ตอนที่ 25 ตัดเย็บเสื้อผ้า
“มันไม่ปลอดภัย”
หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็ยันตัวลุกขึ้นจากตัวสวี่ม่ายซุ่ย มองเธอด้วยสายตาวาววับ “ไม่ปลอดภัย อะไรไม่ปลอดภัย?”
ในชาติที่แล้วพวกเขายังไม่เคยทำอะไรหวานล้ำขนาดนี้ ใบหน้าสวี่ม่ายซุ่ยจึงขึ้นสีแดงเรื่อ ตอบกลับอย่างอึก ๆ อัก ๆ “นั่นมันไม่ปลอดภัย”
หลินเจี้ยนเยี่ยถึงได้สติรู้ว่าสวี่ม่ายซุ่ยหมายถึงอะไร สีหน้าพลันแข็งค้าง ก้มลงมองส่วนล่าง
แล้วจู่ ๆ เขาก็ก้มลงไซ้ซอกคอสวี่ม่ายซุ่ยอย่างฉับพลัน พูดเสียงแหบ “ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้ พรุ่งนี้ผมจะไปขอของพวกนั้นสองสามอันที่สถานอนามัยแล้วกัน”
เวลานี้แผนคุมกำเนิดยังเพิ่งเริ่มต้น อันที่จริงแล้วไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น แต่หลินเจี้ยนเยี่ยกับสวี่ม่ายซุ่ยมีลูกมาสองคนและไม่มีใครช่วยเลี้ยง นับว่าทั้งสองดูแลลูกมามากพอแล้ว จึงไม่ได้วางแผนจะมีอีก
อีกทั้ง่นั้นสวี่ม่ายซุ่ยยังมีนิสัยอ่อนแอและไม่ได้เปิดกว้างกับเื่พรรค์นี้ ทุกครั้งที่ทำเธอจะนอนนิ่งเหมือนขอนไม้ ทำเอาหลินเจี้ยนเยี่ยรู้สึกเหมือนทำงานประจำที่ซ้ำซากจำเจ จึงไม่ได้หมกมุ่นกับเื่แบบนี้เท่าไรนัก ไม่เหมือนครั้งนี้ที่ทั้งสองมีอารมณ์หวามไหวต่อกันและกัน
สวี่ม่ายซุ่ยฟังหลินเจี้ยนเยี่ยพูดแล้วหน้าก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีก แต่ก็ยังตอบกลับเสียงเบา “อืม”
หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็ทุกข์ใจ ยื่นมือไปดึงที่หัวเตียงปิดไฟ ทั้งตัวอิงแอบแแ่กับสวี่ม่ายซุ่ยแล้วพูดว่า “นอนเถอะ”
สวี่ม่ายซุ่ยถูกหลินเจี้ยนเยี่ยกอดจนไม่กล้าขยับ ทำได้แค่พูดอย่างลำบากใจ “คุณปล่อยฉันหน่อย ฉันร้อน”
ที่จริงการนอนกอดเธอก็ไม่ได้สบายนัก หลินเจี้ยนเยี่ยได้ฟังแล้วจึงปล่อยตัวสวี่ม่ายซุ่ย ก่อนที่ทั้งสองคนจะนอนหงายหลับไป
วันถัดมาพอเสียงแตรเรียกชุมนุมดัง สวี่ม่ายซุ่ยก็ลืมตา มองสบกับหลินเจี้ยนเยี่ยที่กำลังใส่เสื้อผ้า
หลินเจี้ยนเยี่ยมองสวี่ม่ายซุ่ยที่ยังดูงงงวยแล้วพูดเสียงเบา “ผมจะไปฝึกซ้อม คุณนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ”
สวี่ม่ายซุ่ยยันแขนลุกขึ้นนั่งแล้วพูดว่า “ไม่นอนแล้วค่ะ ฉันต้องไปสหกรณ์”
หลินเจี้ยนเยี่ย “ในบ้านไม่ใช่ว่ามีกับข้าวอยู่เหรอ คุณจะไปสหกรณ์ั้แ่เช้าขนาดนี้ทำไม?”
