" ง่ำ~~~ "
ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากกลุ่มของชิงหลงเดินทางออกมาจากเมืองเฉิงปิง ระหว่างทางพวกเขาก็ล่าสัตว์อสูรไปพรางเพื่อหาจุดพักดี ๆ ในการพักผ่อนซึ่งทั้งม้าทั้งคนต่างหิวโซกันทั้งคู่ดังนั้นพวกเขาจึงพักกันริมบึงแห่งหนึ่ง
" อีกไกลมากมั้ยเนี่ยเจ้าอ้วน "
" หืม...อีกแปปเดียวก็จะถึงแล้ว ง่ำ~ "
เจ้าอ้วนตอบเขาออกมาก่อนจะหันกลับไปซัดขาแกะที่ล่ามาได้อีกครั้งหนึ่งมันแทบจะไม่สนใจใครเลยเมื่อมันกินอยู่ ชายหนุ่มไม่สนใจมันอีกเขาหันไปหาหลินหลินก่อนจะถามเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าซูหมิงนั่น
" เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ ซูเหิง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์ของอาณาจักรชางหลาน กองกำลังนับหมื่นอยู่ในกำมือของเขา "
" อืม...ฟังดูยิ่งใหญ่แฮะ "
ชิงหลงนั่งเกาคางคิดไปมา พวกนั้นถึงกับมีกองกำลังแข็งแกร่งขนาดนี้ แข็งแกร่งเทียบกับสี่ตระกูลใหญ่ได้เลย แต่สิ่งที่ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ดูเหนือกว่าคงเพราะพวกมันรับใช้โดยตรงกับราชวงศ์เจียงเท่านั้น ต่างกลับตระกูลซูที่รับใช้ราชวงศ์เซี่ยว ทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว
" ซูหมิงเป็นศิษย์หลักของนิกายเพลิงผลาญฟ้า เขาครอบครองจิตวิญญาณเพลิงวิหคอัคคี ที่เป็นจิตวิญญาณเพลิงระดับสูง จนสามารถเป็นศิษย์หลักของนิกายเพลิงผลาญฟ้าและเป็นศิษย์สืบทอดของปรมจารย์เพลิงตู่ฟู่เหิง ของนิกายเพลิงผลาญฟ้าด้วย "
" ระดับพลังของเขาตอนที่เจอกันคราวก่อนเขาอยู่พลังปราณปฐพี ขั้นหก ซึ่งไม่รู้ตอนนี้จะพัฒนาไปถึงไหนแล้ว "
" จิตวิญญาณเพลิงงั้นหรือ ? "
ชิงหลงเลิกตาขึ้นอย่างแปลกใจดูเหมือนการประลองรุ่นเยาว์รอบนี้จะน่าสนใจขึ้นมากซะแล้ว สิ่งที่ชิงหลงหวังตอนนี้คงจะเป็นให้เจ้าหมอนั่นเข้าร่วมการแข่งครั้งนี้ด้วย
" ผู้ที่จะเข้าร่วมการประลองรุ่นเยาว์ได้ต้องมีอายุสิบห้าปีจนถึงยี่สิบปี ตอนนี้ซูหมิงอายุสิบเก้าปี แน่นอนตั้งแต่เขาอายุสิบห้าซูหมิงเป็นผู้ที่กุมชัยไว้ตลอดและปีนี้เขาคงมั่นใจว่าชัยชนะจะเป็นของเขาอีก "
หลินหลินบอกกล่าวเรื่องราวของซูหมิงให้กับเขาอย่างดีพร้อมกำชับให้ชายหนุ่มระวังมันให้มาก ๆ
" เช่นนั้นเจ้าหมอนั่นสมควรเป็นอัจฉริยะใช่หรือไม่ "
" อื้อ แน่นอนเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของอาณาจักรชางหลาน ไม่มีใครในอาณาจักรไม่รู้จักเขา ไม่สิ แม้แต่ในสามนิกายใหญ่ยังรู้จักเขา "
