ศาลาริมน้ำ บ้านสวนคุณยาย
@Darin
คุณยายปล่อยให้ฉันกินข้าวอย่างเต็มที่ก่อนที่จะชวนฉันไปนั่งเล่นที่ ศาลาริมสระที่ขุดไว้โซนด้านหน้าของพื้นที่สวน
“มา บอกยายมาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น” คุณยายพูดขึ้น เมื่อเราทั้งคู่นั่งลงที่ศาลาริมน้ำโดยมีป้าสายเดินถือถาดแตงโมตามหลังมาด้วย
“ยายรู้เรื่องที่แม่เขาจัดหาคู่ให้หนูไหมคะ?” ฉันถามคุณยายไปในสิ่งที่ฉันคิดฉันอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ ยายอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่ฉันก็ยังถามออกไป
“รู้สิ” ยายรู้เรื่อง!!! ฉันอึ้งไปพักหนึ่งยายไม่คิดจะห้ามเลยรึไงกัน? นี่หลานนะ!
“แล้วยายรู้จักคนที่แม่เขาหามาให้รินหรือเปล่าคะ?”ฉันยังอยากรู้ว่ายายรู้เห็นเป็นใจกับแม่มากแค่ไหน
“รู้จักสิ” ยายยิ้ม มองหน้าฉัน ความไม่พอใจพลันเกิดขึ้นอีกครั้ง
อีตาพี่เรย์!!! ร้ายจริงๆ พ่อ แม่ น้อง ยายเล่นรู้จักไปหมดเลย
“....” ฉันไม่รู้จะถามอะไรอีก เล่นรู้กันหมด และมัดมือชกฉันขนาดนี้สรุปใครเป็นลูก ใครเป็นหลานกันแน่!!!
“ทำไม เราไม่ชอบพี่เขาเหรอ?” ยายถามฉันกลับ เมื่อหน้าของฉัน มันดูออกว่าไม่ค่อยพอใจ
“อือ ... ริน ... ทำไมยายถามรินอย่างนี้ค่ะ เห็นๆ อยู่ว่าทุกคนกำลังหลอกรินไม่ห่วงรินกันเลย ยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาแกล้งรินขนาดนี้ ฮึ! ... ยายก็ด้วยรู้ทั้งรู้ว่าอีตาพี่เรย์เขาเป็นใครก็ไม่เห็นบอกรินกันสักคน” ฉันงอแงใส่ยายกับเรื่องที่เกิดขึ้นคุณยายไม่หวงฉันสักนิดเลยเหรอ! ยอมหยกฉันให้ผู้ชายอย่างง่ายดายขนาดนี้
“ตอบยายมาก่อน เราชอบพี่เขาหรือเปล่า?” ยายมองหน้าฉันคาดคั้นฉันด้วยสายตา
"อือ ... ชอบก็ชอบอยู่หรอกค่ะ แต่มาหลอกกันอย่างนี้ยายจะให้รินทำไงคะ!? จะให้ริน ให้อภัยเขาง่ายๆ อย่างนั้นหรือคะ!?”ฉันที่มีความน้อยอกน้อยใจ ตอบตามความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง
สีหน้าท่าทางของฉันแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างมากแต่ฉันก็ไม่ได้โวยวายหรอก
ใช่ว่าฉันจะโกรธ หรือเกลียดเขาจริงๆ มีเป็นเพียงความไม่พอใจความน้อยอกน้อยใจ มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังทั้งจากคนในครอบครัวถูกคนที่เรารักหลอกเอา จะให้ฉันทำเป็นเฉยและปล่อยผ่านไปอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันก็ทำไม่ได้!
