ด้านไอริสและไอร์แลนด์ในตอนนี้สร้างความปั่นป่วนให้กับทีมล่าอย่างสาหัส หน่วยรบฝีมือดีของโต๊ะกลมถึงสิบคนที่ตั้งใจจะมาล่าพวกเธอ กลับถูกโต้กลับจนต้องสูญเสียไปถึงสามนายโดยยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเด็กสาวที่พวกเขามาตามล่า
“หัวหน้าครับ ทางทีมของโอลก้าติดต่อมาว่าพวกเขาถูกโจมตี เอียนกับเฟรดเสร็จไปแล้วครับ เราต้องไปช่วยพวกเขามั้ยครับ”
“ตรงนั้นเอาไว้ก่อนไอ้พวกเด็กเนิร์ดโดนซะบ้างก็ดี ถ้าทางนั้นโดนโจมตี แสดงว่าตรงนี้น่าจะมีกันแค่สองคน” หัวหน้าทีมหรือที่โอลก้าเรียกเขาว่าเฟดเดอริค เริ่มครุ่นคิดแผนอย่างรวดเร็วเพื่อตอบโต้กลับ
“พวกที่จับคู่กันแล้วให้ระวังตัวเป็สองเท่า ศัตรูคนหนึ่งน่าจะอยู่รอบตัวเราในขณะที่อีกคนหนึ่งคอยยิงรบกวนจากระยะห่าง ให้ใช้อาวุธได้เต็มที่ตรงไหนสงสัยให้ใช้อาวุธยิงเคลียร์เข้าไปก่อนเพื่อความปลอดภัย อย่าเสี่ยงไม่ว่ากรณีใดก็ตามเข้าใจมั้ย?”
“เข้าใจครับ” เสียงลูกน้องทุกคนตอบมาทางวิทยุ
ด้านไมเคิลพลแม่นปืนอีกคนที่คู่หูหายไป เขาพยายามเล็งปืนเพื่อตรวจการณ์ในจุดที่คิดว่าสตีวาร์ทซุ่มอยู่ พลันเขาก็พบเข้ากับสิ่งผิดสังเกต พุ่มไม้ด้านหลังจุดที่สตีวาร์ทซ่อนตัวมีบางสิ่งที่แปลกตาออกไป มันดูคล้ายตาข่ายพรางที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ เขาสามารถแยกมันออกจากธรรมชาติทันทีด้วยการสังเกตผ่านกล้องเล็งหกเท่าของเขา ไมเคิลจึงปาดนิ้วไปที่ไกปืน ก่อนยิงแบบกึ่งอัตโนมัติใส่ตาข่ายพรางนั้นไปห้านัดซ้อนๆ
เศษชิ้นส่วนของผ้าและเืที่กระเซ็นขึ้นมาทำให้ไมเคิลมั่นใจว่าเขายิงถูกข้าศึกอย่างแน่นอน เพราะก่อนออกมาร่วมปฏิบัติการนี้เขามั่นใจว่าสตีวาร์ทไม่ได้นำตาข่ายพรางมา และยิ่งการประดับตาข่ายด้วยต้นไม้ใบหญ้าแบบนี้ยิ่งน่าจะไม่มีเวลาทำ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงคิดว่าเขายิงถูกศัตรูแล้วคนหนึ่ง
“ยิงถูกเป้า” ไมเคิลรีบรายงาน
“แน่ใจนะ” เฟเดอริครีบถามเข้ามาในสายการสื่อสารทันที
“ผมเจอตาข่ายพรางสำหรับซ่อนพรางอยู่แถวที่สตีวาร์ทซุ่มอยู่ ผมมั่นใจว่าสตีวาร์ทไม่ได้เอามันมาผมจึงลองยิงใส่ดูและมันก็มีเืไหลออกมา” ไมเคิลรายงานต่อ
