หลังจากวันที่ฉันกลับมาจากตำหนักแม่หมอฉันก็เอาแต่คิดถึงคำทำนายของแม่หมอเดี๋ยวก็ได้พบกันหรอ ระหว่างที่ฉันคิดถึงคำทำนายอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของแม่ะโมาบอกฉัน
แม่:ขวัญอย่าลืมเตรียมของให้ครบด้วยนะลูก
วันพรุ่งนี้เป็วันที่พวกฉันจะเดินทางไปที่บ้านของมายและมิ้นแล้วระหว่างที่ฉันเก็บของอยู่ ก๊อกๆ ฉันหันไปทางประตูก็พบกับแม่ที่ถือของพะรุงพะรังอยู่ ฟุป แม่ฉันวางของที่ถืออยู่ลง
ขวัญ:โอโห้~แม่ขนอะไรมาเยอะแยะอ่ะ ฉันถามพร้อมกับทำหน้าสงสัย
แม่:ก็ขนมกับอาหารแห้งแล้วก็ของใช้จำเป็ไง นี้แม่เห็นฉันจะไปออกรบใช่ไหมเนี่ย
ขวัญ:แม่ค่ะ หนูไปแค่10วันเองนะไม่ต้องเอาไปเยอะขนาดนี้หรอก อยู่แม่ก็เข้ามากอดฉัน
แม่:ทำไมแม่ถึงรู้สึกว่าหนูจะไปนานกว่านั้นกันนะ ฉันได้กอดแม่กลับก่อนจะผละหน้าออกก่อนจะยิ้มกว้างส่งไปให้กับแม่
ขวัญ:แม่สบายใจหายห่วงได้เลยหนูเทควันโดสายดำเลยนะ ฉันพูดพร้อมกับเบ่งกล้ามให้แม่ดู แม่ของฉันหัวเราะออกมาก่อนที่จะมาช่วยฉันเก็บกระเป๋าจนเสร็จ หลังจากเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วฉันกับแม่ก็ลงมาเตรียมตัวทานข้าว
ขวัญ:ว้าว! วันนี้ได้กินกับข้าวฝีมือเชฟกระทะลอยเลยหรอเนี่ย ฉันพูดแซวพ่อของฉันออกไป แม่ของฉันแอบหัวเราะเบาๆ
แม่:ก็พ่อเรานะสิ บอกว่าวันนี้จะโชว์ฝีมือทำอาหารให้หนูกินก่อนไปเที่ยว
พ่อ:ลูกจะไม่อยู่ตั้งหลายวัน พ่อก็ต้องโชว์ฝีมือสักหน่อยสิเดี๋ยวจะไปตอดฝีมือคนที่นูนแล้วไม่อยากกลับ5555
ฉันได้เข้าไปช่วยยกอาหารออกมาว่างที่โต๊ะวันนี้พ่อทำแต่เมนูโปรดของฉันทั้งนั้นเลย
ขวัญ:ขอบคุณสำหรับอาหารค้าาา เราทั้งสามคนได้นั้งทานข้าวกันตามปกติทุกวัน ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน
ตอนเช้า
เวลา 9.00 น. มายและมิ้นต์ก็ได้ขับรถมารับฉันที่บ้านก่อนจะช่วยฉันเอาของขึ้นไว้บนรถ
แม่:มายมิ้นต์ เอาขนมไปฝากแม่เราด้วยสิ แม่ของฉันพูดพร้อมกับยื่นกล่องขนมมาให้มายและมิ้นต์
มาย/มิ้นต์:ขอบคุณค่ะ
แม่:ขวัญไปเที่ยวที่นูนก็อย่าดื้อล่ะ
ขวัญ:รับทราบค่ะ ฉันพูดพร้อมกับทำท่าตะแบะส่งไปให้กับแม่ว่าแต่พ่อหายไปไหนทำไมไม่เห็นมาส่งฉันเลยเมื่อคืนยังอาลัยอาวรณ์ฉันอยู่เลย
ขวัญ:แม่แล้วพ่อล่ะคะ
แม่:พ่อเรานะเรอะอยู่ในครัวนู้นเห็นบอกว่าจะไปทำแซนด์วิชมาให้พวกเราเอาไว้กินระหว่างทาง
สักพักพ่อของฉันก็ออกมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเองพร้อมกับถือกล่องใส่แซนด์วิชมาด้วย
พ่อ:แท่น แทน เท๊น~แซนด์วิชมาแล้วจ้า ของอร่อยแบบนี้หากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้วน่ะ พูดจบพ่อก็ยื่นกล่องแซนด์วิชมาให้พวกฉัน ด้วยความเล่นใหญ่ของคุณพ่อเห็นทีพวกฉันสามคนคงยอมให้ไม่ได้แล้วล่ะ
