ตอนที่ 1 ภาคภพปัจจุบัน (4)
ตงไห่จวินกล่าว “ข้าได้ยินว่าหนานิจวินถูกเคราะห์์ฟาดหกสาย เป็ห่วงว่าจะมีอันตรายจึงมาเยี่ยมเยียนโดยเฉพาะ หนานิจวินปลอดภัยดีกระมัง”
ตงไห่จวินย่อมเป็ท่านเซียนที่อาศัยอยู่ทะเลบูรพา ทะเลบูรพาไม่ได้อยู่ใกล้ทะเลทักษิณเลยจริงๆ ต้องเป็เพราะมองไม่เห็นอสนี์ร่วงลงสู่โลก ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงทะเลทักษิณจึงส่งข่าวไปที่ทะเลบูรพาเป็แน่ ตงไห่จวินขี่กระบี่เร่งเดินทางมา ใช้เวลาตลอดการเดินทางเพียงสามชั่วยาม ท่านเซียนผู้นี้ช่างมีน้ำใจจริงๆ
หนานิจวินตอบอย่างค่อนข้างเฉยชา “ไม่เป็ไร”
ตงไห่จวินยังคงกระตือรือร้น “เช่นนั้นก็ดี แต่ข้าว่าพลังปราณของหนานิจวินยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ ข้าส่งหนานิจวินกลับไปพักผ่อนที่จวนดีหรือไม่”
หนานิจวินหลับตาโคจรปราณไปพลางขณะเอ่ยว่า “ที่จวนถูกสายฟ้าฟาดจนเละเทะ เด็กรับใช้ี้เีมาแต่ไหนแต่ไรเดาว่ายังไม่ทันเก็บกวาดเรียบร้อย ข้าไม่อยากกลับไปเอง และไม่สะดวกต้อนรับตงไห่จวิน”
ตงไห่จวินย่อมฟังออกว่านี่เป็การไล่แขก เขาลังเลครู่หนึ่งด้วยสีหน้าไม่น่ามองก่อนจะปรับน้ำเสียงเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าเกิดเื่อะไรถึงล่อเคราะห์์นี่มาได้ หากเป็เื่ใหญ่ ข้าตงไห่จะได้ออกแรงด้วยส่วนหนึ่ง”
“เื่ส่วนตัว ไม่ลำบากให้ตงไห่จวินต้องมาใส่ใจ”
ตงไห่จวินฝืนปั้นยิ้ม ก่อนหยิบไข่มุกแห่งทะเลบูรพาออกมาแล้วยื่นให้หนานิจวินไว้รักษาอาการาเ็ อีกฝ่ายไม่ได้ลืมตา เด็กรับใช้จึงรับไว้และกล่าวขอบคุณแทนเ้านายตน จากนั้นตงไห่จวินจึงเอ่ยขอตัว หนานิจวินยังคงไม่ได้ลืมตา ทำเพียงพยักหน้าน้อยๆ เด็กรับใช้เป็คนทักทายปราศรัยและส่งตงไห่จวินกลับแทนเขาอีกครั้ง
รอจนตงไห่จวินออกไปไกลแล้ว ลำคอของเด็กรับใช้จึงขยายใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง “ท่านจอมเซียน เหตุใดท่านจึงไม่หือไม่อือกับตงไห่จวิน จอมมารถือกำเนิดหกร้อยกว่าปี เซียนตายไปมากขนาดนั้น ตอนนี้เซียนขั้นมหายานเหลือท่านและตงไห่จวินเพียงสองคน ไม่ใช่ว่าควรต้องช่วยประคับประคองกันหรือขอรับ”
“ช่วยประคับประคองอะไร ใต้หล้าสันติสุขก็ไม่จำเป็ต้องให้เหล่าเซียนร่วมมือกัน ต่างฝ่ายต่างจัดการเื่ของตนให้เรียบร้อยก็พอ”
