วันก่อนนางยังเป็นางมารร้ายในคราบนักสู้แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับจ้องมองเขาด้วยสายตาวิงวอน มิต่างกับนางมารน้อยที่หมายยั่วใจคน
“หากว่านี่เป็เพียงการเสแสร้งก็นับว่าเ้าทำได้ดีเลยทีเดียว”เขากล่าวก่อนจะเลื่อนมือลงไปที่ทรวงอกกลมแล้วบีบแรงๆ คราหนึ่ง
คนตัวเล็กที่บอบช้ำมาทั้งคืนพอถูกบีบแรงๆ อีกครั้งนางก็ต้องสูดปาก
“ข้าเจ็บ..”
"แรงไปหรือ?"เขาเอ่ยเสียงเบาแต่ในดวงตากลับมีร่องรอยร้อนแรงกรุ่นอยู่
กวานซูเหยียนกะพริบตาถี่ๆกล่าวตามจริงนางเตรียมตัวเตรียมใจไว้ไม่น้อยว่าต้องเผชิญกับ่เวลาอันสุดแสนหฤโหดตามต้นฉบับในนิยาย
แต่เซียวหลิงเจาไม่ได้ทุบตีหรือทำให้นางได้รับาเ็เลยสักแผลนั่นอาจเป็เพราะนางไม่ได้ขัดขืนจึงไม่เจ็บตัวเท่าใดนัก
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าบุรุษที่ได้ชื่อว่าโเี้ที่สุดบนแผ่นดินสายตาเต็มไปด้วยคำขอบคุณ และความอ่อนหวานนั้นก็ทำให้เซียวหลิงเจาชะงักค้าง
ร่างนุ่มนิ่มกับกลิ่นกายของหญิงสาวกทำให้เขาห้ามใจเอาไว้ไม่ไหวสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณ
“สตรีเช่นเ้าสมควรได้รับความทุกข์ทรมาน!” น้ำเสียงนั่นแข็งกร้าวจนทำให้กวานซูเหยียนใจสั่นวาบ
ในนิยายต้นฉบับเซียวหลิงเจาจะร่วมรักกับนางเพียงครั้งเดียวแล้วก็ส่งตัวนางไปอยู่เรือนเก่าท้ายจวนทันทีมิใช่หรือ?แล้วนี่มันอะไรกัน!
ดวงตาของหญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยปนหวั่นไหวโดยที่ไม่รู้เลยว่า พายุร้ายกำลังจะซัดเข้ามาหานางอีกหลายระลอกอย่างไม่หยุดยั้ง!
…
ทางด้านนอกห้องหอเมิ่งหรูถอนหายใจเป็รอบที่ร้อยแปดสิบเจ็ดนางนั่งกอดเข่าอยู่หลังเสาไม้ใกล้ประตูห้องหอสายตาจับจ้องไปที่นางกำนัลสูงวัยจากวังหลวงอีกสามนางที่ไม่ยิ้มและจะขยับตัวเฉพาะเมื่อจำเป็เท่านั้น
พวกนางยืนหลังเหยียดตรงหุบปากเงียบคล้ายหุ่นไม้แกะสลัก แววตาเยือกเย็นเฉยชาราวกับเคยผ่านหน้าที่นี้มานับไม่ถ้วนจนชินชาเสียแล้ว
"อายุขนาดนี้กันแล้วยังยืนขาแข็งกันได้ั้แ่เที่ยงคืนยันฟ้าสาง!ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่ปวดขากันเลยหรือไร"เมิ่งหรูเหลือบมองพวกนางแล้วหันกลับมาพึมพำคนเดียวอีกรอบ
ดวงตาแฝงความวิตกกังวลของหญิงสาวเหลือบไปทางประตูห้องหอที่ปิดสนิทและดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่ามันจะเปิดออกมาแม้แต่นิดเดียว
ผ่านไปครึ่งค่อนคืนขณะที่เมิ่งหรูเริ่มจะนั่งไม่ติดในที่สุดก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวบางอย่างจากในห้องหอ
