อคิราห์ กฤตเมธมาถึงตอนที่ดอกไม้ทั้งสวนยังหุบกลีบอยู่ พฤกษ์เห็นเขาก่อนเห็นบัตรประจำตัว ชายคนนั้นก้าวผ่านช่องเถาวัลย์เข้ามาเงียบ ๆ ข้างหนึ่งถือกล่องอุปกรณ์สีเงิน เขาไม่รีบ ไม่ถามทาง แต่ปล่อยสายตาผ่านศพ ผ่านดอกไม้ แล้วจึงหยุดที่พฤกษ์
"คุณคือคนพบศพ?" อคิราห์ถามด้วยเสียงนิ่งเกินไปสำหรับคนเพิ่งเจอร่างคนตาย พฤกษ์พยักหน้า "ครับ"
"ได้เข้าใกล้แปลงดอกไม้แค่ไหน" อคิราห์ถามต่อ
"ใกล้พอจะได้กลิ่น" พฤกษ์ตอบ
อคิราห์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ก่อนหรือหลังเห็นศพ"
คำถามนั้นทำให้พฤกษ์เงียบไป คนทั่วไปควรถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อคิราห์ถามลำดับของกลิ่น เหมือนรู้ว่ากลิ่นสำคัญกว่าดอกไม้
"ก่อน" พฤกษ์ตอบ "ผมได้กลิ่นก่อนเข้ามาในสวน"
อคิราห์มองเขานานขึ้นอีกนิด "ขมหลังลิ้นไหม"
พฤกษ์ไม่ตอบทันที ความลังเลนั้นทำให้ตำรวจที่ยืนข้าง ๆ หันมามอง "คุณหมอรู้ได้ยังไง"
"ผมยังไม่ใช่หมอในที่เกิดเหตุนี้" อคิราห์วางกล่องอุปกรณ์ลง "และผมถามเพื่อคัดกรองผู้ััสาร"
เขาพูดเหมือนตอบตำรวจ แต่สายตายังอยู่ที่พฤกษ์ จนคำอธิบายทางวิชาการฟังเหมือนคำเตือนส่วนตัว
"ขมครับ" พฤกษ์ยอมรับ "แล้วน้ำตาซึม"
"แน่นหน้าอก?" อคิราห์ถาม
"ไม่ถึงขั้นนั้น" พฤกษ์ตอบ
"เวียนหัว?" อคิราห์ถามต่อ
"นิดหน่อย" พฤกษ์ตอบ
อคิราห์หยิบหน้ากากกรองกลิ่นส่งให้เขาโดยไม่แตะมือ "ใส่ไว้"
พฤกษ์รับมา "ผมไม่ได้ขอ"
"ผมก็ไม่ได้ถามว่าคุณขอหรือเปล่า" อคิราห์ตอบ
"ตอนนี้เหตุผลอยู่เต็มสวน" อคิราห์พูดต่อ
พฤกษ์ชะงัก "คุณพูดเหมือนรู้จักผม"
อคิราห์มองหน้ากากในมือเขาแทนการมองตา "ผมรู้จักคนประเภทคุณ"
พฤกษ์อยากโต้กลับ แต่กลิ่นหวานยังติดหลังลิ้น และหน้ากากก็ดูมีเหตุผลเกินกว่าจะปฏิเสธ
สุดท้ายพฤกษ์ก็สวมมัน อคิราห์หันไปทางศพ แต่หยุดก่อนถึงแปลงดอกไม้สามก้าว พฤกษ์เห็นทันทีว่าระยะนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ
"คุณเคยเห็นดอกไม้นี้มาก่อน" พฤกษ์พูด
อคิราห์ไม่หันมา "ผมเคยเห็นคนตายเพราะสิ่งที่คนคิดว่าเป็ดอกไม้"
ตำรวจที่กำลังจดบันทึกหยุดมือ ก่อนถามด้วยเสียงที่ระวังขึ้น "หมายความว่ายังไงครับ"
"หมายความว่าอย่าให้ใครแตะมันจนกว่าผมจะเก็บตัวอย่างเสร็จ" อคิราห์ตอบตำรวจ
อคิราห์เปิดกล่อง หยิบหลอดเก็บตัวอย่างและแผ่นทดสอบสีขาวออกมา เขาก้มดูริมฝีปากกิตติภพ ก่อนดูปลายนิ้วที่เปื้อนเกสร
"แปลก" อคิราห์พึมพำ
พฤกษ์จับคำนั้นไว้ทันที "อะไรแปลก"
"ถ้าเขาสูดสารจากดอกไม้ตรง ๆ คราบเกสรควรกระจายใกล้จมูกหรือคอเสื้อ" อคิราห์พูดโดยไม่เงยหน้า "แต่นี่อยู่ที่นิ้ว เหมือนเขาแตะบางอย่างก่อน"
"ผมก็เห็นแบบนั้น" พฤกษ์ตอบ
อคิราห์เงยหน้าขึ้นมองเขา "คุณเห็นอะไรอีก"
คำถามธรรมดา แต่วิธีถามไม่ธรรมดา พฤกษ์นึกถึงภาพถ่ายในโทรศัพท์ เงาดำหลังศพ และข้อความที่ปรากฏขึ้นเอง
อย่าให้อคิราห์แตะดอกไม้
เพราะเขาเคยตายที่นี่แล้ว
"รอยเท้ามากกว่าหนึ่งขนาด" พฤกษ์เลือกตอบเฉพาะสิ่งที่พิสูจน์ได้ "ดินที่ส้นรองเท้าผู้ตายไม่เหมือนดินในสวน แล้วก็แผ่นโลหะ"
อคิราห์มองเขานิ่ง เหมือนกำลังชั่งว่าพฤกษ์ซ่อนอะไรไว้ ก่อนถามต่อ "คุณถ่ายไว้?"
