ความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเจี้ยนอู๋ิ ประมุขแห่งสำนักกระบี่ไร้นาม ไม่ใช่เพียงความเ็าตามธรรมชาติ แต่มันคือความหนาวเหน็บระดับิญญาที่สามารถแช่แข็งแม้กระทั่งการไหลเวียนของเวลา พลังของขอบเขต 'ครึ่งก้าวสู่ิญญาแรกกำเนิด' กดทับลงมาบนยอดเขาหมอก์ราวกับ์กำลังถล่มทลาย หิมะที่เคยร่วงหล่นอย่างแ่เบา บัดนี้หยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ซากศพและทะเลเืของเหล่าศิษย์สำนักถูกแช่แข็งจนกลายเป็ผลึกสีแดงฉานประดุจทับทิมมรณะ ทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งความตายสีขาวนี้
ทว่า ท่ามกลางโลกที่ถูกแช่แข็ง มีเพียงจุดเดียวที่ความหนาวเหน็บไม่อาจกลืนกินได้ นั่นคือร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับ หลินเฟยยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจขุนเขาที่ท้าทายพายุ รังสีพลังแก่นแท้สีทองแดงผสมผสานกับเจตจำนงกระบี่สีเื ะเิออกมารอบกายเป็ทรงกลม พุ่งต้านทานแรงกดดันของครึ่งก้าวิญญาแรกกำเนิดอย่างไม่ยอมศิโรราบ ดาบโลหิตสีดำในมือขวาส่งเสียงครางหึ่งๆ ก้องกังวานราวกับัที่กระหายการต่อสู้ ชิ้นส่วนทั้งสามของศาสตราไร้ลักษณ์ในกระดูกสันหลังเต้นเร่า ตอบสนองต่อเจตจำนงการเข่นฆ่าที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
"ความอวดดีของเ้าช่างน่าขันนัก เด็กน้อย" เจี้ยนอู๋ิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ กระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงในมือของเขาค่อยๆ ยกขึ้นชี้ตรงมายังหลินเฟย "ขอบเขตแก่นแท้ขั้นต้น ต่อให้เ้าจะสมบัติระดับเทพเ้า มันก็เป็เพียงเด็กทารกที่ถือดาบั์ เ้าไม่มีวันเข้าใจหรอกว่า ช่องว่างระหว่างมนุษย์และผู้ที่ก้าวเท้าเข้าสู่แดนเซียนนั้น กว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด"
"ช่องว่างงั้นรึ? ข้าใช้คมดาบนี้ถมหุบเหวแห่งความตายมานับครั้งไม่ถ้วน!" หลินเฟยคำรามลั่น ั์ตาสีเืเบิกกว้าง
ตูมมม!
ผืนหินและน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าของหลินเฟยะเิออกเป็หลุมลึก ร่างของเขาพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาเจี้ยนอู๋ิด้วยความเร็วที่ดวงตาของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทั่วไปไม่อาจมองทัน วิชาก้าวพริบตาอสรพิษถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด ทิ้งไว้เพียงเส้นแสงสีเืที่พาดผ่านลานกว้าง ดาบโลหิตสีดำถูกง้างขึ้นสูง พลังปราณทั้งหมดในทะเลสาบจุดตันเถียนทะลักล้นเข้าสู่ตัวใบดาบ เจตจำนงกระบี่ 'สะบั้นไร้ลักษณ์' ถูกบีบอัดจนมิติรอบคมดาบเกิดรอยแยกสีดำ
"ตายซะ! ไอ้สุนัขเฒ่า!"
หลินเฟยฟาดฟันดาบลงมาอย่างสุดแรง หมายจะผ่าร่างของประมุขสำนักกระบี่ไร้นามให้ขาดเป็สองท่อน คลื่นกระบี่สีเืรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งทะลวงอากาศเข้าปะทะเป้าหมายด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถตัดยอดเขาให้ขาดสะบั้น
ทว่า เจี้ยนอู๋ิกลับไม่ได้ขยับตัวหลบหลีกแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยกกระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงในมือขึ้นมาขวางไว้เบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ราวกับคนแก่ที่กำลังปัดป้องแมลงวัน
เคร้งงงงงงงง!
