“ข้าจะให้เงินพวกเ้าคนละ 50อีแปะเพื่อซื้อของที่พวกเ้า้า เหลือจากนั้นเ้าสามารถเก็บเป็เงินส่วนตัวได้เอาล่ะๆ ตอนนี้ก็ไปหาอาหารกินกันก่อนเถอะ ข้าจะไปเดินดูของและซื้อพวกเครื่องปรุงรสเนื้อสัตว์ และเมล็ดพันธุ์พืชเสียหน่อย” ไป๋ซู่ซินพูดจบก็แบ่งเงินให้เด็กๆ
“พวกเ้าอยากกินอะไร?” ไป๋ซู่ซินหันมาถามเด็กทั้งสาม
“ยังไม่ถึงยามโหย่วพวกเราไม่กินอะไรขอรับ” ฉีโต๋วน้อยตอบ
‘ลืมไปเลยว่าคนส่วนใหญ่ที่นี่กินอาหารแค่วันละสองมื้อ มีแต่พวกคนรวยใช่ไหมที่กินสามมื้อไม่เป็ไรข้านั้นเป็คนรวย วันนี้ข้าจะกินสามมื้อ’
“วันนี้เราเดินทางมาตั้งไกลงานพวกเราก็ทำแล้ว หาเงินได้แล้ว พวกเราควรจะกินอะไรเสียหน่อยเค้าเรียกว่ารางวัลของเด็กดี เข้าใจหรือไม่ ตกลงพวกเ้าจะกินอะไร”
“อะไรก็ได้เ้าค่ะ”
‘อะ มันมาแล้วไงคำตอบยอดฮิตทุกโลกทุกยุคทุกสมัย กินอะไรก็ด้ายยยยย’
“แล้วเ้าล่ะฉีโต๋วอยากกินอะไร วันนี้พี่สาวมีเงิน พี่สาวอยากให้เ้ากินของดี” ไป๋ซู่ซินเลือกที่จะถามฉีโต๋วน้อยเพราะดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะเปิดใจให้นางมากกว่าคนอื่น
“ข้าอยากกินซาลาเปาเนื้อขอรับ ข้าเคยกินเมื่อนานมาแล้วมันอร่อยมาก”
“อืม งั้นก็ได้ตกลงว่าซาลาเปาละกันจริงๆพี่สาวก็ทำซาลาเปาอร่อยมาก ไว้วันหลังจะทำให้ฉีโต๋วน้อยชิมดีหรือไม่?”
“ขอรับท่านน้า” ฉีโต๋วน้อยตอบอย่างดีใจ
จากนั้นไป๋ซู่ซินกับบรรดาลูกเลี้ยงจึงไปที่ร้านซาลาเปาใกล้ๆ
“ท่านป้า ซาลาเปาเนื้อขายอย่างไรเ้าคะ?”
“หมั่นโถวสามอีแปะซาลาเปาเนื้อหกอีแปะ ซาลาเปากำลังร้อนๆเลย” เ้าของร้านซาลาเปาพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
“ข้าเอาซาลาเปาเนื้อแปดลูกนี่เงิน 48 อีแปะพอดีเ้าค่ะ”
พอได้ซาลาเปามาแล้วก็ไม่รอช้า เด็กทั้งสามรวมถึงไป๋ซู่ซินก็รีบกินอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยมากเลยข้าไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว อาหารแบบนี้ให้ข้ากินตลอดชีวิตยังได้เลย” ฉีโต๋วน้อยหลับตาพริ้ม
“น้องเล็กเ้าก็พูดไปเรื่อยเราจะเอาเงินที่ไหนมากินอาหารดีๆ แบบนี้ทุกวัน”เหมยอิงส่ายหน้าให้กับความคิดของฉีโต๋วน้อยเพราะไม่อยากให้น้องคาดหวังถึงสิ่งที่ไม่มีทางเป็ไปได้
“ข้าเห็นด้วยกับเ้านะเหมยอิงแต่เห็นด้วยเื่ไม่สามารถกินซาลาเปาแบบนี้ได้ทุกวัน ไม่ใช่เพราะเราไม่มีเงินแต่เป็เพราะเราจะเบื่อมันต่างหากล่ะ ต่อแต่นี้ไปข้าจะพาพวกเ้าทำงานที่ได้เงินเยอะๆพวกเ้าไม่จำเป็ต้องไปเก็บผักป่ามาต้มกินอีกแล้ว”
“ถ้าไม่เก็บผักป่าแล้วเราจะกินอะไรกัน เราไม่สามารถเอาเงินมาใช้แบบนี้ได้ตลอดนะขอรับ” ลั่วหานเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมรับ
“เดี๋ยวกลับบ้านให้ข้ามีเวลาคิดสักเล็กน้อยแล้วข้าจะบอกพวกเ้าเอง แล้วนี่อิ่มกันแล้วใช่หรือไม่? ป่ะ งั้นไปร้านขายเนื้อหมูก่อนเลยละกัน”
