ตอนที่ 4 ฐานะนักอัญเชิญ
---หมู่บ้านเขตนอก---
กาติรัสได้เดินเข้าสู่หมู่บ้านตามคำกล่าวของหัวหน้าอัศวิน มันใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นานนักก่อนชายหนุ่มจะกวาดตามองหาสถานที่ที่ควรจะเป็สถาบันสอนเวทมนตร์ ทว่า ท่ามกลามหมู่บ้านชนบทเหล่านี้ความเจริญของเมืองหลวงล้วนมิอาจส่งมาได้ถึง มีเพียงผู้คนที่ดูยากจนและชุดที่เก่าโทรมเท่านั้น
'ชนบท'
กาติรัสไม่อาจรู้สึกตัวทุกสายตากำลังจับจ้องมองเขาอย่างหวาดกลัวและชะงุนสงสัยในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด สายตาทั้งสองได้ไปตกอยู่ที่ชายคนหนึ่ง ใบหน้าของเขาราวกับวัยกลางคนเนื่องจากเขากำลังพูดคุยอยู่กับอัศวินจึงไม่ได้เห็นชายหนุ่ม
กาติรัสพลันย่างก้าวเข้าหาชายวัยกลางคน ผมเผ้าของเขาดูสะอาดสะอ้านและผ้าอาภรณ์ที่ดูหรูหราราคาแพงซึ่งผิดแปลกจากผู้อื่นประดุจผู้มีฐานะ ชายวัยกลางคนพลันได้กลิ่นคาวเืที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆก่อนสังเกตเห็นชายหนุ่มพลางเอ่ยขึ้น
"โอ้!?" แววตาเบิกโตกว้างปานถลนออกมา ชายหนุ่มตรงหน้าถูกชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงฉานกระทั่งอิศวินที่ยืนอยู่ข้างๆเกิดรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างฉับพลัน ภายใต้หมวกเกราะเหล็กใบหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวอย่างหวาดกลัว
"เ้าหนู!! เ้าไปทำอะไรมา!?" ชายวัยกลางคนเอ่ย
กาติรัสกลับส่งยิ้มให้ด้วยใบหน้าเบิกบานใจ "ผมเพิ่งฆ่าหมีน้ำตาลมาน่ะ" ชายหนุ่มกำลังเสแสร้งด้วยประสบการณ์ของชาติที่แล้ว ถึงชายหนุ่มจะมีอายุเพียงสิบห้าปี ทว่า ประสบการณ์ของเขากลับมากล้นอย่างที่สุด ฉายา 'อำนาจแห่งพระเ้า' เป็สิ่งยืนยันได้ดีเกี่ยวกับประสบการณ์และพลังที่น่ายำเกรง
"หมีน้ำตาล!? นี่! เ้าได้เดินทางเข้าไปในป่าโอ๊กสินะ! เ้าไม่รู้รึไงว่าที่นั้นเป็เขตต้องห้ามไปแล้ว!!" ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างขึงขังด้วยใบหน้าผวา
กาติรัสพลันหันมองอัศวินที่ยืนอยู่ข้างๆ 'ชุดเกราะหนักสีเงินเหมือนเ้าพวกนั้นไม่มีผิด' ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มดุจปีศาจขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ใบหน้าถูกประดับไปด้วยความสดใสจนน่าขนลุก ก่อนชายหนุ่มจะกล่าวตอบชายวัยกลางคน "เขตต้องห้าม?" เพียงพริบตาใบหน้าที่ยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็งุนงงสงสัย
"ใช่!..ดูเหมือนเ้าไม่รู้จริงๆ...สาส์นจากจักรพรรดิบารอนฮาดได้สั่งให้ทำการปิดตายป่าโอ๊กทันที ท่านเพิ่งมีคำสั่งออกมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วเอง ตอนนี้ข้าคาดว่าทุกหมู่บ้านในบริเวณนี้น่าจะได้รับสาส์นกันหมดแล้ว...น่าแปลกนักที่เด็กแบบเ้ายังเข้าไปในป่าโอ๊กได้" ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างลุกลี้ลุกลน
"ปิดตายหรอ? ทำไมอะ?"
"เห็นว่ามีกองทัพผีดิบอยู่ในป่านะสิ" ชายวัยกลางคนพลันกล่าวอย่างแ่เบา
'กองทัพผีดิบ...พวกที่รอดไปได้ส่งข่าวไปถึงแล้วรึนี่'
กาติรัสครุ่นคิดสักพักก่อนเอ่ย "ท่านรู้จักวิธีการเดินทางไปเมืองหลวงหรือไม่?"
