“หากท่านทั้งสองยังคุยกันต่อไปคืนนี้พวกเราคงต้องนอนพื้นกันแล้ว”
หลี่ไหวฺอวี้เดินทอดน่องออกมาจากห้องโถงเขาไปดูมารอบหนึ่งแล้ว แต่พวกนางสองคนยังคงยืนคุยกันอยู่ที่เดิม
“ขออภัยด้วย...”หลี่อวิ๋นกล่าวขอขมาทันที
“เจ้าจะขออภัยเขาทำไมกันพวกเรามีความผิดอันใดหรือ” ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าหลี่ไหวฺอวี้ หลี่อวิ๋นมักจะอ่อนน้อมถ่อมตนมากเสมอ
“ไม่ผิดหรอกขอรับคุณหนูใหญ่ เรามาจัดการเรื่องสำคัญกันเถอะ”
หลี่ไหวฺอวี้หรี่ตาจดจ้องหมิงเป่าจูทว่าถูกขึงจ้องกลับโดยไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย จึงยิ้มออกมาอย่างจนใจ แล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย
หมิงเป่าจูเป็นคนรู้จักบันยะบันยันหลี่ไหวฺอวี้พูดถูก พวกนางไม่ควรเสียเวลากับการสนทนาไปมากกว่านี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ
นางจึงเรียกเป่าอวี้ออกมาพร้อมกับยื่นถุงเงินให้เขา แล้วกำชับว่า “ในนี้มีเงินอยู่หกสิบเหวิน เจ้าไปกับหลี่ไหวฺอวี้ไปซื้อถังน้ำมาสักหน่อยกลับมาจะได้ช่วยกันทำความสะอาดห้อง ส่วนข้าจะออกไปซื้อของจำพวกตู้เตียงกับหลี่อวิ๋น”
หมิงเป่าจูมอบหมายงานอย่างละเอียดหลี่ไหวฺอวี้ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น “แต่ข้ายังบาดเจ็บอยู่นะ เจ้าจะให้ข้าทำความสะอาดห้องจริงๆหรือ”
ข้ออ้างดีๆ แบบนี้หากไม่เอามาใช้อู้งานก็น่าเสียดายจริงๆ
“ใช่แล้ว พี่หญิงพี่ไหวฺอวี้บาดเจ็บยังไม่หายดีเลย ให้เขาไปซื้อของกับท่านเถอะ ข้าอยู่บ้านคนเดียวได้!”
หมิงเป่าอวี้ผู้ไม่ประสีประสาไม่นึกคลางแคลงเจตนาที่แท้จริงของหลี่ไหวฺอวี้แม้แต่น้อย ยังช่วยพูดแทนอีกต่างหาก รู้ความดียิ่งนัก
“ก็ได้ พวกเราจะรีบไปรีบกลับกลับมาแล้วพวกเราค่อยทำความสะอาดด้วยกัน”
หมิงเป่าจูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อพิจารณาถึงอาการบาดเจ็บของหลี่ไหวฺอวี้แล้ว เขาไม่ควรทำงานหนักจริงๆ มิเช่นนั้นแผลที่เย็บอย่างยากลำบากก็อาจจะปริได้ไม่คุ้มเสีย นางจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของทั้งสองคน
“ไหวฺอวี้บาดเจ็บหรือ”หลี่อวิ๋นถามอย่างประหลาดใจ นางไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
“บาดแผลเล็กน้อยไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง” หลี่ไหวฺอวี้กล่าวขึ้นก่อนที่หมิงเป่าจูจะเอ่ยปากอธิบาย
หลี่อวิ๋นขบริมฝีปากล่างไว้แน่นเพิ่งสังเกตเห็นตอนนี้เองว่าสีหน้าของหลี่ไหวฺอวี้ซีดเซียวอยู่เล็กน้อย ก็อดเป็นห่วงไม่ได้แต่เมื่อหลี่ไหวฺอวี้ไม่ยินดีเล่า นางก็ไม่อาจซักไซ้ไล่เลียง