สวี่ม่ายซุ่ย “มีธุระน่ะ”
พรุ่งนี้ซูเจวียนนัดแนะกับเธอไว้แล้ว ถ้าเธอไม่ไปหาหล่อนคงได้กลั้นใจตายไปก่อน
หลินเจี้ยนเยี่ยมองสวี่ม่ายซุ่ยที่ดูลุกลี้ลุกลน ก็บ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมถึงร้อนรนขนาดนั้นกันนะ”
สวี่ม่ายซุ่ยสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เกล้าผมลวก ๆ ทั้งที่หน้ายังไม่ล้าง ฟันยังไม่แปรง และรีบวิ่งไปที่สหกรณ์
เมื่อเธอไปถึงร้านขายผ้า ก็พบว่าซูเจวียนยังไม่มาทำงาน
เธอจึงจำต้องล้มเลิกความตั้งใจ กลับไม่ได้ไปไม่ถึง ทำได้แค่กลับบ้านอย่างไม่เต็มใจ
พอถึงบ้านก็มีเสียงแตรทัพดังขึ้นมา สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินก็รู้ว่าหลินเจี้ยนเยี่ยใกล้กลับมาแล้ว เธอรีบไปทำกับข้าว ล้างหน้าแปรงฟัน
หลินเจี้ยนเยี่ยกลับมา ก็เห็นสวี่ม่ายซุ่ยกำลังวักของเหลวสีขาวน้ำนมในอ่างขึ้นมาล้างหน้า
“นี่คุณเล่นอะไรอยู่เนี่ย ทำไมน้ำถึงขุ่นขาวขนาดนี้” หลินเจี้ยนเยี่ยมองน้ำสีน้ำนม ถามสวี่ม่ายซุ่ยด้วยความแปลกใจ
สวี่ม่ายซุ่ยล้างหน้าเสร็จพอดี ก็เงยขึ้นมาเช็ดหน้าพลางตอบ “น้ำซาวข้าว”
หลินเจี้ยนเยี่ยขมวดคิ้ว “อันนี้ก็เอามาล้างหน้าได้ด้วยเหรอ ไม่กลัวหน้าพังหรือไง?”
“คุณจะไปเข้าใจอะไร นี่มันช่วยบำรุงผิวให้ขาวสวยต่างหาก”
หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็มองสวี่ม่ายซุ่ยด้วยความแปลกใจ ก่อนพูดอย่างจริงจัง “คุณไม่ต้องพูดแล้ว ดูเหมือนมันจะขาวขึ้นจริง ๆ”
ั์ตาสวี่ม่ายซุ่ยพลันส่องประกาย “จริงเหรอ?”
วิธีนี้เธอก็ได้ยินมาจากคนอื่นอีกที ไม่คิดเลยว่าจะยอดเยี่ยมขนาดนี้
หลินเจี้ยนเยี่ยผงกหัวอย่างมั่นใจ “จริงสิ ขาวจริง ๆ”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ซาบซึ้งมาก “คุณล้างหน้าก่อน ฉันจะไปทำกับข้าว”
พูดจบเธอก็เดินไปที่ห้องครัวอย่างลิงโลด
หลินเจี้ยนเยี่ยมองแผ่นหลังสวี่ม่ายซุ่ยที่ดูมีความสุข พึมพำว่า “ดีจริงแฮะ”
แต่เขาไม่รู้เลยว่าเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว พวกเขาทั้งบ้านจะต้องกินน้ำข้าวต้มไปทั้งเดือน กินจนเขานึกเสียใจขึ้นมา
พอกินข้าวเช้าเสร็จ หลินเจี้ยนเยี่ยก็กลับไปทำงานต่อ ส่วนสวี่ม่ายซุ่ยบังคับเด็กสองคนให้มาช่วยเธอพลิกดินที่ลานบ้าน
แม้จะพูดว่ามาช่วย แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็คนทำทั้งหมด โดยที่เด็กทั้งสองนั่งดู
“แม่หลินเซียว แม่หลินเซียว อยู่บ้านไหม?”
สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินเสียงแม่ต้าเฉียงะโเรียกเธอ ก็นึกขึ้นได้ว่าวันก่อนรับปากว่าจะตัดเย็บเสื้อผ้าให้ต้าเฉียง ก็รีบตอบกลับ “อยู่ ๆ เข้ามาได้เลย”
พอพูดออกไปก็เห็นแม่ต้าเฉียงหิ้วตะกร้า เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเกรงใจ
“ยุ่งอยู่เหรอ?”
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นหล่อนเข้ามา ก็วางจอบลงพลางพูดว่า “อาศัย่ที่ว่างปรับปรุงสวนผักใหม่น่ะ เอาของมาหมดแล้วเหรอ?”
แม่ต้าเฉียง “เอามาหมดแล้ว เธอดูสิ”
สวี่ม่ายซุ่ยเดินไปล้างมือข้างบ่อน้ำพลางสะบัดมือไล่น้ำออก ก่อนแง้มผ้าบนตะกร้าขึ้นมองดูด้านใน แล้วเอ่ยชมผ้าที่หล่อนซื้อมาคุณภาพดีจริง ๆ
“ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ผ้าที่ซื้อมาจากเกาะเรา”
แม่ต้าเฉียงได้ฟังก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ “เธอนี่มันเก่งจริง ๆ นี่คือผ้าที่น้องสาวฉันส่งมาให้จากเซี่ยงไฮ้ นี่ก็หลายปีได้แล้วที่ฉันลังเลว่าจะทำเสื้อผ้าให้ลูก”
สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ใช่ว่าฉันเก่งหรอก เป็ฝั่งพวกเราทางนี้ต่างหากที่ไม่มีผ้าลายดอกดี ๆ ว่าแต่เธอจะเอาผ้าผืนนี้ไปทำเสื้อผ้าให้ต้าเฉียงจริงเหรอ?”
แม่ต้าเฉียงหยิบผ้าลายดอกไม้สีชมพูขึ้นมา
แม่ต้าเฉียง “ไม่ใช่ให้เขา ให้พี่สาวเขา พี่สาวเขาตอนนี้ก็ถึงวัยดูตัวแล้ว ควรต้องรู้จักแต่งตัวได้แล้ว”
“อา! ซุ่ยซุ่ยจะดูตัวแล้วเหรอ? ฉันจำได้ว่าหล่อนยังไม่โตเลย”
“อายุสิบแปดนี่ยังไม่โตอีกเหรอ?”
“เร็วขนาดนี้เลย ฉันคิดว่าหล่อนยังเป็เด็กน้อยอยู่เสียอีก”
“แต่ก่อนน่ะเป็เด็กน้อย ตอนนี้หล่อนสิบแปดแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว”
สวี่ม่ายซุ่ย “นี่เตรียมจะไปคุยบ้านไหน?”
แม่ต้าเฉียงฟังจบก็ยิ้มตาหยีตอบกลับ “น้าสะใภ้เขาพูดให้แล้วคนหนึ่งตอนขึ้นฝั่ง นี่ยังไม่ได้เตรียมจะไปพบกันเลย”
“งั้นฉันต้องตัดเย็บเสื้อให้หล่อนดี ๆ แล้ว พอถึงเวลาจะได้ให้พวกเขาดูเปล่งประกายต่อหน้ากันหน่อย”
แม่ต้าเฉียง “งั้นก็ขอรบกวนด้วย”
“ไม่มีอะไรรบกวนเลย ได้เอาข้อมูลขนาดตัวมาไหม?”
แม่ต้าเฉียง “เอามาแล้ว เอามาแล้ว” หล่อนล้วงกระเป๋าเอาข้อมูลออกมาส่งให้
สวี่ม่ายซุ่ย “นี่คือวางแผนว่าจะทำท่อนบน?”