"เ้าสามารถติดรถม้าไปกับข้าได้นะถ้าเ้า้าเพราะข้ากำลังจะไปเมืองหลวงอยู่พอดี"
"ข้ายินยอมไปกับท่าน"
"ข้า...เฮนโรว" เฮนโรวกล่าวพลางยื่นมือแสดงการทักทาย ตามสัญชาตญาณของมนุษย์เขาพลันเปิดใช้ทักษะหยั่งรู้ส่องดูชายหนุ่มอย่างฉับไว เพียงสามลมหายใจ คิ้วพลันกระตุกเล็กน้อย 'ข้าไม่สามารถส่องดูสเตตัสของเขาได้!!'
"กาติรัส" กาติรัสกล่าวตอบพลางจับมือแสดงการทักทาย ชายหนุ่มพลันเปิดใช้หยั่งรู้ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยอย่างไร้อารมณ์ราวกับน้ำแข็งพันปี ทว่า ภายในจิตใจนั้นแล้วกำลังตกตะลึงงันปานหัวใจวาย 'พลังของเ้านี่มัน!!'
ชื่อ:เฮนโรว ลาวาติน(เพศชาย) อายุ:598ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์(ฮิวแมน) อายุขัยโดยธรรมชาติ:120ปี เลเวล:3,409 พลังกาย:7,098 พลังเวทย์:102,054 อาชีพ:นักปราชญ์
'ไม่อาจตอแยมันได้!!!'
"งั้นเราก็ไปกันเลยเถอะ" เฮนโรวกล่างพลางเดินนำไปทางที่รถม้าอยู่ก่อนจะหันขวับกลับมา "เ้าน่ะ..สั่งให้เปิดใช้กองทัพจักรพรรดิระดับสามได้..ถ้าเ้านั้นถามก็บอกว่าข้าสั่งนะ" เฮนโรวกล่าวกับอัศวินก่อนหันหน้าหนีและก้าวเดินต่อไปพร้อมกับกาติรัสที่เดินตามราวกับลูกเป็ดตามแม่เป็ด
กาติรัสและเฮนโรวได้เดินจากไปสักพักแล้ว...
"เ้าเด็กนั้น!!...ทำไมกลิ่นของมินทอคถึงติดตามตัวมันเต็มไปหมด!?" อัศวินพลันหวาดผวาภายใต้หมวกเกราะเหล็กใบหน้าไม่สู้ดีนัก เขาพยายามโหยหาแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดดั่งหาแสงอาทิตย์ในยามราตรี "เป็ไปไม่ได้!! เื่แบบนั้นไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด!...แต่..กลิ่นอายแบบนี้เป็มินทอคแน่นอน!! ไม่มีทางเลยที่ข้าจะจำผิดก็เราสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันนานนับสิบปี ก่อนเ้านั้นจะผันตัวไปเป็คนสอนอัศวินฝึกหัดซะอีก!"
ความคิดมึนงงสับสนกลิ่นอายของสหายคนสนิทหวนกลับมาในรูปแบบของโลหิตชโลมตััวเด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปี ไม่เหลือความเป็ไปได้อันใดอีกความคิดของอัศวินผู้นี้กำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังและโศกเศร้า
"ไม่ไม่ไม่!! มันคงเป็เื่บังเอิญเท่านั้น..."
ทันใดนั้นเสียงของอัศวินคนหนึ่งก็ะโดังลั่น "ท่านโคเซอร์!!..มีเื่ใหญ่แล้วขอรับ!!!" เ้าของเสียงเป็อัศวินคนหนึ่งเขาดูเป็อัศวินมากประสบการณ์ราวกับผ่านการสู้รบจริงมานับครั้งไม่ถ้วน เขารีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนก่อนเอ่ยอย่างเร่งรีบ "ทัพ...ทัพ...กองทัพ...กองทัพของท่านมินทอค...ถูกสังหารสิ้นแล้วครับ!!!"
"เ้า!!...เ้าว่ากระไรนะ!!!"
"ท่านโคเซอร์...เื่นี้สามารถตอบโจทย์ที่องค์จักรพรรดิทรงส่งหมายสาน์สให้ทำการปิดตายป่าโอ๊ก....อัศวินฝึกหัดที่รอดกลับไปเพิ่งจะเอ่ยปากว่าท่านมินทอคต้านกองทัพผีดิบเอาไว้ให้ ทำให้เขายังไม่กลับมา!!!...ที..ทีแรก..พวกเราเชื่อไม่ลงจริงๆจนกระทั่งได้ไปสำรวจที่แห่งนั้นด้วยตัวเอง....เืมันเอ่อนองเต็มไปหมดที่แห่งนั้นกลายเป็ทะเลสาบโลหิตไปแล้วขอรับ!!!"
