อีกด้านหนึ่งเหล่าผู้าุโระดับสูงของตระกูลหวังก็ยืนประจำการอยู่นอกเขตตระกูล เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด บรรยากาศรอบข้างคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอแห่งการสังหาร
หวังไห่ผู้นำตระกูลหวัง ทอดสายตามองออกไปไกลเป็ระยะ ทว่ายังไม่เห็นวี่แววของผู้ใด เขาเลยอดขมวดคิ้วไม่ได้
ตามกำหนดตอนนี้เยี่ยนหรันและคนอื่นๆ น่าจะต้องกลับมาถึงแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ปรากฏตัว? หรือว่าเกิดเื่อะไรขึ้น?
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดผู้าุโคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายก็ร้องออกมาด้วยความใ"มีคนมา!"
สิ้นเสียงทุกสายตาก็จับจ้องไปยังทิศทางนั้น กลุ่มคนจำนวนหลายสิบคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
แม้จำนวนคนจะไม่มากแต่รัศมีที่แผ่ออกมานั้นกลับยิ่งใหญ่ดุจเมฆดำปกคลุมทั่วท้องฟ้า ดั่งกองทัพมหึมาเคลื่อนพลผ่านก่อให้เกิดแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนแทบหายใจไม่ออก
สิ่งที่น่าใยิ่งกว่าคือชายวัยกลางคนผู้นำครั้งนี้ สามารถเหาะได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องรางวิเศษใดๆ และความเร็วนั้นก็น่าใอย่างมาก เพียงพริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เหนือเขตของตระกูลหวังแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง!
"นั่นอะไร!"
"มู่เสินฉวน!"
"เขายังมีชีวิตอยู่!"
เมื่อหวังไห่ได้เห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดเจนแล้ว ดวงตาก็เบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวดุจดั่งถูกพายุซัดกระหน่ำ
แต่ด้วยตำแหน่งของผู้นำตระกูลที่สั่งสมประสบการณ์มานานหลายปีทำให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็งกว่าคนทั่วไป จึงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นยกมือคำนับพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม "พี่มู่ สิบปีที่ไม่พบกันไม่คิดเลยว่าท่านจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงได้สำเร็จแล้ว"
"ข้ารู้สึกยินดีกับท่านจริงๆ"
"เพียงแต่ไม่ทราบว่า เหตุใดวันนี้จึงพาผู้คนมากมายมาเยือนที่นี่?"
มุมปากของมู่เสินฉวนยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "ไม่มีอะไรหรอก"
"แค่ผ่านมาทางนี้เท่านั้น"
"เลยแวะมาทำลายล้างตระกูลเ้าเสียหน่อย"
หวังไห่สะดุ้งเล็กน้อยหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ฝืนยิ้มออกมา "พี่มู่ช่างเข้าใจพูดเล่นเสียจริงตระกูลเราสองตระกูลสนิทสนมกันมานานหลายปี ทั้งยังหมั้นหมายลูกหลานระหว่างตระกูลกันอีก"
"หรือว่าเยี่ยนหรันไปก่อเื่วุ่นวายอะไร?"
"หากเป็เช่นนั้น ข้าหวังไห่ขอรับผิดเอง ั้แ่ที่นางไปฝึกตนที่ถ้ำหลิงซู ก็ยิ่งมีนิสัยเอาแต่ใจขึ้นทุกวัน"
ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเหล่าผู้าุโและศิษย์ระดับขั้นรากฐานขั้นปลายของตระกูลมู่กว่าสิบคนก็เดินทางมาถึงแล้ว พวกเขายืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง มู่เสินฉวนเผชิญหน้ากับคนของตระกูลหวัง ราวกับกองทัพสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากัน
ไอสังหารแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ในทันที เหมือนว่าหากตกลงกันไม่ได้ ก็พร้อมเปิดฉากโจมตีใส่กัน
หวังไห่เอ๋ยหวังไห่ ใกล้ตายแล้วยังพยายามเจรจาต่อรอง ช่างสมกับที่เป็ผู้นำตระกูลจริงๆ...
