หลี่หวังฟางรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ยืนอยู่ในสวนที่แสนคุ้นเคย สวนที่เขาเคยเข้ามาหลงอยู่เมื่อไม่กี่วันก่อน แปลก..จำได้ว่าตอนนั้นถูกจินไห่ช่วยไว้นิ แล้วทำไมตนถึงมาอยู่ที่นี้ได้ หลี่หวังฟางนึกสงสัยเพราะไม่สามารถหาคำตอบได้ เด็กชายหันไปมองกายและหยุดสายตาตรงศาลาอันเก่าที่ที่เขาเคยไปนั้งพัก ซึ่งตอนนี้ศาลานั้นได้ถูกบุรุษคนหนึ่งจับจองอยู่ หลี่หวังฟางเดินเข้าไปใกล้อยากรู้ว่าเป็ผู้ใด พบว่าเป็บุรุษหน้าตางดงามมีสีผมสีดำแต่ตาสีทองใส่ชุดสีเขียวอ่อน ดูสง่างามอย่างกับเทพเซียน ชายงามปริศนาเหม่อมองออกไปไกลแสนไกลโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีเด็กชายเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ
"คุณชาย ท่านเป็ใครกัน? " หลี่หวังฟางถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา นี้เขาไม่ได้ยินหรือ?
"ท่าน-"
"ท่านเทพเซียน!" หลี่หวังฟางกำลังจะถามชายงามปริศนาอีกครั้งด้วยเพิ่มเสียงให้ดังกว่าเดิม ถูกขัดขึ้นจากบุคคลที่มาใหม่คนคนนั้นวิ่งมาแต่ไกลและหยุดอยู่ตรงหน้าของชายงามโดยไม่ได้หันมามองคนตัวเล็กเลยสักนิด
"ท่านเทพ! แย่แล้วขอรับ พวกมัน! พวกมันบุกมาแล้วขอรับ!!" บุคคลที่มาใหม่พูดอย่างร้อนรน เร็ว และเสียงดังจนน่ารำคาญแต่ชายงามที่ถูกเรียกว่าท่านเทพก็ยังไม่ขยับตัวไปไหนนอกจากหันหน้ามามองผู้มาใหม่แล้วส่งยิ้มบาง
"เ้าใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูดได้หรือไม่"
"โถ่ ท่านเทพตอนนี้ไม่ใช่เวลามาใจเย็นนะขอรับ" บุคคลที่มาใหม่พูดด้วยความหนักใจ
"อือ ข้าเข้าใจแล้ว" ถึงชายงามจะตอบไปแบบนั้นแต่ก็ยังไม่คิดที่จะขยับตัว ทำให้บุคคลที่มาใหม่แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
"เอ่อ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? " หลี่หวังฟางที่ยืนฟังอยู่นานจึงพยายามถาม แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาเหมือนเดิม ราวกับว่าเขานั้นไม่มีตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้ หรือเขาตายอีกแล้ว? ไม่น่าใช่...
"นำทางข้าไปเถิด" หลังจากนั่งเงียบอยู่นาน ชายงามก็ลุกขึ้นบอกให้บุคคลที่มาใหม่นำทางไป อีกคนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจ ไม่รอช้ารีบเดินนำไปทันที
"เดี๋ยวสิ ข้ายังอยู่ตรงนี้นะ! อย่าเมินกันสิ! นี้ พวกท่านไม่เห็นข้าหรอ ข้าอยู่ตร--"
พรึบ หลี่หวังฟางวิ่งไปขวางหน้าคนทั้งสองเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังเดินออกไปหวังให้คนทั้งสองสนใจตนบ้างไม่ใช่ปล่อยเบลอเหมือนตนเป็อากาศเช่นนี้ ทว่าคนทั้งสองไม่หยุดเดินไม่พอยังทะลุผ่านตัวเขาไป เด็กชายได้แต่สับสนมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"นี้ข้า...ข้าตายแล้วจริงๆหริอ!?" ก่อนที่จะได้คร่ำครวญด้วยความสับสนไปมากกว่านี้ ทัศนียภาพรอบตัวเขาก็แปรเปลี่ยนจากสวนกลายเป็สนามรบขนาดใหญ่ ตากลมที่โตขึ้นอย่างใอยู่แล้วก็ใเข้าไปอีกนี่มันอะไรกัน!