ได้ยินดังนั้นมุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาครั้งนี้คงจะไม่ใช่เล่น ๆ ซะแล้วถึงได้มีชื่อเสียงขนาดนี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของชิงหลงลุกโชนทั่วร่าง
ต้องเข้าใจเลยว่าตั้งแต่ที่ชายหนุ่มออกมาจากป่าอสูรรัตติกาลจนเข้านิกายเฉิงปิงเขายังไม่เคยเลยสักครั้งที่จะใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้กับใครสักคนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเบื่อสุด ๆ แต่ดูเหมือนเจ้าซูหมิงนั่นคงพอทำให้เขาเอาจริงได้บ้าง
" ถ้าเจ้าหมอนี่เก่งกาจขนาดนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่ชอบมันล่ะ "
ชิงหลงถามออกไปเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงสาวจะไม่ชอบชายที่แข็งแกร่งเช่นนั้น
" หืม...เรื่องนั้น เพราะเขาชั่วร้ายและโหดเหี้ยมมาก นอกจากนั้นเขายังบ้ากามอีกด้วย หญิงสาวทั้งในและนอกมากมายต่างถูกเขาทำให้มีมลทิน แม้แต่ชาวบ้านตาดำ ๆ เขายังสังหารได้อย่างโหดเหี้ยม มีอะไรให้ข้าต้องชอบเขากัน "
ได้ยินที่หลินหลินพูดชายหนุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย ไม่รู้เป็นอะไรนัก พวกนายน้อยตระกูลที่ยิ่งใหญ่ถึงได้ชอบทำตัวเช่นนี้กันนัก แน่นอนว่าชิงหลงก็เป็นคนหนึ่งที่เกลียดพวกนั้น
" ว่าแต่พวกเจ้าจะกินกันอีกนานมั้ย ? "
ชายหนุ่มหันไปหาอีกสามคนที่กำลังกินอย่างไม่วางปาก ทั้งที่เป็นคนพูดให้รีบไปแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นเจ้าพวกนี้ที่ทำเสียเวลาซะเอง
" หึ่ม อีกสักพัก "
เจ้าอ้วนไม่หันขึ้นมามองเขาเลยสักนิดขณะตอบชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวไปมา
" เช่นนั้นมีใครบ้างที่เข้าร่วมงานประลองครั้งนี้ มันสมควรจะยิ่งใหญ่ใช่หรือไม่ "
" ตระกูลหลัวของข้าคงมีท่านและอีกสองคนในตระกูล ส่วนเรื่องใครจะร่วมงานประลองบ้างข้าคงไม่รู้ได้เพราะมันเปิดให้หลาย ๆ ตระกูลในอาณาจักรเข้าร่วมได้และคนนอกอีกมากมาย "
" แต่จำนวนผู้เข้าร่วมนั้นลดน้อยลงทุกปี เพราะซูหมิง ไม่มีใครเอาชนะเขาได้เลยจึงมีหลายตระกูลไม่ได้เข้าร่วมในปีที่แล้ว "
" แล้วปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมกี่คน "
" อืม...สักสองร้อย...หรือสามร้อยนี่แหละข้าจำไม่ได้ "
ได้ยินที่หลินหลินพูดชิงหลงเซ่อไปนิดนึงเช่นนั้นเจ้างานประลองนี่จะใช้เวลากี่วันกัน
" เอาล่ะเสร็จแล้ว~~ "
เจ้าอ้วนและอีกสองคนตระโกนขึ้นพร้อมกันก่อนที่พวกเขาจะเก็บของแล้วออกเดินทางกันอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเดินทางอีกไม่นานนักเขาก็เข้าสู่เขตอาราจักรชางหลานซึ่งมีทหารประจำการอยู่มากมาย เจ้าอ้วนโชว์ตราบางอย่างให้กับทหารเหล่านั้นดู ทุกคนเมื่อได้เห็นตราต่างก็ก้มหัวให้ด้วยความเคราพ
