แรงสั่นะเืจากกระเป๋าเสื้อของนนท์ทวีความรุนแรงขึ้นจนเขารู้สึกจุกที่หน้าอก ชิ้นส่วนไทเทเนียมจากอนาคตกำลังกรีดร้องหาสิ่งที่จมอยู่ใต้ก้นแม่น้ำเ้าพระยา นนท์ยืนอยู่บนตลิ่งชัน มองดูสายน้ำที่ขุ่นมัวและไหลเชี่ยว แรงดันน้ำมหาศาลกำลังกัดเซาะตลิ่งตรงจุดที่เขาวางแผนจะสร้างสะพานเชื่อมเกาะเมือง
“อาจารย์นนท์... ท่านจะลงไปจริงๆ หรือจ๊ะ? น้ำตรงนี้เชี่ยวหนัก แถมมีจระเข้ชุกชุมนะจ๊ะ” ทหารยามสองคนที่ได้รับคำสั่งลับจากพระเ้าอู่ทองให้ ‘ติดตามทุกย่างก้าว’ เอ่ยถามด้วยสีหน้าหวาดๆ
นนท์หันไปยิ้มกวนๆ พลางถอดเสื้อป่านตัวนอกออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ดูสมส่วนแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ “จระเข้น่ะไม่กลัวหรอกพี่ชาย กลัวอย่างเดียวคือน้ำมันเย็น... แล้วพวกพี่น่ะ ไม่ต้องตามลงไปนะ เดี๋ยวตะคริวกินขาจะลำบากผมต้องลากขึ้นมาเป่าปอดอีก”
“เป่า... เป่าอะไรนะจ๊ะ?” ทหารทำหน้าเหวอ
“ช่างมันเถอะ เอาเป็ว่าผมจะลงไป ‘สำรวจฐานราก’ ใต้น้ำหน่อย ถ้าไม่ลงไปเช็กดูให้ดี สะพานพังขึ้นมาพวกพี่ก็โดนอาญาอยู่ดีจริงไหม?” นนท์ตัดบทพลางหยิบ ‘อุปกรณ์ดำน้ำ’ ฉบับทำเองขึ้นมา มันคือท่อไม้ไผ่ยาวที่ต่อเข้ากับถุงหนังหมูที่เป่าลมจนป่อง และหินก้อนใหญ่ที่ผูกติดกับเอวเพื่อถ่วงน้ำหนัก
“เ้ากำลังจะทำอะไร นนท์?” สุรเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง
นนท์ชะงักไปนิดหนึ่งแต่ไม่ได้หันไปมอง “อ้าว ท่านอู่ทอง... มาเดินเล่นรับลมเหรอครับ? หรือกลัวผมแอบหนีไปเที่ยวเมืองอื่น?”
พระเ้าอู่ทองทรงดำเนินเข้ามาใกล้ แววพระเนตรคมกล้าจับจ้องไปที่ท่อไม้ไผ่และก้อนหินในมือนนท์ “ทหารบอกข้าว่าเ้าจะดำลงไปใต้น้ำที่ลึกเท่าตึกสองชั้นโดยไม่มีอาคมเป่าลมปราณ... เ้าจะฆ่าตัวตายรึ?”
“ฆ่าตัวตายมันน่าเบื่อครับท่าน” นนท์หันมาสบตาพระองค์ตรงๆ “ผมแค่ใช้หลักการ ‘ความดันอากาศ’ เล็กน้อย ท่อนี้จะช่วยให้ผมหายใจได้ใต้น้ำ ส่วนหินนี่ก็แค่ช่วยให้ผมลงไปถึงก้นแม่น้ำได้ไวขึ้น... ท่านรู้ไหม ความจริงใต้น้ำน่ะมันนิ่งสงบกว่าบนบกเยอะ โดยเฉพาะเวลาที่คนข้างบนเริ่มสงสัยกันไปเองแบบนี้”
พระเ้าอู่ทองนิ่งไปอึดใจ “ข้าไม่ได้สงสัยเ้าเพราะความชิงชัง นนท์... แต่ข้าสงสัยเพราะสิ่งที่เ้าทำ มันเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ในยุคของข้าไปมากนัก”
“งั้นก็เลิกพยายามเข้าใจสิครับท่าน มองว่าผมเป็แค่ ‘เครื่องมือที่ใช้งานได้ดี’ ก็พอ” นนท์ยักไหล่กวนๆ “ผมลงไปแป๊บเดียว เดี๋ยวขึ้นมาเล่าให้ฟังว่ากุ้งแม่น้ำเ้าพระยาปี 1893 ตัวใหญ่แค่ไหน”
ตู้ม!
นนท์ะโลงไปในน้ำทิ้งไว้เพียงพรายน้ำที่แตกกระจาย พระเ้าอู่ทองทรงยืนมองผิวน้ำที่ไหลเชี่ยวด้วยพระทัยที่เต้นระรัว ทรงสังเกตเห็นว่านนท์ไม่ได้ร่ายมนต์บังกาย หรือพกเครื่องรางใดๆ ลงไปด้วย มีเพียงสติปัญญาและอุปกรณ์ประหลาดที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเอง
ใต้น้ำที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยตะกอน นนท์ใช้ไฟฉายเคมี (ที่ทำจากสารฟอสฟอรัสในกระดูกสัตว์ผสมกับยางไม้) ส่องนำทาง แรงสั่นะเืในกระเป๋านำทางเขาไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุด... ที่นั่น เขาพบวัตถุรูปทรงกระบอกสีเงินวาวที่ฝังครึ่งหนึ่งอยู่ในดินเลน
‘นั่นมัน... เซนเซอร์วัดแรงดันจากห้องแล็บผมจริงๆ ด้วย!’