“ยายเข้าใจ แต่เราก็ต้องเข้าใจแม่เราด้วย” ยายเสียอ่อนลงและมองฉันด้วยสายตาที่ดูจะเป็นห่วงฉัน
“จะให้รินเข้าใจยังไงคะยาย ทุกคนหลอกรินกันหมดเลย”ฉันที่ยังไม่เข้าใจคำพูดของยาย
“เป็นเราที่ไม่ยอมพบหน้าพี่เขาเองนะ เราถึงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร” เจอประโยคนี้เข้าไปฉันไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ทำเป็นหลบสายตาด้วยการกอดเอวเอาไว้ซะเลย แต่ฉันก็ยังเงียบอยู่เพราะยังต้องคิดหาเหตุผลมาสู้กลับ
“พี่เขาพยายามที่จะขอพบเราก็หลายครั้ง แต่เราก็ไม่ยอมพบจนพี่เขามาขออนุญาต ป๊าเรา แม่เรา และยายเพื่อเข้าใกล้หลาน” ยายฉันเริ่มเล่าเรื่องราวของจุดเริ่มต้นของแผนอีตาพี่เรย์จอมเจ้าเล่ห์
“แล้วทุกคนก็อนุญาตอย่างนั้นหรือคะ?” ฉันถามออกไปแต่ยังกอดเอวของยายอยู่
“ตอนแรกยายก็ไม่เห็นด้วย แต่เรย์ให้คำมั่นกับยาย ยายถึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร”
“คำมั่นอะไรคะ?” แววตาอยากรู้แต่ก็หลบสายตายายด้วยการกอดเอวตามเดิม ยายเอามือลูบหัวฉันเบาๆพร้อมตอบคำถามฉันไปด้วย
“ตาเรย์ให้คำมั่นกับยายว่าจะดูแลหลานสาวของยายทั้งชีวิต หากเขาสามารถทำให้หลานของยายรักเขาได้”คำตอบของยายทำฉันต้องคลายอ้อมกอดออก เพื่อมองหน้ายายตรงๆฉันไม่ยากจะเชื่อว่าอีตาพี่เรย์จะพูดอย่างนั้น
แสดงว่าเขารักฉันมาก่อนเหรอ!!? แต่เอ๋ .... ฉันพลันสงสัย มองหน้ายาย
“ยายค่ะ แล้วอีตา ... เอ่อ ... พี่เรย์เขารู้จักรินนานแล้วหรือคะ?เขาถึงกล้าให้คำมั่นอย่างนั้น?” ยายมองฉัน แล้วยิ้มบาง
“เรย์เขาเห็นเราตั้งแต่แบเบาะ” ตั้งแต่เกิดเลยเหรอ!!! ฉันยิ่งตกใจจากสิ่งที่ยายเริ่มเล่า
“เขายังช่วยยายเลี้ยงเราตอนเป็นเด็กด้วยนะเวลาเรามาอยู่กับยายพี่เขาก็มาช่วยยายดูแลยัยเด็กจอมแก่นคนนี้ตลอด จนพี่เขาอายุ 15ก็ย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศ เราน่าจะ 4 ขวบได้”
“มิน่ารินถึงจำพี่เรย์ไม่ได้เลย” ฉันเรียกชื่อเขาโดยไม่รู้ตัวความน้อยใจเริ่มหดหาย แต่ก็ยังหลงเหลืออยู่บ้าง
“ยายรู้จักตาเรย์ดี พี่เขาเป็นคนดียายเชื่อว่าหากหลานได้คนอย่างตาเรย์ดูแล ยายก็หมดห่วง”ยายฉันรู้สึกจะชอบพี่เรย์จริงๆ หากพี่เขาไม่ดีจริงยายฉันคงไม่พูดอย่างนี้ออกมาฉันเริ่มรู้สึกดีไปด้วย ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว
“อือ เห็นว่าเพิ่มกลับไทยมาได้แค่ 2 ปีเองแสดงว่าพี่เรย์อยู่ต่างประเทศสิบกว่าปีเลยนะคะ แล้วอย่างนี้จะเชื่อได้ยังไงคะ ว่าเขารักรินจริงเขาไม่ได้เจอรินเลยไม่ใช่หรือไงคะยาย” ฉันยังมีข้อสงสัย ก็อยู่ดีๆคนที่ห่างกันนานเกือบ 15 ปี และตอนที่อยู่ด้วยกันก็เป็นเด็กทั้งคู่จะมีความรักเกิดขึ้นได้ยังไงก่อน
“พี่เขากลับไทยทุกปี และมาหายายทุกครั้งเขาถามถึงเราทุกครั้งที่กลับเมืองไทย แม่เรากับแม่ของตาเรย์ก็เป็นเพื่อนกันเรื่องของรินคงถูกส่งผ่านจากแม่เรานั้นล่ะ อีกอย่างทั้งสองคนก็อยากที่เกี่ยวดองกันอยู่แล้วแม่เรานะชอบตาเรย์อยากได้เป็นลูกชาย ส่วนแม่ของตาเรย์ก็ชอบเราทั้งสองสัญญาว่าหากลูกทั้งสองโตขึ้นจะให้หมั้นหมายและแต่งงานกัน ตาเรย์ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร”ยายเล่าในสิ่งที่ทำเอาฉันไม่อยากจะเชื่อมากขึ้น
“ทำไมพี่เรย์เขาถึงตกลงง่ายจังเลยค่ะ” ฉันที่ยังไม่ยากจะเชื่อคนอย่างอีตาพี่เรย์ ทั้งหล่อ ดูดี มีการศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 นี่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคหาผู้หญิงที่ดีกว่าฉันได้สบายๆ เขายังเป็นผู้ชายยุคใหม่ด้วยจะมาถูกคลุมถุงชนอย่างนี้ มันฟังดูไม่น่าเชื่อจริงๆ
“ก็พี่เขาชอบเราไง” คำตอบของยายทำฉันหน้าแดง “แล้วเราล่ะ ชอบเขารักเขา พอที่จะให้อภัยพี่เขาได้ไหม?” ยายเล่นถามคำถามที่ทำเอาฉันหน้าแดงกว่าเดิม
“นิดเดียวค่ะยาย นิดเดียวจริงๆ!”
ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี
@Ray
“กูถึงสนามบินแล้ว รอมึงที่ประตู 3” ผมโทรหาเพื่อนสมัยเด็กของผมที่ตอนนี้ก็ยังสนิทกันอยู่
ผมรอเพื่อนประมาณครึ่งชั่วโมงได้ มันก็ขับรถมาจอด พร้อมกดกระจกลง
“เฮ้ย ไอ้เรย์ทางนี้!” เสียงไอ้นิลเพื่อนสมัยเด็กผมร้องเรียกผมที่ไม่ได้เอาอะไรมาเยอะ มีเพียงเป้สะพายหลังใบเดียว ผมเปิดประตูรถข้างคนขับจากนั้นก็ขึ้นรถไปนั่งข้างมัน
“สรุปมึงมาทำอะไรที่บ้านคุณยายวะ” ระหว่างทางที่ไอ้นิลขับรถพาผมไปบ้านสวนคุณยายมันก็เล่นถามคำถามผมไม่หยุด
“กูก็มาตามดารินกลับบ้านนะสิ ถามมาได้” ผมบอกตามจริงทำเอาไอ้นิลมองหน้าผมแปลกๆ
ก่อนหน้าที่จะเดินทาง ผมโทรหามันตั้งแต่เมื่อคืนที่รู้เรื่องว่าดารินมาที่นี่และผมต้องมาตามตัวเธอกลับกรุงเทพฯ พร้อมกับบอกไปว่า ผมคบกับดารินเป็นแฟนแล้วแต่ไม่กล้าบอกมันว่า ได้เป็นเมียแล้วด้วย เอาไว้ค่อยบอกทีหลังก็ได้
เหตุที่ไม่ได้บอกมันเพราะมันเป็นลูกพี่ลูกน้องของดารินผมไม่อยากให้มันมองดารินในทางที่ไม่ดีเอาได้
ที่จริงไอ้นิลมันรู้เรื่องที่ผมถูกผู้ใหญ่จับให้หมั้นหมายกับเธอ ตั้งแต่ที่ผมอายุ25 แล้ว ตอนนั้นดารินอายุ 16 ได้ และเธอยังคงไม่รู้เรื่องของผู้ใหญ่และไม่รู้ว่าผมคือคู่หมั้นของเธอ จนกระทั่งดารินเข้ามหาวิทยาลัยเธอถึงได้รู้เรื่องนี้เธอปฏิเสธแทบจะในทันที และไม่ยอมที่จะพบผม ไม่ยอมให้โอกาสผมได้เจอเลยสักครั้ง
“สรุปมึงกับคบกับยัยริน … จริงดิ” ไอ้นิลยังคงพยายามถามแถมยังเว้นจังหวะเพื่อความมั่นใจในคำถามนั้น
“อือ คบกันแล้ว” ผมยังคงยืนยัน
“แล้วคบกันอีท่าไหน ยัยรินถึงวิ่งแจ้นหนีกลับมาอุดรวะมึงไปทำอะไรให้น้องเขาโกรธเอา หรือว่า .... มึงไปทำสาวที่ไหนท้องหรือเปล่าวะไอ้เรย์” ไอ้นิลตอกย้ำผม ซ้ำเติมผม
“ไอ้นี่!!!มึงก็รู้นิสัยกู กูรักของกูอยู่ จะกล้าไปยุ่งกับใครล่ะ” ผมแก้ตัวแต่ก็เป็นเรื่องจริง ผมไม่ได้ทำใครท้อง และไม่ได้นอกใจเธอด้วย
“อ้าว ไม่ใช่เรื่องนี้ แล้วมันเรื่องไหนวะ ที่ทำให้ยัยรินโกรธแกเอาได้ถึงขนาดวิ่งหนีมาถึงที่นี่” ไอ้นิลยังคงอยากรู้
“ทะเลาะกันนิหน่อยน่ะ เรื่องมันยาว เดี๋ยวกูค่อยเล่าให้ฟัง มึงน่ะขับรถไป ชักช้าจริง” ผมคร้านจะตอบคำถามมัน อีกอย่างผมก็ไม่รู้จะตอบมันยังไงดีถึงสาเหตุที่ผมกับดารินทะเลาะ เรื่องมันยาวจริงๆ นั่นล่ะ
“งี้แหละ ... ใครบอกมึงให้รักเด็กหลงเด็ก เด็กๆก็ขี้งอนกันทั้งนั้น” มันเอามือของมันที่จับพวงมาลัยมาตบบ่าผมเบาๆทำเป็นพูดเหมือนปลอบใจ แต่สายตามันบอกว่ามันสะใจผมมากกว่า
“อือ ... แล้วมึงไปชอบน้องมันตอนไหนวะกูนึกว่ามึงจะไม่ทำตามที่ผู้ใหญ่พูดไว้เสียอีก อุตส่าห์ไปเป็นเด็กนอกตั้งหลายปีมาตกม้าตายเอากับเด็กที่เลี้ยงต้อยจนได้นะมึงไอ้เรย์” ฟังคำพูดมันมันบอกผมเลี้ยงต้อยดาริน
“ใครเลี้ยงต้อย!” สิ่งที่ไอ้นิลพูดมา มันก็เกือบถูกอยู่ แต่ก็ไม่ทั้งหมดซะทีเดียว