"นำน้ำอุ่นเข้ามา"เสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังขึ้นสาวใช้ในจวนสกุลเซียวที่ไม่รู้ว่าเมื่อครู่พวกนางไปยืนอยู่ที่ใด จู่ๆก็แบกถังน้ำอุ่นผลักประตูเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
เมิ่งหรูรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูบ้างแต่นางกลับถูกสายตาเ็าจากนางกำนัลสูงวัยสามคนห้ามปรามเอาไว้
ผ่านไปสักพักสาวใช้ที่หายเข้าไปด้านในออกทยอยเดินออกมากันทีละคนพร้อมกับส่งผ้าแพรสีขาวที่พับเอาไว้เรียบร้อยให้กับนางกำนัลหลวงผู้หนึ่งพอได้รับผ้าผืนนั้นไปแล้วทั้งสามก็เดินหายออกจากบริเวณไปสร้างความโล่งใจให้เมิ่งหรูอยู่ไม่น้อย
นางมองตามกลุ่มนางกำนัลหลวงที่เดินจากไปอย่างสงบแล้วหันกลับไปมองประตูบานที่ปิดสนิทลงอีกครั้งด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นบอกตนเองว่าอีกเดี๋ยวแม่ทัพเซียวคงจะออกจากห้องและองค์หญิงของนางคง้าให้มีคนเข้าไปปรนนิบัติหลังจากที่ผ่านการร่วมหอเป็ครั้งแรก
ทว่า...เวลาผ่านไปอีกยาวนาน
หนึ่งคืน..สองคืน..สามคืนผ่านไป
บ่าวรับใช้ผลัดเปลี่ยนกันนำสำรับอาหารเข้าไปเงียบๆ วันละสามเวลา บางครั้งพวกนางก็ยกถังน้ำกับผ้าปูเตียงชุดใหม่บางครั้งเป็ชุดเสื้อผ้าของบุรุษและสตรี ทุกสิ่งถูกส่งเข้าไปไม่มีขาดตกบกพร่อง
เมิ่งหรูนั่งรอยืนรออยู่หน้าห้องหอทั้งวันทั้งคืนพอง่วงก็เผลองีบหลับตื่นขึ้นมาก็ยังไม่เห็นท่านแม่ทัพกับองค์หญิงของตนเดินออกมาจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว!!
ในที่สุดรุ่งเช้าของวันที่สี่หญิงรับใช้ผู้ภักดีก็ได้เห็นเซียวหลิงเจาสะพายดาบใหญ่เดินออกมาจากห้องหอด้านนอกมีทหารองครักษ์หกนายยืนรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักพวกเขาหยุดคุยกันอยู่ชั่วครู่แล้วจึงพากันเดินลับสายตาไป
หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปหาองค์หญิงของนางทันที
พอผลักประตูเข้าไปนางก็ได้กลิ่นอายรักคละคลุ้งจนรู้สึกโกรธขึ้นมาก่อนจะรีบไปเปิดหน้าต่างทุกบานออกเพื่อให้อากาศถ่ายเท
“องค์หญิง..”นางส่งเสียงเรียกกวานซูเหยียนเบาๆ
ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงลืมตางัวเงียขึ้นมาสีหน้าอ่อนแรงแต่ยังฝืนยิ้มสู้
“เมิ่งหรู..ข้าบอกเ้าแล้วว่าผ่านคืนนี้ไปพวกเราก็จะเป็อิสระ”
“นี่มันคืนเดียวเสียเมื่อใดกันเล่าเพคะ!คนชั่วนั่นมันรั้งตัวท่านไว้ถึงสามคืน”
กวานซูเหยียนเบิกตาโพลงหัวสมองสับสนมึนงงไปหมด
“สามคืน!!”นางทวนคำ
ในนิยายต้นฉบับเซียวหลิงเจามีเพียงคืนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับนางจากนั้นก็ไล่ให้นางไปอยู่ท้ายจวน
แต่ครั้งนี้…
นางยกนิ้วขึ้นนับอย่างครุ่นคิดก่อนจะรีบหดมือกลับแทบไม่ทัน เพราะจำนวนครั้งที่นางกับเขา..มันนับไม่ถ้วนแล้วจริงๆ!!