!!!
...
'รถม้าของมันช่างหรูหรานัก'
อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมภาพต้องหน้าช่างวิเศษนัก ม้าสีขาวดูสง่างามทั้งสองตัวพร้อมกับเกราะสีเงินวาวสะท้อนแสงระยิบระยับดั่งดวงดาว
"จะให้เืที่ติดตัวเ้ามานั่งรถม้าของข้าคงไม่เหมาะนัก...'วารีชำระล้าง' " เฮนโรวกล่าวจบปรากฏน้ำพุ่งออกมาจากฝ่ามือก่อนกระทบตัวกาติรัสเข้าอย่างจัง
ซ่าซ่าซ่า
ตัวทั้งร่างพลันเปียกชุ่มปรากฏหยาดโลหิตที่ไหลตามกระแสน้ำไปไกลแสนไกล กาติรัสเริ่มจับสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง 'มันกำลังฟื้นฟูพลังให้ข้า' ก่อนใบหน้าจะเผยรอยยิ้มอย่างเป็มิตร
"มันคือเวทย์ประเภทฟื้นฟูหากเ้าได้รับาแก็จะถูกฟื้นฟูในเร็ววัน" เฮนโรวกล่าวก่อนจะร่าย 'สายลมชำระล้าง' วิ้ว วิ้ว วิ้ว บังเกิดลมหมุนสุดแรงกล้าทว่ามันไม่เป็อันตรายแต่อย่างใด กลับกันมันทำให้ชุดที่เปียกชุ่มของกาติรัสหายสนิทในทันตา
"ทีนี้เ้าก็สามารถขึ้นรถม้าของข้าได้แล้ว'
"ขอบคุณขอรับ"
ทันทีที่ชายทั้งสองขึ้นรถม้า รถม้าก็พลันออกตัวทันควันบรรยากาศเงียบสงบอยู่เนิ่นนานก่อนกาติรัสจะทำลายมันทิ้ง "ท่านเฮนโรวอีกนานแค่ไหนกว่าเราจะถึงเมืองหลวงหรอครับ" น้ำเสียงสุภาพนอบน้อม
"อีกครึ่งค่อนวันกระมั้ง...จะว่าไปเ้าหนู..เ้าอายุเท่าไหร่ละ?"
"15ปีครับ"
'15ปีงั้นรึ...ข้าจะเชื่อเขาได้ยังไงในเมื่อไม่อาจตรวจส่องสเตตัสของเขาได้....เขาอาจเป็ตาเฒ่าที่ทรงพลังราวกับสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าข้าก็ได้..ดูๆเขาไปก่อนก็แล้วกัน หากเป็สายสืบจากราชอาณาจักรหรือจักรวรรดิอื่นละก็....ข้าจะสังหารเขาทันที'
"งั้นหรอ? เ้ามีอาชีพเป็อะไรละ?"
"ผมเป็นักอัญเชิญ"
อาชีพนักอัญเชิญนอกจากอัญเชิญโกเลมมาต่อสู้แทนตัวเองแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดที่สามารถกระทำได้อีก ถึงอย่างนั้นอาชีพนี้ก็เป็ที่นิยมอย่างแพร่หลายในเผ่ามนุษย์ เพราะโกเลมที่อัญเชิญออกมานั้นจะแข็งแกร่งกว่าเ้าของเป็สองเท่าตัว!
"โอ้!? วิเศษไปเลยนะนั้น! เ้าบอกลุงได้ไหมว่าเ้าสามารถอัญเชิญโกเลมออกมาได้กี่ตัว"
"ตัวเดียวครับ...มันทำไมหรอครับ?"
"มะ..ไม่มีอะไรหรอก... 'แค่ตัวเดียวงั้นรึ...เอาเถอะยังไงเขาก็เป็นักอัญเชิญยังนับเป็อาชีพระดับสูงอยู่ดี' ..พ่อแม่ของเ้าละเ้าหนู? เ้าเดินทางมาจากไหนกัน ทำไมถึงอยากไปเมืองหลวง?"
'ซักถามข้ามากเหลือเกินหรือกำลังสงสัยในตัวข้าอยู่...ข้าต้องทำตัวให้ไม่น่าสงสัย..การตกตายนับสามพันปีจะมาจบลงเพียงไม่ถึงปีไม่ได้เด็ดขาด!'
