ภาพบรรยากาศการกินข้าวบนโต๊ะอาหารระหว่างแม่ลูกที่เกิดขึ้นในทุกเช้าจนตอนนี้ดูจะชินตาแก่บรรดาสาวใช้ในจวนที่เห็นแล้วต่างก็มีความสุขตามไปด้วย หากแต่เป็เมื่อก่อนมีเพียงเว่ยหนิงฟางที่นั่งกินข้าวเพียงลำพังส่วนเว่ยเหยาเหยาต้องกินอยู่ในห้องตลอด ด้วยครั้งหนึ่งนางเคยพาเว่ยเหยาเหยาออกไปนอกจวนหวัง้าให้บุตรสาวได้ัักับโลกภายนอกบ้างครั้นเมื่อกลับมาอาการก็ทรุดหนักไปเกือบเดือนอาการป่วยของบุตรสาวทำให้เว่ยหนิงฟางนั้นกังวลไปหมดนั่นทำให้แม้แต่เื่เล็กน้อยนางก็จะไม่ยอมให้ปล่อยผ่านเด็ดขาดแต่สำหรับตอนนี้คงต้องลบภาพเ่าั้ออกไปได้แล้วใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเริ่มมีให้เห็นบ่อยขึ้น
"ท่านแม่ข้ามีเื่จะปรึกษาหน่อยเ้าค่ะคือว่าข้าอยากจะตั้งโรงหมอ ท่านแม่เห็นว่ายังไง"
"ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะเหยาเอ๋อร์แต่เ้าจะไปหาหมอจากที่ไหนมารักษาคนป่วยกัน หมอที่ไหนๆ ก็ต่างเปิดโรงหมอเป็ของตนเองทั้งนั้น"เธอพร้อมที่จะสนับสนุนหากบุตรีเพียงคนเดียว้าสิ่งใด
"เื่นั้นท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงเ้าคะถึงวันเปิดโรงหมอท่านแม่ก็จะทราบเองขอเพียงแต่ท่านแม่ช่วยเป็ธุระเื่หาคนงานมาสร้างโรงหมอก็พอเ้าค่ะ แล้ววันนี้ข้าจะขอท่านออกไปดูสถานที่ที่จะตั้งโรงหมอได้หรือไม่เ้าค่ะข้าอยากจะเลือกด้วยตนเอง" จางซูเหยายืนขยันหนักแน่น
"ถ้าเ้ายืนยันเช่นนั้นก็ตามใจเ้าเถิดแต่ออกไปข้างนอกต้องระวังตัว เสี่ยวผิงดูแลคุณหนูให้ดีนะ"
เว่ยหนิงฟางกำชับเสี่ยวผิง ด้วยไม่ชินที่แต่ก่อนเว่ยเหยาเหยาไม่เคยออกจากจวนเลยก็เป็กังวล
"เ้าค่ะนายหญิงข้าน้อยจะดูแลคุณหนูด้วยชีวิตของข้าน้อยเลยเ้าค่ะ"
"ได้ยินเช่นนั้นข้าก็เบาใจแล้วก็ห้ามพูดคุยกับบุรุษผู้ใด หากเลี่ยงได้ก็จงเลี่ยงเข้าใจมั้ย"
"ท่านแม่...ท่านเป็เช่นนี้แล้วเมื่อใดลูกจะได้ออกเรือนซักที"จางซูเหยาแอบแซวผู้เป็แม่
"ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ห้ามคุยเข้าใจหรือไม่ถ้าเ้าอยากออกเรือนแม่จะหาบุรุษดีๆ ให้เ้าเอง"จางซูเหยาลุกขึ้นก่อนเดินเข้าที่กอดเว่ยหนิงฟาง
"งั้นก็เอาตามที่ท่านแม่สบายใจเถิดเ้าค่ะถ้าเช่นนั้นลูกขอตัวก่อนนะท่านแม่" เธอหอมแก้มเว่ยหนิงฟางหนึ่งทีแล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
จางซูเหยากับเสี่ยวผิงเดินดูบ้านแถวใกล้ตลาดเพราะหากได้ที่ใกล้ตลาดจะได้พบเห็นได้ง่ายและสะดวกมากกว่าที่แถวอื่นๆเดินไปได้ซักพักก็ไปเจอบ้านสองชั้นหลังหนึ่งอยู่ตรงทางแยกมุมตลาดซึ่งดูคนไม่พลุกพล่านเท่าไรเพราะคนส่วนใหญ่จะชอบเดินแถวๆกลางตลาดมากกว่าเนื่องมีร้านค้ามากมายแถวนั้นจางซูเหยาตัดสินใจะโเรียกเข้าไป
"มีคนอยู่มั้ย ข้าจะมาต่อติดซื้อบ้าน"ไม่ทันไรประตูก็เปิดออกมาเห็นเป็ลุงคนหนึ่งน่าจะเป็คนที่คอยดูแลบ้าน
"ท่านลุงเป็คนดูแลบ้านหลังนี้ใช่มั้ยเ้าคะ"จางซูเหยาเอ่ยถาม
"ใช่แล้วคุณหนูท่านนี้้าที่จะซื้อบ้านหรือขอรับ" จางซูเหยาพยักหน้าตอบรับ
"ไม่ทราบว่าบ้านหลังนี้เป็ของท่านใดที่้าขายและ้าขายราคาเท่าไร"
"บ้านหลังนี้เป็ของชินอ๋องขอรับคุณหนูหากท่าน้าซื้อข้าจะไปเรียนให้ท่านอ๋องทราบเอง ส่วนราคาข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน"
"ถ้าเช่นนั้นฝากท่านลุงไปเรียนท่านอ๋องด้วยว่าคุณหนูเว่ยเหยาเหยา้าซื้อบ้านหลังนี้ให้ส่งคนไปติดต่อข้าที่จวนแม่ทัพเว่ย"