กวานซูเหยียนสูดหายใจลึก “เมิ่งหรู เ้ารีบดูสิว่าในเรือนนี้มีอะไรกินได้บ้างรีบค้นเอามาให้หมด” หญิงสาวยันกายขึ้น ร่างกายปวดระบมจนต้องห่อปากยับย่น
“ของกิน?ตอนนี้หรือเพคะ?” เมิ่งหรูขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ใช่!เดี๋ยวนี้เลย ทั้งของกินของใช้ อะไรที่แบกไหวเก็บไปให้หมด พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว”
ในนิยายหลังจากเซียวหลิงเจาออกจากห้องหอไปแล้ว นางจะถูกส่งไปอยู่ท้ายจวน
นางต้องนอนป่วยเพราะพิษไข้จากความป่าเถื่อนของเขาอยู่ถึงสามวันเต็มโดยไม่มีคนดูแล ไม่มีข้าวน้ำสักหยดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดครั้งนี้นางต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เมิ่งหรูรีบวิ่งวุ่นไปทั่วเรือนหอตามคำสั่งของกวานซูเหยียนโดยไม่กล้าซักถามสักคำ
บนโต๊ะยังมีกาน้ำชาอยู่ใบหนึ่งข้าง ๆ กันนั้นมีถาดผลไม้ที่เริ่มแห้งเหี่ยวกับขนมมงคลรูปดอกเหมยที่ยังไม่ได้แตะต้อง วางเรียงอยู่เคียงสุราขวดเล็กสองสามขวด
นอกจากนั้นยังมีผ้าห่มผืนใหม่เสื้อผ้าสตรีที่บ่าวรับใช้เพิ่งนำมาส่งเมื่อวันก่อนวางกองรวมกันอยู่ในตู้ไม้หอม
เมิ่งหรูไม่รอช้านางเปิดตู้ทุกบาน ค้นหาทุกซอกทุกมุม กวาดตาดูทุกสิ่งที่กินได้ หรือใช้ได้ไม่ว่าผลไม้ ขนม น้ำชา สุรา อ่างล้างมือหรือแม้แต่สำรับอาหารที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาเมื่อเช้านางก็กวาดเรียบ
นางจัดการหยิบผ้าห่มผืนหนาออกมาสองผืนใช้มันห่อสิ่งของเ่าั้มัดแน่นด้วยเชือกไหมสีแดงที่เคยใช้ประดับห้องหอ
ไม่นานนักห่อผ้าขนาดใหญ่สองห่อก็วางซ้อนกันอยู่กลางพื้น
“เก็บหมดแล้วเพคะ”
กวานซูเหยียนพยักหน้าเบาๆ
“ดี..หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามเ้าโวยวายห้ามเปิดปากด่าใครอีก เข้าใจหรือไม่”
เมิ่งหรูได้แต่ก้มหน้ารับคำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเข้าใจว่าที่องค์หญิงต้องทำเช่นนี้ก็เพียงเพราะนางกำลังวางแผนลอบสังหารแม่ทัพเซียวในภายหลังอยู่เป็แน่!
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามเสียงโวยวายจากลานหน้าจวนก็ดังขึ้นราวกับเกิดเหตุปล้นกลางวันแสก ๆ
ไม่นานนักบ่าวรับใช้ก็วิ่งพล่านเหมือนมดแตกรังมาถึงเรือนนางเรือนหอของกวานซูเหยียนกลายเป็จุดศูนย์กลางของความชุลมุนวุ่นวายนั้น
“เริ่มแล้วสินะ”หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ
ฉากนี้คือตอนที่นางกำลังจะถูกส่งไปอยู่เรือนร้างท้ายจวน
ตามต้นฉบับเดิมเหล่าขุนนางในราชสำนักต่างเชื่อว่าเซียวหลิงเจายอมรับกวานซูเหยียนเป็ภรรยาเอกเพียงเพราะต้องปฏิบัติตามราชโองการเท่านั้นและอีกไม่นานก็ต้องทอดทิ้งหรือหาทางลอบสังหารนางแน่
เ้าบ่าวเ้าสาวเพิ่งออกจากเรือนหอแต่หลายคนก็ยังเร่งส่งบุตรีของตระกูลเข้ามาในจวน!
มองข้ามหัวนางกันชัดๆ!
ยังดีที่คนเ่าั้ถูกเซียวหลิงเจาปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่คนเดียวนั่นก็เพราะสกุลเซียวมีกฎบุรุษตระกูลนี้จะแต่งสตรีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในชั่วชีวิต
แต่อีตาบ้านั่นกลับหงุดหงิดอารมณ์เสียแล้วพาลมาลงที่นางนี่สิ!