ซินกังและซินหยางเฟิ่งแบกตะกร้าคนละลูกเดินตรงไปยังูเาที่เห็นเหมือนไม่ไกลเท่าไรเบื้องหน้านอกจากคนนินทาแล้ว ระหว่างทางก็มีคนทักทายบ้างเรียกให้ถูกคือทักทายซินไฟแช็กมากกว่า ขณะทักก็เพียงชำเลืองมองซินหยางเฟิ่งเพราะเกรงว่าจะสบตานางจึงไม่กล้ามองนาง ซินหยางเฟิ่งรู้สึกว่ามันตลกดี
เมื่อถึงเชิงเขา ซินหยางเฟิ่งรู้สึกเหนื่อยแต่ก็ไม่ย่ำแย่เหมือนเมื่อวาน พละกำลังของร่างกายนี้กำลังค่อยๆ ปรับตัวมีเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผากจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อในขณะที่ซินกังร่างกายแข็งแรงกว่า เขาไม่เหนื่อยหอบเพียงแต่มีเหงื่อไหลทั่วหน้าเท่านั้น
“เ้าไหวหรือไม่” ซินกังถาม
ซินหยางเฟิ่งพยักหน้า “อือ พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว”
หลังจากยืนพักจนหายเหนื่อยแล้วทั้งสองก็เริ่มเดินขึ้นเขา ช่วยกันเก็บผักป่าที่คุ้นเคย เมื่อเจอเห็ดซินหยางเฟิ่งก็บอกชื่อเห็ดแต่ละชนิดที่นางรู้จักและอธิบายให้เขาฟังว่าเห็ดลักษณะใดมีพิษ กินไม่ได้ แบบใดสามารถกินได้และยังแนะนำเมนูอร่อยสำหรับเห็ดแต่ละชนิดด้วย ซินกังตั้งใจฟังนางพูดด้วยความสนใจจากนั้นก็เก็บเห็ดตามวิธีที่นางแนะนำ
ทั้งสองคนเก็บเห็ดกันเพลิน จนได้เกือบคนละครึ่งตะกร้าเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าพระอาทิตย์ขึ้นตรงศีรษะเสียแล้ว
“เ้าหิวหรือยัง” ซินหยางเฟิ่งถาม
“ไม่ เ้าหิวแล้วหรือ” ซินกังตอบแล้วถามกลับซึ่งถ้าว่ากันตามจริงเขาก็เริ่มหิวแล้ว แต่เขาคิดว่าเขาเป็ผู้ชายจะให้ยอมรับต่อหน้าผู้หญิงได้เช่นไรว่าเขาหิวแล้ว
“ใช่ ข้าหิวแล้ว ข้าจะทำอะไรกินสักหน่อยถ้าเ้าไม่หิวจะไม่กินก็ได้นะ” ซินหยางเฟิ่งพูดหน้าตาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเด็กหนุ่มเม้มปาก สีหน้าทะมึนปนน้อยใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่า หยอก หยอก ไปเถอะ หาอะไรกินกัน”ซินหยางไฟแช็กชวน แล้วเดินนำ หาพื้นที่เหมาะๆ นั่งลง
ซินกังเห็นซินหยางเฟิ่งหากิ่งไม้แห้งเล็กๆมากองรวมกันจึงขมวดคิ้วแล้วถาม “เ้าจะทำอะไรหรือ”
“ก่อไฟไงไม่เห็นหรือ”ซินหยางเฟิ่งมองหน้าซินกังเหมือนมองคนโง่
ซินกัง “ข้ารู้แล้วว่าเ้าจะก่อไฟอย่าบอกนะว่าเ้าจะทำอาหาร เ้าไม่ได้เอาอะไรมากินหรือ”
ซินหยางเฟิ่ง “อือ”
