เสียงสะท้อนที่ไร้เสียง... คลื่นพลังงานอันลึกลับนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึกและสายเืของเสี่ยวหู่ มันสลัดความลังเลและความหวาดระแวงทิ้งไปในพริบตา ดวงตาสีฟ้าใสมุ่งมั่นจ้องลึกเข้าไปในทางเดินน้ำแข็งอันมืดมิดและเก่าแก่เบื้องหน้า ก่อนจะหันมาส่งเสียงร้อง "เมี้ยว" สั้นๆ กับเฟิงอี้ เป็เชิงบอกให้ตามมา แล้วจึงออกวิ่งนำหน้าเข้าไปในความมืดนั้นทันที
เฟิงอี้แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของคู่หูตัวน้อยนี้เสมอ เขากระชับมีดสั้นในมือ (ที่หาจังหวะเก็บคืนมาระหว่างหลบหนี) โคจร "ปราณกระบี่" ป้องกันตัว แล้วรีบติดตามร่างสีขาวเล็กๆ ที่วิ่งนำไปราวกับแสงดาวตกนั้นไปอย่างระมัดระวังที่สุด
ทางเดินในเขตต้องห้ามที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างแห่งนี้ ยิ่งมายิ่งเก่าแก่ ผุพัง และซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกตใดๆ ผนังน้ำแข็งสีครามเข้มที่เคยเห็นในส่วนอื่น บัดนี้กลายเป็ ศิลาดำสนิท ที่เย็นเฉียบราวกับหินจากขุมนรก ดูราวกับผ่านกาลเวลามานับหมื่นนับแสนปี บางแห่งมี รอยจารึกอักขระโบราณ ที่ซับซ้อนและดูมีพลังอำนาจยิ่งกว่าที่เขาเคยเห็น สลักอยู่ ไอเย็นะเืในบริเวณนี้หนาแน่นและกดดันกว่าภายนอกหลายสิบเท่า มันแฝงไว้ด้วยพลังงานอันลึกล้ำ เก่าแก่ และ อันตราย ที่ทำให้แม้แต่เฟิงอี้ยังรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว หากเป็ผู้ฝึกตนธรรมดาที่ระดับพลังต่ำกว่าขั้นก่อแก่นปราณหลงเข้ามา คงถูกไอเย็นและแรงกดดันนี้แช่แข็งจนตายกลายเป็รูปสลักน้ำแข็งไปแล้ว แต่สำหรับเฟิงอี้ ด้วยร่างกายที่ผ่านการปรับเปลี่ยนอย่างลึกลับและเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 ที่โคจรต้านทานอยู่ เขากลับรู้สึกเพียงความหนาวเหน็บที่กัดกิน แต่ยังไม่ถึงกับเป็อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
เสี่ยวหู่วิ่งนำไปอย่างไม่ลังเล มันเลี้ยวลดไปตามทางแยกที่ดูวกวนราวกับเขาวงกตใต้พิภพได้อย่างแม่นยำและมั่นใจ ราวกับมีแผนที่ที่มองไม่เห็นอยู่ในหัว หรือกำลังถูกนำทางโดยเสียงเรียกอันลึกลับที่เฟิงอี้ไม่ได้ยินนั้น
หลังจากผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวและมืดมิดอยู่นานจนเฟิงอี้เริ่มรู้สึกเวียนหัว ในที่สุดเสี่ยวหู่ก็วิ่งมาหยุดอยู่หน้า ผนังศิลาดำทมิฬ บานหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ทางตันสนิท มันใช้หัวเล็กๆ ดุนผนังนั้นเบาๆ สองสามครั้ง แล้วหันมามองเฟิงอี้ ส่งเสียงร้องเหมียวๆ
เฟิงอี้เดินเข้าไปใกล้ เขาััได้ถึง พลังงานหยินอันบริสุทธิ์และเข้มข้น ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า แผ่ออกมาจากหลังผนังศิลานี้อย่างชัดเจน! มันคือแหล่งกำเนิดของเสียงเรียกนั้นหรือ? เขาลองรวบรวมสมาธิ ส่งพลังปราณกระบี่สายเล็กๆ เข้าไปััผนังศิลานั้น ตามที่เคยทำกับกลไกในหอร้าง...
ครืด... ครืด...
ผนังศิลาดำทมิฬพลันสั่นะเื! ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้านข้างอย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล! เผยให้เห็น ห้องโถงใต้พิภพ อันกว้างใหญ่ไพศาลเื้ั!
ทันทีที่ประตูศิลาเปิดออก! พลังหยินอันเย็นเยียบมหาศาล ราวกับพายุหิมะจากขั้วโลกเหนือ ก็ถาโถมพวยพุ่งออกมา! ไอเย็นจัดปะทะใบหน้าจนแทบชา! ม่านน้ำค้างแข็งบางเบาราวกับกระจกส่องจิติญญา ก่อตัวขึ้นในอากาศทันที! อุณหภูมิรอบตัวดิ่งต่ำลงอย่างรวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัว! พื้นหินสีดำสนิทของห้องโถงที่อยู่ลึกเข้าไป กลายเป็ ลานน้ำแข็งสีดำขลับ ในพริบตา!
เฟิงอี้ถึงกับตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่างอย่างควบคุมไม่ได้! เขารีบโคจรปราณกระบี่ทั้งหมดที่มีออกมาต้านทานไอเย็นะเืนี้ แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนเืลมในกายจะจับตัวเป็น้ำแข็ง!