“ไปเช็กซิ...ระวังด้วย” เฟดเดอริคสั่ง
ไมเคิลค่อยคืบเข้าไปยังจุดนั้นอย่างช้าๆและแ่เบา เขาปล่อยปืน DMR ของเขาให้ห้อยอยู่กับสายสะพาย เปลี่ยนมาใช้ปืนพกแทน เมื่อเข้าไปถึงเขาจ่อปืนลงไปที่ตาข่ายพรางนั้นก่อนใช้อีกมือกระชากเปิดมันออก แต่ภายใต้ตาข่ายพรางนั้นกลับไม่ใช่ร่างของศัตรู แต่มันกลับคือร่างของสตีวาร์ท ร่างนั้นถูกแทงที่สีข้างด้วยมีด แถมยังถูกเขาเองยิงซ้ำไปถึงห้านัดอีกด้วย
“บ้าชิบ..สตีวาร์ท”
ไมเคิลสบถออกมาอย่างหัวเสียเพราะถูกหลอกเสียเต็มเปา แต่นั่นยังไม่นับเป็ความผิดพลาดที่สุดของเขา ความผิดพลาดที่สุดของเขาคือเข้ามาเช็กศพโดยไม่มีเพื่อนมาด้วย ไอร์แลนด์ที่นอนคว่ำราบใต้พื้นหญ้าใกล้ๆ เธอเล็งปืนพก Ruger 57 ของเธอที่ติดอุปกรณ์เก็บเสียงไปทางไมเคิล และตอนนี้หัวของเขาถูกทาบด้วยจุดสีแดงกลางศูนย์ reflex sightพอดี
“รายงานไมเคิล” เฟดเดอริครีบถามทันทีที่ได้ยินลูกน้องสบถ
“สตีวาร์ทครับ มันฆ่าเขาแล้วเอาตาข่ายพรางมาคลุม เพื่อหลอกให้ผมยิ.....”
ยังไม่ทันรายงานจบ ะุของไอร์แลนด์ก็เจาะเข้าที่หัวของไมเคิล กะโหลกที่แตกเพราะอำนาจการทะลวงของะุ 5.7x28 มม.นำพาให้เศษสมองและเืจำนวนมากออกมาสาดกระจายอยู่บนพื้น ส่วนตัวเธอค่อยคืบคลานหนีไปั้แ่เหนี่ยวไก โดยไม่รอดูผลการยิงของตัวเองแต่อย่างใด
“แม็กซ์ถูกยิง!!”
เสียงรายงานจากอีกด้านหนึ่งก็พลันดังมาในสาย ด้วยชายคนที่ชื่อแม๊กซ์คนนี้เป็คู่กับทหารอีกคนเพื่อไปตามแกะรอยไอริส เขาย่องตามไปจนถึงจุดที่ไอริสซ่อนตัวอยู่แต่ก็พลาด เพราะจุดนั้นเป็จุดที่ไอริสจงใจซ่อนตัวให้สังเกตง่าย ทันทีที่เธอเปลี่ยนจุดซุ่ม ไอริสจะไปอยู่ในอีกจุดหนึ่งที่สามารถมองเห็นจุดซุ่มจุดแรกของตัวเอง ทำให้ศัตรูที่ตามแกะรอยเธอมาถึงจุดซุ่มเดิมของเธอ กลายเป็เหยื่อที่เดินมาเข้าทางปืนเสียเอง
สถานการณ์ทั้งหมดถูกฟังจากวิทยุสื่อสารบนรถของโอลก้า ยามนี้เขานั่งอยู่หน้าแล็บท็อปและมีเชอรี่ยืนเอาปืนจ่ออยู่ด้านหลัง
“เอาล่ะโอลก้าฉัน้าให้นายนำชั้นเข้าเซิร์ฟเวอร์ของนาย ขอแบบทีละขั้นช้าๆจนคนใช้คอมไม่เป็ยังทำได้เอ้า..เริ่ม!!” เชอรี่บอก