“ถ้าเช่นนั้นข้าอยู่ช่วยเป่าอวี้ที่นี่ดีกว่า”หลี่อวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างปุบปับ
แม้ว่านางอยากไปกับหลี่ไหวฺอวี้เป็นอย่างยิ่งแต่ในเมื่อตนเองมาเพื่อช่วยเหลือ หากไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ดีนัก
ยิ่งไปกว่านั้นหลี่ไหวฺอวี้ยังบาดเจ็บไม่ควรทำงานหนัก นางจึงขันอาสาทำความสะอาดเอง
“ตกลง เช่นนั้นเราก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่เถอะ!”หมิงเป่าจูผลิยิ้ม รู้สึกว่าหลี่อวิ๋นเป็นแม่นางที่ดีจริงๆ รู้จักเห็นแก่ส่วนรวม
แผนการของหลี่ไหวฺอวี้สำเร็จลุล่วงจึงดูสดใสเบิกบานไปทั่วร่าง
เมื่อไม่มีหลี่อวิ๋นเป็นผู้นำทางทั้งสองก็อาศัยการสอบถามผู้คนระหว่างทาง จนพบร้านของช่างไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอำเภอติ้งเหลียง
“ลูกค้าทั้งสองท่านต้องการสั่งทำอะไรหรือขอรับ” เถ้าแก่เห็นว่ามีแขกมา จึงออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“เถ้าแก่ พวกเราไม่ได้มาสั่งทำท่านมีของที่ทำสำเร็จบ้างหรือไม่” หมิงเป่าจูกล่าว
การสั่งทำต้องใช้เวลาแน่นอนไม่รู้ว่าร้านช่างไม้ในยุคนี้จะมีสินค้าสำเร็จรูปขายหรือไม่
“ท่านมาถูกที่แล้วร้านของเรานับเป็นร้านเดียวในอำเภอติ้งเหลียงที่มีสินค้าทำสำเร็จขาย หากท่านไปที่อื่นต้องหาไม่พบอย่างแน่นอน!”
เถ้าแก่พูดจาคล่องแคล่วแม้บางถ้อยคำจะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ตรงกับความต้องการของหมิงเป่าจู ขอแค่มีของสำเร็จรูปเป็นใช้ได้
“ไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไรบ้างหรือขอรับ”เถ้าแก่ถาม
“เอาหมดทุกอย่าง!”หมิงเป่าจูกล่าวอย่างฮึกเหิมมั่นใจ ทำเอาเถ้าแก่ถึงกับงุนงง
“เช่นนั้น... รบกวนแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมได้หรือไม่”
เอาหมดทุกอย่าง? ตกลงต้องการสิ่งใดกันแน่?เถ้าแก่ถามอย่างระมัดระวัง เขาเพิ่งเคยพบเคยเจอลูกค้าที่บอกความต้องการเช่นนี้เป็นครั้งแรก
“เตียง ตู้เสื้อผ้าชั้นวางของ โต๊ะเก้าอี้ ล้วนขาดไม่ได้ จริงสิ! ต้องมีตู้ยาด้วย! สรุปแล้ว เอาเครื่องเรือนทั่วไปในบ้านมาอย่างละสามชุดและที่จำเป็นสำหรับร้านขายยาก็อีกหนึ่งชุด!”
หมิงเป่าจูพูดจบก็ได้ยินหลี่ไหวฺอวี้หัวเราะออกมาเบาๆยังชูนิ้วโป้งให้นางอีกด้วย นางไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็ไม่นำพา
แท้จริงแล้วหลี่ไหวฺอวี้ต้องการบอกนางว่าคนมีเงินเสียอย่างทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด!
