เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เล่มที่ 2 บทที่ 25 สุดยอดอัจฉริยะ

    " ง่ำ~~~ " 



    ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากกลุ่มของชิงหลงเดินทางออกมาจากเมืองเฉิงปิง ระหว่างทางพวกเขาก็ล่าสัตว์อสูรไปพรางเพื่อหาจุดพักดี ๆ ในการพักผ่อนซึ่งทั้งม้าทั้งคนต่างหิวโซกันทั้งคู่ดังนั้นพวกเขาจึงพักกันริมบึงแห่งหนึ่ง 

    " อีกไกลมากมั้ยเนี่ยเจ้าอ้วน " 

    " หืม...อีกแปปเดียวก็จะถึงแล้ว ง่ำ~ " 

    เจ้าอ้วนตอบเขาออกมาก่อนจะหันกลับไปซัดขาแกะที่ล่ามาได้อีกครั้งหนึ่งมันแทบจะไม่สนใจใครเลยเมื่อมันกินอยู่ ชายหนุ่มไม่สนใจมันอีกเขาหันไปหาหลินหลินก่อนจะถามเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าซูหมิงนั่น 

    " เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ ซูเหิง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์ของอาณาจักรชางหลาน กองกำลังนับหมื่นอยู่ในกำมือของเขา " 

    " อืม...ฟังดูยิ่งใหญ่แฮะ " 

    ชิงหลงนั่งเกาคางคิดไปมา พวกนั้นถึงกับมีกองกำลังแข็งแกร่งขนาดนี้ แข็งแกร่งเทียบกับสี่ตระกูลใหญ่ได้เลย แต่สิ่งที่ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ดูเหนือกว่าคงเพราะพวกมันรับใช้โดยตรงกับราชวงศ์เจียงเท่านั้น ต่างกลับตระกูลซูที่รับใช้ราชวงศ์เซี่ยว ทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว 

    " ซูหมิงเป็นศิษย์หลักของนิกายเพลิงผลาญฟ้า เขาครอบครองจิตวิญญาณเพลิงวิหคอัคคี ที่เป็นจิตวิญญาณเพลิงระดับสูง จนสามารถเป็นศิษย์หลักของนิกายเพลิงผลาญฟ้าและเป็นศิษย์สืบทอดของปรมจารย์เพลิงตู่ฟู่เหิง ของนิกายเพลิงผลาญฟ้าด้วย " 

    " ระดับพลังของเขาตอนที่เจอกันคราวก่อนเขาอยู่พลังปราณปฐพี ขั้นหก ซึ่งไม่รู้ตอนนี้จะพัฒนาไปถึงไหนแล้ว " 

    " จิตวิญญาณเพลิงงั้นหรือ ? " 

    ชิงหลงเลิกตาขึ้นอย่างแปลกใจดูเหมือนการประลองรุ่นเยาว์รอบนี้จะน่าสนใจขึ้นมากซะแล้ว สิ่งที่ชิงหลงหวังตอนนี้คงจะเป็นให้เจ้าหมอนั่นเข้าร่วมการแข่งครั้งนี้ด้วย 

    " ผู้ที่จะเข้าร่วมการประลองรุ่นเยาว์ได้ต้องมีอายุสิบห้าปีจนถึงยี่สิบปี ตอนนี้ซูหมิงอายุสิบเก้าปี แน่นอนตั้งแต่เขาอายุสิบห้าซูหมิงเป็นผู้ที่กุมชัยไว้ตลอดและปีนี้เขาคงมั่นใจว่าชัยชนะจะเป็นของเขาอีก " 

    หลินหลินบอกกล่าวเรื่องราวของซูหมิงให้กับเขาอย่างดีพร้อมกำชับให้ชายหนุ่มระวังมันให้มาก ๆ 

    " เช่นนั้นเจ้าหมอนั่นสมควรเป็นอัจฉริยะใช่หรือไม่ " 

    " อื้อ แน่นอนเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของอาณาจักรชางหลาน ไม่มีใครในอาณาจักรไม่รู้จักเขา ไม่สิ แม้แต่ในสามนิกายใหญ่ยังรู้จักเขา " 

