'ทำไมตรูไม่ถามทางก่อนจะออกมาฟร่ะแม่มเอ้ย!'
หลังจากที่ผมเดินทางออกมาจากหมู่บ้านได้ราวๆ1กิโลแล้วนั้นจู่ๆผมก็คิดได้ว่าทำไมผมถึงไม่ถามทางก่อนจะออกมามันจึงทำให้ผมเดินไปบ่นกับตัวเองไปในที่สุด
"ทะ..ท่านคือผู้ใดกัน"
ในขณะที่ผมกำลังบ่นกับตัวเองอยู่นั้นจู่ๆผมก็ได้ยินเสียงที่แหบแห้งดังขึ้นมาจากตรงอกของผม ผมจึงก้มมองลงไปนั้นก็พบว่าเด็กหญิงที่ผมนำมาจากหมู่บ้านเอลฟ์นั้นได้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วและตอนนี้เธอกำลังจ้องมองมาทางผมด้วยตัวที่สั่นเทา
"เ้ารู้แค่ว่าข้าคือผู้พิทักษ์แห่งพงไพรก็พอแล้ว"
ผมตอบเธอไปเสียงเข้มและหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่นั้งพักเพื่อที่จะให้เด็กหญิงคนนี้กินข้าวเช้าจนกระทั้งผมเจอต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่ข้างทางผมจึงค่อยๆก้าวเท้าลงไปข้างทางเพื่อไปนั้งพักตรงต้นไม้ต้นนั้น
ฟุบ!
หลังจากที่ผมเดินมาใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่นี้แล้วก็นั้งลงไปทันทีพร้อมกับปล่อยมือและวางเด็กน้อยคนนี้ใว้ข้างๆตัวแต่เมื่อผมวางเด็กคนนี้แล้วก็ปรากฎว่าเด็กคนนี้พยายามที่จะหนีแต่ก็ยังดีที่ผมเอื้อมมือไปจับเธอใว้ได้ทันก่อนที่ผมจะนำมือไปโอบบ่าของเธอเพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหน
''ท่านลักพาตัวข้ามันงั้นรึ''
เธอถามผมออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร้อมกับพยายามหลบหน้าผมเมื่อผมเห็นเช่นนั้นก็ส่วยหัวไปมาก่อนจะบอกเธอไปว่า
''ผิดแล้วละข้าขอคนในหมู่บ้านต่างหาก''
ผมตอบออกไปเสียงเข้มแต่พอเมื่อเด็กคนนี้ได้ยินผมตอบออกไปเช่นนั้นเธอก็กำมือแน่นก่อนที่ผมจะสังเกตุเห็นและถอนหายใจออกมาก่อนจะเอื้อมมือซ้ายที่ว่างอยู่ของผมไปกุมมือของเธอใว้ก่อนจะพูดกับเธอไปว่า
''ไม่ต้องกังวลไปข้าไม่เอาเ้าไปขายหรอกข้าเพียงแค่เห็นเ้าน่าสงสารเลยคิดจะให้เ้ามาร่วมเดินทางกับข้าก็เท่านั้นเอง''
'เธอคงจะเ็ปมากสินะที่ไม่มีพ่อแม่แถมยังโดนผู้ใหญ่บอกเป็เด็กต้องสาปอีก....เห้อเด็กนี้ทำให้เรานึกถึงอดีตแย่ๆของเราเลยแห่ะ'
หลังจากที่เธอได้ยินผมพูดออกไปอย่างนี้เธอก็คลายมือที่กำแน่นเมื่อครู่ออกก่อนจะจ้องมาทางผมแต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นผมก็เห็นเข้ากับหยดน้ำตาของเด็กคนนี้เข้าผมจึงได้เรียกผ้าสีขาวผืนหนึ่งออกมาจากคลังก่อนจะนำไปเช็ดที่ขอบตาของเธอ
''ละ..แล้วข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร''
เธอถามผมออกมาพร้อมกับจ้องมาที่ใบหน้าของผมเมื่อผมเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรและได้ยกนิ้วก้อยข้างขวาขึ้น
''ข้าขอสัญญาด้วยชื่อของผู้พิทักษ์แห่งพงไพร''
เมื่อเธอได้ยินผมพูดออกไปเช่นนี้เธอก็ทำท่าคิดครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะยื่นนิ้วก้อยข้างซ้ายออกมาเมื่อผมเห็นเช่นนั้นจึงนำนิ้วก้อยขวาของผมเข้าไปเกี่ยวก้อยกับของเด็กน้อยคนนี้
''เ้าคงเชื่อใจข้าแล้วสินะ''
''ข้ายังไม่เชื่อใจท่านเท่าไหร่นักหรอก''
เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่ถึงจะแ่เบายังไงตัวผมก็ได้ยินเพราะว่าผมมีประสาทััที่ใวมากจนผมก็เกิดสงสัยน่ะว่าการที่ประสาทััผมใวอย่างนี้มันเกิดจากสายพันธุ์หรือเพราะเวเวลของผมมันเยอะกันแน่แต่ผมก็ต้องสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนจะเปิดคลังอาหารพร้อมกับกดเข้าไปเลือกอาหารว่าจะเอาอะไรให้เด็กคนนี้กินดีจนกระทั้งผมเจอเข้ากับซุบเห็ดผมจึงจิ้มเข้าไปในคลังอาหารก่อนที่ซุบเห็ดจะโผล่ออกมาในมือของผมแทนความว่างเปล่า
''มะ..เมื่อครู่ท่านทำได้อย่างไรหน่ะ!''
เธอถามผมออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นก่อนจะขยับเข้ามาเกาะแขนของผมและจ้องมองมาทางผมด้วยสีหน้าท่าตาที่้าคำตอบจากผมแบบสุดๆ
''ความลับ''
ผมตอบออกไปสั้นๆพร้อมกับยื่นถ้วยซุบเห็ดในมือให้เด็กคนนั้นเมื่อเธอเห็นผมยื่นให้ก็รีบรับไปและหันหลังทำแก้มป่องทันทีผมเห็นดังนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรตอบไปก่อนจะเปิดคลังอีกครั้งและนำปลาแซลมอนออกมาหนึ่งตัวแต่หลังจากที่ผมเอาออกมาได้ครู่เดียวเด็กคนนั้นก็หันหน้ามาจ้องปลาในมือของผมด้วยสายตาที่สงสัยผมจึงตอบไปว่า
''ปลาแซลมอนหนะเ้าเคยกินรึไม่''
ผมกล่าวถามออกไปเมื่อเด็กคนนั้นได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหัวไปมาหลังที่ผมเห็นอย่างนั้นแล้วก็ขยับตัวเข้าไปไกล้ๆเธอพร้อมกับหยิบกริชเล่มเล็กเล่มหนึ่งขึ้นมาก่อนจะแล่ส่วนท้องใส่ถ้วยให้เธอก่อนที่ผมจะมองว่าพอประมาณแล้วจึงเก็บกริชและกลับมานั้งที่เดิมพร้อมกับเปิดหมวกออกเล็กน้อยและหันหลังให้เธอก่อนจะกินแซลมอนเมื่อเธอเห็นผมกินแซลมอนแล้วเธอจึงก้มลงไปในถ้วยตัวเองก่อนจะค่อยๆตักท้องแซลมอนที่ผมพึ่งจะแล่ให้เข้าปาก
''อร่อย!!''
เธอร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับตักแซลมอนในถ้วยกินอย่างรวดเร็วเมื่อผมเห็นเธอกินเร็วแบบนั้นผมก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับเปิดเข้าคลังและนำถุงหนังขนาดเล็กที่ด้านในบรรจุน้ำใว้เต็มออกมาและยื่นไปให้เธอไปหลังจากนั้นผมก็กินแซลมอนของผมต่อ
'ใส่หมวกแล้วกินนี้มันลำบากจริงๆแต่ถ้าถอดหมวกนี้ออกแล้วก็อาจจะเป็เื่ได้ด้วยสิ'
ผมคิดในใจพรางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
10นาทีต่อมา
''อิ่มแล้วสินะ''
ผมถามเธอออกไปหลังจากที่เธอได้ยินผมถามแล้วก็พยักหน้ารับหนึ่งทีก่อนที่ผมจะหยิบถ้วยซุบเห็ดที่ตอนนี้กลายเป็ถ้วยเปล่าไปแล้วเก็บเข้าคลังก่อนจะหันหน้าไปหาเธอ
''เอาละเข้าเื่ดีกว่า....ทำไมเ้าอัศวินเกราะดำพวกนั้นถึงเข้าไปบุกรุกหมู่บ้านของพวกเธอกัน''
เมื่อเธอได้ยินผมถามออกไปเสียงเข้มแบบนั้นแล้วเธอก็หันมามองผมก่อนจะขยับเข้ามาไกล้ผมอีกครั้งหนึ่งก่อนจะพูดว่า
''ข้าเองก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันแต่ที่ข้าพอจะจำที่พวกผู้ใหญ่คุยกันได้คือเมื่อราวๆสองอาทิตย์ก่อนาาก๊อบลินขู่ว่าจะเปิดากับเผ่าเอลฟ์มันเลยทำให้องค์ราชินีของพวกเราเกิดวิตกกังวลจึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากเผ่าปีศาจซึ่งเผ่าปีศาจก็ตอบตกลงและยื่นข้อเสนอบางอย่างให้องค์าานีของเราและหลังจากนั้นแหละที่ทหารของพวกมันเริ่มเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเรา''
''อืม''
''แล้วทำไมท่านถึงไม่ยอมถอนเกราะออกละเมื่อครู่ข้าเห็นท่านใส่หมวกกินอย่างยากลำบากนี้''
เธอถามผมออกมาก่อนที่เธอจะจ้องเข้ามาในหมวกของผมแต่ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนักหรอกเพราะยังไงเธอก็มองผ่านเกราะระดับนี้ไม่ได้อยู่แล้ว
'' ความลับ''
ผมตอบกลับออกไปแต่เมื่อเธอได้ยินผมตอบออกไปเช่นนี้ก็ทำน่าไม่พอใจและทำแก้มป่องออกมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อผมเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหัวไปมา
''เอาละเดินทางกันต่อดีกว่าเดี๋ยวละหว่างทางค่อยถามเ้าทีหลังก็ได้ยังไงเ้าก็ร่วมเดินทางกับข้าแล้ว''
ผมพูดขึ้นก่อนจะยกตัวเองขึ้นยืนพร้อมกับนำมือขึ้นไปอุ้มเด็กคนนี้ขึ้นมาบนบ่า
''ว่าแต่เ้าชื่ออะไร''
''ริชข้าชื่อริช''
''งั้นริชเ้าอายุเท่าไหร่''
''90ปี''
เธอตอบออกมาเสียงเบาผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรเธอต่อและเดินทางต่อไปทันที
--------------------------------------------------------------------------------