เกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 เกือบถูกไฟไหม้เสียแล้ว

            ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ได้ยินดังนั้นก็พากันชื่นชม “เจียนเจียช่างเป็นเด็กสาวที่แสนดีมีน้ำใจ ทั้งอ่อนโยน ทั้งมีคุณธรรมจริงๆ”

            เมิ่งอู่ที่ถือขวานผ่าฟืนที่อยู่บนตอไม้เอียงศีรษะมองไปยิ้มและหรี่ตา สีหน้านางอบอุ่นและเป็นกันเองก่อนกล่าว “พี่สาวแสนดี ถ้าพูดก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่าเจ้ามาหาสามีข้าเพื่อพูดคุยกับเขาซะอีก”

            สีหน้าท่าทางของเมิ่งเจียนเจียไม่เป็นธรรมชาติมากแต่เวลานี้นางหันหลังเดินจากไปไม่ได้ จึงได้แต่ต้องเดินแข็งทื่อเข้ามาหา เอ่ยว่า “ข้า… ข้ามาซาวข้าว”

            เมิ่งอู่มองตามสายตาของนางไปยังอ่างที่แช่ข้าวไว้ก่อนยิ้มกล่าว “ข้าวในอ่างหนักนะ พี่สาวมีพละกำลังไม่พอ หากพลั้งเผลอทำหกโดยไม่ทันระวังแล้วทุกคนจะกินอันใดเล่า?”

            เมิ่งเจียนเจียตะลึงงันเล็กน้อยราวกับความคิดแต่เดิมในหัวของนางถูกเปิดโปง

            เมิ่งอู่ยกตำแหน่งของตนให้อีกฝ่ายโดยให้นางมานั่งหน้าเตาไฟแทน แล้วกล่าว “ไม่สู้พี่สาวมาเติมฟืนดีกว่า”

            ปกติเมิ่งเจียนเจียมักพยายามหลอกล่อให้เมิ่งซวี่ซวีทำงานเหล่านี้ที่บ้านส่วนตัวนางเองก็ซาวข้าว เก็บผัก อะไรทำนองนั้น ยิ่งอากาศค่อยๆ ร้อนอบอ้าวเช่นนี้การนั่งอยู่หน้าเตาไม่สบายขนาดนั้น

            ชั่วครู่เหงื่อก็ผุดพรายท่วมตัว

            เมิ่งเจียนเจียกัดริมฝีปากสุดท้ายไม่มีทางเลือกนอกจากต้องนั่งลง

            เตาไฟนี้สร้างขึ้นชั่วคราวฟืนในเตาไม่ได้ถูกเผาจนหมด มีแต่ควันดำลอยออกมาข้างนอกในไม่ช้าเมิ่งเจียนเจียก็สำลักควันจนไอไม่หยุด ดวงหน้าขาวสะอาดเปรอะเปื้อนเขม่า

            นางเซี่ยซาวข้าวใส่หม้อยิ้มเป็นกันเองก่อนกล่าวว่า “ลำบากเจียนเจียแล้วคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาช่วยพวกเราจริงๆ”

            เดิมเมิ่งเจียนเจียไม่ค่อยได้ทำงานเหล่านี้ในเรือนของตนเองแต่เวลานี้นางกลับทำขายหน้าถึงขีดสุดในเรือนของเมิ่งอู่หากเปลี่ยนเป็นเมิ่งซวี่ซวีคงอาละวาดไปนานแล้ว แต่เมิ่งเจียนเจียกลับกล่าวเพียงว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ หากช่วยพวกท่านได้ ข้าก็มีความสุขมาก”

            จากคำพูดและสีหน้าท่าทางที่แสดงออกยากที่จะปกปิดความคับข้องใจของนางแล้วเยี่ยงนี้จะเรียกว่ามีความสุขได้อย่างไร เห็นชัดว่าช่างน่าสงสาร

            หลังจากนั้นนางเซี่ยกับเมิ่งอู่ก็ไปล้างผักหั่นผักอย่างเร่งรีบ ส่วนเมิ่งเจียนเจียก็ยัดฟืนใส่เตาอย่างลนลาน

            เตาไฟที่ใช้ทำอาหารชั่วคราวนี้อยู่ติดกับเรือนไม้หลังใหม่ข้างๆ เรือนไม้หลังนั้นมีหญ้าแห้งกองหนึ่งไว้ใช้จุดไฟ

            เมิ่งอู่กับนางเซี่ยไม่ได้สนใจเดิมหญ้าแห้งกองนั้นมีเพียงควันลอยออกมานิดหน่อย ต่อมาค่อยๆลุกโชนเป็นเปลวเพลิงกองเล็กๆ

            เพลิงยิ่งลุกโชติช่วงขึ้นเรื่อยๆหากไม่รีบดับคงลามไปถึงเรือนไม้ที่เพิ่งสร้างใหม่อย่างแน่นอน

            เนื่องจากเตาไฟบดบังมุมมองของอินเหิงไว้คราแรกเขาจึงไม่ทันสังเกตเห็น ต่อมาเขาถึงค่อยรู้ตัวก่อนเมิ่งอู่กับนางเซี่ยจึงรีบร้องเตือนว่า “อาอู่ ระวังไฟ!”

