“แก แกอย่าทำอะไรโง่ๆ นะ!”
ใบหน้าของคุณชายเฉียนดูแย่ราวกับกินของเน่าเข้าไปเพราะเขาเอาความหวังทั้งหมดไปฝากไว้กับหญิงร่างท้วมคนนั้นแต่ตอนนี้กลับกลายเป็ว่าเธอไร้ค่าที่จะใช้ประโยชน์ไปเสียแล้ว ใครๆก็คงจะลนลานในสถานการณ์เช่นนี้
“ฮึ แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย”
ผมเริ่มสงบสติอารมณ์ลงในเมื่อหวังเฉียงตัดสินใจเดินเส้นทางของเขาเองแล้ว ผมเองก็ต้องปกป้องพันธมิตรของผมเช่นกัน
แม้จะไม่ได้หมายความว่าผมจะจับกลุ่มทำงานด้วยกันไปตลอดแต่ใน่เวลาสั้นๆ นี้ ผมพบจุดเชื่อมโยงระหว่างเขากับผม
พวกเราต่างต่อสู้เพื่อเหตุผลที่จะทำให้ตนเองสามารถอยู่ตัวคนเดียวต่อไปแม้ระหว่างทางอาจพบเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้บ้างก็ตาม
แต่เรารู้ดีว่าเื้ันั้นสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่การปกป้องจากเพื่อนๆหากแต่เป็คมมีดของศัตรูต่างหาก
“ทำตัวโง่ๆ ?”
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นขณะที่น้ำลายฟูมปากของหญิงร่างท้วมไหลออกมา เห็นได้ชัดว่าหวังเฉียงโกรธจัดจริงๆ
เขาเคยพูดเสมอว่าจะไม่ลงมือฆ่าใครโดยไม่จำเป็ซึ่งก็เป็จริง เขาจะลงมือก็ต่อเมื่อเจอปัญหาสำคัญจริงๆ และตอนนี้เขาคือคนแรกคนแรกที่ลงมืออย่างแท้จริงบนเที่ยวบินนี้
“อืม”
ซางจื้อหย่วนก็กลายเป็ผู้สังเกตการณ์โดยปริยายแม้แต่ชายชราที่ต่างจุดยืนก็เช่นกันคราวนี้ไม้กางเขนของเขาไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงคำพูดอันทรงพลังของเขาก็ไม่ดึงดูดสายตาใครอีกต่อไป
ในเมื่อทุกคนยังไม่อาจแน่ใจได้ว่าจะมีชีวิตรอดไปได้อีกนานแค่ไหนใครจะมีเวลาสนใจในเื่ศรัทธาและความเชื่ออีก
“อ้อ...อัก...”
ความเ็ปที่ขาดลมหายใจเกิดจากการที่คอถูกบีบอย่างแรงเมื่อแรงบีบกดเข้ามาจากทั้งสองฝั่งด้วยตำแหน่งที่พอดิบพอดีจึงเ็ปเหมือนเส้นประสาทที่อ่อนไหวที่สุดถูกบีบด้วยคีมเหล็กขนาดใหญ่เจ็บจนฝังใจยากจะลืม
หากแรงบีบแบบนี้ถูกใช้กับแขนหรือข้อต่อใดๆก็คงทำให้หญิงคนนี้เป็อัมพาตหรือพิการ แต่อย่างที่เห็นในตอนนี้เธอกำลังจะถูกกำจัดอย่างเด็ดขาด
“ไม่ต้องอธิบายแล้ว ผลที่ตามมาหลังจากนี้ผมจะรับผิดชอบเอง”
หวังเฉียงไม่เปิดโอกาสให้หญิงคนนั้นมีเวลาใดๆอีก หลักฐานที่ผ่านมาชัดเจนมากพอจะบอกทุกอย่าง ไม่ว่าครอบครัวสามคนนี้จะมีตัวตนอย่างไร
แม้เด็กชายอ้วนจะเป็ผู้โหยหวนก็ตามหวังเฉียงก็ยังให้เขาขี่หลัง มองเหตุการณ์นี้จากบนไหล่อันแข็งแกร่งของเขา
“ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย ไอ้คนชั่ว”
หวังเฉียงเหมือนจะมีคำพูดมากขึ้นใน่นี้เขาทุ่มความรู้สึกออกมาชัดเจน ความโกรธในตัวเขายิ่งเพิ่มขึ้นจากการช่วยเด็กสองคนโดยเฉพาะเ้าเด็กอ้วนที่ต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้าย
แครกๆ! เสียงบดกระดูกดังขึ้น ราวกับเสียงในโรงฆ่าสัตว์ทว่าครั้งนี้มันคือเสียงของมนุษย์ ผู้มีเืเนื้อและชีวิตจริงๆ
แม้เราอาจไม่ได้สูงส่งกว่าสัตว์อื่นๆแต่การเห็นเพื่อนมนุษย์ตายก็ยังคงต่างจากการเห็นสัตว์ตาย อาจมีบางคนที่เคร่งศรัทธาหรือคนรักสัตว์ที่เห็นต่างก็ได้
แต่ความคิดนี้คือความจริงในแบบที่แท้จริงที่สุดของผมมันเห็นแก่ตัว ต่ำต้อย แต่มันก็คือความจริง
ตุบเสียงร่างที่ตกกระแทกพื้นทำให้ทุกคนรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่คอ
แม้แต่ผมเองก็ไม่เว้นเพราะสิ่งที่ผมเห็นคือภาพที่เขาบีบคอของเธอจนหลุดออกมาจากร่างทั้งเป็
“ช่างเป็ความตายที่สมบูรณ์แบบจริงๆ...”
เห็นได้ชัดว่าสายตาที่หมอนิติเวชหญิงมองหวังเฉียงด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปแฝงด้วยความชื่นชมที่เห็นได้ชัด
ไม่ใช่เพราะร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาแต่เพราะเธอชอบทุกสิ่งที่สร้างความตายได้โดยตรง ทว่านั่นก็ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า
ทำไมจู่ๆเธอถึงเปลี่ยนใจมาสนับสนุนผมกันล่ะ
นี่เป็อีกหนึ่งปริศนาที่ทำให้ผมครุ่นคิด
“การฆ่าโดยฝ่าฝืนกฎจะได้รับ...การลงโทษ...”
เสียงประกาศบนเครื่องบินดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงลึกลับและแหบพร่า
ราวกับบันทึกเสียงที่เปิดตามจังหวะหรือไม่ก็เป็คนที่เฝ้าสังเกตทุกการกระทำของเราตลอดเวลา
ไม่มีใครล่วงรู้คำตอบ
สิ่งเดียวที่ยืนยันความโหดร้ายของสถานการณ์นี้ได้คือศีรษะที่หลุดออกจากร่างและนอนกองอยู่กับพื้น
พวกเราทำผิดกฎเข้าแล้ว!
สำหรับการลงโทษสุดท้ายนั้นจะเกิดขึ้นกับตัวบุคคลหรือกับทั้งกลุ่มไม่มีใครรู้ว่ากฎซ่อนเงื่อนไว้ตรงไหน
เหมือนการเล่นเกมที่คนอื่นตั้งกฎไว้เราต้องเดินอย่างระมัดระวังโดยไม่รู้ว่ามีสมบัติที่เป็ประโยชน์หรือกับดักร้ายแรงซ่อนอยู่
สถานการณ์ในเที่ยวบินโหยหวนนี้เป็เช่นนั้นทุกอย่างล้วนเป็ปริศนา
“ไอ้บ้า! รีบฆ่าตัวตายไปเถอะ นายเป็ทหาร ยังไงก็ต้องมีวิธีอยู่แล้ว!ถ้าจะทำให้คนอื่นลำบากเพราะความผิดพลาดของนาย นายก็ยิ่งผิดหนักกว่าเดิม!”