เด็กรับใช้ได้ยินก็ร้อนรนขึ้นมา “ขอรับ ท่านจอมเซียนไม่ต้องให้คนช่วยประคับประคอง แต่ประสบเคราะห์ใหญ่ขนาดนั้นก็ไม่ให้คำอธิบายสักอย่าง เกรงว่าคนคิดมากจะเข้าใจว่าท่านบำเพ็ญมารอีก ต่อให้ไม่อยากบอกเื่ส่วนตัวกับคนอื่นจริงๆ ก็ควรสรรหาเหตุผลมาอธิบายขอไปทีสักหน่อยนะขอรับ”
“หนวกหู”
เด็กรับใช้ถูกด่าจนหุบปากฉับโดยสัญชาตญาณ แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ “ท่านจอมเซียนเผด็จการ! หลายวันก่อนยังพูดเองว่าไม่อาจวางมาดเซียน ตั้งใจจะใช้ชีวิตเลียนแบบมนุษย์ธรรมดา ตอนนี้กลับไม่ชายตาแลสิ่งที่เป็การตอบแทนน้ำใจเหล่านี้อีก”
“หนวกหู”
ถูกด่าว่าหนวกหูสองครั้งติด เด็กรับใช้ได้แต่หุบปาก ยืนเงียบๆ อยู่ข้างตัวหนานิจวินพักหนึ่ง แล้วถามอีกว่า “ท่านจอมเซียนไม่กลับจวนจริงๆ หรือขอรับ แม้ว่ายังไม่ได้เก็บกวาดชานเรือนแต่ในห้องยังคงเป็ระเบียบเรียบร้อย อาการาเ็ของท่านร้ายแรงจริงๆ หากนั่งอยู่ที่นี่พอฟ้ามืดแล้วมีสัตว์ป่าอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไรขอรับ”
“ไม่เป็ไร”
เซียนจวินพันปีคนหนึ่งไม่กลัวสัตว์ป่าอะไรพวกนั้นจริงๆ แต่เด็กรับใช้ยังคงไม่วางใจ จึงยืนเฝ้ายามอยู่ข้างกายหนานิจวินทั้งคืน
ไม่ใช่ว่าจะตื่นอยู่ตลอดทั้งราตรี ไม่รู้หัวสัปหงกไปั้แ่เมื่อไร เมื่อตื่นมายามเช้าเด็กรับใช้มองเห็นน้ำค้างเกราะพรายบนผมของตน เขายังซาบซึ้งกับตัวเองมากทีเดียว คิดว่าหนานิจวินควรต้องชื่นชมตนให้งามๆ จึงจะถูก แต่หนานิจวินกลับเป็คนใจไม้ไส้ระกำ พอลืมตาขึ้นมาก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านโดยไม่ทักทายกันสักคำ
เด็กรับใช้ไม่เบิกบาน บุ้ยปากแล้วเดินตามอยู่ข้างหลังหนานิจวิน
เขาที่เดินตามห่างๆ ตลอดทางจนเข้าหมู่บ้านใเบิกตาโพลง...หนานิจวินผู้นี้ยังใช่หนานิจวินเสียที่ไหน โร่มาร่วมสังสรรค์ในบ้านชาวนาครอบครัวหนึ่งั้แ่เช้าตรู่ ผู้อื่นเรียกให้เขากินมื้อเช้าด้วยกันเขาดันกินจริงๆ จอมเซียนขั้นมหายานงดธัญพืช[1] นานแล้ว หนานิจวินยิ่งขึ้นชื่อเื่ไม่ลุ่มหลงห้ารสชาติ ตนรับใช้เขาสิบกว่าปีแม้แต่น้ำยังเห็นเขาดื่มน้อยครั้งนัก ทว่าวันนี้เขาไม่เพียงกินข้าวของมนุษย์ หลังกินเสร็จถึงกับอุ้มบุตรที่ผู้อื่นเพิ่งคลอดมาหยอกเล่นอีกด้วย
เชิงอรรถ
^ วิธีการฝึกอย่างหนึ่งของนักพรตเต๋า โดยหลีกเลี่ยงการกินธัญพืชทั้งห้าชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี และถั่ว