“ข้าจะฆ่าเ้าให้ได้!”เหยียนลั่วถลึงตาอย่างโกรธแค้น “ต่อให้เป็ผีข้าก็จะมาหักคอเ้า!”
เ้าทหารคนเดิมหูตาพร่ามัวยามเห็นอกอวบอิ่มใต้เอี๊ยมสีขาวกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจก็กายร้อนรุ่มสองมือเคลื่อนไปจับกางเกง เตรียมปลดอาภรณ์เบื้องล่างเพื่อระบายความใคร่ปรารถนา
เหยียนลั่วฉวยโอกาสนั้นฝืนตัวลุกขึ้นใช้แรงอันน้อยนิดพาร่างซวนเซของตนเองไปยังบานประตูห้องขังที่เปิดอยู่
แควก!
เสื้อทางด้านหลังของนางถูกฉีกขาดเป็ริ้วร่างของฝูเยว่หล่นตุ้บเพราะแรงกระชากผมจากด้านหลังความเจ็บระบมแล่นไปทั่วกายเหมือนถูกแส้เฆี่ยนตี
เหยียนลั่วในร่างนางร้ายกำลังเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังน้ำตาหลั่งไหลออกจากดวงตาคู่งาม
ร่างของทหารป่าเถื่อนคร่อมทับอยู่้าขณะที่คนเบื้องล่างหวาดกลัวจับใจ
ความจริงเธอไม่ใช่ผู้หญิงสวยอะไรเธอเกิดมาพร้อมกับพี่ชายและน้องชายก็เลยมีนิสัยห้าวๆ เธอตัวสูงมากและชอบตัดผมสั้นเพราะฉะนั้นเื่อันตรายแบบมีผู้ชายหวังเข้ามาทำเื่มิดีมิร้ายจึงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“นั่นเ้ากำลังทำอะไร!”
เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นจากด้านนอกก่อนที่ภาพอันน่าเกลียดของคนหยาบช้าจะถูกกระชากออกห่าง
ผู้ถูกช่วยเหลือเบิกตากว้างก่อนจะรีบกระถดตัวหนีเหตุการณ์อันน่าหวาดผวาที่เกิดขึ้นทำให้เธอใจนพูดอะไรไม่ออกมีแต่เสียงสะอื้นแ่เบาที่คลอมากับเสียงหวีดหวิวของสายลม
ผู้ที่ช่วยเหลือเธอไว้ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือพระเอกของเื่ ชิวอวิ๋น!
ท่านโหวหนุ่มใบหน้าถมึงทึงจ้องผู้ใต้บังคับบัญชาที่นั่งอึ้งอยู่บนพื้นด้วยดวงตาคุกรุ่นเปลวเพลิงแห่งโทสะปะทุอยู่ภายใน
ทหารผู้นั้นเหลือบมองฝูเยว่อย่างแสนเสียดายกลั้นใจตอบไปตามจริง “อย่างไรนางก็จะตายอยู่แล้ว ข้าน้อยเพียงแต่...”
“ไสหัวไป!”ชิวอวิ๋นขับไล่ทหารของตนเอง
เหยียนลั่วหันขวับไปมองเ้าเดรัจฉานผู้นั้นเห็นเขาโขกศีรษะแล้ววิ่งหนีไปราวกับคนขี้ขลาดก็เกิดความรู้สึกเกลียดชังอย่างที่สุด!
หญิงสาวสาบานว่าจะไม่มีวันลืมใบหน้านั้นและเธอจะสังหารมันด้วยมือของเธอเอง!