ซินกังถอนใจหยิบแผ่นแป้งเย็นชืดออกมาจากอกเสื้อแล้วแบ่งให้ซินหยางเฟิ่งหนึ่งแผ่นแต่นางยังไม่ยื่นมือมารับ เพียงแค่มองดูแผ่นแป้งที่ยื่นมาตรงหน้า
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะมามือเปล่าข้าก็คิดว่าเ้าจะหยิบอะไรติดมือมาบ้างคราวหน้าถ้าเ้าจะออกมาอีกก็ควรเตรียมอาหารติดตัวมาด้วยนะเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะออกมาข้างนอกนานแค่ไหน” ซินกังกล่าวและคิดว่านางเคยเป็คุณหนู คงไม่เคยเข้าป่าสินะ ถึงไม่รู้ว่าควรเตรียมอาหารกลางวันมาด้วย
เขาคิดเช่นนี้โดยลืมไปเลยว่านางเพิ่งมาเก็บผักป่าทีู่เาเมื่อวานนี้เอง
ซินหยางเฟิ่ง “อ๋อ”
พูด แต่ไม่รับแผ่นแป้ง
นางนำไข่ออกมาจากชิปมิติแล้วทำทีเป็หยิบไข่ออกมาจากตะกร้าห้าฟอง“ข้าเก็บมาได้น่ะ”
ซินกัง “โอ้ เ้าโชคดีจริง ไปเก็บมาได้ตอนไหนเนี่ย”
ซินหยางเฟิ่ง “ตอนที่เ้ากำลังเก็บเห็ดไง”
ซินหยางเฟิ่งนำหม้อสนามออกมาจากมิติแล้วทำทีเป็คุ้ยเอาออกมาจากก้นตะกร้า ซินกังมองตามด้วยสายตางงงวย
ซินหยางเฟิ่ง “ข้าเอามาจากจวนโหวน่ะมีของหลายอย่างที่ข้าเอามาจากจวนโหว ของพวกนี้ข้าเคยไปเที่ยวแล้วซื้อไว้ดังนั้นมันจึงเป็ของของข้า”
ซินกังมองหม้อสนามด้วยความสนใจ เขาหยิบขึ้นมาดู“เ้าจะทำอาหารที่นี่เลยหรือ”
ซินหยางเฟิ่ง “อือ”
ซินกัง “ถ้าเช่นนั้น ประเดี๋ยวข้าจุดไฟให้”
ซินหยางเฟิ่ง “ได้”
‘อาหารในชิปมิติตั้งเยอะตั้งแยะแต่เอาออกมากินไม่ได้คิดแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด นี่ถ้าข้ามาคนเดียวก็คงไม่ลำบากเื่อาหารการกินแล้ว อืมไม่ได้ละ ต้องคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงให้นำของจากชิปมิติออกมาใช้ได้แบบเนียนๆไม่อย่างนั้นข้าก็ปวดใจนะเนี่ย เพราะถึงจะมีของแต่ก็เอาออกมาใช้ไม่ได้แล้วจะมีมันไว้เพื่อประโยชน์อะไร’
ซินหยางเฟิ่งคิดในใจขณะที่มองไข่และแป้งย่างที่วางอยู่ในตะกร้าก็บอกแล้วว่านางทนความลำบากได้ แต่ก็ไม่ชอบความลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมือของนางมีของกินของใช้ที่ทำให้นางไม่ต้องทนทุกข์กับความหิวอยู่แล้วถ้าไม่มีอะไรในมือเลยจริงๆ การจะยอมทุกข์ยากเสียหน่อยก็ไม่ทำให้คิดอะไรแต่เพราะมีอย่างไรเล่าถึงได้อึดอัดจนต้องคิดหาวิธี
ในที่สุดนางก็ตัดสินใจว่าจะหาวิธีนำของในชิปมิติออกมาใช้โดยไม่ให้ตัวเองต้องเดือดร้อนหรือถูกมองว่าเป็ภูตผีปีศาจ
แต่ก! แต่ก! แต่ก!