เสียงของเฉียนตัวตัวดังกว่าเสียงประกาศบนเครื่องบินเสียอีกเห็นชัดว่าเขากลัวที่จะถูกลากลงไปด้วยและสูญเสียโอกาสในการเอาชีวิตรอดทำให้เขาแสดงท่าทางของคนมีฐานะที่บิดเบี้ยวอย่างถึงขีดสุด
“แล้ว...แล้วเราจะทำยังไงดี ไม่ใช่ว่าจะให้เราจัดการเขาใช่ไหม”
แต่ถึงจะเป็คนจนหรือคนธรรมดาความกลัวในใจพวกเขาก็ไม่ได้ต่างกันนัก
แม้แต่หลิวเนี่ยนนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ควรจะมีมุมมองที่ถูกต้องที่สุด ก็ยังเผยความเห็นแก่ตัวออกมาถ้าถึงคราวที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ละเมิดกฎอย่างหวังเฉียงแม้แต่ชายชราผมเงินก็คงไม่ยอมแพ้ต่อวัยชราของตนเองหรอก
ผมเห็นอย่างชัดเจนตอนที่เขาลงมือฆ่า เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าคนหนุ่มสาวแม้แต่น้อย
“แต่ว่าฉัน ไม่ถือสาที่สถานการณ์จะยิ่งวุ่นวายหรอกนะ เหอะๆ...ถึงแม้จะไม่ค่อยเหมือนกับที่ฉันคาดหวังเอาไว้ตอนแรกเริ่มก็ตาม”
หมอนิติเวชหญิงเพิ่มเชื้อไฟในสถานการณ์นี้อีกครั้งใน่ที่ทุกคำพูดสามารถะเิบรรยากาศ
กับความสัมพันธ์ที่เปราะบางและหลอกลวงระหว่างพันธมิตรเหล่านี้ได้ทุกเมื่อ
“เดี๋ยวก่อน!”
เสียงของผมนั้นแสนจะธรรมดาไม่มีเสน่ห์ ดึงดูดหรือฟังแล้วรู้สึกน่าหลงใหลแต่ในเมื่อมีคนลุกขึ้นมาปกป้องผมและสร้างปัญหาใหญ่เช่นนี้ ผมเองก็คงไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้
ความกดดันแห่งความตายยังไม่หายไปไหนกลับกัน คำพูดของผมยิ่งเพิ่มแรงกดดันมาที่ตัวผมเองอีกด้วยทุกสายตาที่จับจ้องมาทำให้ผมรับรู้ได้ว่าพวกเขาพร้อมจะเห็นผมเป็ศัตรูได้ทุกเมื่อ
“อะไรนะ ตอนนี้นายยังจะทำตัวอวดดีอยู่อีกเหรอ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดถึงเหตุผลหรือหลักฐานแล้วหวังเฉียงทำผิดก็ต้องรับโทษไป หากนายจะมาขัดขวางทางรอดของพวกเราล่ะก็คุณชายอย่างฉันจะไม่ลังเลที่จะฆ่านายไปด้วยอีกคน!”