นางมารของเื่ตั้งมั่นไว้ในใจกำมือแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาว
แต่ว่ายามนี้... ยังมีสิ่งสำคัญกว่าที่เธอต้องทำ
“ขอบ...คุณ...” ผู้ที่ถูกช่วยเหลือกล่าวเสียงแ่พยายามหยิบโกยเสื้อผ้าที่ถูกฉีกทึ้งมาบดบังร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยาแนางกลัวเสียจนตัวสั่นเทา ต่อให้กลั้นเสียงสะอื้นแต่น้ำตาก็ไหลออกมาอยู่ดี
หมายความว่าชะตากำหนดแค่ให้ฝูเยว่ต้องตายเท่านั้นไม่ใช่การถูกขืนใจอย่างโหดร้าย
อย่างน้อย...นักวาดการ์ตูนเื่นี้ก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไป
ชิวอวิ๋นมองภาพหญิงสาวที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารก็พลันนิ่งไปตลอดเวลาที่ผ่านมาฝูเยว่มีท่าทีแข็งกระด้างและดุร้ายเป็สตรีที่มีดีแค่หน้าตาแต่ไร้เสน่ห์
นึกไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะเห็นนางร้องไห้แสดงความอ่อนแอน่าทะนุถนอมเพราะกำลังจะถูกขืนใจ
มันช่าง... เป็ภาพที่เหนือความคาดหมายจริงๆ
ใจหนึ่งเขาเกิดรู้สึกสงสารคิดว่าเนื้อแท้นางอาจเป็คนดีทว่าหลงผิดไปจึงได้กระทำเื่อันเลวร้าย
แต่มีการตัดสินไปเรียบร้อยแล้วว่านางจะต้องถูกปะาเื่นี้มิอาจเปลี่ยนแปลงได้
ท่านโหวหนุ่มปรับเปลี่ยนสีหน้าหลังจากนั้นก็กล่าวกับอีกฝ่ายเสียงขรึม “แม่นางฝู ข้าจะสั่งให้คนเอาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้เ้า”
“ข้า้าพบเมิ่งจิ่ว” ต่อให้อยู่ในสภาพอันอดสู เธอก็ยังไม่ละทิ้งความหวังที่จะรอดชีวิต
พระเอกของเื่ขมวดคิ้วทันที“ไยเ้า้าพบนาง”
เื่นี้จะโทษเขาที่หวาดระแวงเกินเหตุก็ไม่ได้ก่อนหน้านี้ฝูเยว่ทำเื่ไม่ดีกับเมิ่งจิ่วไว้มากมาย ถ้าเธอเป็ชิวอวิ๋นเธอก็คงไม่อยากให้คนที่มีความรู้สึกดีๆ ให้ต้องตกอยู่ในอันตราย
ที่เธอพูดมานั้นไม่ผิดใน่กลางเื่ ชิวอวิ๋นกับเมิ่งจิ่วแค่มีความรู้สึกดีๆ ให้กันยังไม่ได้พัฒนาไปเป็ความรัก
“ข้า...”เหยียนลั่วหลุบตามองต่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำกลอกไปมา
เธอควรจะพูดอย่างไรให้ท่านโหวยอมพาเมิ่งจิ่วมาพบต้องพูดอย่างไร...
ความคิดหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในสมองหญิงสาวรีบพูดสิ่งที่คิดเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเกิดเปลี่ยนใจเดินหนีไปเสียก่อน
“ข้าอยากขอโทษนาง”คนพูดกลั้นก้อนสะอื้น “ข้าอยากพูดกับเมิ่งจิ่วสักครั้งก่อนจะถูกปะา”
ชิวอวิ๋นก้มหน้ามองนางอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งเสียงทอดถอนใจดังตามมา
“ข้าจะลองไปพูดกับนางดูแต่แม่นางเมิ่งจะยอมมาพบเ้าหรือไม่ก็ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาง”
“ขอบคุณ”
ชายหนุ่มฟังคำที่เปล่งจากปากของฝูเยว่ด้วยความรู้สึกฉงนสนเท่ห์เขาพานพบนางมานานกว่าครึ่งปี นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินนางพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ทั้งยังพูดออกมาถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน
ฝูเยว่คงสิ้นหวังแล้วจริงๆ...