"ครับ" พฤกษ์ตอบ
"ส่งให้เ้าหน้าที่" อคิราห์สั่ง
"ผมส่งแน่" พฤกษ์ตอบ
"ตอนนี้" อคิราห์ย้ำ
พฤกษ์ยิ้มบาง ๆ ใต้หน้ากาก "คุณเป็ตำรวจด้วยหรือเปล่า"
บรรยากาศรอบตัวเย็นลง ตำรวจสองนายเงียบพร้อมกัน ราวกับรอฟังว่าอคิราห์จะตอบอย่างไร
แต่อคิราห์เพียงยื่นมือออกมา "ถ้ารูปมีหลักฐาน คุณควรสำรองไว้ก่อนเครื่องคุณดับเหมือนของคนอื่น" อคิราห์บอก
พฤกษ์ชะงัก เพราะเื่นั้นเกิดขึ้นก่อนอคิราห์จะเข้ามาในสายตาเขา
"คุณรู้ได้ยังไงว่าโทรศัพท์คนอื่นดับ" พฤกษ์ถาม
"ผมเห็นเขากดเปิดเครื่องอยู่" อคิราห์ตอบ
"คุณเข้ามาทีหลัง" พฤกษ์ย้อน
ดวงตาของอคิราห์ไม่หลบ แต่ก็ไม่ตอบ ระหว่างความเงียบ ใบไม้เหนือหัวเสียดสีกันเหมือนคำเตือน
อย่าให้เขาเห็น
พฤกษ์กำโทรศัพท์แน่นขึ้น แล้วหันกลับไปหาตำรวจ
ตำรวจนายเดิมแทรกขึ้น "คุณพฤกษ์ เื่เศษกระดาษที่มีนามสกุลคุณ เราต้องขอให้คุณอยู่ให้ปากคำ"
"ผมเข้าใจ" พฤกษ์ตอบตำรวจ
"คุณรู้จักผู้ตายไหม" ตำรวจถาม
"ไม่ครับ" พฤกษ์ตอบ
"กิตติภพ เรืองศิลป์ อดีตที่ปรึกษาโครงการอสังหาฯ คุณไม่เคยได้ยินชื่อ?" ตำรวจถามย้ำ
"ไม่เคย" พฤกษ์ตอบ
ตำรวจมองเศษกระดาษใต้รองเท้าศพ "แต่เขามีนามสกุลคุณอยู่กับตัว"
"ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม" พฤกษ์ตอบทันที แต่ข้างในไม่มั่นคงนัก
คำว่า วรากุล บนกระดาษเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เ้าหน้าที่ใช้คีมคีบรองเท้าผู้ตายออก
วรากุล - สิทธิ์ดูแลสวน
มีคำอีกหลายคำเปียกจนอ่านไม่ออก แต่คำว่า "ดูแลสวน" ชัดพอให้พฤกษ์รู้สึกเหมือนพื้นหินใต้เท้าขยับ
"สิทธิ์ดูแลสวน?" ตำรวจอ่านออกเสียง
อคิราห์หยุดมือ เหมือนคำบนกระดาษแตะบางอย่างในความทรงจำ "คุณรู้ความหมายของมัน" พฤกษ์พูดกับอคิราห์
อคิราห์ก้มลงเก็บตัวอย่างจากริมฝีปากผู้ตายต่อ "ผมรู้ว่ามันเป็หลักฐาน"
"ไม่ใช่คำตอบ" พฤกษ์สวน
"นี่ก็ไม่ใช่เวลาถาม" อคิราห์ตอบ
"ผู้ตายมีนามสกุลผมอยู่กับตัว สวนพูดชื่อคนที่คุณไม่อยากให้เรียก และคุณรู้เื่ดอกไม้" พฤกษ์ก้าวเข้าไปครึ่งก้าว "นี่เป็เวลาถาม"
อคิราห์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ความนิ่งในดวงตาเขาแข็งกว่าเดิม "คุณบอกว่าสวนพูด?" อคิราห์ถามพฤกษ์
พฤกษ์รู้ตัวว่าพลาดทันที เมื่อตำรวจ อคิราห์ และใบไม้รอบสวนเหมือนหยุดฟังพร้อมกัน