“บ้าน่า!!..ไม่มีทางหรอก ชั้นไม่ยอมให้เธอปล้นทุกอย่างที่ชั้นสะสมมาทั้งชีวิตหรอกนะ อีกอย่างเธอไม่ได้ใช้ความสามารถด้วยซ้ำเธอแค่ใช้ปืนจ่อบังคับชั้น แน่จริงใช้ความสามารถเจาะเข้าไปเองซี่” โอลก้าโวยวาย
“ก็ได้นะงั้นชั้นจะยิงนายทิ้งแล้วแฮกเอาเอง” เชอรี่พูดพร้อมเอาปืนจ่อเข้าที่หัวโอลก้า
“ไม่ๆๆๆๆ...เอางี้มั้ยเราเอ่อ..ร่วมมือกันได้นะ องค์กรของชั้นมีเงิน..เงินเยอะด้วย เธอ้าอะไรชั้นรับปากจะบอกพวกเขาให้ เธอแค่บอกความลับองค์กรเธอมาแล้วพวกเขาจะให้เธอทุกอย่าง” โอลก้ายื่นข้อเสนอ
“ไม่..ข้อเสนอของชั้นคือนายช่วยชั้นเข้าเซิร์ฟเวอร์นาย หรือชั้นทรมานนายจนกว่านายจะบอกแล้วค่อยฆ่านาย มีให้เลือกแค่สองข้อ ไม่มีข้อเสนออื่นนอกจากนี้”
“แต่ฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่านะ..”
“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายยังไม่เริ่มลงมือ ฉันจะเริ่มยิงหัวเข่านายก่อน” เชอรี่จิ้มปืนในมือเธอลงที่หัวเข่าของโอลก้า
“โอเคๆ!!..อย่าทำนะฉันตกลง”
โอลก้ารีบล็อกอินเข้าเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง โดยแสดงวิธีการผ่านเข้าระบบรักษาความปลอดภัยทีละชั้นอย่างช้าๆ
“เปิดเทอร์มินอลตรงนี้ขึ้นมาหน่อย ฉันขอดูโค้ดตรงนี้หน่อย” เชอรี่ชี้นิ้วไปที่ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้โอลก้าแตกโค้ดให้เธอดู
“นี่เธอจะปล้นทุกอย่างของฉันเลยเหรอ” โอลก้าบ่นแต่กลับเจอเชอรี่เอาปืนจิ้มกดที่หลังหัว
“โอเค..โอเค...แป๊บนึง!!” โอลก้าโวยวายด้วยความกลัว
“กรุณาทำตามที่สั่งแล้วไม่ต้องตั้งคำถามได้มั้ย” เชอรี่พูด
“ไม่คิดว่าเสียศักดิ์ศรีบ้างเหรอ เธอเป็แฮกเกอร์แต่มาขโมยผลงานของฉันเนี่ย” โอลก้าทำไปบ่นไป
“งานที่ฉันทำฉันรู้ว่ามันเป็งานที่ไม่มีศักดิ์ศรีหรือน่าภูมิใจ แต่อย่างน้อยฉันก็ยอมรับมันได้ แต่กับคนที่นายทำงานให้ พวกนั้นสนับสนุนการก่อการร้าย ฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อเสริมความร่ำรวยให้ตัวเอง ดูเหมือนว่าระหว่างเรามีนายคนเดียวนั่นแหละที่ไม่มีศักดิ์ศรีเลยแต่ดันคิดว่าตัวเองมี” เชอรี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เนื้อหานั้นเสียดแทงใจยิ่งนัก
