เมื่อเปิดกล่องออกมาก็พบเข้ากับพัดโลหะที่ถูกพับทบไว้ หากแต่ตัวพัดถูกแกะสลักอย่างปราณีตเป็รูปของัที่กำลังขดตัวประหนึ่งเป็ราชันย์ในหมู่ั ้าสุดของพัดยังมีช่องว่างขนาดเล็กที่พอจะใส่เข็มลงไปได้
ฉู่เหวินเริ่มบรรยายความสามารถของพัดโลหะอย่างภาคภูมิใจ “ข้าตั้งชื่อให้มันว่าพัดัสีคราม เนื่องจากมันถูกสร้างขึ้นมาจากแร่คุณลักษณะหยินทำให้ตัวพัดยากที่จะแตกหัก และด้วยรูปทรงที่บางทำให้น้ำหนักของมัน—”
“เอาล่ะๆ ข้ารู้แล้ว ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาสาธยาย” หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามได้แค่สามลมหายใจ จางหลินก็รีบตัดบทสนทนาในทันที
“เ้า!” ฉู่เหวินอดไม่ได้ที่จะกัดฟันอย่างดุเดือด “เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะสร้างพัดเล่มนี้ขึ้นมาได้!?”
จางหลินพยักหน้าอย่างเฉยเมยและพ่นประโยคยาวเหยียด “ท่านต้องอดหลับอดนอนเป็เวลาหลายวันหลายคืนในการพยายามขึ้นรูปโลหะที่ข้ามอบให้ ซ้ำแล้วต้องใช้การตีไม่ต่ำกว่าห้าร้อยครั้งในวันเดียวต่อใบพัดหนึ่งชิ้น จึงทำให้ท่านสูญเสียพลังงานไปเป็จำนวนมาก เมื่อดูจากหว่างคิ้วของท่านเห็นได้ชัดว่ามีกระบวนการผิดพลาดมากมายในการสร้างสิ่งประดิษฐ์จากจิติญญายุทธ์ แต่ท่านก็สามารถแก้ไขมันได้เนื่องจากท่านได้ใช้สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ในการพัฒนาฝีมือของท่านเพื่อที่จะเป็ช่างตีเหล็กระดับ 4 และเมื่อมองดูจากรูม่านตาที่เหลืองของท่านแล้ว ท่านต้องใช้พลังหยางเป็จำนวนมากกว่าที่จะหลอมมันขึ้นมาได้ เพราะแร่โลหะชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับพลังหยินสุดขั้ว และด้วยคุณสมบัตินี้มันได้พยายามต่อต้านการขึ้นรูปด้วยพลังหยางของท่านตลอดเวลา นี่ถือได้ว่าเป็ความยากลำบากที่สุดที่ท่านได้พบเจอมาในฐานะช่างตีเหล็ก...นั่นคือสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกใช่หรือไม่?”
ฉู่เหวินอ้าปากค้างไปแล้ว “จะ-เ้า...เ้าเป็หมอดูงั้นรึ?”
จางหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนที่เขาจะรับกล่องไม้มาพลางกล่าวถาม “แล้วเข็มโลหะที่ข้าสั่งทำพิเศษอยู่ที่ใด?”
ฉู่เหวินพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย “เข็มโลหะทั้งห้าสิบเล่มอยู่ภายใต้ผ้าผืนสีแดง ความแข็งแกร่งและความทนทานของมันสามารถทะลวงผ่านศาสตราวุธระดับ 3 และการป้องกันของผู้ที่มีพลังยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดาย และเข็มจำนวนหนึ่งข้าได้เปิดรูเล็กๆไว้เพื่อที่จะให้เ้าเลือกใช้มันได้อย่างอิสระ”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน จางหลินมาพร้อมกับแร่โลหะระดับสูงที่หาได้ยากในเมืองหยางโจว บางทีหากไม่มีเส้นสายก็คงยากที่จะได้แร่โลหะระดับนี้มาไว้ใน
และคำขอของจางหลินถือได้ว่าเป็ความท้าทายสำหรับฉู่เหวินเป็อย่างยิ่งที่ต้องมาตีแร่โลหะระดับนี้!
เพราะแร่โลหะที่เขานำมามีเพียงช่างตีเหล็ก 4 ดาวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการจะขึ้นรูปมัน
แต่เมื่อได้เห็นพิมพ์เขียวที่จางหลินมอบให้เขาดู เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสิ่งประดิษฐ์ที่จางหลิน้าจะสร้างไม่ใช่กระบี่ หอกหรืออาวุธมีคมแต่อย่างใด แต่มันคือพัดโลหะที่เรียกได้ว่าไม่ควรจะสามารถใช้ในการต่อสู้ได้แม้แต่น้อย
แต่เมื่อเขาลองอ่านรายละเอียดจากพิมพ์เขียวที่เขียนโดยจางหลินเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าพัดโลหะที่เขา้าไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อประดับแต่เป็การสังหารที่น่าสะพรึง!
เข็มแต่ละเล่มต้องมีความคมและทนทานต่ออาวุธประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะกับเข็มบางเล่มที่ถูกเจาะรูเอาไว้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคิดจะใช้ยาพิษหรือส่วนผสมบางอย่างลงไปกับเข็มพิเศษนั้น!