เสียงกระแทกระหว่างหินเหล็กไฟกับเหล็กกล้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเรียกความคิดของซินหยางเฟิ่งให้กลับมาสู่สิ่งที่เห็นตรงหน้า
ประมาณหนึ่งเฟินกว่าๆควันไฟก็ลอยขึ้นแล้วเกิดเป็กองไฟในเวลาต่อมา
ซินหยางเฟิ่งรู้สึกประทับใจกับภูมิปัญญาคนโบราณนางไม่เคยเห็นการก่อไฟด้วยวิธีนี้มาก่อนเพราะยุคสมัยของนางการจุดไฟไม่ใช่เื่ยากเลยสักนิด
‘สงสัยข้าต้องเรียนรู้วิธีการจุดไฟแบบนี้บ้างแล้วเผื่อว่าต้องใช้ในอนาคต’ ซินหยางเฟิ่งคิดในใจ
“เ้าเคยเป็คุณหนูคงไม่เคยทำใช่หรือไม่” ซินกังเห็นนางมองด้วยความสนใจจึงถามเป็เชิงชวนคุยมากกว่าที่จะอยากรู้คำตอบแบบจริงๆ จังๆ
“อือ ข้าไม่เคยก่อไฟแบบนี้สิ่งที่เ้าใช้จุดไฟคืออะไรหรือ” ซินหยางเฟิ่งพยักหน้ายอมรับ
ซินกังไม่แปลกใจกับคำตอบของนางมากนักเพราะก่อนหน้านี้นางเป็คุณหนูในจวนโหว เพราะไม่ได้ใส่ใจคำตอบมากนักเขามองข้ามคำว่า ‘แบบนี้’ ของนางไป เขาตอบคำถามของนาง
การจุดไฟจะใช้หินเหล็กไฟกับเหล็กกล้ากล่าวพร้อมกับยื่นของสองสิ่งให้นาง หญิงสาวรับมาพิจารณาดูใกล้ๆ แล้วกระแทกพวกมันดูก็เห็นประกายไฟตอนที่พวกมันกระแทกกัน
“เ้าต้องมีเชื้อให้สะเก็ดไฟติดด้วยลำพังแค่เกิดประกายไฟแบบนั้นจุดไม่ติดหรอก” ซินกังกล่าวเสริม
ซินหยางเฟิ่งนึกภาพก่อนหน้าตอนที่ซินกังจุดไฟแล้วพยักหน้าหงึกหงัก
“อ้อ เข้าใจแล้ว”
“แต่ถ้าอากาศชื้นก็จะจุดยากกว่านี้หน่อย” ซินกังกล่าวต่อ
“อ๋อ...ถ้าอย่างนั้น”ซินหยางเฟิ่งหยุดคิดเล็กน้อยจากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อแล้วส่งไฟแช็กให้ซินกังอันหนึ่งเด็กหนุ่มมองของที่หญิงสาวยื่นมาตรงหน้าด้วยความสงสัยโดยที่ยังไม่ยื่นมือไปรับ
“นี่เรียกว่า ไฟแช็กถือว่าเป็ของขวัญก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าว พร้อมกับแสดงวิธีจุดไฟให้ดู
แช็ก!
ฟู่
ซินกังตื่นเต้นมากเมื่อเห็นซินหยางเฟิ่งกดเฟืองล้อจุดประกายไฟที่อยู่้าตัวไฟแช็กเพียงครั้งเดียวไฟก็ปรากฏขึ้นและไฟยังคงติดอยู่โดยไม่ดับ บนสิ่งที่ซินหยางเฟิ่งเรียกว่าไฟแช็ก
ซินหยางเฟิ่งปล่อยมือจากกระเดื่องที่อยู่ข้างๆเฟืองล้อจุดประกายไฟ ทันใดนั้นไฟก็ดับทันที
“หินเหล็กไฟอันนี้ดีจริงๆไม่ต้องตีกับเหล็กเลย” ซินกังกล่าว ขณะที่สายตายังมองไฟแช็กในมือของซินหยางเฟิ่ง
“สิ่งนี้เรียกว่าไฟแช็กต่างหากเล่าไม่ใช่หินเหล็กไฟ มันมีไว้สำหรับใช้จุดไฟ”ซินหยางเฟิ่งปากกระตุก แล้วส่งไฟแช็กให้ซินกัง
เด็กหนุ่มลังเลยังไม่ยื่นมือไปรับแม้ว่ามันจะน่าสนใจมากก็ตาม แต่เขารู้สึกว่าสิ่งนี้ดีมาก มันคงจะมีค่ามากนางควรจะเก็บไว้ใช้เอง
“เ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะของดีแบบนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน มันต้องมีค่ามากแน่ๆ”
ซินหยางเฟิ่งยัดไฟแช็กใส่มือเขาแล้วกล่าว“ข้ายังมีอีก อันนี้เ้าเอาไปเถอะ