เฉียนตัวตัวแยกเขี้ยวยิงฟันเห็นได้ชัดว่าเขามีพื้นฐานการต่อสู้อยู่บ้าง
นี่ไม่ใช่ยุคที่ใครๆก็ฝึกศิลปะการต่อสู้ได้ง่ายๆ แต่บรรดาทายาทผู้มั่งคั่งเหล่านี้ก็ยังชอบอวดตัวเสมอมีเงิน มีอำนาจ แถมยังมีฝีมือการต่อสู้อีกมันกลายเป็เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการเรียกร้องความสนใจไปแล้ว
แต่ผมไม่ได้หวั่นเกรงต่อคำขู่ที่ดูน่าขันของเขาแม้แต่น้อย
“ขอแทรกนิดหนึ่ง ผมไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดกฎนะแต่ถ้าคนที่ถูกฆ่าบังเอิญเป็คนที่ได้คะแนนสูงสุดอยู่แล้วล่ะ แบบนี้พอจะผ่อนปรนได้บ้างไหม”
คำพูดของผมฟังดูน่าขันจนหลิวเนี่ยนเองยังกลั้นขำไม่อยู่ต้องยกมือป้องปากและก้มหน้าลงหัวเราะผมรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ไร้เดียงสาและทะเยอทะยานเกินตัว
“หืม”
ซางจื้อหย่วนเองก็ดูจะประหลาดใจไม่น้อยการที่ผมกล้าเสี่ยงพูดอะไรแบบนี้เพื่อหาทางออกมันช่างแตกต่างจากสไตล์นิ่งเงียบที่ผมแสดงออกมาตลอด
“ผมไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้ ใครจะสงสัยผมก็เื่ของคุณ แต่ถ้าเป็ไปได้ผมขอเสนอให้เราลงคะแนนกันต่อ แทนที่จะปล่อยให้เครื่องบินโคลงเคลงไปแบบนี้”
ความรู้สึกที่ได้ัันี้ทำลายกำแพงที่สี่ไปแล้วนั่นหมายถึงเราได้โต้ตอบกับสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นในเกมผ่านอุปกรณ์เสมือนจริง
แม้แต่เสียงประกาศที่เ็าและแหบพร่าเองก็เหมือนจะแฝงอารมณ์ของความเป็มนุษย์เล็กน้อย
เมื่อเครื่องบินเริ่มทรงตัวได้อย่างมั่นคงขึ้นการตอบรับนี้ยิ่งเป็การยืนยันว่าความคิดของผมไม่ใช่เื่เลื่อนลอย
“ดีมาก เกมนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นทุกที…แต่โอกาสที่ซ่อนอยู่ได้หายไปแล้วรอบนี้จะไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว”
เสียงทุ้มหนักฟังเหมือนเสียงหุ่นยนต์ที่ต้องพยายามอดกลั้น
ในขณะที่ทุกคนรู้สึกอึดอัดและประหลาดใจพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าครั้งนี้มีโอกาสพิเศษที่ซ่อนอยู่โอกาสนี้ถูกค้นพบโดยผู้เล่นที่เงียบขรึมอย่างผมผู้ที่แทบไม่มีตัวตนในเกมนี้อย่างไรเล่า
“นี่ นี่เป็ไปได้ยังไง...”
เฉียนตัวตัวถึงกับล้มตัวลงกับพื้นด้วยความที่เขาสงสัยในตัวผมมาโดยตลอดหากผมค้นพบกฎที่แทบจะเหมือนช่องโหว่ของเกมและรอดตายได้
จริงๆในรอบต่อๆ ไป ผมจะทำให้เขาเข้าใจว่าการอยู่ไม่สู้ตายมันเป็อย่างไร
“ไม่มีอะไรเป็ไปไม่ได้หรอกในเมื่อนายพึ่งพาพ่อให้มีชีวิตสุขสบายมาได้ตั้งหลายสิบปี แล้วทำไมฉันจะพึ่งพาสมองตนเองเพื่อเอาชีวิตรอดไม่ได้ล่ะ”
ผมตอบอย่างเ็าคนอย่างเขา ไม่คู่ควรที่จะได้รับความเคารพหรือความเมตตาจากผมแม้แต่น้อย
หวังเฉียงที่ปล่อยร่างไร้ิญญาลงพร้อมกับปล่อยเ้าเด็กอ้วนให้ยืนได้อย่างมั่นคง เขามองไปรอบๆ อย่างเคร่งขรึม
“พวกคุณไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่ไหม งั้นมาเริ่มโหวตกันเถอะ...”
ทุกคนตะลึงงันเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่การโหวตไม่ได้จำกัดแค่คนที่ยังมีชีวิตอยู่
“ผมขอโหวตให้ศพนั่น”