“ฉันเป็แฮกเกอร์มืออาชีพ ฉันก็แค่ทำงานของฉัน ลูกค้าจะเอาผลงานไปทำอะไรก็เื่ของเขา พูดยังกับว่าเธอไม่เคยทำ” โอลก้ายังคงเถียง
“แต่ตอนนี้ฉันไม่ใช่แฮกเกอร์แล้วฉันเป็มือสังหาร นายอยากเห็นความเป็มืออาชีพของฉันมั้ยล่ะ” เชอรี่พูดสำทับ
“ไม่ล่ะ!! แค่ 4 ศพรอบรถนี่ก็เกินพอแล้วฉันไม่อยากรวมตัวเองไปด้วยหรอก” โอลก้าสงบคำทำงานต่อไป
“โอเคเรียบร้อยนี่เซิร์ฟฉันอยากค้นอะไรค้นเลย” โอลก้าปล่อยมือขึ้นจากคีย์บอร์ดของแล็บท็อปให้เชอรี่ได้ดูข้อมูลภายในของเขา
“เอามือถือนายมาด้วย นายทำระบบป้องกันหลายขั้นตอนไว้แน่ใช่มะ”
เชอรี่แบมือเพื่อขอมือถือของโอลก้าเผื่อเอาไว้ เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้ระบบป้องกันหลายขั้นตอนที่ต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านระบบอื่นที่ไม่ใช่แค่พาสเวิร์ดอย่างเดียว และเธอยังสังเกตเห็นว่าเขาใช้แล็บท็อปที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดเครื่อง ดังนั้นสาวน้อยเชื่อว่าเขาต้องมีระบบป้องกันทางกายภาพอื่นอีกหลายชั้นแน่นอน
“โอเคอยากได้อะไรเอาไปเลย” โอลก้าล้วงมือถือยื่นให้อีกฝ่ายไป
“หมดแล้วนะ ฉันไปได้ยัง” โอลก้าชูมือสองข้างขึ้นทำท่ายอมแพ้พร้อมลุกขึ้นยืน เขามองหน้าเชอรี่เป็เชิงตั้งคำถาม
แต่พอเชอรี่จ้องหน้าเขากลับ ฉับพลันนั้นเธอก็ยกปืนขึ้นยิงเข้าที่แสกหน้าของโอลก้าในทันทีโดยเขาไม่ทันตั้งตัว ร่างนั้นล้มตึงลงกับพื้น จากนั้นเชอรี่ก็เก็บทั้งแล็บท็อปและโทรศัพท์มือถือของโอลก้าใส่เข้าไปในเป้ของเธอ แต่ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังมาจากวิทยุบนรถของโอลก้า
“เชอรี่นี่ไอร์แลนด์นะพวกมันกำลังถอยกลับไปทางนั้น!!”
หลังจากถูกโจมตีจนตอนนี้ ทั้งทีมของเฟดเดอริคหายไปถึงครึ่งทีม เขาจึงต้องรีบหาวิธีตอบโต้ให้เร็วที่สุดก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้
“ทุกคนถอยกลับมารวมตัวกัน ทีมติดตามสไนเปอร์ให้เลิกตามแล้วกลับมาในทันที”