ผ่านไปสักพักทั้งกลุ่มก็เข้ามาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรชางหลานยามที่ประจำอยู่หน้าประตูเมืองเมื่อเห็นกลุ่มของชิงหลงใกล้เข้ามาพวกมันก็รีบเปิดประตูให้ก่อนจะยืนเรียงแถวหน้ากระดานต้อนรับกันอย่างสวยงาม เมื่อผ่านประตูเข้ามามันก็ถูกปิดลงอีกครั้ง
ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนและความครึกครื้นอย่างที่เมือง ๆ หนึ่งควรจะมีได้ชาวบ้านต่างขายของยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ชิงหลงสังเกตได้เลยหลังจากที่เข้ามาคือชาวบ้านที่เมืองนี้ดูมีฐานะพวกเขาต่างใส่เสื้อผ้าที่ดี
ดูเหมือนความเป็นอยู่ของคนในเมืองนี้จะดีใช้ได้เลย เมืื่อเทียบกับเมืองเฉิงปิงแล้วเมืองหลวงนี้ดีกว่าเยอะเลย
" ถึงแล้วล่ะ "
ไม่นานกลุ่มของชิงหลงก็หยุดลงที่หน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่และมีคนเต็มไปหมดแต่เมื่อดูจากเสื้อที่ใส่แล้วคงจะเป็นคนใช้เสียมากกว่า เจ้าอ้วนและคนอื่น ๆ ลงจากม้าเดินผ่านไปที่ประตูยามทั้งสองคนก็เปิดให้พวกเขา เมื่อเดินเข้ามาในคฤหาสน์ก็มีคนใช้มากมายเดินเข้ามาต้อนรับทุกคน
" นายน้อยลี่มู่ คุณหนูหลิน สบายดีรึเปล่าเจ้าคะ "
" คุณหนู.... "
คำพูดมากมายไหลออกมาจากปากคนเหล่านั้นทำให้ชิงหลงได้แต่ปิดหูเพราะความรำคาญนี่เป็นการแสดงความห่วงใยของคนในนี้งั้นหรือ
" เอาล่ะ ๆ ข้าต้องเข้าไปหาท่านพ่อก่อน "
พูดเสร็จเจ้าอ้วนก็ดึงชิงหลงออกมาจากเหล่าคนใช้ทันทีทุกคนเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ชิงหลงดูจะตื่นตากับอะไรหลาย ๆ อย่างเมื่อเทียบกับบ้านหลังใหม่ที่เขาได้รับหลังจากเป็นศิษย์ในแล้วล่ะก็ คฤหาสน์หลังนี้เรียกได้ว่าหรูหรากว่า
ทั้งห้าคนมาถึงห้อง ๆ หนึ่งเจ้าอ้วนพาชิงหลงเข้าไปและหลินหลินตามเข้ามา แต่เทียนจินและหม่าเทียนต่างรอกันอยู่ข้างนอก เมื่อเข้ามาก็เห็นชายวัยกลางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งกระดาษกองกันอยู่เต็มโต๊ะไปหมด เมื่อเขาได้ยินเสียงประตูก็หันขึ้นมามอง พอเห็นทั้งสามคนเขาก็ผุดลุกจากเก้าอี้เดินมาหาทั้งสาม
" ท่านพ่อ~~ "
" อืม~~ "
เมื่อชายชรามาใกล้ ๆ หลินหลินก็พุ่งเข้ากอดเขาทันทีดูเหมือนชายคนนี้จะเป็นพ่อของหลินหลินอย่างที่เขาเดา แต่เมื่อมองดูดี ๆ แล้ว ชายคนนี้สูงเกือบสองเมตรกล้ามแน่นปึกใบหน้ายังดูหนุ่มเรียกได้ว่าเป็นคนที่หล่อเหลาคนหนึ่งเลย