    ได้ยินดังนั้นมุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาครั้งนี้คงจะไม่ใช่เล่น ๆ ซะแล้วถึงได้มีชื่อเสียงขนาดนี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของชิงหลงลุกโชนทั่วร่าง

    ต้องเข้าใจเลยว่าตั้งแต่ที่ชายหนุ่มออกมาจากป่าอสูรรัตติกาลจนเข้านิกายเฉิงปิงเขายังไม่เคยเลยสักครั้งที่จะใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้กับใครสักคนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเบื่อสุด ๆ แต่ดูเหมือนเจ้าซูหมิงนั่นคงพอทำให้เขาเอาจริงได้บ้าง  

    " ถ้าเจ้าหมอนี่เก่งกาจขนาดนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่ชอบมันล่ะ " 

    ชิงหลงถามออกไปเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงสาวจะไม่ชอบชายที่แข็งแกร่งเช่นนั้น 

    " หืม...เรื่องนั้น เพราะเขาชั่วร้ายและโหดเหี้ยมมาก นอกจากนั้นเขายังบ้ากามอีกด้วย หญิงสาวทั้งในและนอกมากมายต่างถูกเขาทำให้มีมลทิน แม้แต่ชาวบ้านตาดำ ๆ เขายังสังหารได้อย่างโหดเหี้ยม มีอะไรให้ข้าต้องชอบเขากัน " 

    ได้ยินที่หลินหลินพูดชายหนุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย ไม่รู้เป็นอะไรนัก พวกนายน้อยตระกูลที่ยิ่งใหญ่ถึงได้ชอบทำตัวเช่นนี้กันนัก แน่นอนว่าชิงหลงก็เป็นคนหนึ่งที่เกลียดพวกนั้น 

    " ว่าแต่พวกเจ้าจะกินกันอีกนานมั้ย ? " 

    ชายหนุ่มหันไปหาอีกสามคนที่กำลังกินอย่างไม่วางปาก ทั้งที่เป็นคนพูดให้รีบไปแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นเจ้าพวกนี้ที่ทำเสียเวลาซะเอง 

    " หึ่ม อีกสักพัก " 

    เจ้าอ้วนไม่หันขึ้นมามองเขาเลยสักนิดขณะตอบชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวไปมา 

    " เช่นนั้นมีใครบ้างที่เข้าร่วมงานประลองครั้งนี้ มันสมควรจะยิ่งใหญ่ใช่หรือไม่ " 

    " ตระกูลหลัวของข้าคงมีท่านและอีกสองคนในตระกูล ส่วนเรื่องใครจะร่วมงานประลองบ้างข้าคงไม่รู้ได้เพราะมันเปิดให้หลาย ๆ ตระกูลในอาณาจักรเข้าร่วมได้และคนนอกอีกมากมาย "

    " แต่จำนวนผู้เข้าร่วมนั้นลดน้อยลงทุกปี เพราะซูหมิง ไม่มีใครเอาชนะเขาได้เลยจึงมีหลายตระกูลไม่ได้เข้าร่วมในปีที่แล้ว " 

    " แล้วปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมกี่คน " 

    " อืม...สักสองร้อย...หรือสามร้อยนี่แหละข้าจำไม่ได้ " 

    ได้ยินที่หลินหลินพูดชิงหลงเซ่อไปนิดนึงเช่นนั้นเจ้างานประลองนี่จะใช้เวลากี่วันกัน 

    " เอาล่ะเสร็จแล้ว~~ " 

    เจ้าอ้วนและอีกสองคนตระโกนขึ้นพร้อมกันก่อนที่พวกเขาจะเก็บของแล้วออกเดินทางกันอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเดินทางอีกไม่นานนักเขาก็เข้าสู่เขตอาราจักรชางหลานซึ่งมีทหารประจำการอยู่มากมาย เจ้าอ้วนโชว์ตราบางอย่างให้กับทหารเหล่านั้นดู ทุกคนเมื่อได้เห็นตราต่างก็ก้มหัวให้ด้วยความเคราพ

