ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 เนื้อเข้าปากเสือ

            ในตอนเย็นลู่จื่อยู่ส่งหลินกู๋หยู่กลับบ้านจากนั้นก็เดินทางกลับด้วยรถม้า

            ประตูยังคงลงกลอนเหมือนตอนที่นางออกไป

            หลินกู๋หยู่เอื้อมมือไปดึงแม่กุญแจจากนั้นหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่เอว เปิดประตูเข้าไปข้างใน

            บ้านอยู่ในความมืด หลินกู๋หยู่อุ้มโต้ซาขึ้นมาเพราะกลัวว่าเขาจะหกล้มอีกครั้ง

             

            ฉือหางนั่งพิงผนังถ้ำ และค่อยๆเติมฟืนลงในกองไฟตรงหน้าเขา

            ถ้ำแห่งนี้เขาเป็นคนค้นพบก่อนหน้าและต่อมา เขาก็เพิ่มเครื่องนอน หม้อ และกระทะเข้าไป เมื่อเขาไม่กลับบ้านที่นี่ก็เป็นที่ที่เขาสามารถนอนหลับได้อย่างสงบ

            ชายหนุ่มคลี่ผ้านวมบนกองฟาง นอนโดยสวมเสื้อผ้ากองไฟที่อยู่ในระยะไม่ไกลยังคงให้ความร้อนและแสงสว่างอยู่

            เมื่อผล็อยหลับไปทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแว่วดังข้างใบหู

            ฉือหางเป็นคนหลับตื้นมาโดยตลอดเมื่อเขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างนอก เขาก็พรวดลุกขึ้นทันทีเอื้อมมือไปคว้าคันธนูและลูกธนู แล้วเดินไปข้างนอกอย่างแผ่วเบา

             

            ทางเข้าถ้ำเต็มไปด้วยกองหญ้าที่ฉือหางวางไว้เพื่อซ่อนที่อยู่ของเขา

            “ยังไม่รีบฆ่ามันอีกพวกเจ้าอ้ำอึ้งอะไรอยู่?”

            “อ๊า มันมาแล้ว ถ้าพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งฆ่ามันได้สำเร็จข้าจะตบรางวัลเป็นเงินหนึ่งร้อยตำลึง”

            “ไม่ ไม่ ไม่สองร้อยตำลึง”

            ......

            เสียงนั้นคุ้นมากฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบมุ่งไปที่แหล่งเสียงนั้น

            ฉือหางยืนอยู่ในระยะไกล ทว่าพอที่จะมองเห็นเสือตัวหนึ่งยืนอยู่ใกล้กับกองไฟ

            เสือตัวนั้นเดินไปมายังใต้ต้นไม้อย่างสบายๆฉือหางเงยหน้าขึ้นและเห็นหญิงสาวในชุดสีฟ้าคนหนึ่งกำลังกอดต้นไม้ต้นนั้นแน่น

            “พวกเจ้ายืนโง่อยู่ทำไมถ้าข้าตายขึ้นมา พวกเจ้าทุกคนอย่าคิดว่าจะรอดชีวิตไปได้!” หญิงสาวบนต้นไม้ตะโกนเสียงดัง ขมวดคิ้วแน่น แต่เสียงที่สั่นเครือของนางกลับแสดงความกลัวของนางออกมาอย่างชัดเจน

            ฉือหางเดินไปที่แหล่งเสียงอย่างระมัดระวังและเมื่อเขากำลังจะเข้าไปในระยะใกล้ เขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้โดยตรง

             

            เสือปีนต้นไม้ไม่เป็นจึงได้แต่คอยอาหารอยู่ด้านล่าง

            “คุณหนู ท่านอดทนก่อนอีกสักครู่ อีกสักครู่รอให้มันไปแล้วท่านก็จะปลอดภัย!” หญิงสาวในชุดสีชมพูบนต้นไม้อีกต้นด้านข้างตัวสั่นเทาขณะกอดต้นไม้แน่น

            "ซิ่งฮวา!"หญิงสาวในชุดสีฟ้าอดไม่ได้ที่จะตะโกน "ข้าจะเหนื่อยตายแล้ว มือของข้ามีแผลแล้วข้าอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว"

            “คุณหนู” หญิงสาวในชุดสีชมพูพูดอย่างร้อนรนกระวนกระวาย “หรือว่าให้ข้าลงไปไล่มันเช่นนี้เสือมันก็จากไปแล้ว ท่านก็จะได้ปลอดภัยแล้ว!”

            ฉือหางยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่ต่ำกว่าเล็กน้อยในมือถือคันธนู โดยมีลูกธนูสามดอกวางอยู่บนคันธนูสายตาเล็งตรงไปที่บั้นท้ายของเสือ ยิงพวกมันออกไปโดยไม่ลังเล

            "โฮก!"

            เสือตัวบนพื้นนั้นวิ่งหนีราวกับว่ามันบ้าคลั่ง

            "ใครน่ะ?" เจียงโหรวปล่อยมือ ลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว และมองไปยังทิศทางของลูกศร

            ซิ่งฮวารีบวิ่งไปหาเจียงโหรว มองสำรวจอย่างระมัดระวังก่อนจะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ"คุณหนู บ่าวคิดว่าบ่าวจะไม่ได้พบท่านอีกแล้วเสียอีก!"

            "ซิ่งฮวา"ด้วยน้ำตาคลอ เจียงโหรวมองไปยังชายหนุ่มทั้งหกคนด้วยความไม่พอใจชายหนุ่มเหล่านี้ไม่มีใครภักดีแม้แต่คนเดียว และเพื่อรักษาชีวิตที่ไร้ค่าของพวกเขาไม่มีใครกล้าลงมาสักคนเดียว สู้สาวใช้ของนางไม่ได้

            “บนภูเขานี้อันตรายเกินไป” ฉือหางเดินช้าๆ มายังด้านหน้าคนเหล่านั้น และพูดอย่างเย็นชา “ข้าแนะนำให้พวกเจ้าลงเขาให้เร็วที่สุด”

            ซิ่งฮวามองดูฉือหางจากศีรษะจรดปลายเท้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า "เป็นเจ้านี้เอง คุณชายฉือ!"

            ฉือหางมองไปที่ซิ่งฮวาปราดหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้

            "คนแซ่ฉือ" เจียงโหรวยกมือขึ้นแสร้งทำเป็นจัดปิ่นปักผมให้เรียบร้อยใช้โอกาสนี้เช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนาง นางเดินไปหาฉือหางโดยเอามือทั้งสองของนางไพล่หลังอย่างโอหัง "ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองเจ้าช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง ขอบคุณมาก"

            "ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร"ตอนนี้ฉือหางพอจะรู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครที่แท้นางคือผู้หญิงที่เขาพบข้างถนนเมื่อวานนี้

            "ไฟของพวกเจ้าต้องก่อให้สว่างมากกว่านี้จึงจะขับไล่สัตว์ร้ายออกไป" ฉือหางชี้นิ้วมือไปที่ไฟข้างๆเขาและพูดอย่างเฉยเมย

            หลังจากพูดจบฉือหางก็หันหลังกลับและเดินจากไป

            "หยุดนะ!"เจียงโหรวรีบเดินนำหน้าฉือหาง ดวงตาของนางจับจ้องไปที่ใบหน้าของฉือหาง "พูดมาเถอะ เจ้าต้องการอะไร?"

            "ไม่จำเป็น"

            ขณะที่ฉือหางพูดเขาก็ยกเท้าขึ้นและกำลังจะเดินไปข้างหน้า

            "หยุด!"เจียงโหรววิ่งไปหาฉือหาง สายตาของนางจับจ้องไปที่คันธนูในมือของเขามุมปากของนางก็โค้งเล็กน้อย

            เมื่อวานเมื่อเขาเข้าไปในเมืองเขาไม่ได้นำธนูมาด้วย เขาดูคล้ายชาวนาธรรมดาทั่วไป เวลานี้เขาถือธนูอยู่ในมือแล้วเขาดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

            สายตาของเจียงโหรวมองไปที่ร่างของฉือหางจากศีรษะจรดหัวปลายเท้าพูดอย่างมั่นใจว่า "ข้าสามารถฝ่าฝืนกฎและให้เจ้าเป็นองครักษ์ส่วนตัวของข้า ข้าจะจ่ายให้เดือนละสิบตำลึง!"