หลี่หวังฟางหันซ้ายหันขวามองรอบด้าน ท้องฟ้าแดงคล้ำ ลมปลิวว่อนเต็มไปด้วยฝุ่น มนุษย์หลายแสนหลายพันคนกำลังสู้กับปีศาจที่บางตัวก็มีรูปร่างคล้ายสัตว์บางตัวก็คล้ายมนุษย์ปกติแต่มีเขามีปีก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี้คือาระหว่างมนุษย์กับปีศาจแน่นอน และเด็กชายก็ดันวาปมาอยู่กลางสมรภูมิรบอย่างไงละ แต่ดีหน่อยตรงที่หลี่หวังฟางไม่จำเป็ต้องหลบหลีกอะไรเพราะร่างกายทะลุผ่านทุกอย่าง อืม เขาควรดีใจหรือเสียใจดี?
ตู้ม!! ฝุ่นควันตลบอบอวลเต็มไปหมดหลังจากเกิดเสียงะเิขึ้น ฝุ่นควันเริ่มจางหายก็ปรากฏชายหนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่ตรงกลาง ชายคนนั้นใส่ชุดสีดำมีปานสีแดงเช่นเดียวกับสีผมอยู่กลางศีรษะ ดูรวม ๆ ก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปถ้าไม่มีเขาอยู่บนหัว
"จอมมารปีศาจล้มแล้ว!!" เสียงของใครบางคนดังขึ้นทำให้ฝั่งมนุษย์ส่งเสียงโฮ่ร้องดังลั่นอย่างมีกำลังใจ ส่วนฝั่งปีศาจเมื่อเห็นนายของตนล้มลงก็พากันขวัญเสียแต่ก็ไม่มีตนไหนคิดหนี ต่างพากันสู้อย่างสุดใจ
หลี่หวังฟางหันไปมองปีศาจที่ถูกเรียกว่าจอมมารปีศาจด้วยความสนใจ จอมมารถูกแทงด้วยกระบี่สีขาวตรงอกซ้าย ซึ่งเป็กระบี่ของชายงามที่เห็นตอนอยู่ที่สวน เ้าของกระบี่เดินเข้าหาจอมมารปีศาจที่ตอนนี้ยังไม่ตายดี ชายงามก้มลงพูดบางอย่างกับจอมมารปีศาจ หลี่หวังฟางยินได้ยินไม่ชัดเพราะอยู่ไกล เด็กชายจึงจะเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยเพื่อให้ได้ยิน แต่เด็กชายก็หันไปเห็นสีหน้าของชายงามคนนั้นเสียก่อน
ความเ็ปที่เก็บซ้อนไว้ด้วยสีหน้านิ่งเรียบทำให้ตัวเขาชะงักไม่สามารถขยับตัวได้ ใจเต้นรัวเร็วมองภาพตรงหน้านึกหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายงามดึงกระบี่ออกมาทำให้เืของจอมมารปีศาจสาดกระเด็นเปื้อนชุดสีเขียวอ่อนเต็มไปหมด แต่เขาหาได้สนใจไม่ เขาทำการยกกระบี่ขึ้นเหนือหัว เล็งไปที่คอของจอมมารและเหวี่ยงลงมาอย่างรวดเร็ว...!
"งื่ออ" เด็กชายลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแต่เพราะไม่ได้ขยับตัวนานทำให้รู้สึกมึนหัวเล็กน้อย
"นายน้อย ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ!! "มิงมิงะโออกมาเสียงดังอย่างดีใจ ปกติมิงมิงจะเป็คนที่พูดค่อนข้างน้อยส่วนใหญ่จะเป็คนฟังนายพูดมากกว่า แทบไม่เคยมีวันไหนเลยที่มิงมิงจะเอะอะโวยวายเสียงดังเช่นตอนนี้
มิงมิงรับใช้คุณชายน้อยตระกูลหลี่มาั้แ่ตัวเล็ก ๆ รักและห่วงใยเหมือนดังน้องชาย เมื่อรู้ว่าคุณชายน้อยถูกจับตัวไป นางทั้งกลัวและโกรธคนที่จับตัวคุณชายน้อยไป นางได้แต่หวังให้คุณชายน้อยกลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
ตอนที่เห็นคุณชายใหญ่อุ้มคุณชายน้อยกลับมามิงมิงแทบจะไปตามหมอมาตรวจให้แน่ใจอีกรอบว่าคุณชายน้อยไม่เป็อันใดจริง ๆ แต่คุณชายใหญ่ห้ามไว้เสียก่อน นอกจากแผลที่แก้มแล้วไม่ได้มีแผลที่อื่นอีก มิงมิงเลยยอมลงให้ชั่วคราว แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั่งเฝ้าอีกคนอยู่นานนางก็ตัดสินใจว่าจะเรียกท่านหมอมาดูอาการคุณชายน้อยของตนอีกครั้งหลังคุณชายน้อยฟื้น คุณชายของนางหายตัวไปตั้งนานทั้ง ๆ ที่ตัวแค่นี้ หากไม่ตรวจให้ดีอีกสักรอบสองรอบนางคงไม่สบายใจ
"อะ อืม"
"ฮืออ นายน้อยเ้าค่ะ อึก เดี๋ยวบ่าวจะไปตามท่านหมอมาให้นะเ้าค่ะ" มิงมิงพูดจบก็รีบวิ่งออกไปไม่สนคำทักท้วงของหลี่หวังฟางที่ตามหลังมาแม้แต่น้อย ไม่นานนางกลับมาพร้อมชายชราที่แสดงตนว่าเป็หมอ ท่านหมอเดินเข้ามาตรวจโน่นตรวจนี้เด็กชายนิดหน่อย ก่อนจะให้ยาและขอตัวกลับไป
"เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับพี่มิง?"