หากเขาสามารถสร้างสิ่งนี้ได้สำเร็จ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะกลายเป็อาวุธสังหารที่น่าสะพรึงกลัวในทันที!
ฉู่เหวินรู้ดีว่าต่อให้จางหลินมีจิติญญายุทธ์ แต่เขาก็ไม่มีพลังปราณในการขับเคลื่อนการจู่โจมที่รุนแรงให้แก่สิ่งประดิษฐ์ที่เขาอย่างกระบี่หรือหอก ฉะนั้นแล้วหาก้ามีอาวุธสังหารติดตัว พัดัสีครามถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งโดยที่ไม่จำเป็ต้องใช้พลังปราณ ขอเพียงแค่ใช้พลังทางกายภาพและเล็งเป้าไปที่คู่ต่อสู้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะกำจัดคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
พัดัสีครามยังมีน้ำหนักที่เบาและไม่จำเป็ต้องออกกระบวนท่ามากนักในการต่อสู้แต่ละครั้ง แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังถือได้ว่าเป็สิ่งประดิษฐ์ระดับกลางที่ไม่สามารถต่อสู้ในระยะยาวได้
แต่ท้ายที่สุดต้องเข้าใจว่าจางหลินไม่สามารถใช้พลังปราณได้ การที่เขามีสิ่งประดิษฐ์ในลักษณะนี้ถือได้ว่าเหมาะสมแล้ว
จางหลินสะบัดพัดเผยให้เห็นท่อนพัดโลหะถึงสิบสองซี่ที่เรียงรายกัน เขาชื่นชมความงดงามของมัน ก่อนจะเก็บกลับคืนสู่กล่องตามเดิม “ลุงฉู่ ฝีมือของท่านพัฒนาขึ้นแล้วจริงๆ ดูเหมือนว่าอีกไม่นานท่านจะกลายเป็ช่างตีเหล็ก 4 ดาวที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงกับหัวหน้าสมาคมช่างตีเหล็กได้แล้ว”
ฉู่เหวินที่ได้ยินดังน้้นก็อดไม่ได้ที่จะเกาหัวอย่างเขินอาย แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่สันทัดและกำยำ ฉากนี้ทำให้จางหลินอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหมีดำที่ยืนสองขากำลังเกาหัวและเผยรอยยิ้มเก้ๆกังๆ
จู่ๆเหมือนว่าฉู่เหวินจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “เ้าหนูจาง อีกสองวันเ้าจะเข้าพิธีแต่งงานแล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้เป็ครั้งที่สองของวัน จางหลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “ท่านมีของขวัญจะมอบให้ข้าล่วงหน้าหรือไม่?”
“เ้าจะขอของขวัญอย่างไร้ยางอายได้อย่างไร?” ฉู่เหวินกลอกตา
จากนั้นทั้งสองก็สนทนากันหลังจากออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของฉู่เหวิน ก่อนจะจากลาฉู่เหวินยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “ข้าหวังว่าในสักวันเ้าจะสามารถเปิดจุดชีพจรทั้งหมดได้ ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าหากเ้าสามารถฝึกฝนปราณได้ สถานะของเ้าจะยิ่งใหญ่เพียงใดในเมืองหยางโจว”
ฉู่เหวินคาดหวังกับจางหลินไว้สูงจริงๆ
แต่นั่นทำให้จางหลินอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น
แม้แต่ตัวของเขาเองยังไม่สามารถคิดหาวิธีการได้ เขาจะมีความหวังเช่นนั้นได้อย่างไร?
ทว่าเขามีความคาดหวังเล็กน้อยกับเม็ดยาระดับ 5 ที่ชิงเยว่กล่าวถึง หากเม็ดยาระดับ 5 สามารถทำให้เขาฝึกฝนพลังปราณได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะกลายเป็ัในหมู่มนุษย์อย่างแน่นอน
ด้วยจิติญญายุทธ์ที่ถูกปลุกขึ้นั้แ่อายุ 8 ขวบ แม้จะล่าช้าในขั้นตอนของการบ่มเพาะพลัง แต่ถึงกระนั้นเขาก็มีเวลามากในการทำความคุ้นเคยกับจิติญญาพฤกษาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉะนั้นแล้วตราบใดที่เขาสามารถกลับมาฝึกปราณได้ ความสามารถและความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากบอกลากับฉู่เหวิน จางหลินก็เดินกลับไปที่รถม้าและเห็นว่าหยางเซี่ยและชิงเยว่ได้มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
“พี่จาง” ชิงเยว่วิ่งเข้าไปจับแขนจางหลิน เมื่อนางเห็นกล่องไม้ในมือของเขา นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น “ท่านซื้ออะไรมาหรือ?”
จางหลินยิ้มเล็กน้อย เขาเปิดกล้องไม้ให้เห็นเพียงแค่ด้ามจับของพัดโลหะ “ข้าเห็นว่ามันสวยดี ข้าจึงซื้อกลับไปประดับห้องนอน”
จากนั้นทั้งสามก็ขึ้นรถม้าเพื่อกลับไปยังทิศตะวันออกซึ่งเป็ที่ตั้งของตระกูลจางในทันที