เมื่อมองชายตรงหน้าแล้วหันกลับมามองเจ้าอ้วน มันทำให้ชิงหลงปวดหัวนิดหน่อยเจ้าหมานี่ใช่ลูกของเขาจริงหรือเนี่ยหากไม่เห็นกับตาคงไม่อาจทำใจเชื่อได้จริง ๆ
" ข้าคิดถึงท่านพ่อเหลือเกิน~ "
" อืมพ่อก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน แล้ว...หนุ่มคนนี้เป็นใครกัน "
เมื่อสังเกตเห็นชิงหลงเขาก็ถามออกมาดวงตาที่เขาจ้องมองมาที่ชิงหลงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะคิดผิดที่ตระกูลหลัวไม่มียอดฝีมือเพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่ตระกูลค้าขายเท่านั้น ดูเหมือนผู้นำตระกูลคนนี้คงจะแข็งแกร่งน่าดูทีเดียว
" เขาเป็นคนที่ข้าเคยบอกท่านยังไงล่ะ "
" จริงสิิลืมไปเลย พ่อคะนี่ชิงหลง เป็นศิษย์ในของนิกายเฉิงปิง ชิงหลงนี่ท่านพ่อของข้า หลัวจี้คง "
" ชิงหลงทำความเคราพผู้อาวุโส "
" อืมไม่ต้องมากความเจ้าเป็นสหายของลูกข้ายอมเป็นลูกข้าเรียกข้าว่าลุงคงแล้วกันนะ "
" ขอรับลุงคง "
" ว่าแต่...เจ้าเป็นศิษย์ในจริงงั้นรึ "
หลัวจี้คงพูดขึ้นเมื่อมองไปที่ชิงหลงสายตาของเขาราวกับต้องการมองทพลุทุกสิ่งทุกอย่างของชิงหลง เมื่อได้ยินที่พ่อของตนพูดหลินหลินก็รีบพูดตอบอย่างรวดเร็ว
" จริงสิคะท่านพ่อ ! ทำไมพ่อถึงไม่เชื่อข้าล่ะ "
" ไม่ ๆ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เขื่อว่าเขาเป็นศิษย์ในแต่ว่า...ถ้าเจ้าไม่บอกข้าว่าเขาเป็นศิษย์ในล่ะก็ข้าคิดว่าเขาเป็นศิษย์หลักของนิกายเฉิงปิงเสียอีก "
" เอ๋ ? ทำไมถึงคิดอย่างงั้นล่ะคะ "
" ก็เขา...ไม่...ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้าเดินทางมากันนานคงจะหิวแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ "
หลัวจี้คงเหมือนจะพูดอะไรแต่เมื่อเห็นใบหน้าของชิงหลงเขาก็เงียบลงก่อนจะเปลี่ยนเรื่องและไล่คนอื่นออกจากห้องไป เมื่ออยู่กันสองคนหลัวจี้คงมองชิงหลงอย่างลึกซึ้งอีกครั้งก่อนจะพูดกับชายหนุ่ม
" ตอนแรกข้ากังวลกับเรื่องของลูกสาวข้าจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ดูเหมือนตอนนี้คงวางใจได้แล้วสินะ...ถ้าเป็นเจ้าก็คงจะสู้กับเขาได้ "
" ท่านพ่อทำอะไรอยู่คะ รีบมาสิ "
" ไปแล้วจ่ะ ๆ "
ชิงหลงไม่ค่อยเข้าใจที่หลัวจี้คงพูดสักเท่าไหร่แต่ดูเหมือนเขาจะเห็นบางสิ่งในตัวของชิงหลงสินะ
โปรดติดตามตอนต่อไป
เวลาหมดครับเอาแค่นี้แล้วกัน โทรศัพท์ผมพังครับข้อมูลทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์หมดเลยคิดอยู่นานมากจะเขียนยังไงต่อดี เลยมาร้านเกมส์นั่งเขียนตามที่นึกเลยแล้วกันเรื่องข้อมูลค่อย ๆ