    ผ่านไปสักพักทั้งกลุ่มก็เข้ามาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรชางหลานยามที่ประจำอยู่หน้าประตูเมืองเมื่อเห็นกลุ่มของชิงหลงใกล้เข้ามาพวกมันก็รีบเปิดประตูให้ก่อนจะยืนเรียงแถวหน้ากระดานต้อนรับกันอย่างสวยงาม เมื่อผ่านประตูเข้ามามันก็ถูกปิดลงอีกครั้ง 

    ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนและความครึกครื้นอย่างที่เมือง ๆ หนึ่งควรจะมีได้ชาวบ้านต่างขายของยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ชิงหลงสังเกตได้เลยหลังจากที่เข้ามาคือชาวบ้านที่เมืองนี้ดูมีฐานะพวกเขาต่างใส่เสื้อผ้าที่ดี 

    ดูเหมือนความเป็นอยู่ของคนในเมืองนี้จะดีใช้ได้เลย เมืื่อเทียบกับเมืองเฉิงปิงแล้วเมืองหลวงนี้ดีกว่าเยอะเลย

    " ถึงแล้วล่ะ " 

    ไม่นานกลุ่มของชิงหลงก็หยุดลงที่หน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่และมีคนเต็มไปหมดแต่เมื่อดูจากเสื้อที่ใส่แล้วคงจะเป็นคนใช้เสียมากกว่า เจ้าอ้วนและคนอื่น ๆ ลงจากม้าเดินผ่านไปที่ประตูยามทั้งสองคนก็เปิดให้พวกเขา เมื่อเดินเข้ามาในคฤหาสน์ก็มีคนใช้มากมายเดินเข้ามาต้อนรับทุกคน 

    " นายน้อยลี่มู่ คุณหนูหลิน สบายดีรึเปล่าเจ้าคะ " 
    " คุณหนู.... " 

    คำพูดมากมายไหลออกมาจากปากคนเหล่านั้นทำให้ชิงหลงได้แต่ปิดหูเพราะความรำคาญนี่เป็นการแสดงความห่วงใยของคนในนี้งั้นหรือ 

    " เอาล่ะ ๆ ข้าต้องเข้าไปหาท่านพ่อก่อน " 

    พูดเสร็จเจ้าอ้วนก็ดึงชิงหลงออกมาจากเหล่าคนใช้ทันทีทุกคนเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ชิงหลงดูจะตื่นตากับอะไรหลาย ๆ อย่างเมื่อเทียบกับบ้านหลังใหม่ที่เขาได้รับหลังจากเป็นศิษย์ในแล้วล่ะก็ คฤหาสน์หลังนี้เรียกได้ว่าหรูหรากว่า

    ทั้งห้าคนมาถึงห้อง ๆ หนึ่งเจ้าอ้วนพาชิงหลงเข้าไปและหลินหลินตามเข้ามา แต่เทียนจินและหม่าเทียนต่างรอกันอยู่ข้างนอก เมื่อเข้ามาก็เห็นชายวัยกลางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งกระดาษกองกันอยู่เต็มโต๊ะไปหมด เมื่อเขาได้ยินเสียงประตูก็หันขึ้นมามอง พอเห็นทั้งสามคนเขาก็ผุดลุกจากเก้าอี้เดินมาหาทั้งสาม 
    " ท่านพ่อ~~ "

    " อืม~~ " 

    เมื่อชายชรามาใกล้ ๆ หลินหลินก็พุ่งเข้ากอดเขาทันทีดูเหมือนชายคนนี้จะเป็นพ่อของหลินหลินอย่างที่เขาเดา แต่เมื่อมองดูดี ๆ แล้ว ชายคนนี้สูงเกือบสองเมตรกล้ามแน่นปึกใบหน้ายังดูหนุ่มเรียกได้ว่าเป็นคนที่หล่อเหลาคนหนึ่งเลย 