แต่เสี่ยวหู่กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง! เมื่อัักับไอหยินอันหนาแน่นและบริสุทธิ์นี้ ดวงตาสีฟ้าใสของมันกลับทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม! ราวกับปลาได้น้ำ! มันสูดหายใจลึก รับเอาไอเย็นะเืนั้นเข้าไปในร่างเล็กๆ ของมันอย่างไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย! ราวกับว่านี่คือพลังงานที่มันคุ้นเคยและโหยหามาตลอดชีวิต!
เฟิงอี้เพ่งมองฝ่าม่านน้ำค้างแข็งเข้าไปในห้องโถงอันกว้างใหญ่และมืดมิดนั้น... ณ ใจกลางห้อง บน แท่นบูชาหินสีดำสนิท ที่ดูเก่าแก่และลึกลับ มี "แก่นพลังงานสีดำรัตติกาล" ขนาดเท่าศีรษะทารกลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ! จุดแสงสีเงิน เล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวระยิบระยับอยู่ภายในแก่นพลังงานนั้น ดุจหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรี! มันคือแหล่งกำเนิดของพลังหยินอันมหาศาลและบริสุทธิ์นี้อย่างไม่ต้องสงสัย!
เสี่ยวหู่ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว! มันก้าวเดินเข้าไปหาแก่นพลังงานสีดำรัตติกาลนั้นตามสัญชาตญาณที่ร้องเรียกทันที! แต่ละย่างก้าวของมันมั่นคง หนักแน่น และแฝงไว้ด้วยความสง่างามอย่างประหลาด ราวกับราชันย์กำลังเดินกลับสู่บัลลังก์!
เมื่อมันเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาหินสีดำนั้น!
วูม!!!
แก่นพลังงานสีดำรัตติกาลพลันสั่นะเือย่างรุนแรง! พลังหยินอันเย็นเยียบและบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกมาเป็ระลอกคลื่น! ไอเย็นจัดหมุนวนรอบแท่นบูชาราวกับพายุหิมะ! ราวกับจะดูดกลืนความร้อนและพลังงานหยางทั้งหมดในบริเวณนั้นให้ดับสิ้น!
เฟิงอี้รู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะถูกแช่แข็งทั้งเป็! จิติญญาแทบจะหลุดออกจากร่าง! แต่แล้ว...
วูบ! พรึ่บ!
ร่างเล็กๆ ของเสี่ยวหู่พลันส่องสว่างจ้าขึ้นมา! ขนสีขาวปลอดของมันดูราวกับจะโปร่งแสง เผยให้เห็น กงล้อิญญา (灵轮 - Líng Lún) จางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกายกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว! และที่สำคัญที่สุด! ลายอักษร "หวัง" (王) บนหน้าผากของมัน พลันส่อง แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ เจิดจ้าออกมา! แสงสีทองนั้นดูอบอุ่น ทรงพลัง และเก่าแก่ ตัดกับไอหยินสีดำและแสงสีเงินเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแก่นพลังงานรอบๆ อย่างชัดเจน! ราวกับเป็พลังงานสองขั้วที่สมดุลกัน!
เสี่ยวหู่เงยหน้าขึ้น จ้องมองแก่นพลังงานสีดำรัตติกาลนั้นด้วยดวงตาสีฟ้าใสดุจห้วงมหรรณพที่ลึกจนไม่อาจหยั่งถึง มันอ้าปากเล็กๆ ที่ดูบอบบางออก...
ฟู่......
ลำแสงสีเงินเย็นเยียบ สายหนึ่งพุ่งออกมาจากแก่นพลังงานสีดำ! ตรงเข้าสู่ปากเล็กๆ ของเสี่ยวหู่อย่างแม่นยำ! มันดูดกลืนลำแสงพลังงานหยินอันบริสุทธิ์และมหาศาลนั้นเข้าไปในร่างเล็กๆ ของมันอย่างไม่ติดขัด! ร่างกายของมันสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับพลังงานเข้าไป แต่แววตาของมันกลับยิ่งกระจ่างใสและเปี่ยมด้วยพลังมากขึ้น! ไอหยินเย็นเยือบรอบๆ แท่นบูชาเริ่มหมุนวนเข้าหาร่างของมันอย่างช้าๆ! ราวกับแม่น้ำที่ไหลคืนสู่มหาสมุทร!
เฟิงอี้ยืนมองภาพอันน่าเหลือเชื่อนั้นด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างพูดไม่ออก! ‘นี่มัน... พลังงานหยินแท้บริสุทธิ์... เสี่ยวหู่กำลังดูดกลืนพลังงานหยินจากแก่นพลังงานโบราณนั่น! หรือว่านี่คือ... การปลุกสายเืสัตว์เทพที่แท้จริงของมัน?! พยัคฆ์ขาวหยินแท้ในตำนาน?!’
ห้องโถงลับใต้พิภพ... แก่นพลังงานหยินาปริศนา... และการตื่นขึ้นของพลังที่หลับใหลในตัวเสี่ยวหู่... การเดินทางของพวกเขาได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอย่างแท้จริงแล้ว! อนาคตเบื้องหน้าเต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่นอน!
*** จบตอนที่ 25 ***