"นายน้อยจำอะไรมิได้หรือเ้าค่ะ!?"
"ก็ หลังจากที่หลับไป..."
"อ้อ เฮ้ออ นึกว่านายน้อยเป็อะไรไปเสียอีก"
"ข้าไม่เป็อะไรหรอก"
"เ้าค่ะ แต่รู้ไหมบ่าวเป็ห่วงนายน้อยมากเลยนะเ้าคะ หายไปเป็วัน บ่าวนี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ บลาๆๆๆ"
และหลี่หวังฟางก็ถูกมิงมิงบ่นไปอีกครึ่งชั่วยามเต็ม ๆ พอบ่นเสร็จก็บอกให้ตัวเขาพักผ่อนโดยมีท่านแม่ท่านพ่อและพี่รองแวะเวียนมาเฝ้ามาเยี่ยมกัน ส่วนพี่ใหญ่อย่างหลี่หวังเหว่ยตามที่มิงมิงได้บอกไว้เห็นว่าพอพาเขามาส่งก็ถูกฮ่องเต้ทรงเรียกตัวกะทันหัน จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา สงสัยจะมีเื่ด่วนกระมั่ง ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาสลบไปกัน แล้วจินไห่ละ พอเอ่ยถามมิงมิงก็บอกว่าไม่รู้เพราะคุณชายใหญ่ไม่ได้เล่าให้ฟัง ตอนนี้ตัวเขาคงได้แค่รอให้พี่ใหญ่กลับมาเสียก่อนค่อยถาม แล้วก็ฝันแปลก ๆ นั้นอีก หลี่หวังฟางสะบัดหัวไล่ความคิดก่อนจะล้มตัวนอนแล้วหลับไป
วันต่อมามิงมิงจับคุณชายน้อยของตนแต่งตัวและพาไปทานอาหารเช่นปกติ พอหลี่หวังฟางมาถึงก็พบท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายคนรองนั่งรออยู่
"ขออนุญาตขอรับ" เขาเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็มารดา
"เป็อย่างไรบ้างลูก" ฮูหยินตระกูลหลี่เพียงคนเดียวยกมือลูบหัวและถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็ไรแล้วขอรับ"
"เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว"
"งั้นทานข้าวก่อนเถอะ" อาหลงว่าจบพวกเราก็ลงมือทานกันทันที พอเสร็จเรียบร้อยอาหลงก็แยกตัวไปห้องทำงาน ส่วนหลี่หวังหย่งก็แยกตัวไปเรียนต่อเช่นกัน ตอนนี้เลยเหลือแค่เด็กชายตัวน้อยและผู้เป็มารดา ซึ่งฝ่ายฮูหยินก็ไม่มีกิจอันใดและตัวเด็กชายเองก็ไม่มีอะไรต้องทำ เลยพากันไปดื่มชาที่สวน
"ฟางเอ๋อร์ รู้หรือไม่ว่าครั้งนี้แม่เป็ห่วงเ้ามากแค่ไหน"
"ขอรับ.."
"หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นพ่อและแม่จึงตัดสินใจเลือกองครักษ์มาคอยดูแลลูก"
"ฮะ ท่านแม่ว่าอย่างไรนะขอรับ? "
"แม่เลือกองครักษ์มาให้ลูก"
"เอ่อ.."