กาติรัสพลันอยากลองเล่นสนุกเขาเอ่ยถึงเื่ที่เคยประสบพบเจอ "พ่อแม่ของข้าถูกลบหายไปแล้ว...พร้อมกับอีกนับพันล้านชีวิต" น้ำเสียงหดหู่พลางใบหน้าสลด แววตาทั้งสองจ้องมองเฮนโรวอย่างเศร้าใจ
'ถูกลบหายไป? เขากำลังพูดอะไรออกมาถูกลบหายไปเนี่ยนะ?' เฮนโรวพลันงุนงงสับสนคำกล่าวของกาติรัสไม่อาจทำความเข้าใจได้เลย มีเพียงสิ่งเดียวที่ทราบได้ก็คือ พ่อแม่ของเขานั้นตายไปแล้ว
"ขอโทษที่ถามไปแบบนั้น"
"ไม่เป็ไรครับ..เื่มันก็นานมากแล้ว" กาติรัสกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เื่นี้มันนานมากแล้วจริงๆยามนี้ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงความโศกเศร้าอีกแล้ว ชีวิตนี้จะกลายเป็จุดเริ่มต้นใหม่และตำนานเื่ใหม่!
"งั้นหรอ..." เฮนโรวกล่าวก็พลันปิดเปลือกตาลงก่อนจะเงียบหลับ ถึงเขาจะดูเหมือนเงียบหลับไปทว่าตัวเขานั้นยังคงสติไว้ครบทุกประการยังสามารถรับรู้สิ่งรอบตัวได้ราวกับเปิดตาดู หากเกิดการลอบสังหารขึ้นมาเขาย่อมรับมือได้ทันท่วงที
'หลับงั้นหรอ?...ช่างเถอะ..ดินแดนอนันตกาล'
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
ท่ามกลางป่าเขาขนาดใหญ่ั์ ต้นไม้นับร้อยตั้งสูงตระหง่านตระการตาพวกมันมีความสูงและขนาดที่ใหญ่จนน่าใ 'ดินแดนอนันตกาล' แปรเปลี่ยนไปอีกครั้งกลายเป็ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติพร้อมกับสัตว์ป่าและมอนสเตอร์มากมายราวกับกลายเป็โลกอีกใบ
"ลูซิเฟอร์!" กาติรัสพลันกู่ร้องะโก้อง เสียงส่งผ่านผืนป่าอย่างรวดเร็วราวกับลูกะุปืน
วูบบบบ
เพียงพริบตากระแสลมร้ายได้นำพาโครงกระดูกร่างสูงใหญ่มาปรากฏอยู่ตรงหน้ากาติรัส ชายหนุ่มเงยหน้ามองมันด้วยใบหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ก่อนจะเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากพลางเอ่ย "เ้าดูเติบโตขึ้นเยอะนะ...ลูซิเฟอร์"
"ขอรับนายท่าน" ลูซิเฟอร์กล่าวพลางถวายความเคารพแด่นายเหนือหัวผู้ยิ่งใหญ่
ก่อนจะสามารถสังเกตเห็นกองทัพผีดิบขนาดั์เดินทัพมายังกาติรัสอย่างพร้อมเพรียง การเดินเท้าแต่ละย่างก้าวพลันส่งผลให้ผืนป่าต้องะเื! ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงความนิ่งเฉยไว้ ถึงภายในจะตื้นตันอย่างปิติยินดีจนอยากจะบ้า
"ฮึ่ม! เ้าสูงขึ้นมากเลยนะลูซิเฟอร์แถมกองทัพขนาดใหญ่นั้นอีก"
"ยามแรกข้าสูง 1.7เมตร ยามนี้ข้าสูง 3เมตรแล้วขอรับ..ส่วนกองทัพของเราเติบโตใหญ่ขึ้นถึงระดับหนึ่งพันคนแล้ว..ส่วนอันเดดที่นายท่านอัญเชิญมีประชากรอยู่ที่สิบตนขอรับและข้าได้แต่งตั้งหัวหน้าหน่วยให้คุมกองกำลังของแต่ละทัพด้วยขอรับ...หัวหน้าหน่วยที่อ่อนแอที่สุดมีเลเวลอยู่ที่63ขอรับ" ลูซิเฟอร์อธิบาย
' !!! ช่างน่าชื่นชมอะไรเช่นนี้..ข้าโครตมีความสุขเลยที่มีลูกน้องใช้งานได้ขนาดนี้!!'