            ทันทีที่อินเหิงพูดอย่างนั้นเมิ่งอู่ก็เพิ่งสังเกตเห็น เมื่อนางเหลียวกลับไปมองก็เห็นหญ้าแห้งกลายเป็นกองเพลิงเปลวไฟลามเลียไปถึงมุมของเรือนไม้แล้ว นางรีบโยนผักในมือทิ้งทันควันแล้วหันหลังกลับ ก่อนวิ่งสองสามก้าวไปเตะกองหญ้าแห้งที่กำลังลุกโหมหลายที

            เวลานั้นเมิ่งเจียนเจียนั่งอยู่หน้าเตาหญ้าแห้งที่กำลังลุกไหม้ลอยมาทางนางโดยพลันเมิ่งเจียนเจียกรีดร้องพลางปัดสะเก็ดไฟเล็กๆ ตามตัวออก

            ผลปรากฏว่าชุดที่งามที่สุดที่นางตั้งใจสวมออกมาข้างนอกวันนี้มีรอยไหม้หลายรูอย่างเลี่ยงไม่ได้

            เมิ่งเจียนเจียขอบตาแดงก่ำจ้องเมิ่งอู่ด้วยความโกรธกรุ่นระคนตระหนกตกใจ “เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”

            ไม่คาดคิดว่าเมิ่งอู่จะมีสีหน้าสงบนิ่งนัยน์ตาทั้งคู่ของนางที่แบ่งแยกดำขาวชัดเจนลุ่มลึกและเย็นชา

            เมิ่งอู่ถาม “อยู่ดีๆ จะเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร?”

            จู่ๆเมิ่งเจียนเจียก็วางตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และน่าสงสารอีกครา กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ข้า... ข้าก็ไม่รู้... เมิ่งอู่ เจ้ามองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร...”

            เมิ่งอู่เผยยกเรียวปากขึ้นยิ้มเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “แล้วเจ้าว่าหมายความว่าอย่างไรเล่า?”

            สีหน้าของเมิ่งเจียนเจียซีดเผือด “หรือ... หรือเจ้าสงสัยว่าข้าจงใจวางเพลิง?” นางร้องไห้อย่างกระวนกระวาย“ข้าตั้งใจมาช่วย ไฉนเจ้าถึงใส่ร้ายป้ายสีข้า... ข้าไม่ได้ทำจริงๆอาจเป็นเพราะเมื่อครู่ไฟในเตาแรงเกินไป สะเก็ดไฟบางส่วนเลยกระเด็นออกมาแล้วตกไปโดนกองหญ้าแห้ง ข้าไม่ทันได้ใส่ใจ...”

            เมิ่งอู่กล่าว “พี่สาวอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ข้าไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าใช่หรือไม่? ดูคล้ายจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เฮ้อข้าเองก็ตกใจมากจึงเตะหญ้าแห้งกองนั้นไปทางเจ้ามิเช่นนั้นเรือนของข้าคงถูกไฟไหม้วอดวายแล้วผู้ใดจะไปรู้ว่าสะเก็ดเพลิงจะบังเอิญตกไปโดนหญ้าแห้งกองนั้นยังดีที่พี่สาวไม่เป็นอันใด”

            เมิ่งอู่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนเอ่ย “น่าเสียดายก็แต่ชุดกระโปรงของเจ้าข้าจำได้ว่าในอดีตเจ้ามักสวมเสื้อผ้างามๆ ชุดนี้เฉพาะช่วงเทศกาลและวันหยุดเท่านั้นเพราะเหตุใดวันนี้ถึงได้สวมชุดที่งดงามขนาดนี้ออกมาเก็บผักในทุ่งเล่า?”

            เมิ่งเจียนเจียกัดริมฝีปากรู้สึกอับอายขายหน้าและโกรธกรุ่นอย่างยากที่จะระงับ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีแล้ว

            นางคาดไม่ถึงว่าเมิ่งอู่จะไม่กลัวไฟถึงกับใช้เท้าเปล่าเตะกองหญ้าแห้งที่ลุกไหม้ออกไปได้มิหนำซ้ำยังเตะเข้าใส่นางโดยเฉพาะด้วย

            หากเมิ่งอู่ไม่เตะกองเพลิงเกรงว่าเรือนไม้หลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จของนางต้องถูกเผาแล้วกระมัง

            เวลานี้เมิ่งเจียนเจียอับอายขายหน้าเหลือประมาณยิ่งไม่มีหน้าสดใสประณีตไปเจออินเหิง

            เมิ่งอู่เสนอแนะอย่างใจดี “ชุดกระโปรงของเจ้าขาดเป็นรูแล้ว ให้ข้าซ่อมแซมให้ก็ได้แต่อาจมีรอยปะทิ้งไว้”

