ตอนที่เขาเพิ่งถามจบ จี๋โม่หานกลับไม่พูดอะไร ก่อนจะถลกเสื้อขึ้นแล้วยกขาขึ้นถีบเนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป องค์ชายห้าที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเท้าที่ผสมกำลังภายในเตะจนกระเด็นออกไป
ทุกคนต่างมองภาพนี้อย่างตกตะลึงและยังดึงสติกลับมาไม่ได้พวกเขามองร่างขององค์ชายห้าถลาพุ่งไปในอากาศ ก่อนจะร่วงหล่นตรงตำแหน่งที่ไม่ไกลออกไป
จี๋โม่หานลดขากลับมาด้วยท่วงท่าสง่างามก่อนจะปล่อยชายขากางเกงลงการกระทำทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ถอนหายใจหนึ่งที สีหน้าบนใบหน้ายังไม่ทันเปลี่ยนไปเลยสักนิด
องค์ชายห้าตกลงพื้นดัง “ตุ้บ”แม้แต่ฝุ่นบนพื้นยังลอยตลบขึ้นมา
เขาหันไปด้านข้างแล้วกระอักเลือดออกมา แรงถีบของจี๋โม่หานนั้นไม่เบาเลยเขารู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในเจ็บไปหมด
เจียงจ้าวหันหน้าไปทางอื่นอย่างทนไม่ได้ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง “นี่ นี่....”
ฝีเท้าเมื่อครู่จี๋โม่หานนั้นได้ประมาณแรงเอาไว้ เอาแค่อีกฝ่ายไม่ตายก็พอ จากนั้นเขาก็พูดเสียงเย็น“องค์ชายห้า องค์ชายห้าวางแผนทำคุณไสยใส่ไทเฮา ทั้งยังหลอกลวงผู้คนกระจายคำสั่งของข้าออกไป จับกุมเขาทันที หากมีคนขัดขืนก็ให้ฆ่าทิ้งได้เลย”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลิงชวนเดินไปด้านหน้าแล้วจับองค์ชายห้าลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะส่งให้ทหารมาจับกุม ตอนนี้เหล่าลูกน้องขององค์ชายห้าที่อยู่ด้านข้างต่างก็อยากจะเข้ามาช่วยแต่ก็ไม่กล้าพอ
จี๋โม่หานกระโดดขึ้นม้า“เช่นนั้นก็ขอเชิญใต้เท้าเจียงไปกับพวกเราด้วย”
“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
ขบวนเดินทางใหญ่โต เพียงครู่เดียวก็มาถึงคุกใหญ่ของวังหลวง
คุกใหญ่นั้นมีราชองครักษ์รักษาพระองค์คอยคุ้มกันด้านนอกที่คุมขังสามลี้กับด้านในสามลี้มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนานอกจากคนของไท่ฉางซื่อกับศาลต้าหลี่แล้ว คนอื่นๆ ที่อยากเข้าไปใกล้จะต้องได้รับการอนุญาตจากฮ่องเต้ก่อน
จู่ๆ หมิงจิ่วก็ปรากฏตัวอยู่ข้างกายจี๋โม่หานไม่รู้ว่านางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “องค์ชายเพคะ”
“มีการเคลื่อนไหวอะไร?”