"หัวหน้าหน่วยงั้นรึ...เ้าตั้งชื่อให้พวกมันด้วยละกัน" กาติรัสกล่าวจบพลันใช้หยั่งรู้ส่องดูสเตตัสของลูซิเฟอร์ในทันที เขาอดตื่นเต้นไม่ได้เลยจริงๆว่าลูกน้องมือหนึ่งของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดไหน
ชื่อ:ลูซิเฟอร์ อายุ:อนันต์ เผ่าพันธุ์:อันเดด(ชั้นกลาง) อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:101 พลังกาย:3056 พลังเวทย์:3049
'เอิ่ม...ขึ้นมาเป็หนึ่งร้อยเลยงั้นรึ..ยังไม่ถึงวันแท้ๆ' กาติรัสครุ่นคิดพลันกวาดตามองพื้นที่โดยรอบก่อนเอ่ยลอยๆ "ทรัพยากรในดินแดนอนันตกาลคงสามารถขนไปข้างนอกได้หมดเลยสินะ" ถึงจะเป็การกล่าวลอยๆแต่เขารู้แก่ใจดีว่าสมมติฐานนี้มันเป็เื่จริง!
"เข้าเื่หลักเลยละกัน..ลูซิเฟอร์..ข้าจะพาเ้าไปออกข้างนอกยามเ้าออกไปจงเงียบสนิทห้ามเปิดปากเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..หาเกราะหนักสวมเสียด้วยข้าจะได้สบายใจว่าตัวตนเ้าจะไม่ถูกเปิดเผย" กาติรัสอธิบาย
"ขอรับนายท่าน"
ลูซิเฟอร์ใช้เวลาเตรียมการอยู่สักพักก่อนจะใส่เกราะหนัก มันสามารถทำให้คนรูปร่างสูงสามเมตรสวมใส่ได้อย่างพอดี ลูซิเฟอร์เตรียมการเสร็จสิ้นก่อนเอ่ยบอก "เสร็จแล้วขอรับนายท่าน"
กาติรัสพลันตกตะลึงอ้าปากค้าง เขาเพียงจะมาหยอกล้อลูซิเฟอร์เล่นเท่านั้นเพื่อให้รู้ว่ามนุษย์นั้นก็มีการหยอกล้อกัน ทว่า เื่ที่ไม่น่าเป็ไปได้กลับเกิดขึ้นลูซิเฟอร์มีชุดเกราะใส่จริงๆ คิ้วเลิกสูงขึ้นก่อนเอ่ย "ลูซิเฟอร์!...หาเกราะพวกนั้นมาจากไหน!"
"เกราะ? พวกนี้หรือขอรับ...พวกข้าตีกันขึ้นมาเองขอรับ..ในดินแดนอนันตกาลมันมีทรัพยากรอยู่มากโขเลยขอรับ"
"เ้าตีอาวุธเป็หรือ! มันเป็ไปได้ยังไง!"
"ข้าสร้างศาสตราวุธไม่เป็หรอกขอรับ..ทว่า...พวกเราออกล่าจนไปเจอเผ่าที่เรียกตัวเองว่าเป็เผ่าคนแคระ...พวกเขานั้นตัวเล็กมากขอรับแต่ฝีมือในการตีอาวุธนั้นร้ายกาจนัก ข้าเลยออกล่าสังหารพวกเขาทั้งหมดเพื่อที่จะได้มีผีดิบใช้ในการตีอาวุธขอรับ..พวกเขาราวกับสมบัติของเราข้าจึงสั่งให้ผีดิบทุกตัวคุมกันพวกเขาจนว่าจะกลายเป็อากาศธาตุ"
'...'
แข็งทื่อราวกับถูกสาป วันเวลาเพียงผ่านไปได้ไม่ถึงวันลูกสมุนของกาติรัสก็พลันทำผลงานชิ้นโบว์แดงออกมา ไม่อาจสามารถกักเก็บความตื่นตะลึงนี้เอาไว้ได้อีกปากอ้าค้างออกพร้อมกับรูม่านตาที่หดรีดลงอย่างที่สุด กระทั่งชาติที่แล้วชายหนุ่มก็ไม่เคยพบเจอสัตว์อัญเชิญที่ทรงภูมิปัญญาขนาดนี้ ความเร็วในการรับรู้หรือความรู้ในการเรียนรู้หากไม่ประสบพบเจอด้วยตัวเองคงไม่เชื่อแน่นอน! ต่อให้ฆ่าเขาให้ตายก็เชื่อไม่ลง!!
"นายท่าน!? เป็อะไรหรือขอรับ!!"
"ไม่...ข้าไม่เป็อะไร"....'บางทีการมีลูกน้องที่ฉลาดเกินไปมันเริ่มดูน่ากลัวแหะ...สัตว์อัญเชิญที่มีดวงิญญา...ขอให้พวกเขาไม่ทรยศข้าก็แล้วกัน'