เด็กหนุ่มทำหน้าไม่เชื่อซินหยางเฟิ่งจึงล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้งเมื่อดึงมือออกมาก็มีไฟแช็กอีกอันหนึ่ง ซินกังจึงเชื่อ และรับไว้
“เ้าลองใช้ดูสิ”ซินหยางเฟิ่งกล่าว
ซินกังพยักหน้า แล้วลองจุดไฟปรากฏว่าไม่ติด มีเพียงประกายไฟเท่านั้น
“เ้าต้องกดกระเดื่องค้างไว้ด้วยเมื่อเ้า้าหยุดไฟก็เพียงแค่ปล่อยกระเดื่องตรงนี้”ซินหยางเฟิ่งอธิบายแล้วชี้กระเดื่องให้ดู
ซินกังลองอีกครั้งแล้วมันก็เป็ไปตามที่ซินหยางเฟิ่งพูด เด็กหนุ่มตื่นเต้นและดีใจมากจนยิ้มกว้าง
“เ้าสิ่งนี้ดีจริงๆมันใช้ง่ายและสะดวกมากเลย แล้วมันจะใช้ได้ตลอดไปหรือไม่” ซินกังชื่นชมไฟแช็กในมือเมื่อนึกได้ถึงอายุการใช้งานจึงถาม
“ไม่หรอก เมื่อน้ำในนี้หมดไปไฟแช็กก็จะจุดไม่ติด”ซินหยางเฟิ่งกล่าวพร้อมกับชี้ให้เห็นของเหลวที่อยู่ภายในแท่งไฟแช็กซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอก
“ถ้าน้ำหมดเราเอาน้ำมาเติมไม่ได้หรือ”ซินกังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ยกไฟแช็กขึ้นมาดูน้ำที่อยู่ภายในซึ่งตอนนี้มันมีเกือบเต็มแท่ง
“ไม่ได้น้ำนี้ไม่ใช่น้ำธรรมดา พ่อค้าต่างแคว้นคนนั้นบอกว่าน้ำนี้คือเชื้อเพลิงเหลวไฟแช็กอันหนึ่งสามารถจุดไฟอย่างต่อเนื่องได้นานเกือบครึ่งชั่วยาม ิดังนั้นถ้าเ้าใช้ในเวลาสั้นๆ ในการจุดแต่ละครั้งก็จะใช้ได้นาน ข้าเห็นว่ามันเป็ของหายาก แต่เป็ของที่ใช้แล้วหมดไปข้าก็เลยซื้อมาสามสี่อันตามกำลังเงินที่ข้ามีในตอนนั้น” ซินหยางเฟิ่งกล่าว
จริงๆแล้ว ภายในชิปมิติมีไฟแช็กอยู่หนึ่งกล่องซึ่งในหนึ่งกล่องมีไฟแช็กทั้งหมดห้าสิบอัน และแน่นอนว่านางจะไม่บอกจำนวนที่แท้จริงหญิงสาวคิดว่าเมื่อกลับไปจะเอาไฟแช็กให้นางซินฟางสักอันหนึ่งแม้ว่าพวกนางจะชินกับการจุดไฟแบบเก่าแล้ว แต่ในกรณีที่อากาศหนาวหรืออากาศชื้นไฟแช็กก็ช่วยให้นางจุดไฟได้ง่ายขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบใจเ้าข้าจะใช้อย่างดีเลย” ซินกังรู้ว่าสิ่งนี้มีเวลาจำกัดในการใช้เขาจึงตั้งใจว่าจะใช้ในยามจำเป็เท่านั้น
“อือ”ซินหยางเฟิ่งตอบรับคำขอบคุณของซินกัง
“อ้อสิ่งนี้ข้าได้มาจากพ่อค้าต่างแคว้นชาวโพ้นทะเลตาสีฟ้า ไม่มีในแคว้นเราดังนั้นเ้าอย่าได้ใช้อย่างประเจิดประเจ้อล่ะอาจมีคนอื่นอิจฉาและอยากได้แล้วมา่ชิงเอาไป” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเตือน
“อือ ข้าเข้าใจแล้วข้าจะระวัง” ซินกังพยักหน้า เขาไม่สงสัยเลยว่าซินหยางเฟิ่งมีไฟแช็กได้อย่างไรเขาคิดไปเองว่านางเคยเป็คุณหนูจวนโหวที่ร่ำรวย ของแบบนี้นางจึงซื้อหาได้และสิ่งนี้สำหรับคนยากจนอย่างเขามันคือของหายาก เพราะมันมาจากโพ้นทะเลภายในแคว้นนี้แม้จะมีคนซื้อมาใช้ก็คงมีไม่มากเขาจึงตั้งใจว่าจะใช้แค่กับต่อหน้าคนในครอบครัวเท่านั้นเขาจะไม่ให้คนภายนอกได้รู้ถึงการมีอยู่ของมันเลย
เด็กหนุ่มหารู้ไม่ว่าแม้จะเป็คนจากโพ้นทะเลจริง ก็ยังไม่มีไฟแช็กขาย