แม่ต้าเฉียง “อืม ทำเป็เสื้อคอจีนน่ะ”
สวี่ม่ายซุ่ยหยิบผ้าจากตะกร้าหล่อนมาคลี่ออก พูดอย่างปวดใจ “ผ้าเธอดีขนาดนี้ เอาไปทำแค่เสื้อคอจีนก็เสียดายแย่ เอาไปทำกระโปรงอย่างง่ายดีกว่า”
แม่ต้าเฉียง “ทำกระโปรงแล้วใส่ทำงานไม่สะดวกน่ะสิ”
สวี่ม่ายซุ่ย “มีอะไรไม่สะดวกล่ะ? ซุ่ยซุ่ยก็จะดูตัวแล้ว เธอยังคาดหวังให้หล่อนทำงานให้เธออีกสักเท่าไร”
แม่ต้าเฉียงฟังจบก็เกิดความลังเล กัดฟันพูด “ได้ แล้วแต่เธอ ทำเป็กระโปรงก็แล้วกัน”
สวี่ม่ายซุ่ยมีความประทับใจต่อซุ่ยซุ่ยอยู่บ้าง เธอจึงตัดเย็บกระโปรงตัวหนึ่งให้ซุ่ยซุ่ยให้เข้ากับบุคลิกของหล่อนตามข้อมูลที่แม่ต้าเฉียงให้มา
แม่ต้าเฉียงนั่งข้างสวี่ม่ายซุ่ยฟังเธอพูด ครั้นเห็นสวี่ม่ายซุ่ยพับผ้าด้วยท่าทางประณีต ก็ประหลาดใจมาก
“นี่เธอทำอะไร”
สวี่ม่ายซุ่ยตัดผ้าสีขาวจากบ้านตัวเองเป็ผืนยาวโดยที่ตาไม่กะพริบ แล้วพับเป็ โบผีเสื้อ
“เป็ลายดอกไม้สีชมพูอย่างเดียวมันเรียบไป ฉันจะตกแเต่งให้เธอเพิ่ม”
แม่ต้าเฉียง “นี่ก็เกรงใจแล้ว ให้เธอช่วยแล้วยังใช้ผ้าบ้านเธออีก”
สวี่ม่ายซุ่ย “แค่ผืนเดียว ไม่ได้ใช้มากมายอะไรหรอกน่า”
แม่ต้าเฉียงถอนหายใจยาว “เฮ้อ เธอมันก็เป็คนแบบนี้ ถ้าเป็คนอื่นคงอาลัยอาวรณ์ตายชัก”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว เมื่อก่อนเธอไม่ได้สนิทกับหล่อนขนาดนี้
“ซุ่ยซุ่ยอยู่บ้านไหม นี่ฉันใกล้จะทำเสร็จแล้ว ถ้าหล่อนอยู่บ้านก็ให้มาลอง ไม่พอดีตรงไหนฉันจะได้แก้ให้”
แม่ต้าเฉียง “อยู่สิ ๆ เธอรออยู่นี่สักประเดี๋ยว ฉันจะไปะโบอกหล่อนก่อน”
พูดจบหล่อนก็เดินออกไปอย่างรีบร้อน
พอไม่มีคนจ้อง สวี่ม่ายซุ่ยก็ผ่อนลมหายใจ ร้อยด้ายเส้นสุดท้ายเสร็จ กระโปรงหนึ่งตัวก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย
เธอเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก หยิบผ้าขึ้นมาดูว่ามีปัญหาอะไรไหมแล้วถึงวางลงข้างตัว ลุกขึ้นออกไปด้านนอก
อยู่ในห้องเสียเนิ่นนาน ไม่รู้ว่าเด็กสองคนจะทำตามสัญญาหรือไม่
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เกือบทำกันแล้ว แต่เผอิญไม่มีถุง เลยอดเลย
จะว่าไปม่ายซุ่ยก็มีฝีมือด้านการตัดเย็บอยู่นะ
ชิวเฟิง