"ผมหมายถึง..." พฤกษ์ดึงคำกลับไม่ทัน "เสียงใบไม้"
"คุณได้ยินั้แ่เมื่อไหร่" อคิราห์ถาม
คำถามนั้นเบามาก และน่ากลัวกว่าการถูกตำรวจถาม เพราะอคิราห์ถามเหมือนกลัวคำตอบ
"ั้แ่ก่อนพบศพ" พฤกษ์ตอบ
อคิราห์ปิดหลอดตัวอย่างด้วยนิ้วโป้ง เสียงฝาเกลียวคลิกเบา ๆ
"ได้ยินว่าอะไร" อคิราห์ถามต่อ
พฤกษ์ไม่ตอบ เขาไม่ยอมพูดว่า "คุณเคยตายที่นี่แล้ว" ต่อหน้าอคิราห์ เพราะไม่รู้ว่าสวนหรืออีกฝ่ายจะทำอะไร
แผ่นทดสอบในมืออคิราห์ค่อย ๆ เปลี่ยนสี จากขาวเป็เหลืองหม่น แล้วเปลี่ยนต่อเป็เทาอมเขียว
สีหน้าของอคิราห์เปลี่ยนไปเล็กน้อยจนคนอื่นอาจไม่ทันสังเกต แต่พฤกษ์ทัน
"ผลคืออะไร" ตำรวจถาม
อคิราห์มองแผ่นทดสอบ "ไม่ใช่พิษจากการสูดกลิ่นอย่างเดียว"
พฤกษ์รู้สึกเหมือนมีใครดึงเชือกในอกตึงขึ้น เพราะความตายของกิตติภพไม่ได้เริ่มในสวน
"แปลว่าอะไร" พฤกษ์ถามอคิราห์
"แปลว่าก่อนเข้ามาในสวน เขาอาจมีสารบางอย่างอยู่ในร่างกายแล้ว" อคิราห์ตอบ "เมื่อเจอกลิ่นหรือเกสร มันทำปฏิกิริยากัน"
ตำรวจสบถ "มีคนวางยาเขาก่อน?"
"ยังสรุปไม่ได้" อคิราห์ตอบตำรวจ
"แต่เป็ไปได้" ตำรวจถามย้ำ
"เป็ไปได้" อคิราห์ยอมรับ
คำตอบนั้นทำให้คดีเปลี่ยนสีทันที กิตติภพไม่ได้หลงมาตายเพราะดอกไม้ แต่มีคนเลือกให้เขาตายตรงนี้
อคิราห์ใส่แผ่นทดสอบลงถุงหลักฐาน ก่อนพึมพำเบา
"เหมือนเมื่อสิบปีก่อน" อคิราห์พึมพำ
แต่พฤกษ์ได้ยิน และคำพึมพำนั้นดึงทุกความสงสัยไปหาเขาทันที
"เมื่อสิบปีก่อนเกิดอะไรขึ้น" พฤกษ์ถาม
อคิราห์นิ่งนานพอให้คำถามหนักขึ้นเอง
"ผมถามว่าเมื่อสิบปีก่อนเกิดอะไรขึ้น" พฤกษ์ถามซ้ำ
"คุณควรออกจากสวนก่อน" อคิราห์ตอบ
"ตอบผม" พฤกษ์กดเสียงต่ำ
อคิราห์ลุกขึ้น ระยะห่างไม่มาก แต่เหมือนมีสวนทั้งสวนคั่นอยู่
"ถ้าคุณยังได้กลิ่นหวานอยู่ แปลว่าร่างกายคุณยังตอบสนองกับมัน" อคิราห์พูด "ถ้าได้ยินเสียงชัดขึ้น อย่าอยู่คนเดียว"
"คุณไม่ตอบคำถาม" พฤกษ์พูด
"เพราะคำตอบบางอย่างทำให้คนตาย" อคิราห์ตอบ
พฤกษ์หัวเราะสั้น ๆ ไม่มีอารมณ์ขันอยู่ในนั้น "พูดเหมือนคุณเคยเห็นมาแล้ว"
อคิราห์มองเขา และคราวนี้แววตานิ่ง ๆ มีรอยบางอย่างผ่านเข้ามาเหมือนความเจ็บที่ปิดไว้ไม่สนิท
"ผมเคยเห็นคนคิดว่าตัวเองคุมสวนนี้ได้" อคิราห์พูด
"แล้ว?" พฤกษ์ถาม
"สวนไม่เคยให้ใครคุม" อคิราห์ตอบ