เสียงโลหะและน้ำแข็งปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเทือกเขา คลื่นพลังทำลายล้างสีเืและสีขาวะเิออกปะทะกันตรงจุดกึ่งกลาง แรงกระแทกมหาศาลพัดทำลายวิหารศิลาด้านหลังเจี้ยนอู๋ิจนพังทลายลงมาเป็แถบ ทว่าภาพที่ปรากฏหลังการปะทะกลับทำให้รูม่านตาของหลินเฟยต้องหดเกร็ง
คมดาบโลหิตสีดำที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง กลับถูกหยุดยั้งเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยใบกระบี่น้ำแข็งของเจี้ยนอู๋ิ! ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนพื้นผิวน้ำแข็งโปร่งแสงนั้น ชายวัยกลางคนยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ไม่แม้แต่จะถอยหลังไปสักครึ่งก้าว พลังของครึ่งก้าวิญญาแรกกำเนิดนั้นแข็งแกร่งและหนาแน่นจนพลังแก่นแท้ของหลินเฟยไม่อาจเจาะทะลุได้
"พลังแค่นี้เองรึ?" เจี้ยนอู๋ิเอ่ยอย่างเฉยชา "ช่างน่าผิดหวัง ศาสตราไร้ลักษณ์ในมือเ้า ร้องไห้เสียใจที่ได้นายกระจอกเช่นเ้า"
สิ้นคำพูด เจี้ยนอู๋ิเพียงแค่พลิกข้อมือเบาๆ ปราณความเย็นระดับิญญาพุ่งทะลักออกจากกระบี่น้ำแข็ง กระแทกสวนกลับเข้าใส่ดาบโลหิตของหลินเฟย
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาลส่งผ่านด้ามดาบเข้าสู่แขนขวาของหลินเฟย กระดูกแขนลั่นกรอบแกรบ ร่างของเด็กหนุ่มปลิวลอยละลิ่วกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าร้อยก้าว เท้าทั้งสองไถลไปกับพื้นลานศิลาจนเกิดรอยลึก หลินเฟยกระอักเืสีคล้ำออกมาคำโต ลมปราณในอกปั่นป่วนอย่างหนัก ความหนาวเหน็บที่แฝงมากับการโจมตีเมื่อครู่ เริ่มแทรกซึมเข้าสู่เส้นเืและพยายามแช่แข็งปราณในตันเถียนของเขา
'แข็งแกร่งมาก... นี่หรือคือพลังของครึ่งก้าวสู่ิญญาแรกกำเนิด?' หลินเฟยเช็ดเืที่มุมปาก ั์ตายังคงดุดันไม่ยอมแพ้ แม้จะรู้ว่าความต่างของพลังนั้นมหาศาล แต่ไฟแค้นในใจไม่อนุญาตให้เขายอมจำนน
"ข้าจะให้เ้าได้เห็น ว่าพลังที่แท้จริงของผู้ที่ัักฎเกณฑ์แห่ง์เป็เช่นไร" เจี้ยนอู๋ิก้าวเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เขายกกระบี่น้ำแข็งชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า พลางร่ายรำกระบวนท่าที่เชื่องช้าแต่แฝงไปด้วยมนต์ขลัง "ในนามแห่งประมุขกระบี่ไร้นาม ข้าขอสั่งให้โลกหล้าจงหลับใหล... อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์!"
วูบบบบบบ!
แสงสีขาวเจิดจ้าะเิออกจากร่างของเจี้ยนอู๋ิ พลังิญญาที่ก้าวล่วงความเป็มนุษย์แปรสภาพกฎเกณฑ์ของธรรมชาติในรัศมีสิบลี้ให้กลายเป็โลกแห่งน้ำแข็งโดยสมบูรณ์ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มเปลี่ยนเป็สีขาวโพลน พายุหิมะพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ทว่านี่ไม่ใช่หิมะธรรมดา ทุกเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมา ล้วนแฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่น้ำแข็งที่แหลมคม หากผู้ฝึกยตนระดับแก่นแท้ถูกเกล็ดหิมะเหล่านี้ัั ร่างกายจะถูกแช่แข็งและแหลกสลายเป็ผุยผงในทันที
หลินเฟยััได้ถึงอันตรายระดับวิกฤต เขาโคจรปราณสีทองแดงสร้างเกราะคุ้มกันรอบกาย ทว่าทันทีที่อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ครอบคลุมลงมา เกราะปราณสีเืของเขาก็เริ่มถูกแช่แข็งและเกิดรอยร้าว ความหนาวเหน็บระดับิญญาทะลวงผ่านิัและชั้นกล้ามเนื้อ เข้าไปจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ตามเส้นชีพจร การไหลเวียนของพลังปราณในทะเลสาบตันเถียนเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ขาทั้งสองข้างของหลินเฟยถูกแช่แข็งติดกับพื้นลานศิลา ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ก้าวเดียว
"จบสิ้นแล้ว เด็กน้อย" เจี้ยนอู๋ิเดินฝ่าพายุหิมะมรณะเข้ามาหาหลินเฟยอย่างช้าๆ ร่างของเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากอาณาเขตนี้ "ร่างกายของเ้ากำลังจะตาย ิญญาของเ้ากำลังจะถูกแช่แข็ง ดาบเล่มนั้น... จะตกเป็ของข้าอย่างสมบูรณ์"
หลินเฟยกัดฟันกรอดจนเืซิบ ความหนาวเหน็บทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนราง ภาพในอดีต ภาพบิดาที่ถูกแทง ภาพมารดาที่สิ้นใจ และใบหน้าของเจี้ยนอู๋ิผู้บงการอยู่เื้ั กลับมาชัดเจนในห้วงความคิด ความเ็ปและความโกรธแค้นดิ้นรนปะทุอยู่ในอก
'ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้... ข้าสัญญากับิญญาของพ่อแม่แล้วว่าจะลากพวกมันลงนรกให้หมด!'