            เมิ่งเจียนเจียเกือบสติแตกแต่ยังพยายามฝืนรักษาท่าทางอ่อนโยนอย่างที่สุด “ไม่ต้องแล้ว”

            นางออกมาแต่เช้าแล้วนางเย่ไม่เห็นนางกลับเรือนจึงออกมาตามหาคนประจวบเหมาะกับมาถึงหน้าเรือนของเมิ่งอู่ นางตะโกนเรียกเมิ่งเจียนเจียอยู่ข้างนอก

            เมิ่งเจียนเจียกล่าว “ท่านแม่เรียกข้าแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน”

            กล่าวอย่างนั้นแล้วเมิ่งเจียนเจียก็แบกตะกร้าใบนั้นวิ่งออกจากประตูลานเรือนอย่างหดหู่

            ครั้นนางเย่เห็นบุตรีในสภาพเช่นนี้ยังไม่ทันถามไถ่ เมิ่งเจียนเจียก็ร่ำไห้ด้วยความน้อยอกน้อยใจ

            นางเย่คิดว่าบุตรีถูกรังแกจึงไปหาเมิ่งอู่เพื่อขอคำอธิบาย แต่ชาวบ้านกลับเป็นพยานว่าเมิ่งเจียนเจียเป็นฝ่ายเข้ามาเสนอความช่วยเหลือเอง ทั้งบอกว่าจะช่วยซาวข้าวทั้งช่วยจุดไฟเติมฟืน ยังเรียกท่านอาสะใภ้รองอย่างสนิทสนมกลมเกลียวมากด้วย

            นางเย่ได้ยินดังนั้นก็เดือดดาลฉับพลันเมิ่งเจียนเจียไม่เคยขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ในเรือนของตนเองกลับไปประจบสอพลอถึงเรือนของผู้อื่นแทน

            ระหว่างทางกลับเรือนนางเย่เอ็ดตะโรลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด “ใครใช้ให้เจ้าหันศอกออกไปข้างนอก[1]สมควรแล้วที่ต้องอับอายขายหน้า!”

            เมิ่งเจียนเจียรู้วิธีบรรเทาความฉุนเฉียวของนางเย่มาโดยตลอดนางจึงเล่าความจริงเรื่องที่เรือนไม้หลังใหม่ของเมิ่งอู่เกือบถูกไฟไหม้เสียแล้วให้นางเย่ฟังนางเย่ค่อยรู้สึกเสียใจกับบุตรสาวของตน

            ···

            หลังขาของอินเหิงที่ถูกมัดและยึดไว้แน่นได้รับการดูแลอยู่หลายวันบาดแผลก็ดีขึ้น เมิ่งอู่จึงเริ่มรักษาขาอีกข้างให้เขา

            คืนนั้นหลังนางเซี่ยนอนหลับแล้ว เมิ่งอู่ก็เข็นอินเหิงออกไปที่ลานเรือนอีกครั้งตะเกียงเทียนที่ให้แสงริบหรี่วางอยู่ด้านข้าง จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นและดับลงส่องสะท้อนค้อนอันเล็กที่อยู่ข้างๆ เป็นสีดำส่องประกายวาววับ

            อินเหิงมองเมิ่งอู่เห็นแววตานางมืดดำและทอประกายวิบวับเช่นกัน เขาก็ได้แต่พูดไม่ออกอยู่บ้าง

            นางน่าจะหลงใหลเรื่องแบบนี้มาก…กระมัง

            กระดูกขาอีกข้างที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องแล้วกำลังฟื้นตัวขึ้นทุกวันเมื่อเทียบกับขาข้างนั้นขาอีกข้างที่ยังไม่ได้รับการรักษาในยามนี้เจ็บปวดรุนแรงยิ่งกว่า

            ทันทีที่เมิ่งอู่เอื้อมมือไปสัมผัสความเจ็บปวดแหลมคมก็ถาโถมเข้าใส่ดุจกระแสน้ำ ราวกับว่ากระดูกข้างในถูกเหลาจนแหลมและทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อหนังอย่างรุนแรง

            สองมือของอินเหิงกำพนักแขนเก้าอี้เข็นไว้แน่นแต่ไม่ส่งเสียงใด

            เมิ่งอู่รู้สึกผ่านมือว่ากระดูกขาข้างนี้ก็ผิดตำแหน่งเช่นเดียวกันต้องหักแล้วต่อใหม่โดยไม่ยกเว้น

            เมิ่งอู่ถือค้อนอันเล็กไว้ในมือกล่าวกับเขาว่า “อาเหิง คืนนี้ลมเย็นสบายจริงๆ”

            อินเหิง “อืม”

            ……….

            [1] หมายถึง ไม่ช่วยคนกันเองแต่กลับไปช่วยคนอื่น หรือเข้าข้างคนอื่น


             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505