"นั้นไงมาพอดีเลย" มือเรียวชี้ไปทางผู้มาใหม่ทั้งสอง ทั้งสองหยุดยืนตรงหน้าก่อนจะทำความเคารพผู้เป็นาย
"เอาละพวกเ้าแนะนำตัวสิ"
"ข้าน้อยอี๋หยา เป็แฝดพี่ขอรับ"
"ข้าน้อยอี๋หยิน เป็แฝดน้องขอรับ"
ทั้งสองคนมีสีผมเป็สีน้ำตาลอ่อนเหมือนกันและยังหน้าตาเหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้แยกทั้งสองออกได้คงเป็สีตา คนเป็พี่มีสีตาเป็สีน้ำตาลเข้ม ส่วนคนน้องมีสีตาเป็สีน้ำตาลอ่อน ถ้าตั้งใจมองดีๆ ก็แยกออก ทั้งคู่มีอายุประมาณสิบห้าปีเท่ากับหลี่หวังหย่ง
"ข้าหลี่หวังฟางขอรับ"
"พี่น้องอี๋ ต่อไปนี้หลี่หวังฟางบุตรชายคนเล็กของตระกูลหลี่คือนายของพวกเ้า พวกเ้าต้องปกป้องนายของพวกเ้าด้วยชีวิต เข้าใจหรือไม่" พี่น้องอี๋นั่งลงชันเข่าขึ้นท่าทำความเคารพยกมือซ้ายขึ้นกุมอกและตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อฮูหยินเห็นดังนั้นก็หันมาพูดกับลูกชายสุกรักสุดหวงต่อ
"สองคนนี้จะคอยดูแลลูกไม่ให้ลูกได้รับอันตราย และยังมีองครักษ์เงาอีกสิบคนที่พ่อส่งมาดูแลลูกอีก"
"เอ่อ...มันเยอะไปหรือไม่ขอรับ"
"ไม่เยอะหรอก อ้อ ลูกไม่ต้องกลัวอึดอัดเพราะองครักษ์เงาจะไม่ออกมาให้ลูกแน่นอน ถ้าไม่มีเหตุจำเป็จริงๆ"
"..." หลี่หวังฟางไม่ได้ตอบกลับ องครักษ์เงาเยอะเช่นนี้ ท่านพ่อเป็ห่วงเขาเกินไปหรือไม่
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาหลายวันแล้วหลี่หวังฟางได้ใช้ชีวิตอย่างเอื่อยเฉื่อย เขาไม่มีอะไรทำเนื่องจากท่านพ่อไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอก เวลาเดินไปไหนมาไหนก็ต้องมีองครักษ์สองพี่น้องอี๋และองครักษ์เงาอีกสิบเดินตามตลอด ถึงมิงมิงจะอยู่เล่นกับเขาบ้างเป็บางครั้งแต่ก็ไม่ได้ให้รู้สึกสนุกขึ้นมาเลย ส่วนพี่ชายคนรองก็เอาแต่เรียน ท่านพ่อก็เอาแต่ทำงาน ท่านแม่ก็ช่วยท่านพ่อทำงาน ส่วนพี่ใหญ่หลังจากวันนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย ทำไมชีวิตตนถึงได้น่าเบื่อเช่นนี้หน๋อ หลี่หวังฟางถอนหายใจอย่างปลงตก
"นายน้อย วันนี้จะฝึกหรือไม่ขอรับ" อี๋หยา องครักษ์หนุ่มแฝดพี่ถามเด็กชายเื่การฝึกใช้พลัง
ตัวหลี่หวังฟางเริ่มฝึกการใช้พลังในแบบของโลกนี้ั้แ่กลับมาวันนั้นแล้ว โดยเขาได้ขอร้องแก้มบังคับให้พี่น้องฝาแฝดอี๋ช่วยสอน
ที่เขาตัดสินใจเริ่มฝึกก็เพราะเขารู้สึกว่าตนอ่อนแอเกินไป เขาอยากแข็งแกร่งขึ้นอย่างน้อยก็ไม่เป็ภาระใครก็พอ เื่นี้บิดามารดาไม่รู้ไม่เห็น หลี่หวังฟางตั้งใจปิดเื่นี้เอาไว้เพราะถ้าท่านทั้งสองรู้ว่าเขาจะฝึกวิชาคงออกปากห้ามั้แ่ยังไม่เริ่มแน่ ๆ เนื่องจากเมื่อก่อนหลี่หวังฟางเคยแอบเกริ่น ๆ ไว้เื่นี้บ้าง แต่ท่านแม่ก็ปฏิเสธมาทันทีเพราะกลัวเขาจะเจ็บ เขาก็เลยตัดสินใจว่าจะแอบฝึกแล้วค่อยบอกทีหลังดีกว่า
เด็กชายในตอนนี้มีพลังที่คนอื่นๆ เรียกกันว่าลมปราณขั้นจิตระดับกลางแล้ว พี่น้องอี๋บอกว่าเขามีพัฒนาการที่เร็วกว่าเด็กรุ่นเดียวกันมาก พร้อมทั้งบอกให้เก็บเื่นี้เป็ความลับและไม่ให้เผลอใช้พลังให้คนอื่นเห็น
สองแฝดอี๋กลัวว่าถ้ามีคนรู้เข้าจะทำให้นายน้อยของตนเป็อันตรายได้ อี๋หยินจึงสอนวิชาซ่อนเร้นเพื่อให้เด็กชายปกปิดพลังไม่ให้ผู้อื่นคาดเดาพลังที่แท้จริงได้ แต่มันใช้ไม่ค่อยได้ผลกับคนที่มีพลังมากกว่าสักเท่าไร อย่างน้อยก็ช่วยแก้ขัดไปก่อนและแน่นอนว่าหลี่หวังฟางทำได้ั้แ่ครั้งแรกขนาดตัวเองก็ยังอดใไม่ได้ ฝึกก็สนุกอยู่หรอกแต่พอนานเข้าเมื่อพูดถึงการฝึกแล้วเด็กชายก็รู้สึกเบื่อ วันนี้หาอะไรสนุกๆ ทำแก้เบื่อดีกว่า...