หลังจากจัดการกับซาลาเปาคนละสองลูกแล้ว ทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าไปยังแผงขายเนื้อ
“ท่านลุง ข้าเอาเนื้อแดงสองจิน”
“ได้เลยๆ สองจินนะ 40 อีแปะแม่นาง”
ร้านที่เป็เป้าหมายต่อมาก็คือร้านเครื่องเทศ เครื่องปรุง ตอนนี้มิติฟาร์ม เกาะยังไม่ถึงระดับสามทำให้ยังไม่สามารถซื้อเครื่องปรุงในนั้นได้ไป๋ซู่ซินจึงมาที่ร้านนี้เพื่อซื้อเกลือ น้ำตาล ซึ่งก็ไม่ได้ซื้อเยอะมากเท่าไรนางใช้เงินเพียงน้อยนิดเท่านั้น เพราะด้วยความที่เงินยังมีไม่มาก อีกทั้งนางยังได้สัญญากับเด็กไว้ว่าจะไม่ใช้เงินเก้าเหรียญทองนั่นด้วยระหว่างทางเด็กทั้งสามก็ซื้อถังหูลู่คนละไม้เพื่อนำกลับไปกินที่บ้านเด็กทั้งสามเคยเห็นสหายในหมู่บ้านกินถังหู่ลู่ขณะที่มาเล่นด้วยกันพวกตนจึงคิดว่าอยากทำเช่นนั้นบ้าง เมื่อไป๋ซื้อเกลือกับน้ำตาลเรียบร้อยแล้วนางก็มองหาร้านเป้าหมายถัดไปนั่นก็คือร้านเมล็ดพันธุ์
“ยินดีต้อนรับขอรับแม่นาง้าเมล็ดพันธุ์อะไร สามารถแจ้งข้าได้” หลงจู๊ของร้านเมล็ดพันธุ์กล่าวด้วยความนอบน้อมเพราะนานๆ ทีจะมีลูกค้าเข้ามาที่ร้าน เนื่องจากแคว้นนี้นั้นทำการเกษตรได้ไม่ค่อยดีพืชพันธุ์ไม่เติบโต แม้จะมีลูกค้าแวะเวียนมาบ้างแต่โดยรวมแล้วการค้าขายสินค้าประเภทนี้จะซบเซากว่าร้านอื่น
“ข้าอยากได้เมล็ดผักทั่วไป พวกแตงกวามะเขือเทศ ฟักทอง กุยช่าย อ้อมะเขือเปราะด้วยเ้าค่ะ”
“ร้านเรามีขายเป็ห่อ ห่อละสองอีแปะหนึ่งห่อมีประมาณ 100-200 เมล็ดขอรับแต่ข้าแนะนำว่าให้ซื้อไปอย่างละห่อก่อนจะดีกว่าเมล็ดของร้านข้าดีก็จริงแต่ไม่ได้รับประกันว่าที่ดินที่นี่มันจะปลูกขึ้นนะขอรับอย่างที่ท่านรู้ว่ามันปลูกยากแค่ไหน”หลงจู๊อธิบายพลางเอ่ยห้ามปราม
‘ร้านนี้จริงใจดีแฮะ ไม่สักแต่ขายไม่อยากให้ลูกค่าเสียเงินฟรี วันหลังต้องมาอุดหนุนบ่อยแล้วสิ’
“ข้าอยากได้อย่างละสิบห่อเ้าค่ะ”
“แม่นางแน่ใจหรือ?” หลงจู๊ถามขึ้นอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ
“เ้าค่ะ ข้าอยากเอาไปทดลองถ้าไม่ขึ้นก็ลองปลูกอีกไปเรื่อยๆ หมู่บ้านข้าอยู่ไกลนานๆ ทีข้าจะได้มาอำเภอ”
‘นานกะผีล่ะสิไม่ว่าพรุ่งนี้ก็มาอีก แต่ซื้อไว้เยอะๆทีเดียวสบายใจกว่า’ ไป๋ซู่ซินคิด
“90 ห่อ 180 อีแปะขอรับแม่นาง”
หลังจากจ่ายเงินเสร็จก็ออกจากร้านเมล็ดพันธุ์นางเห็นว่าเด็กๆไม่ซื้ออย่างอื่นเพิ่มเลยนอกจากถังหูลู่ นางเลยถามไปว่า “พวกเ้าจะซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่”
“ไม่แล้วเ้าค่ะ/ไม่แล้วขอรับ”เด็กๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียง
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นเรานั่งเกวียนกลับบ้านกันเถอะ อย่าเดินเลยข้าเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้ว”
หลังจากจ่ายค่าเกวียนคนละสองอีแปะเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ขึ้นเกวียนแล้วออกเดินทางกลับหมู่บ้าน