ท่านโหวหนุ่มคิดอย่างสะท้อนใจตัดสินใจถอดเสื้อตัวนอกโยนให้ด้วยความสงสารหลังจากนั้นก็ก้าวออกจากห้องขังไปอย่างเงียบเชียบ
แต่ทั้งนี้ชายหนุ่มได้กำชับทหารนายอื่นว่าห้ามเข้าไปในห้องขังโดยพลการอย่างเด็ดขาด
ครึ่งชั่วยามต่อมา... ทหารของชิวอวิ๋นก็นำทางเมิ่งจิ่วมาถึงห้องขัง
นางเอกของเื่ยืนอยู่ด้านนอกเห็นฝูเยว่ถูกปลดออกจากโซ่เหล็กนอนฟุบอยู่บนพื้นโดยมีผ้าคลุมสีเข้มคุ้นตาห่อหุ้มร่างก็พลันชักสีหน้าไม่พอใจ
เหยียนลั่วกลอกตามองเพดานเมิ่งจิ่วคงไม่คิดว่าเธอกับชิวอวิ๋นมีอะไรเลยเถิดกันไปแล้วหรอกนะ
อี๋! ฉันไม่พิศวาสพระเอกของหล่อนหรอกย่ะ!
แม้ใจเหยียนลั่วจะคิดแบบนั้นแต่ปากกลับพูดออกมาอีกอย่าง
“ท่านโหวเป็บุรุษที่ใจดีมีเมตตาเขาช่วยเหลือข้าจากการถูกคนของเขาทำร้าย เป็บุรุษที่ดีซึ่งหาได้ยากยิ่ง” เธอพูดพลางกระชับเสื้อตัวนอกของชิวอวิ๋นที่ห่อร่างของตนเองไปด้วย
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธอรู้สึกหมั่นไส้นางเอกที่สุดท้ายเลือกผู้ชายมากกว่าอุดมการณ์ที่ยึดติดมาตลอดชีวิต!
เมิ่งจิ่วได้ฟังเช่นนั้นก็คิ้วกระตุกนางจ้องฝูเยว่เขม็งสตรีผู้นี้จะตายอยู่แล้วยังโอ้อวดความอ่อนโยนที่ท่านโหวมีต่อนางช่างเป็สตรีที่น่าชิงชังยิ่ง!
เป็เพราะอยู่ต่อหน้าทหารนำทางเมิ่งจิ่วจึงต้องกักเก็บสีหน้าไม่พอใจแล้วถามอย่างใจกว้าง “ท่านโหวบอกว่าเ้า้าขอโทษข้า”
เหยียนลั่วพยุงร่างขึ้นมานั่งพิงผนังเย็นหลังจากนั้นก็เอียงคอ “ข้าพูดแบบนั้นหรือ”
“เ้า!”
หากจะพูดกันตามตรง เมิ่งจิ่วไม่ใช่สตรีที่สวยหยาดเยิ้มออกแนวน่ารักและมุ่งใช้ความดีเอาชนะใจคนเหมือนนักวาด้าแสดงให้เห็นว่าการเป็คนสวยไม่ได้แปลว่าจะได้เป็นางเอกเพราะถ้าไร้ซึ่งความดีก็ไม่สามารถพบเจอความสุขได้ในท้ายสุด
ความจริงจุดมุ่งหมายของนักวาดก็ถือว่าดีงามอยู่แต่ประเด็นสำคัญคือตอนนี้เธอไม่ใช่ฝูเยว่ ไม่ใช่นางร้ายที่ดุร้ายและโเี้คนนั้นแล้วก็เท่านั้น
นายทหารผู้นั้นเห็นสตรีสองนางจ้องกันไม่เลิกราก็รู้สึกอึดอัด“แม่นางเมิ่ง ข้าจะคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกท่านโหวให้มาเรียนท่านว่าบัดนี้ฝูเยว่ร่างกายอ่อนเพลียคงไม่อาจทำอันตรายท่านได้ขอแม่นางเมิ่งได้โปรดวางใจ”
เมิ่งจิ่วได้สติหันไปพยักหน้าตอบรับ“รบกวนท่านแล้ว”
ผู้ใต้บังคับบัญชาของชิวอวิ๋นค้อมศีรษะเล็กน้อยหลังจากนั้นก็เดินตรงออกไปด้านนอก เสียงปิดประตูดังตามมาเท่ากับว่าเธอได้อยู่กับเมิ่งจิ่วตามลำพัง
“ฝูเยว่ ตกลงเ้า้าอะไรกันแน่” สตรีนอกห้องขังยกมือกอดอก สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวนางกับฝูเยว่เป็ศัตรูกันมานาน ไม่เคยมีสักครั้งที่จะพูดคุยกันดีๆ
ยามนี้ฝูเยว่กำลังจะถูกส่งเข้าลานปะาในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้าทว่านางมารผู้นี้กลับไม่มีสีหน้าท้อแท้สิ้นหวังสักนิดกลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็แข็งกร้าวไม่ยินยอม ช่างถือดีเสียจริงๆ
หึ! สตรีที่สั่งให้คนสังหารคนสนิทของนางได้ย่อมต้องมีใจคอโเี้และเืเย็นเป็ธรรมดาที่จะไม่กลัวตาย!