    เมื่อมองชายตรงหน้าแล้วหันกลับมามองเจ้าอ้วน มันทำให้ชิงหลงปวดหัวนิดหน่อยเจ้าหมานี่ใช่ลูกของเขาจริงหรือเนี่ยหากไม่เห็นกับตาคงไม่อาจทำใจเชื่อได้จริง ๆ

    " ข้าคิดถึงท่านพ่อเหลือเกิน~ " 

    " อืมพ่อก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน แล้ว...หนุ่มคนนี้เป็นใครกัน " 

    เมื่อสังเกตเห็นชิงหลงเขาก็ถามออกมาดวงตาที่เขาจ้องมองมาที่ชิงหลงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะคิดผิดที่ตระกูลหลัวไม่มียอดฝีมือเพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่ตระกูลค้าขายเท่านั้น ดูเหมือนผู้นำตระกูลคนนี้คงจะแข็งแกร่งน่าดูทีเดียว 

    " เขาเป็นคนที่ข้าเคยบอกท่านยังไงล่ะ " 

    " จริงสิิลืมไปเลย พ่อคะนี่ชิงหลง เป็นศิษย์ในของนิกายเฉิงปิง ชิงหลงนี่ท่านพ่อของข้า หลัวจี้คง " 

    " ชิงหลงทำความเคราพผู้อาวุโส " 

    " อืมไม่ต้องมากความเจ้าเป็นสหายของลูกข้ายอมเป็นลูกข้าเรียกข้าว่าลุงคงแล้วกันนะ " 

    " ขอรับลุงคง " 

    " ว่าแต่...เจ้าเป็นศิษย์ในจริงงั้นรึ " 

    หลัวจี้คงพูดขึ้นเมื่อมองไปที่ชิงหลงสายตาของเขาราวกับต้องการมองทพลุทุกสิ่งทุกอย่างของชิงหลง เมื่อได้ยินที่พ่อของตนพูดหลินหลินก็รีบพูดตอบอย่างรวดเร็ว 

    " จริงสิคะท่านพ่อ ! ทำไมพ่อถึงไม่เชื่อข้าล่ะ "

    " ไม่ ๆ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เขื่อว่าเขาเป็นศิษย์ในแต่ว่า...ถ้าเจ้าไม่บอกข้าว่าเขาเป็นศิษย์ในล่ะก็ข้าคิดว่าเขาเป็นศิษย์หลักของนิกายเฉิงปิงเสียอีก " 

    " เอ๋ ? ทำไมถึงคิดอย่างงั้นล่ะคะ " 

    " ก็เขา...ไม่...ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้าเดินทางมากันนานคงจะหิวแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ " 

     หลัวจี้คงเหมือนจะพูดอะไรแต่เมื่อเห็นใบหน้าของชิงหลงเขาก็เงียบลงก่อนจะเปลี่ยนเรื่องและไล่คนอื่นออกจากห้องไป เมื่ออยู่กันสองคนหลัวจี้คงมองชิงหลงอย่างลึกซึ้งอีกครั้งก่อนจะพูดกับชายหนุ่ม 

    " ตอนแรกข้ากังวลกับเรื่องของลูกสาวข้าจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ดูเหมือนตอนนี้คงวางใจได้แล้วสินะ...ถ้าเป็นเจ้าก็คงจะสู้กับเขาได้ " 


    " ท่านพ่อทำอะไรอยู่คะ รีบมาสิ " 

    " ไปแล้วจ่ะ ๆ " 

    ชิงหลงไม่ค่อยเข้าใจที่หลัวจี้คงพูดสักเท่าไหร่แต่ดูเหมือนเขาจะเห็นบางสิ่งในตัวของชิงหลงสินะ 



    โปรดติดตามตอนต่อไป 


    เวลาหมดครับเอาแค่นี้แล้วกัน โทรศัพท์ผมพังครับข้อมูลทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์หมดเลยคิดอยู่นานมากจะเขียนยังไงต่อดี เลยมาร้านเกมส์นั่งเขียนตามที่นึกเลยแล้วกันเรื่องข้อมูลค่อย ๆ