เฟดเดอริคเรียกลูกน้องที่ตามไอริสให้กลับมารวมพลกัน เขามั่นใจว่ายามนี้แม้มีไอร์แลนด์สังเกตการณ์พวกเขาอยู่ แต่ไอร์แลนด์มีเพียงแค่คนเดียวไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้แน่นอน ถ้าเธอตัดสินใจจู่โจมมันก็จะกลายเป็การเปิดเผยจุดซุ่มของตัวเอง ในหัวของเฟดเดอริคจึงมีแผนใหม่ที่จะเปลี่ยนจากรับเป็รุก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาทีมเขาเป็ฝ่ายที่เสียเปรียบมาโดยตลอด เนื่องจากประมาทคู่ต่อสู้จนโดนล่อเข้าสู่จุดสังหารหลายครั้ง เขาเลยจะเปลี่ยนแผนโดยสร้างจุดสังหารของตัวเองขึ้นมาบ้าง และล่อพวกเด็กสาวเ่าั้มาติดกับดักแทน เขาซุ่มรอจนลูกน้องทั้งสี่คนที่เหลือมารวมตัวกันและอยู่ในระยะที่พอพูดคุยกันได้
“งดการสื่อสารผ่านระบบพวกมันมีวิทยุของเรา” เฟดเดอริครีบสั่ง
“เอาไงต่อครับหัวหน้า”
“ถอย..เดี๋ยวนี้เลยรีบกลับไปที่รถให้ไวที่สุด” เฟดเดอริคสั่ง
“ทำไมล่ะครับ” ลูกน้องคนนึงถาม
“เราจะไปเล่นนังเด็กที่ไปจู่โจมโอลก้า หลอกพวกมันที่เหลือให้ตามเรามาช่วยเพื่อนมัน แล้วเราจะแบ่งกำลังไว้ซุ่มโจมตีกลางทางไปได้”
ฉับพลันที่สิ้นคำสั่ง ทั้งเฟดเดอริคและลูกน้องเขาก็ถอนกำลังออกจากพื้นที่กลับไปตามทางเดิมในทันที แท้จริงแล้วเดิมตัวเขาเองก็ได้รับคำสั่งมาให้จับแฮกเกอร์กลับไป ดังนั้นงานนี้ถ้าเขาแค่ได้ตัวเชอรี่มาก็ถือว่างานสำเร็จแล้ว แต่ถ้าไอร์แลนด์กับไอริสตามมาก็ได้ล้างแค้นอีกต่อนึง
ไอร์แลนด์สังเกตเห็นว่า จู่ๆพวกศัตรูก็เปลี่ยนแผนเป็ถอยกลับไปอย่างกะทันหัน ความแปลกใจเปลี่ยนเป็ความกังวล เมื่อแวบหนึ่งในสมองก็คิดได้ว่าพวกนั้นอาจจะกลับไปจัดการกับเชอรี่
“แย่แล้วพวกนั้นจะกลับไปหาเชอรี่” ไอร์แลนด์รำพึง
ตอนนี้ไอร์แลนด์กับไอริสแยกกันอยู่และไม่ได้ติดต่อกันทางวิทยุ และทั้งสองยังอยู่ไกลจากรถที่ควบคุมการติดต่อ เธอไม่แน่ใจว่าเชอรี่ยึดรถสื่อสารคันนั้นได้หรือยัง แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องเตือนเพื่อน
“เชอรี่นี่ไอร์แลนด์นะพวกมันกำลังถอยไปทางนั้น!!” ไอร์แลนด์ะโไปทางวิทยุที่มีเอามาจากศพของศัตรู โดยเธอหวังว่าเชอรี่จะยึดรถคันนั้นได้แล้วและได้ยินการสื่อสารนี้
“รับทราบ ไม่ต้องห่วงทางนี้จัดการได้ พวกเธอต่างหากที่ระวังตัวด้วย”
เสียงเชอรี่ตอบมาตามวิทยุและความหมายนั้นมันเหมือนกับการบอกใบ้อะไรบางอย่างกับไอร์แลนด์ด้วย