หลินเฟยหลับตาลง จมดิ่งลงสู่จิติญญาของตนเอง ที่ซึ่งชิ้นส่วนทั้งสามของศาสตราไร้ลักษณ์สถิตอยู่ เขาไม่พยายามใช้พลังปราณเพื่อต่อต้านความหนาวเหน็บทางกายภาพอีกต่อไป แต่เขากลับตั้งคำถามถึงแก่นแท้ของเจตจำนงกระบี่ 'สะบั้นไร้ลักษณ์'
'การสะบั้น... ไม่ใช่เพียงการฟาดฟันวัตถุ ไม่ใช่เพียงการตัดพลังลมปราณ...' เสียงกระซิบโบราณของศาสตราดังก้องในหัวของเขาชี้นำทาง 'หากเ้า้าสะบั้น์ เ้าต้องเข้าใจว่าสรรพสิ่งล้วนเกิดจากกฎเกณฑ์ ความหนาวเหน็บนี้ก็คือกฎเกณฑ์ที่มันสร้างขึ้น... จงใช้เจตจำนงของเ้า สะบั้นกฎเกณฑ์เ่าั้ทิ้งซะ!'
ดวงตาของหลินเฟยเบิกโพลง ั์ตาสีเืไม่ได้เพียงแค่ส่องแสง แต่มันแปรสภาพกลายเป็หลุมดำสีเืที่ดูดกลืนทุกสิ่ง ชิ้นส่วนทั้งสามในกระดูกสันหลังะเิพลังงานระดับาออกมาอย่างไม่คิดชีวิต เืแก่นแท้ของหลินเฟยถูกเผาผลาญเป็เชื้อเพลิง อุณหภูมิในร่างกายที่เคยเย็นเฉียบ กลับร้อนระอุขึ้นทะลุจุดเดือดในพริบตาเดียว
เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะกุมตามร่างกายและเส้นชีพจรระเหยกลายเป็ไอ พลังปราณสีทองแดงและสีเืะเิออกจากร่าง ทำลายเกราะน้ำแข็งที่พันธนาการขาทั้งสองข้างจนแตกกระจาย หลินเฟยยกดาบโลหิตสีดำในมือขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ ดาบไม่ได้แผ่รังสีพลังงานที่กว้างใหญ่ แต่มันกลับบีบอัดและกลืนกินแสงสว่างรอบข้างจนตัวดาบกลายเป็รอยร้าวสีดำมืดที่ขนานไปกับมิติ
เจี้ยนอู๋ิที่กำลังเดินเข้ามาใกล้หยุดชะงัก แววตาสงบนิ่งของเขาปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจเป็ครั้งแรก เขาััได้ถึงความผันผวนของมิติที่ผิดปกติ ดาบในมือของเด็กหนุ่มนั่น กำลังคุกคามกฎเกณฑ์อาณาเขตของเขา!
"เป็ไปไม่ได้! เ้าอยู่ในอาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ของข้า เ้าไม่ควรจะขยับตัวได้!" เจี้ยนอู๋ิะโ เขาตวัดกระบี่น้ำแข็ง ปลดปล่อยคลื่นความเย็นระดับสูงสุดพุ่งเข้าหาหลินเฟยเพื่อบดขยี้ในทันที
หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เืไหลรินจากมุมปากและดวงตาจากการฝืนเผาผลาญิญญา "กฎเกณฑ์ของเ้า... ข้าจะฟันมันให้ขาดกระจุย!"
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์... เคล็ดวิชาที่สอง... สะบั้นกฎเกณฑ์!"