ลมเย็นพัดผ่านทั้งที่เมื่อครู่ไม่มีลม และพฤกษ์ได้ยินเสียงใบไม้ในหัวอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่คำ แต่เป็ภาพ
กิตติภพเดินเข้ามาในสวนตอนฟ้ายังไม่สว่าง มือกอดซองเอกสาร สีหน้ากลัวแต่ยังเดินต่อ ข้างหลังมีเงาคนไร้หน้า มีแสงโลหะวาบที่นิ้วเหมือนแหวน
ภาพขาดหายเมื่ออคิราห์คว้าข้อมือพฤกษ์ แรงจับไม่เจ็บ แต่แน่นพอให้เขากลับมาอยู่กับเสียงไซเรนและสายตาตำรวจ
"คุณหน้าซีด" อคิราห์พูด
พฤกษ์ดึงมือกลับ "ปล่อย"
อคิราห์ปล่อยทันที แต่ตรงผิวที่ถูกจับยังอุ่นอยู่ แปลกที่ในสวนเย็นขนาดนี้ มือของเขากลับอุ่น
"เมื่อกี้คุณเห็นอะไร" อคิราห์ถามพฤกษ์
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเห็น" พฤกษ์ถามกลับ
"เพราะคุณมองผ่านผมไปเหมือนเห็นคนอื่นยืนอยู่" อคิราห์ตอบ
"อาจเป็พิษก็ได้" พฤกษ์พูด
"ใช่" อคิราห์ตอบ "อาจเป็พิษ"
คำตอบควรทำให้พฤกษ์สบายใจ แต่น้ำเสียงของอคิราห์เหมือนกำลังบอกว่า ถ้าเป็แค่พิษก็คงดี
เ้าหน้าที่หลักฐานเรียกตำรวจไปดูแผ่นโลหะ พฤกษ์ใช้จังหวะนั้นส่งรูปเงาดำให้ตัวเอง แล้วส่งให้เ้าหน้าที่
แต่ไฟล์ที่ส่งให้ตำรวจโหลดไม่ขึ้น รูปในเครื่องยังชัด ขณะที่รูปที่ส่งออกไปกลายเป็ภาพดำสนิท พฤกษ์ลองอีกครั้งและได้ผลเดิม
"รูปบางรูปไม่อยากออกจากสวน" อคิราห์พูดจากด้านหลัง
พฤกษ์หันไปทันที "คุณพูดเหมือนมันเป็เื่ปกติ"
"ผมพูดเหมือนคนที่เคยเสียเวลาพยายามส่งรูปแบบนั้นทั้งคืน" อคิราห์ตอบ
"เมื่อสิบปีก่อน?" พฤกษ์ถาม
อคิราห์ไม่ตอบ แต่ความเงียบของเขาตอบแทนไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ตำรวจประกาศให้ทุกคนทยอยออกจากพื้นที่ชั้นใน พฤกษ์ถูกพาไปที่ทางออก แต่ทางที่เคยหายไปกลับเปิดอยู่แล้ว
ก่อนก้าวพ้นสวน พฤกษ์หันกลับไปมองแปลงดอกไม้ กลีบสีขาวยังหุบสนิทเหมือนกำลังกลั้นหายใจ อคิราห์เดินมาหยุดข้างเขา
"คุณพฤกษ์" อคิราห์เรียก
"อะไร" พฤกษ์ถาม
"คืนนี้ถ้าคุณได้ยินเสียงจากสวนอีก อย่าตอบมัน" อคิราห์บอก
พฤกษ์หันไปมองเขา ลมหายใจสะดุด เพราะเขายังไม่เคยบอกอคิราห์ว่าเขาตอบเสียงนั้นไปแล้ว
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมได้ยินเสียง" พฤกษ์ถาม
อคิราห์มองเข้าไปในสวน ไม่มองเขา "เพราะครั้งแรกที่ผมตอบ มันเรียกชื่อผมถูก"