มาย:ว้าว!ดูแซนด์วิชนี้สิระดับเซฟกระทะเหล็กทำเลยนะเนี่ย
มิ้นต์:ดูที่ไส้แน่นๆนี้สิ ถ้ากินเข้าไปแล้วต้องขึ้น์แน่เลย
ทั้งสองคนพูดพร้อมกับทำท่าทางประกอบไปด้วยครอบครัวของฉันได้หัวเราะออกเพราะท่าทางของทั้งสองคน ก่อนที่พวกฉันสามคนจะลาพ่อและแม่ของฉันแล้วขึ้นรถไป
พ่อ:แม่ทำไมพ่อรู้สึกแปลกๆแหะ เหมือนลูกสาวเราจะหนีเราไปไหนเลย พูดพร้อมกับมองรถที่เเล่นออกไป
แม่:คิดมากน้าพ่อ ไปเข้าบ้านเเดดเริ่มร้อนแล้ว
บนรถ
ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถฉันก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ฉันไปบ้านของมายและมิ้นต์คือตอนที่ฉันยังเด็กก่อนที่พ่อกับแม่จะย้ายมาอยู่ในกรุงเทพ ครอบครัวของมายและมิ้นต์เป็ตระกูลผู้ดีเก่าทำให้บ้านมีลักษณะคล้ายกับวังสมัยก่อนล่ะ
มิ้นต์:ขวัญคิดไรอยู่อ่ะ มิ้นต์พูดพร้อมกับหันไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหลัง
ขวัญ:เปล่า ฉันแค่คิดภาพตอนเด็กๆที่ไปบ้านพวกแกอ่ะ
มาย:ตอนนี้ก็คล้ายๆกับแต่ก่อนแหละ แต่เมื่อเดือนที่แล้วแม่ฉันพึ่งสร้างศาลาริมน้ำอ่ะ
มิ้นต์:ใช่ๆเห็นแม่บอกว่าบรรยากาศดีสุดๆ มิ้นพูดจบก็ทำหน้าเจื่อนลงนิดๆ
ขวัญ:ทำไมแกทำหน้างั้นอ่ะ
มิ้นต์:ไอ้ดีก็ดีอยู่หรอก ถ้าไม่สร้างหันหน้าไป
วังเก่าข้างๆบ้านเนี่ย
มาย:นั้นสิ พูดแล้วขนลุก
ฉันเห็นสีหน้าของเพื่อนทั่งสองคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าวังเก่าๆข้างบ้านเพื่อนมันมีอะไรกันแน่ทำไมทั้งสองถึงหน้าถอดสีออกมาขนาดนี้
ขวัญ:ทำไมอ่ะ วังข้างๆมีอะไรงั้นหรอ ทั้งสองคนกลืนน้ำลายลงคอนิดหน่อยก่อนจะเริ่มเล่า
มิ้นต์:ตอนที่พวกฉันเด็กๆ เขาลือกันว่าวังข้างๆมีคำสาปอยู่ล่ะ
มาย:เขายังบอกอีกว่าวังหลังนั้นไม่ว่าใครที่ไม่ใช่เ้าของก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเลยล่ะ
มิ้นต์:อีกอย่างคนที่คอยดูแลวังหลังนั้นก็มีแค่คนที่ต้องมาจากบ้านหน้าปากซอยอย่างกับโดนคำสาปแนะ
พอทั้งสองพูดจบฉันก็แอบคิดนะเขาอาจจะจ้างคนที่ไว้ใจมาดูแลก็ได้ แต่ว่าเื่แบบนี้ขอไม่ลบหลู่ล่ะกัน ระหว่างที่อยู่บนรถเราก็คุยกันตลอดทางจนเวลาผ่านไปสักพักก็มาถึงบ้านทับทิมซึ่งมีลักษณะคล้ายวังสมัยก่อน ก่อนที่พวกเราทั้งสามคนจะลงจากรถก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางพวกเรา
มาย/มิ้นต์:แม่นม ทั้งสองคนรีบวิ่งไปกอดผู้หญิงคนซึ่งก็คือแม่นมที่ดูแลทั้งสองตอนเด็กๆนั้นเอง
ขวัญ:สวัสดีค่ะ ฉันได้เดินเข้าไปหาแม่นมของเพื่อนทั้งสองก่อนจะกล่าวทักทายออกไป