ด้านเหยียนลั่วมิได้นำพาต่อสีหน้าของเมิ่งจิ่วเธอเยาะเย้ยพอเป็พิธีเสร็จก็ดำเนินการตามแผนต่อ เป้าหมายคือเลื่อนกำหนดการปะา
“ข้า้าให้เ้าเลื่อนวันปะาของข้าออกไปหนึ่งวัน”
เมิ่งจิ่วมองหน้าคนพูดอย่างเหลือเชื่อ “ทำไมข้าต้องทำแบบนั้น”
ฝูเยว่กำลังจะถูกปะาชีวิตอยู่แล้ว นางจะยื้อไปทำไมอีกหรือคิดจะเล่นตุกติกอะไรขึ้นมา?
นางครุ่นคิดขณะมองคนที่าเ็อย่างหวาดระแวงยิ่งขึ้น
“เพราะ...เพราะว่า...”
คิดสิเหยียนลั่ว ถ้าเธอคิดเหตุผลดีๆ ไม่ได้เธอต้องออกไปตายนะรู้ไหม!
“เพราะ?”เมิ่งจิ่วรอคอยอย่างใจเย็น
เหยียนลั่วขมวดคิ้วดูท่านางเอกคนนี้จะคาดหวังให้เธอคายความลับของฝูเยว่ออกมาเสียเหลือเกิน
แต่เื่อะไรเธอจะบอกความจริงขืนบอกไปมีหวังเมิ่งจิ่วจะยิ่งเร่งการปะาให้เร็วขึ้นสิไม่ว่า!
“เพราะวันนี้เป็วันเกิดข้า!”
นางผงะเพราะคำตอบนี้เหนือความคาดหมายไปไกล “หะ...หา?”
“เพราะมันคือวันเกิดข้าข้าจึงไม่อยากตายในวันเกิดตัวเอง”เธอเอ่ยเสียงขรึมราวกับเหตุผลที่บอกไปช่างสมเหตุสมผลเป็อย่างยิ่ง “แล้วก็...หากเ้าเลื่อนวันปะาข้าจะบอกความลับสำคัญอย่างหนึ่งเป็การแลกเปลี่ยน”
เมิ่งจิ่วมองฝูเยว่ ดวงตายังคงไม่คลายความหวาดระแวง ทว่าสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความฉงนสนเท่ห์
“ข้าจะบอกที่ซ่อนคัมภีร์เคลื่อนตะวันถอดจันทราให้แก่เ้า!”
คราวนี้ผู้ฟังเบิกตากว้าง ดวงตาลุกวาว
เหยียนลั่วเหยียดยิ้มมุมปากเพราะเธออ่านการ์ตูนเื่นี้จบแล้วเธอจึงรู้ว่าเมิ่งจิ่วกำลังตามหาคัมภีร์ดังกล่าว
ความจริงหลังจากนี้ไม่นานพระรองจะเป็คนบอกที่ตั้งคัมภีร์ให้แก่เมิ่งจิ่วอยู่แล้ว
แต่ต่อให้เธอเปลี่ยนเนื้อเื่ก็ช่างปะไรตราบใดที่เธอสามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ต่อให้ต้องขนเอาปมความลับในเื่ทั้งหมดมาใช้เธอก็จะทำ!
เหยียนลั่ววางแผนไว้แบบนั้นนึกไม่ถึงว่าคำตอบที่ได้รับจะฉีกไปอีกทาง
“เ้าโกหก!”เมิ่งจิ่วยกมือชี้หน้าฝูเยว่ “คนนอกอย่างเ้าจะรู้ตำแหน่งของคัมภีร์ลับได้อย่างไร!”