แต่มันไม่ใช่แค่เซนเซอร์ธรรมดา มันกำลังปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ออกมานั่นคือเหตุผลที่ปลาแถวนี้ไม่กล้าเข้าใกล้ นนท์รีบใช้มือขุดเลนออกอย่างระมัดระวัง หัวใจเขาเต้นแรงเมื่อััได้ถึงพื้นผิวโลหะที่คุ้นเคย แต่อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
ดินเลนถล่มลงมาทับขาของนนท์อย่างรวดเร็ว แรงกดของน้ำบวกกับดินโคลนทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้ ท่อไม้ไผ่ที่ใช้หายใจถูกแรงดันน้ำบีบจนเกือบแตกอากาศเริ่มเหลือน้อยลงทุกที
นนท์ไม่ได้ตื่นตระหนก... เขาตายไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ทรมาน ปอดของเขาเริ่มแสบร้อนเหมือนโดนไฟเผาเพราะขาดออกซิเจน สมองเริ่มสั่งการให้เขาสูดน้ำเข้าไปตามสัญชาตญาณ
‘เจ็บชะมัด...’ เขาคิดในใจพลางใช้กำลังมหาศาลขยับขาที่ถูกทับ ‘ถ้าใครมาเห็นข้าจมน้ำนิ่งๆ อยู่ใต้เลนเป็ชั่วโมงแต่ไม่ตาย... คราวนี้แหล่ะประวัติศาสตร์ไทยเปลี่ยนแน่’
เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระชากขาออกมาจนหลุด (และเขารู้สึกได้ถึงเอ็นที่ฉีกขาดแต่มันกำลังเยียวยาตัวเองในวินาทีนั้น) นนท์คว้าเซนเซอร์นั้นไว้ได้สำเร็จและพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ
พรวด!
นนท์โผล่พ้นน้ำขึ้นมาหอบหายใจอย่างหนักที่ริมตลิ่ง พระเ้าอู่ทองและเหล่าทหารรีบเข้ามาดู นนท์สำลักน้ำออกมาสองสามอึกก่อนจะนอนแผ่หลาบนพื้นหญ้า มือข้างหนึ่งยังคงกำ ‘วัตถุลึกลับ’ ไว้แน่นใต้ผ้าขี้ริ้ว
“เ้าหายไปนานจนข้าเกือบสั่งให้คนงมศพ!” พระเ้าอู่ทองตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย “เ้าาเ็ตรงไหนหรือไม่?”
นนท์พยุงตัวลุกขึ้น แสร้งทำเป็เดินกะเผลกหนักๆ (เพื่อปิดบังแผลที่หายไปแล้วที่ขา) “นิดหน่อยครับท่าน... ดินใต้น้ำมันถล่มนิดหน่อย แต่ผมเจอ ‘ตอไม้’ ที่ขัดขวางทางน้ำแล้ว ผมจัดการย้ายมันให้แล้วครับ”
พระเ้าอู่ทองจ้องมองห่อผ้าในมือนนท์ “นั่นคือสิ่งที่เ้าดำลงไปเอามางั้นรึ?”
นนท์ยิ้มแห้งๆ “แค่ของมงคลที่ผมฝังไว้ในชาติก่อนน่ะครับท่าน... อย่าไปสนใจเลย”
กษัตริย์ทรงมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำจากการขาดอากาศของนนท์ พระองค์ทรงรู้ดีว่านนท์โกหก แต่ความจริงที่ว่าเขารอดชีวิตจากสถานการณ์ที่มนุษย์ทั่วไปต้องตายไปแล้วสิบชั่วโคตร ทำให้พระองค์ทรงตัดสินใจบางอย่าง
“เ้าไปพักเถิด นนท์... วันนี้เ้าทำเพื่ออยุธยามามากพอแล้ว”
นนท์พยักหน้าและเดินกลับที่พักโดยไม่หันกลับมามอง เมื่อเขาอยู่เพียงลำพังในห้องมืด เขาค่อยๆ เปิดห่อผ้าออกดูเซนเซอร์จากอนาคต มันยังคงทำงานอยู่ และบนหน้าจอดิจิทัลขนาดเล็กที่แตกร้าว มีข้อความหนึ่งปรากฏขึ้น...
[Temporal Drift Detected: Target Year 2025 - Synchronizing...]
‘หมายความว่า... ถ้าข้ารวบรวมชิ้นส่วนพวกนี้ได้ครบ ข้าอาจจะไม่ต้องรอสี่ร้อยปีรึเปล่านะ?’ นนท์พึมพำกับตัวเองด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่หน้าประตู...
พระเ้าอู่ทองไม่ได้ส่งทหารมาเฝ้าเขาแล้ว... แต่พระองค์ทรงเสด็จมา ‘ยืนรอ’ อยู่ที่หน้าห้องด้วยพระองค์เอง!