หลินเฟยตวัดดาบโลหิตสีดำที่บีบอัดมิติฟาดฟันออกไปเบื้องหน้า ดาบนี้ไม่มีรูปลักษณ์ ไม่มีแสงสว่าง มีเพียง 'รอยแยกของมิติสีดำ' ที่พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบกริบ รอยแยกนี้ไม่ได้พุ่งไปทำลายกระบี่น้ำแข็งของศัตรู แต่มันพุ่งไปฟาดฟันกับ 'พื้นที่ว่างเปล่า' ตรงหน้า
แคร่ก... แคร่กกกกก!
เสียงแตกร้าวที่ไม่ได้เกิดจากน้ำแข็ง แต่เกิดจากมิติของอาณาเขตดังก้องขึ้น รอยแยกสีดำนั้นตัดผ่านกฎเกณฑ์แห่งความหนาวเหน็บที่เจี้ยนอู๋ิสร้างขึ้น คลื่นความเย็นระดับสูงสุดที่พุ่งเข้ามา เมื่อัักับรอยแยกมิติ ก็ถูกสูบและตัดสลายกลายเป็ความว่างเปล่า อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ที่เคยไร้เทียมทาน เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่บนท้องฟ้าและผืนดิน ก่อนจะแตกเพล้งออกเป็ชظินๆ ราวกับกระจกที่ถูกฆ้อนปอนด์ทุบทำลาย!
กฎเกณฑ์ถูกสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์!
เจี้ยนอู๋ิเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด อาณาเขติญญาของเขาถูกทำลายด้วยพลังของระดับแก่นแท้! แรงสะท้อนกลับจากการที่อาณาเขตพังทลายกระแทกเข้าสู่ร่างของเขาโดยตรง ลมปราณครึ่งก้าวิญญาแรกกำเนิดปั่นป่วน ทว่ารอยแยกมิติสีดำของหลินเฟยยังไม่สิ้นสุดฤทธิ์ มันพุ่งทะยานเข้าหาเจี้ยนอู๋ิในระยะประชิด
ประมุขสำนักกระบี่ไร้นามกัดฟัน ยกกระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงขึ้นมาปัดป้องด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดสูงสุด
ฉับบบบ!
รอยแยกมิติสีดำตวัดผ่านใบกระบี่น้ำแข็งระดับ์ กระบี่ที่เคยต้านทานดาบของหลินเฟยได้ บัดนี้กลับปรากฏรอยร้าวลึก! รอยแยกมิติทะลวงผ่านปราณคุ้มกันของเจี้ยนอู๋ิ เฉือนเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของเขาอย่างจัง!
พรวด!
เืสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากหัวไหล่ของประมุขสูงสุด หยดเืที่ร้อนระอุร่วงหล่นลงกระทบพื้นหิมะสีขาว สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกชีวิต เจี้ยนอู๋ิ ผู้ที่ตั้งตนเป็ดั่งเซียนที่ไม่เคยมีผู้ใดสร้างรอยแผลได้มานานนับร้อยปี บัดนี้กลับถูกเด็กหนุ่มระดับแก่นแท้ฟันจนหลั่งเื!
เจี้ยนอู๋ิถอยหลังไปสามก้าว เขากุมาแที่หัวไหล่ซ้าย ั์ตาที่เคยสงบนิ่งและเยือกเย็น บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอัปยศ และความบ้าคลั่งที่ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความเ็า กลายเป็รังสีอำมหิตที่มืดมิดและโเี้
"ดี... ดีมาก! ไอ้เด็กเดรัจฉาน! แกบังอาจทำให้ข้าต้องหลั่งเื!" เจี้ยนอู๋ิคำรามลั่น เสียงของเขาไม่ได้นุ่มนวลอีกต่อไป แต่แหบพร่าและดุดันดุจปีศาจ "ข้าจะทำให้แกได้รู้ ว่าการทำให้ข้าโกรธ... แกจะต้องชดใช้ด้วยความทรมานหมื่นชาติภพ!"
พลังครึ่งก้าวิญญาแรกกำเนิดที่แท้จริงกำลังถูกปลดปล่อยออกมา ท้องฟ้าเหนือยอดเขาหมอก์บิดเบี้ยวกลายเป็สีดำสนิท พายุหิมะกลายเป็พายุโลหิต การต่อสู้เพิ่งจะก้าวเข้าสู่จุดที่บ้าคลั่งที่สุด หลินเฟยยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เืไหลอาบใบหน้าและร่างกายจากการฝืนใช้พลัง ทว่ารอยยิ้มอำมหิตบนใบหน้าของเขากลับยิ่งเด่นชัด ั์ตาสีเืจ้องมองศัตรูอย่างท้าทาย ไม่หวั่นเกรงต่อมัจจุราชเบื้องหน้า!