"ทราบแล้วขอรับคุณหนูเว่ยข้าจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดนะขอรับ"
หลังจากนั้นจางซูเหยากับเสี่ยวผิงก็เดินทางที่ไปวัดเพื่อขอพรให้การเปิดโรงหมอเป็ไปอย่างราบรื่นที่วัดชิ่งหรานเป็วัดที่มีคนนิยมพระขอพร แม้แต่ฮ่องเต้หรือคนในราชวงศ์ ก็ต่างนิยมมาขอพรที่วัดนี้อยู่บ่อยครั้ง วันนี้คนมาขอพรเยอะมาก แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวเหมือนฝนกำลังจะตก จนจางซูเหยากับเสี่ยวผิงต้องหลบผู้คนออกมาด้านหลังวัดซึ่งเป็สวนที่ร่มรื่น
ไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และมีการปลูกดอกไม้นานาพรรณประดับตกแต่ง
สวนอย่างสวยงามเพราะหากฮ่องเต้เสด็จจะได้มีที่สำหรับแวะประทับพัก
จางซูเหยายังไม่ทันเดินถึงไหนจู่ๆ ฝนก็ตกลงมาเธอกับเสี่ยวผิงรีบวิ่งหาที่หลบฝน
"ทำไมฝนตกได้นะเมื่อเช้าอากาศยังดีๆ อยู่เลย" จางซูเหยาบ่นพึมพำด้วยสภาพอากาศที่ไม่อาจคาดเดา
"คุณหนูดูถ้าฝนจะไม่หยุดง่ายๆแล้วเราจะกลับจวนยังไงดีเ้าคะร่มก็ไม่ได้เอามา"
"งั้นเราลุยฝนกลับกันเถอะ ข้าี้เีรอแล้ว"ซึ่งเธอยืนรอฝนหยุดมาสองเค่อแล้วเริ่มจะเมื่อยขา
"ไม่ได้นะเ้าคะ เดี๋ยวคุณหนูจะไม่สบายเอาอย่างงี้เดี๋ยวข้าน้อยจะลองไปหายืมร่มในวัดดูเผื่อจะมี"เสี่ยวผิงรีบวิ่งตากฝนออกไปยังด้านหน้าวัด ฝนเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้สาดกระเด็นเข้ามาในระเบียงตรงที่จางซูเหยายืนอยู่
"ทำไมไปนานจังเลยเสี่ยวผิงเสื้อเปียกหมดแล้วเนี่ย ลุยฝนกลับั้แ่แรกคงถึงจวนไปนานแล้วหนาวจะตายอยู่แล้ว" ด้วยความหนาวเธอจึงเดินตามระเบียงไปเรื่อยๆ จนไปถึงหน้าประตูห้องเธอลองเอามือดันประตูเบาๆ ประตูก็เปิดออกนิดๆ ก็มีท่าทีดีใจมาก
"ห้องอะไรเนี่ย ไม่ได้ล็อกด้วยงั้นเข้าไปหลบฝนก่อนแล้วกัน"
จางซูเหยาพูดอย่างเบาเสียงกลัวว่าจะมีคนอยู่ข้างในก่อนจะเปิดประตูเข้าไปแล้วรีบปิดกลัวฝนจะสาดเข้ามาในห้องแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องที่เหมือนกับห้องพักชั่วคราวมีเพียงโต๊ะ เตียง และฉากกั้นอันใหญ่ ไม่ได้มีข้าวของใช้อะไร ก็คิดว่าน่าจะไม่มีใครอยู่จึงไม่ได้สังเกตดีๆ
"โอ้ยยยย หนาววววว ไม่ไหวแล้ว"เธอรีบเดินไปที่โต๊ะไม้สี่เหลี่ยมมีเก้าอี้วางรอบโต๊ะโดยเธอเลือกนั่งหน้าไปทางประตูส่วนด้านหลังจางซูเหยาเป็ฉากกั้นอันใหญ่ นั่งยังไม่ทัน 3 วิก็มีเสียงเรียกดังขึ้น
"นั่นใคร" ทันทีที่ได้ยินเสียง จางซูเหยาใมากพร้อมกับหันหน้าไปทางต้นเสียงที่อยู่ด้านหลังฉากกั้น คนที่อยู่หลังฉากกั้นที่เข้ามาในห้องนี้เพื่อจะเปลี่ยนเสื้อที่เปียกฝนเพราะห้องนี้เป็ห้องพักชั่วคราวของตนเองเวลามาที่วัดบางทีก็จะแวะมาพักอยู่บ่อยครั้งหากครั้งนี้เร่งรีบเลยลืม
ล็อคประตู ดีที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อเสร็จพอดีเลยรีบเดินออกมาจากฉากกั้น
จางซูเหยาที่ตอนนี้หันหน้ามองไปทางฉากกั้นเมื่อเห็นบุรุษร่างสูงผิวขาวผุดผ่องใบหน้างดงามอ่อนโยนชวนฝันถึงกับตกตะลึง 'ว่าที่สามีของฉัน' ตอนนี้จิตใจล่องลอยไปกับภาพบุรุษที่อยู่ตรงหน้าจนบัดนี้บุรุษผู้นั้นเดินมายืนข้างหน้าจางซูเหยาแล้วโบกมือไปมาตรงหน้าของเธอเพราะท่าทางอ้าปากค้างแถมทำตาเยิ้มไม่ยอมกระพริบอยู่นาน
"แม่นาง แม่นาง แม่น๊าง"จางซูเหยาตื่นจากภวังค์ เมื่อบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเอ่ยเสียงดังขึ้น