“ตอนนี้ไม่มีเพคะ” หมิงจิ่วขมวดคิ้ว “แต่เมื่อคืนองค์ชายห้ากับซูโม่มาเพคะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะว่าด้านในการคุ้มกันแน่นหนาหม่อมฉันไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เพคะ”
มือที่กุมเชือกของจี๋โม่หานกำเข้าหากันแน่น ใบหน้าปรากฏจิตสังหารขึ้นมา“ได้ ข้ารู้แล้ว”
ด้านหน้าคุกราชองครักษ์รักษาพระองค์มาขวางพวกเขาและสั่งให้คนมาล้อมพวกเขาเอาไว้ คนพวกนั้นมองจี๋โม่หานที่นั่งอยู่บนม้ารวมถึงทหารหลายร้อยนายที่อยู่ด้านหลังเขาแววตาที่ไม่เป็นมิตรหรี่ลง “องค์ชายจะทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ถอยไป” จี๋โม่หานไม่อธิบายอะไรก่อนจะพูดเสียงเย็น
ราชองครักษ์เองก็ไม่ยอมถอยไปเลยสักนิดท่าทีแข็งกร้าว “องค์ชายโปรดอย่าได้ทรงกริ้วเลย หากไม่มีคำสั่งของฝ่าบาท ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าไปได้”
“พูดอีกครั้ง ถอยไปข้าไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้น”
“องค์ชายคิดจะบุกเข้าไปในคุกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ราชองครักษ์คนนั้นพูดแล้วชักกระบี่ออกมาครึ่งหนึ่งมีแสงเย็นวาบออกมาจากฝัก หลิงชวนเดินไปด้านหน้าเพื่อคุ้มกันจี๋โม่หานองครักษ์ด้านหลังเองก็พากันขยับมาด้านหน้า
เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มต้านกันบรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นมา
เจียงจ้าวลงจากม้าเดินมาตรงหน้ากลุ่มคนแล้วหยิบป้ายแผ่นหนึ่งออกมาจากเอว“ข้าคือเจียงจ้าวคนของไท่ฉางซื่อ ถอยไป”
ราชองครักษ์เห็นป้ายในมือของเจียงจ้าวในที่สุดท่าทีก็อ่อนลงหลายส่วน “ใต้เท้าเจียงสามารถเข้าไปได้อยู่แล้วขอรับแต่ว่าองค์ชายสามนั้นไม่มีคำสั่ง พวกกระหม่อมไม่สามารถให้เข้าไปได้”
เจียงจ้าวขมวดคิ้ว “ข้ามาหาซูหมิงเยว่เรื่องเมื่อวานมีแผนแอบแฝงอยู่ รอข้าสอบสวนซูหมิงเยว่ก่อน ถึงตอนนั้นจะอธิบายเรื่องนี้อย่างชัดเจนต่อหน้าฝ่าบาท”
“ใต้เท้าท่านอย่าทำให้ข้าน้อยรู้สึกลำบากใจสิขอรับ” ราชองครักษ์ทำหน้าเหนื่อยใจ“นี่เป็นคำสั่งของฝ่าบาท หากท่านอยากจะพบนั้นสามารถทำได้อยู่แล้วแต่ว่าการสอบสวนจะต้องมีคำสั่งของฝ่าบาทถึงจะทำได้ขอรับ อีกอย่างคนอื่นๆที่ไม่ได้รับคำสั่งนั้นไม่สามารถเข้าพบได้”
เจียงจ้าวเอาแผ่นป้ายกลับมาใส่ที่เอวแล้วหันกลับไปปรึกษากับจี๋โม่หาน“เช่นนั้นองค์ชาย พวกเราไปรายงานต่อฝ่าบาทก่อนแล้วค่อยมาทวงคืนความยุติธรรมให้กับคุณหนูซู ท่านคิดว่าอย่างไร?”
แต่หลังจากที่เขาพูดจบก็รู้ว่าตัวเองถามไปก็เสียเปล่าแน่นอนสีหน้าของจี๋โม่หานแฝงไปด้วยจิตสังหาร เขาจะไปเอ่ยตกลงได้ในสองสามคำได้อย่างไร
แน่นอนว่าจี๋โม่หานรอไม่ได้แล้วเขารอมาหนึ่งคืนแล้ว ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ได้เจอซูหมิงเยว่ เขาก็ไม่มีทางวางใจได้
“หลิงชวน ลงมือ”
เจียงจ้าวไม่พูดอะไรอีก เขาถอยหลังออกมาหลายก้าวอย่างกล้าๆกลัวๆ
จี๋โม่หานออกคำสั่งหลิงชวนกับจื๋อหลันสองคนก็ลงมือทันที คนของราชองครักษ์เองก็พุ่งเข้ามาเพียงครู่เดียวทั้งฝ่ายก็เริ่มต่อสู้กัน
ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างดีทหารของจี๋โม่หานเคยไปสนามรบมาก่อน ส่วนคนของราชองครักษ์ก็เคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดทั้งสองฝ่ายฝีมือไม่เป็นรองกัน พอมาต่อสู้กันจึงยากมาก
ภายใต้ความวุ่นวายก็ได้ยินเสียงตะโกนของหัวหน้าราชองครักษ์เอ่ยว่า“รีบไปรายงานฝ่าบาท รีบไป”
จี๋โม่หานในตอนนี้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้วเขาสั่งให้ทิ้งคนเอาไว้ดูองค์ชายห้ากับนักพรตคนนั้นส่วนตัวเองก็พาคนไปสองสามคนแล้วบุกเข้าไปในคุกกับเจียงจ้าว
ผู้คุมภายในคุกได้ยินเสียงก็พุ่งออกมา พวกเขาไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นใดพอออกมาก็เห็นว่าด้านนอกยุ่งเหยิงไปหมด จากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้าไปหาจี๋โม่หาน
แต่ว่ายังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ก็ถูกอีกฝ่ายสะบัดแขนเสื้อหนึ่งทีพัดพวกเขาปลิวออกไปเสียก่อนเจียงจ้าวที่อยู่ด้านข้างถึงกับตะลึงค้างไปอยู่พัหหนึ่ง คนคนหนึ่งที่ตาบอดพิการมาสิบกว่าปีนั้นกลับมีกำลังภายในมากมายขนาดนี้
ภายในคุกวุ่นวายขึ้นมาทันทีจี๋โม่หานพาคนบุกตรงเข้าไปด้านในป้ายไท่ฉางซือที่เจียงจ้าวถืออยู่ในมือตอนนี้กลายเป็นของประดับไปเสียแล้วเพราะว่าเขาเองก็กลายเป็นคนที่บุกเข้าคุกไปกับจี๋โม่หาน
ผู้คุมภายในคุกมีหรือจะเป็นคู่ต่อสู้ของจี๋โม่หานถึงแม้ดวงตาของเขาจะมองไม่เห็น แต่ร่างกายก็ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วไม่รอให้เข้ามาใกล้ตัวก็โจมตีออกไปก่อน
จี๋โม่หานคว้าผู้คุมที่พุ่งเข้ามาคนหนึ่งแล้วบีบคอแน่นน้ำเสียงแฝงไปด้วยจิตสังหารเข้มข้น “พูดมา ซูหมิงเยว่อยู่ที่ไหน?”
ผู้คุมคนนั้นถูกบีบคอจนตาเหลือกขาว หน้าและคอแดงก่ำพอเห็นว่าหน้าใกล้จะเขียวก็รีบดิ้นรนขัดขืนแต่มือที่จี๋โม่หานบีบคอของเขานั้นแข็งเหมือนเหล็ก ดิ้นรนอยู่นานก็ยังไม่ขยับ
“พูด” มือของจี๋โม่หานเพิ่มแรงขึ้นมาอีกคอของผู้คุมคนนั้นก็ส่งเสียงกึกดังออกมาเล็กน้อย
ดวงตาทั้งสองข้างของผู้คุมเหลือกขึ้นขาทั้งสองข้างเตะไปมาที่พื้น ยกมือสั่นๆ ขึ้นชี้ไปทางด้านหน้า
หมิงจิ่วที่อยู่ด้านข้างพูดเสียงเบา “องค์ชายเขาชี้ไปด้านหน้าเพคะ”
จี๋โม่หานโยนผู้คุมคนนั้นทิ้งแล้วเดินไปด้านหน้าราวกับมองเห็นทาง
พอผู้คุมคนนั้นถูกโยนลงพื้นก็นอนแน่นิ่งเหมือนหมาตายอยู่ตรงนั้นตัวกระตุกเล็กน้อย มีแค่ลมหายใจออก ไม่ได้มีลมหายใจเข้า
ภายในห้องขังที่มืดและอับชื้นซูหมิงเยว่นั่งพิงอยู่บนหญ้าตรงมุมกำแพง รู้สึกมึนเบลอไปหมด
นางหลับตา ลมหายใจแผ่วเบา สีหน้าขาวซีดริมฝีปากแห้งผากไม่มีสีเลือดเลยสักนิด เลือดสดๆ บนตัวแห้งแข็งเป็นรอยเลือดติดอยู่บนตัวเป็นแผ่นๆเหนียวเชื่อมเสื้อผ้ากับผิวหน้าให้ติดเข้าด้วยกัน ปากแผลไม่มีเลือดไหลออกมาแล้วแต่ก็ยังเจ็บอยู่ เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ
ครึ่งล่างชาจนไม่รับรู้ความรู้สึกนางขยับตัวเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนท่าทาง เจ็บคอแทบตายและอยากดื่มน้ำ