"ข้าอยากออกไปข้างนอก"
"แต่นายท่านไม่อนุญาตน่ะขอรับ"อี๋หยินรีบขัดทันที
"ก็อย่าให้ท่านพ่อรู้สิ"
"แต่--"
"พวกเ้าไม่เบื่อหรืออย่างไร วัน ๆ ทำแต่อย่างเดิม ๆ"
"ไม่ขอรับ หน้าที่ของพวกข้าน้อยคือคอยปกป้องและดูแลนายน้อย" หน้าที่มาอีกละ ขึ้นหน้าที่ทีไรมีอันปวดหัวทุกที
"แปลว่าข้าคือนายของพวกเ้า?"
"ใช่...ใช่ขอรับ"อี๋หยา ตอบอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ และความรู้สึกนั้นก็เป็จริง...
"งั้นพวกเ้าก็ต้องทำตามที่ข้าสั่ง ข้าขอสั่งให้พวกเ้าพาข้าออกไปเที่ยวข้างนอก" หน้าที่มาก็ขอใช้หน้าที่กลับละกัน
"ไม--"
"หรือพวกเ้าจะขัดคำสั่งข้า?"
ทั้งสองอ้ำอึ้งนิดหน่อยก่อนตอบน้ำเสียงหนักใจ"มิกล้าขอรับ"
"ดี งั้นไปกันเถอะ"
"เดี๋ยวขอรับ แล้วพวกองครักษ์เงาที่นายท่านส่งมาล่ะขอรับ"
"นั้นสิ งั้นไว้ให้พี่มิงจัดการแล้วกัน" พูดจบก็เดินไปหามิงมิงทันทีโดยมีพี่น้องอี๋เดินตามหลังมาอย่างจำยอม
ไม่นานสองพี่น้องอี๋และผู้เป็นายก็ยืนอยู่ที่ตลาดจ้าวเก่าจ้าวเดิม โดยเด็กชายถูกสองพี่น้องอี๋สั่งให้ใส่ผ้าปิดหน้าครึ่งล่างเอาไว้ โดยทั้งสองให้เหตุผลว่าหน้าตาของเด็กชายมันสะดุดตาเกินไป อันนี้ไม่เถียงเลยยอมใส่แต่โดยดี พวกเราเดินไปเรื่อยๆ ดูโน่นดูนี้และซื้อของกินนิดหน่อย จนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยาม
"ข้าน้อยว่าเรากลับกันดีกว่าขอรับ" อี๋หยินเอ่ยเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านมานานแล้ว
"ตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้ว เดียวนายท่านรู้และเป็ห่วงเอาได้นะขอรับ"อี๋หยากล่าวเสริม ซึ่งหลี่หวังฟางไม่ปฏิเสธความหวังดีนี้ จึงตัดสินใจกลับ
แต่ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ หลี่หวังฟางพลันได้กลิ่นหอมๆ เหมือนกลิ่นดอกไม้ลอยมาจากไหนสักแห่ง กลิ่นหอมช่างเชิญชวนให้เข้าไปหาเสียจริง รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย แต่เมื่อมองรอบข้างดี ๆ พบว่าตนพลัดหลงกับองครักษ์ทั้งสองเสียแล้ว....
▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪
พลังลมปราณ (เรียงไปขั้นต้น กลาง สูง)
-แรกเริ่ม
-แท้จริง
-จิต
-ปฐี
-นภา
-จักรพรรดิ
-ลี้ลับ