            ฉือหางมองดูร่างของเจียงโหรวอยู่ครู่หนึ่งเขานึกถึงกู๋หยู่ที่อยู่ที่บ้านก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ “ข้าขอโทษ ข้าไม่อยากไป”

            "เจ้า!" ใบหน้าของเจียงโหรวแดงก่ำด้วยความโกรธนางเปิดปากพูดอย่างกราดเกรี้ยว "โอกาสเช่นนี้หายากนัก"

            “งั้นก็ให้คนอื่นไปสิ” ถ้าเขาเป็นองครักษ์ให้คนอื่น เขาคงกลับบ้านตามใจไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะไม่ได้เจอกู๋หยู่ทุกวัน

            "อืม"เจียงโหรวพูดอย่างบูดบึ้ง "ในสองวันนี้ ถ้าเจ้าปกป้องข้าไปที่ที่หนึ่งข้าจะให้เงินเจ้าสิบตำลึง"

            เจียงโหรวมองไปที่ฉือหางโดยไม่รอให้ฉือหางพูด "เจ้ายังไม่ได้ลงเขาในเวลานี้ ถ้าข้าเดาถูกเจ้าจะต้องพักอยู่บนภูเขาสองสามวันเป็นแน่"

            “อืม” สมองของฉือหางคิดคำนวณเร็วมาก นี่เป็นข้อตกลงที่คุ้มมาก “เจ้าจะไปที่ใดหรือ?”

            เมื่อมองไปที่ท่าทีของฉือหางเจียงโหรวก็รู้ว่าเขาต้องตอบตกลง เอามือไพล่หลังและเชิดศีรษะสูงราวกับนางดูถูกทุกสิ่งแม้ว่าชุดของนางจะสกปรกมากก็ตาม แต่บุคลิกของนางก็ยังคงสง่างาม"ข้าจะไปหาบางอย่างบนภูเขา ขอแค่ข้าพบ ข้าก็จะกลับไป”

            "กี่วัน?" ฉือหางพูดอย่างเย็นชา เมื่อมองไปที่รูปลักษณ์ของหญิงสาวนางต้องไม่รู้วิธีใช้ชีวิตบนภูเขาเป็นแน่

            "ข้าไม่รู้"เจียงโหรวถอนหายใจอย่างเศร้าโศก หันศีรษะไปมองฉือหาง "เงินสิบตำลึง อย่างมากที่สุดก็ไม่เกินสิบวันอาหารที่ข้านำมาก็เพียงพอแค่สิบวัน"

            "ตกลง"ฉือหางพยักหน้าตอบ

            จากนั้นเจียงโหรวก็เดินกลับไปที่กองไฟอย่างยโสมองไปที่องครักษ์ทั้งหกที่ยืนอยู่ตรงข้ามนาง ใบหน้าของนางกลายเป็นไม่น่ามอง

            "ข้าจะมีพวกเจ้าไว้ทำอะไรหรือพวกเจ้าไม่กล้าแม้กระทั่งสู้เสือ หลังจากกลับไปข้าจะให้เงินจำนวนหนึ่งกับพวกเจ้าแล้วไสหัวไปเสีย!"เจียงโหรวขมวดคิ้วเป็นริ้วรอย นางพูดอย่างรุนแรงแล้วเดินไปหาซิ่งฮวา

            ฉือหางชำเลืองมองผู้ชายหกข้างๆ เขาพูดตามตรง เสือตัวนั้นนับว่าตัวใหญ่ ถ้าทั้งหกคนนี้ร่วมมือร่วมใจกันพวกเขาก็จะสามารถขับไล่เสือออกไปได้ อย่างไรเสียพวกเขาแต่ละคนก็มีดาบอยู่ในมือ

            ฉือหางเดินไปที่กองไฟและเติมไม้ฟืนเข้าไป

            “ในภูเขาจะนอนห่างจากกองไฟไม่ได้ ไฟสามารถขับไล่สัตว์ป่าออกไปได้” ฉือหางลดศีรษะลงอธิบายอย่างเคร่งขรึม

            "เจ้าเคยเจอเสือขณะล่าสัตว์บนภูเขาหรือไม่?" เจียงโหรวที่ใบหน้าตึงเครียด แสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่

            "ไม่เคย"ฉือหางไม่เคยเจอเสือเช่นนี้จริงๆ ท้ายที่สุดแล้วบนภูเขาจะมีเสือสักกี่ตัวกัน?

            “คุณหนู” ซิ่งฮวานั่งข้างๆ เจียงโหรว ด้วยความกังวลใจ “พวกเรากลับไปดีหรือไม่เจ้าคะแล้วให้คนมาหาแทน”

            "จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?" สีหน้าของเจียงโหรวเปลี่ยนไป นางพูดอย่างโกรธเคือง"ตอนนี้พวกเรามีเขาอยู่ด้วย เขาสามารถปกป้องพวกเราได้อย่างแน่นอน"

            เมื่อได้ยินถ้อยคำของเจียงโหรวสีหน้าของฉือหางดูไม่พอใจเล็กน้อย

            คนรวยเหล่านี้มักจะชอบหาเรื่องอยากจะทำอะไรก็ทำตามความต้องการของตัวเอง

            ภูเขาแห่งนี้อันตรายมากนอกจากสัตว์ป่าแล้ว ยังมีพืชที่มีพิษอีกจำนวนมาก หากโดนพิษเหล่านั้นเข้าคงไม่น่าดูนัก