มู่เสินฉวนยิ้มหยันโบกมือไปมาพร้อมพูดขึ้น "ไม่จำเป็"
"เยี่ยนหรัน หลานสาวของข้าค่อนข้างเอาแต่ใจ ข้าให้มู่เฉินส่งนางไปเกิดใหม่แล้ว"
"ส่วนเื่ถ้ำหลิงซู น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้ได้ คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว!"
สิ้นเสียง กระบี่สีทองที่ก่อตัวขึ้นจากพลังจิตพลันปรากฏ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา มุ่งตรงไปยังผู้าุโร่างผอมแห้งคนหนึ่งในกลุ่มคนของตระกูลหวัง
ผู้าุโร่างกายผอมแห้งเบิกตากว้าง พลังปราณิญญาในร่างกายพลุ่งพล่าน เขาตบมือเพียงครั้งเดียว กระบี่สีทองก็แตกสลายไปได้
"บรรพบุรุษตระกูลหวัง ยังไหวอยู่หรือไม่?"มู่เสินฉวนจ้องมองลงมาจากเบื้องบน
"ฮ่าๆ! เ้าคนอวดดี!"
"ถึงข้าจะตาย ก็จะลากเ้าไปตายด้วย!" บรรพบุรุษตระกูลหวังแสยะยิ้มพร้อมบันดาลโทสะปลดปล่อยพลังปราณิญญาอันมหาศาลออกมาจากร่างแก่ชรา
เขาใช้เท้าขวาเหยียบพื้นก่อนทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า
วินาทีนั้นหัวใจของหวังไห่ตกไปอยู่ตาตุ่ม ดวงตาฉายแววสิ้นหวังระคนความไม่ยอมแพ้
เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับชายชรา หากประมือจนอีกฝ่ายาเ็สาหัสได้ ตระกูลหวังก็อาจจะมีโอกาสรอด!
"ลากข้าไปตายด้วยเช่นนั้นหรือ?"
"เ้ายังไม่คู่ควร!"
มู่เสินฉวนเย้ยหยันค่อยๆ กางฝ่ามือออก ปลายนิ้วเปล่งประกาย เผยพลังแห่งธาตุทั้งห้าอันน่าสะพรึงให้เห็น
เหนือท้องฟ้าปรากฏเป็ขุมนรกมืดมิดและเย็นะเืราวกับเมืองแห่งบาป ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อให้เกิดแรงกดดันและน่าเกรงขามขึ้นมาในจิตใจของทุกคนในตระกูลหวัง
"นี่... นี่มันวิชาอะไร!" ชายชราบรรพบุรุษตระกูลหวังเงยหน้ามองขึ้นตกตะลึง ดวงตาที่ขุ่นมัวฉายแววไม่อยากเชื่อ
"ห้าธาตุสยบนรก!" มู่เสินฉวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะสะบัดมือลง
เมืองนรกขนาดมหึมาพลันพุ่งลงมาหาชายชราตระกูลหวังด้วยพลังทำลายล้างน่าพรั่นพรึง!
ตูม!
ตูม!
ภายใต้พลังอันยิ่งใหญ่นี้ ชายชราตระกูลหวังมิอาจเคลื่อนไหวได้ พริบตาเดียว ร่างของเขาก็ะเิกลายเป็ละอองเืไปเสียแล้ว
ผู้ฝึกตนระดับครึ่งก้าวตำหนักม่วงตกตายในทันที!
เมื่อเห็นดังนั้นเหล่าผู้าุโของตระกูลหวังต่างก็หวาดผวากันถึงขีดสุด ไร้ซึ่งความคิดจะต่อสู้อีก
นี่หรือคือพลังที่แท้จริงของผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง? แม้แต่ชายชราตระกูลหวังก็ยังรับมือไม่ได้ ถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว! แล้วพวกเราจะสู้ไหวได้อย่างไร
กลับกันขวัญกำลังใจของฝั่งตระกูลมู่ในเวลานี้ก็เพิ่มสูงขึ้น พวกเขามองไปยังร่างอันน่าเกรงขามบนท้องฟ้าด้วยความเคารพ
มู่เสินฉวนตะเบ็งเสียงดุดันขึ้น
"ฆ่า!"
"อย่าไว้ชีวิตแม้แต่คนเดียว!"