แม่นม:หนูขวัญ!โตขึ้นเป็สาวแล้วสวยเนี่ย ท่านพูดพร้อมกับเอามาหยิกแก้มฉันเบาๆ ก่อนจะมีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง
คุณหญิงมณี:มาถึงก็ไม่คิดจะมากอดแม่กันเลยรึไง พวกฉันสามคนหันไปก็เจอกับแม่ของมายและมิ้นต์ก่อนที่พวกฉันจะเข้าไปทักทายท่าน
คุณหญิงมณี:เอาล่ะเข้าไปข้างในกันได้เเล้วแม่ให้คนเตรียมห้องไว้ให้แล้ว
มาย/มิ้นต์/ขวัญ:ขอบคุณค่ะ
หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องของแต่ละคนเพื่อพักผ่อนและจัดของที่เตรียมมา ตอนนี้ก็เป็เวลาประมาณ5โมงเย็นแล้ว ก๊อกๆ ก๊อก ฉันหันไปตามเสียงเคาะประตูก่อนจะลงจากเตียงลงไปเปิดประตูออกก็เห็นมายและมิ้นต์ยืนอยู่
มาย:ไปนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำกันไหม แม่ฉันบอกว่าตอนเย็นบรรยากาศดีสุดเลยล่ะ
มิ้นต์:แกจัดของเสร็จยังอ่ะ
ขวัญ:เสร็จแล้วๆ ไปกันเลยไหม ฉันพูดจบทั้งสองคนก็ลากฉันไปสำรวจทั่วบ้านเลย ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปศาลาริมน้ำฉันก็หยุดเดินและหันไปมองวังข้างๆผ่านทางรั้วบ้าน ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีคนจ้องมองมาที่พวกฉันอยู่
มิ้นต์:ขวัญ ขวัญ ขวัญ! มิ้นต์ได้เข้ามาจับไหล่ของฉันพร้อมกับเรียกชื่อ
มาย:แกเป็ไรป่าว ฉันเห็นแกมองไปในวังอ่ะ อย่าบอกนะว่าแกโดนคำสาปอ่ะ มายพูดเองเออเองก่อนจะจับตัวฉันพลิกไปพลิกมา
ขวัญ:เปล่าๆ ฉันสบายดีๆปกันต่อเถอะ
มิ้นต์:ไม่เอาแบบนี้ล่ะนะฉันยิ่งกลัวๆอยู่
เราเดินมาอีกสักพักก็มาถึงศาลาริมน้ำ ว้าว! เหมือนหลุดออกมาจากในนิยายเลยอ่ะสวยมาก
มาย:ตอนแรกนึกว่าแม่ตะโม้ที่ไหนได้สวยจริงๆนะเนี่ย มายพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ
เราทั่งสามคนได้มานั่งที่ม้านั่งก่อนที่แม่นมจะให้คนเอาขนมมาให้พวกเรากินลองท้องไปก่อน เรานั่งคุยกันไปสักพักฉันก็ได้ยินเสียงเพลงมาจากที่ไหนสักที่
"รอคอยเธอมาแสนนาน"
ขวัญ:แกได้ยินเสียงเพลงไหมอ่ะ ฉันหันไปถามทั้งสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน
"ทรมานิญญาหนักหนา"
มาย/มิ้นต์:ไม่ได้ยินนะ แกหูฝาดแล้ว
"ระทมอยู่ในอุรา"
ขวัญ:ลองฟังดีๆสิ
"แก้วกานดาฉันตรองเธอผู้เดียว"
ระหว่างนั้นคุณหญิงก็เข้ามาเรียกพวกเราทั้งสามคนไปกินข้าว
คุณหญิงมณี:เด็กๆ พวกฉันสามคนสะดุ้งโหยงพร้อมกัน ก่อนจะค่อยๆหันไปมองคุณหญิง
คุณหญิงมณี:เป็อะไรกัน ไปกินข้าวกันได้แล้วแม่ครัวทำอาหารเสร็จแล้วล่ะ พวกฉันทั้งสามคนรีบลุกขึ้นและตามหลังคุณหญิงไปทันที หลังจากที่ทานข้าวเสร็จเราก็ได้แยกย้ายกันเข้าห้องนอน