            สำหรับคนยากจนหากไม่ถูกบังคับให้อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้จะมีใครบ้างที่อยากจะมาที่ภูเขาเพื่อทำงานหนัก นั่นเป็นงานที่เสี่ยงมาก

            ค่ำคืนนี้ครึกครื้นมากเป็นพิเศษ เสียงแมลงและเสียงกบร้องระงมในสายน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด

            ฉือหางใส่ฟืนเข้าไปในกองไฟถือธนูไว้ในมือทั้งสองข้าง เอนหลังหลับตาพิงต้นไม้

            เขาแค่หลับตาพักสมองเท่านั้นเขาไม่กล้าหลับจริงๆ เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คงไม่ดีแน่

            เสียงเหล่านั้นค่อยๆ หายไป

            ฉือหางเปิดตาของเขาทันทีและมองไปยังรอบๆ ด้วยท่าทางระแวดระวัง

            ค่ำคืนนี้เงียบสงบจนน่าขนลุกยกเว้นเสียงหายใจของผู้คนรอบๆ ตัว เขาไม่ได้ยินสิ่งอื่นใดอีก

            หูของเขาไม่ได้มีปัญหา หรือว่ารอบๆมีบางอย่างเกิดขึ้น?

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ฉือหางก็ปลุกเหล่าองครักษ์และหญิงสาวสองคน

            เจียงโหรวลืมตาด้วยความสะลึมสะลือเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง ปากบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดึกดื่นป่านนี้เจ้าปลุกข้าทำไม?!"

            "ชู่ว!"การแสดงออกของฉือหางยิ่งจริงจังมากขึ้น

            ซิ่งฮวามองไปที่รูปลักษณ์ของฉือหางจากนั้นก็ดึงแขนของเจียงโหรว เอ่ยเสียงเบาว่า "คุณหนูดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติ"

            "เกิดอะไรขึ้นหรือ..."เจียงโหรวตะโกนเสียงดังก่อนจะค่อยๆ เบาลง นางมองไปยังสภาพแวดล้อมรอบๆและตระหนักได้ว่าเวลานี้นางอยู่บนภูเขา "ข้าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติ"

            ฉือหางลุกขึ้นยืนข้างกองไฟพร้อมกับธนูในมือ

            ลมกระโชกแรงเสียจนต้นไม้สั่นไหวใบไม้ปลิวสะบัด

            เจียงโหรวกอดไหล่ตัวเองแน่น นางมองไปรอบๆด้วยความกลัว

            "ซิ่งฮวา"เจียงโหรวลดเสียงลง พูดด้วยน้ำเสียงที่คนสองคนได้ยินเท่านั้น"ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าน่ากลัวนัก?"

            ต้นไม้โดยรอบดูใหญ่กว่าปกติแสงจันทร์ทำให้เงาของพวกมันยาวเป็นพิเศษ ราวกับเป็นสัตว์ป่าที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาในพริบตาถัดไป

            ฉือหางยกธนูขึ้นพลางง้างสายจนตึง

            คราวนี้องครักษ์ทั้งหกคนที่อยู่ด้านข้างล้อมรอบปกป้องเจียงโหรวข้างใน

            ใบหน้าของฉือหางตึงเครียดเขาหันกลับด้วยความเร็ว และปล่อยลูกศรในมือโดยตรง

            ลูกศรทะลุทะลวงสามจุด

            "โฮกก!"

            จู่ๆเสือตัวหนึ่งก็กระโดดออกมาจากตรงนั้น ขนาดตัวใหญ่กว่าตัวก่อนหน้านี้มาก

            ทุกครั้งที่มันก้าวเท้าขนบนตัวของมันก็แกว่งไกวตามไปด้วย สายตาของมันมองไปยังพวกเขาตรงหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับว่ามันไม่ได้เกรงกลัวคนเหล่านั้นเลย

            ลูกธนูหนึ่งดอกติดอยู่กับคันธนูของฉือหางแล้วเขามองไปที่เสือด้วยสายตาไม่แยแส

            เมื่อเจียงโหรวเห็นเสือตัวนั้นขาของนางก็อ่อนแรง ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุม

            "คุณ...คุณหนู" เสียงของซิ่งฮวาสั่นเครืออยู่ใกล้กับเจียงโหรว

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199