“พวกเธอชื่อเชอรี่กับไอร์แลนด์งั้นเหรอ”
เสียงใครอีกคนดังมาทางเครือข่ายการสื่อสาร แน่นอนมันคือเสียงของเฟดเดอริค เพราะตอนนี้ทั้งเชอรี่และไอร์แลนด์นั้นสื่อสารกันด้วยวิทยุที่ยึดจากฝ่ายตรงข้ามมา มันจึงทำให้อีกฝ่ายสื่อสารกับพวกเธอในเครือข่ายเดียวกันได้ด้วย
“แล้วคุณล่ะจะแนะนำตัวมั้ย” ไอร์แลนด์ถามกลับ
“ไม่ดีกว่า”
“งั้นก็เสียดายที่หินป้ายหลุมศพจะว่างเปล่า” ไอร์แลนด์พูด
“หินหลุมศพก้อนต่อไปมันไม่ใช่ของฉันแน่ แต่มันจะเป็ของพวกเธอคนใดคนหนึ่งต่างหาก” เฟดเดอริคตอบสวน
“คุณจะฆ่าคนที่มองคุณออกอย่างทะลุปรุโปร่งได้ยังไง ฉันเดาว่าคุณจะกลับไปจัดการกับเพื่อนฉันโดยหลอกให้ฉันรีบตามไป แล้ววางแผนตลบหลัง อย่างเช่นการวางคนซุ่มจู่โจมฉันกลางทางใช่มั้ยล่ะ” ไอร์แลนด์เดา
“ฉันยอมรับว่าเธอฉลาดนิดหน่อย แต่แค่มองออกอย่ามาเกทับฉันดีกว่า เพราะถ้าเธอตามมาช้าฉันจะฆ่าเพื่อนเธอก่อน แต่ถ้าเธอตามมาเร็วเธอก็อาจจะติดกับดักของฉัน แล้วเธอจะทำยังไงล่ะแม่คนฉลาด” เขารีบเย้ยกลับ
“ฉันไม่ต้องทำอะไร..เพราะคุณติดกับดักของพวกฉันั้แ่คิดจะถอยแล้ว พวกคุณจะตายก่อนไปถึงรถแน่นอน และฉันจะเดินทอดน่องตามไปช้าๆอย่างสบายใจ”
ไอร์แลนด์ตอบ เธอแสร้งแสดงน้ำเสียงแบบกลั้วหัวเราะขณะพูดไปด้วย จนมันทำให้เฟดเดอริครู้สึกราวกับว่าเขาถูกเยาะเย้ย เขายอมรับว่าเขาไม่เคยเจอศัตรูแบบเด็กสาวกลุ่มนี้มาก่อน พวกเธอไม่ได้เก่งกาจ น่ากลัว หรือโเี้เหมือนศัตรูที่เขาเคยเจอในสนามรบ แต่พวกเธอจะนำหน้าพวกเขาอยู่หนึ่งก้าวเสมอ ซ่อนตัวในจุดที่พวกเขามองไม่เห็น หรือลืมที่จะมอง และเล่นงานพวกเขาจากจุดนั้น ประหนึ่งว่าเด็กสาวเหล่านี้สามารถอ่านใจพวกเขาได้
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดว่าเหล่าเด็กสาวจะเล่นงานพวกเขายังไง ฉับพลันลูกน้องของเขาที่วิ่งอยู่ด้านหน้าคนหนึ่งก็พลันเซถลาล้มลง เขาสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง วินาทีนั้นประสบการณ์ในสนามรบที่สั่งสมมานาน ก่อเป็ปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลัน เฟดเดอริคพุ่งล้มตัวหลบอย่างรวดเร็ว
“หมอบ..!!”
