงเปลี่ยนท่าทีเป็อมยิ้มมีเลศนัยในฉับพลันและจึงค่อยเล่าอธิบายอย่างจริงจัง “ นางเพิ่งฟื้นสติมาเมื่อชั่วยามหนึ่งก่อนที่เ้าจะมาถึงเพียงเท่านั้นเอง ในตอนนั้นก่อนนางจะตื่นทั่วทุกแห่งคล้ายสั่นไหวเบาๆก่อนที่ทั่วทั้งฟ้าจะถูกย้อมเป็สีแดงหม่นน่าหวาดกลัว… แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นมันก็กลับมาเป็ดังเดิม หลังปรากฏการณ์นั้นจบไปครู่หนึ่งนางจึงตื่นขึ้นข้างๆข้าที่เข้าไปดูนางเพราะเป็ห่วง”
“ อืมมมม”เหอหลงก้มหน้าลงครุ่นคิดครู่หนึ่งกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ดูท่ามันน่าจะเป็่เวลาเดียวกันกับที่เขานั้นสติหมดวูบลงไปและตกไปในภวังค์แห่งกวีนิรันดร์และเข้าไปเจอกับนิมิตแห่งการเกิดดับของเหล่าอนันตะดารา เหตุการณ์นั้นเองทำให้เหอหลงบรรลุสัจธรรมลึกลับบางอย่าง.. แต่หลังจากเขาตื่นลืมตาขึ้นมา เหตุการณ์ทุกสิ่งอย่างรอบกายก็ดันจบลงไปเสียแล้ว
“ นี่ใจคอเ้าจะไม่เอ่ยพูดจากับว่าที่ภรรยาเ้าเลยหรือยังไง เ้าอันธพาลน้อยยย”เหอเฟิงยวี่ยิ้มหวานและหรี่ตาลงส่งวาจาหยอกเย้าไปยังบุตรชายนาง
“ ข..ข้า นาง..นางมาเป็ภรรยาข้าตอนไหนกัน ข้า..ข้ายังเด็กนัก จะตกลงปลงใจกับยายเฒ่าได้งะ…” ซู่มมมมม! พูดไม่ทันจะจบคำ รังสีอำมหิตน่าอึดอัดจากหญิงสาวนางหนึ่งทะลักกระจายไปทั่วทั้งบรรยากาศอัดแน่นเต็มไปทั้งห้องสี่เหลี่ยม
เหอหลง : (‘◉⌓◉’) "....................."
“ ยายเฒ่า?? เ้ากำลังเอ่ยถึงใครกัน”เสียงอ่อนหวานน่าลุ่มหลงแต่กลับเย็บวาบไปถึงสันหลังเมื่อได้สนับฟังดังขึ้น บัดนี้เ้าของเสียงนางนั้นกำลังนั่งชิดใกล้เคียงไหล่กับมารดาของตน นางยิงสายตาแหลมคมมาทางเขาเหมือนแฝงความหมายคล้ายถามไถ่แต่ในอีกนัยก็เหมือนกำลังคาดคั้นคำตอบที่น่าพึงฟังจากปากของเขา
เหอหลง : (⁽⁽ ⁰ ⁾⁾ Д ⁽⁽ ⁰ ⁾⁾) “ Oh..shit!! ”