เขาะโออกมาด้วยในขณะพุ่งตัว แต่นั่นช้าเกินไปสำหรับลูกน้องคนอื่นๆ เสียงะเิดังสนั่นจากสองข้างทางดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน ะเิเคลย์มอร์ที่ติดตั้งลวดสะดุดเอาไว้ ะเิสาดลูกเหล็กกระจายใส่ลูกน้องเขาทั้งสี่คนเสียชีวิตทั้งหมดในทันที ร่างเขาเ่าั้ถูกฉีกจากลูกเหล็กพันนัดแม้แต่ตัวเฟดเดอริคเองถึงจะหลบทันก็ยังถูกลูกหลงาเ็
สิ้นเสียงะเิและฝุ่นควันจางลง เฟดเดอริคลุกขึ้นมามองทุกอย่างรอบตัว เขาปะติดปะต่อภาพในหัวอย่างไม่เข้าใจว่าเขาพลาดตรงไหน จนเกิดเอะใจได้ว่า หรือเด็กสาวที่ชื่อเชอรี่ผู้ปฏิบัติการบุกเดี่ยวยึดรถสื่อสาร จะเป็คนวางกับดักเอาไว้เพื่อกันไม่ให้พวกเขาแบ่งกำลังกลับมาช่วยที่รถ
“ในที่สุดก็เข้าใจแล้วสินะ” เสียงไอร์แลนด์ดังมาทางวิทยุสื่อสาร ทำลายความเงียบ
“พวกแกเป็อะไรกันแน่”
เฟดเดอริคคำรามในลำคออย่างสุดจะสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ ตลอดระยะเวลาของการเป็ทหารหน่วยรบพิเศษจนกระทั่งมาเป็ทหารรับจ้าง ไม่เคยมีงานใดที่เขาทำไม่สำเร็จ ไม่มีสนามรบใดหยุดเขาได้ แต่เื่นี้ ณ เวลานี้ เขากลับอยู่ในสภาพของเบี้ยล่างมาตลอด จนร่างกายนั้นสะบักสะบอมที่สุดในชีวิต ถึงขนาดนั้นก็ยังไม่มีโอกาสเห็นแม้แต่ใบหน้าของศัตรูตัวเอง สร้างรอยแผลเท่าแมวข่วนให้พวกเธอก็ยังไม่ได้ ในใจนั้นรู้สึกราวกับพระเ้ากำลังกลั่นแกล้งเขาก็ไม่ปาน
“แกอยู่ไหนวะ แน่จริงโผล่มาซี่อย่าหดหัวแบบคนขี้ขลาด มาดวลกันให้รู้แล้วรู้รอดไปสิวะ ฉันสาบานฉันจะกระชากลูกกระเดือกแกออกมาจากคอให้ได้”
เขาลุกขึ้นะโกู่ร้องพลางโยนปืนทิ้งไป ในยามนี้กระชับมือมั่นด้วยมีดคอมแบทไนฟ์ แสดงอาการท้าทายราวกับว่า เขาจะขอดวลกันแบบตัวต่อตัวกับศัตรูคนนี้ก่อนตายให้ได้
สายตาที่ทอดยาวไปในทางเดินของป่าพบเข้ากับไอร์แลนด์ที่เดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ จากระยะไกล เขาไม่รอช้ารีบพุ่งตัวพร้อมมีดนั้นเข้าไปหมายจะจู่โจมเธอ แต่ทว่าร่างกายนั้นกลับชะงักงันเพราะถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้าปะทะที่กลางหน้าอก เฟดเดอริคก้มมองเห็นเืสีแดงฉานค่อยๆซึมออกมาจากรูที่ตรงเพลทกันะุของเขา ความรู้สึกชาและสิ้นเรี่ยวแรงเข้าเกาะกุมทั่วร่าง ก่อนที่เขาจะล้มคว่ำหน้าลงที่ตรงนั้นโดยที่ยังเห็นหน้าของไอร์แลนด์ไม่ชัดเต็มตาเสียด้วยซ้ำ
ไอร์แลนด์ชูมือให้ไอริสผู้ยิงะุะุนัดนั้นมาจากแนวป่าด้านหลังของเธอ มันมาจากจุดที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดไหน พวกเธออาศัยเพียงความเชื่อใจของกันและกันเท่านั้น สองสิ่งที่ริชาร์ดมุ่งเน้นเคี่ยวกรำสอนพวกเธอคือต้องสู้แบบชาญฉลาด ไม่จำเป็ต้องแข็งแรงกว่าหรือรวดเร็วกว่าศัตรู แค่พวกเธอต้องฉลาดกว่าพวกเขา และอย่างที่สอง จงหาพวกพ้องที่เชื่อมั่นในตัวของกันและกันขนาดที่สามารถฝากชีวิตไว้กับพวกเขาได้ ถ้ามีสองสิ่งนี้พวกเธอจะสามารถเอาชนะทุกข้อจำกัดได้อย่างง่ายดาย