เถ้าแก่ได้ยินดังนั้นก็หน้าบานเป็นจานเชิงนี่มันใบสั่งซื้อใหญ่ชัดๆ “มีขอรับ! มีทุกอย่าง! แต่ของทำสำเร็จร้านเราล้วนทำมาจากไม้การบูรแดง[1]อย่างดี คุณภาพดีเยี่ยม ราคาอาจจะ... แพงสักหน่อยขอรับ”
“เถ้าแก่ บอกราคามาเถอะ”
หมิงเป่าจูลังเลเสียแล้วที่คะนองปากพูดออกไปเมื่อครู่ เพราะได้ศึกษาข้อมูลราคาตลาดเครื่องเรือนมาบ้างแล้ว จึงวางแผนไว้คร่าวๆ
ตามจำนวนที่นางต้องการแม้จะมาก แต่ไม้ธรรมดาก็ไม่น่าจะแพงมากมาย
แต่พอได้ยินเถ้าแก่พูดอย่างนั้นนางก็เริ่มไม่มั่นใจ
“เตียง โต๊ะ เก้าอี้ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ อย่างละสามชุด รวมถึงตู้ยา โต๊ะบัญชี โต๊ะยาว และเก้าอี้อีกสองตัวข้าลดราคาให้ เหลือเท่านี้ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
เถ้าแก่พูดพลางขยับนิ้วดีดลูกคิดอย่างคล่องแคล่วไม่นานนักก็คำนวณเสร็จเรียบร้อย แล้วเรียกหมิงเป่าจูให้เข้ามาดู
“นี่คือ...” ขออภัยนางดูลูกคิดไม่เป็นจริงๆ
“ห้าสิบตำลึงขอรับ!”
เถ้าแก่กล่าว พร้อมกับชำเลืองมองหมิงเป่าจูคนที่ไม่รู้จักการดีดลูกคิด ช่างหาได้ยากยิ่ง
“เถ้าแก่ ยังลดได้อีกหรือไม่ท่านก็เห็นว่าข้าสั่งซื้อตั้งเยอะ” หมิงเป่าจูถาม
ห้าสิบตำลึงเกินงบประมาณที่นางคาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิงไม่นึกเลยว่าจะต้องใช้เงินมากมายถึงเพียงนี้
“ท่านลูกค้า ท่านอย่าล้อเล่นกับข้าเลยของพวกเราเป็นไม้การบูรแดงชั้นดี ห้าสิบตำลึงนี่ข้าลดให้แล้ว หากท่านยังต่อราคาอีกเชิญไปดูร้านอื่นก่อนก็ได้ขอรับว่ามีของทำสำเร็จหรือไม่” เถ้าแก่ตีหน้าเข้ม พูดอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
“ตกลง!”
หมิงเป่าจูกัดฟันใครใช้ให้นางรีบเองเล่า “เช่นนั้นพาข้าไปดูแบบก่อนได้หรือไม่ หากไม่ดีจริง ข้าก็ไม่เอาหรอกนะ”
“ได้ขอรับ เชิญทางนี้เลยบอกเลยว่าเรื่องแบบของร้านเราท่านหายห่วงได้เลย ทั่วทั้งแปดหมู่บ้านในรัศมีสิบลี้ หาช่างไม้ฝีมือดีเทียบกับช่างไม้ของร้านเราไม่ได้อีกแล้ว”
เถ้าแก่พูดพลางยิ้มจนริ้วย่นเกลื่อนใบหน้าเขาเลิกม่านประตู พาทั้งสองคนไปยังเรือนด้านหลัง
“เถ้าแก่ สร้อยข้อมือของท่านดูดีนี่”หลี่ไหวฺอวี้เอ่ยปากทักอย่างกะทันหัน พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“ของเล็กน้อย เอาไว้ใส่เล่นเฉยๆ”
เถ้าแก่หน้าถอดสีรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดสร้อยข้อมือบนข้อมือของตนเอง
หมิงเป่าจูเหลือบมองแวบหนึ่งเหมือนทำจากไม้แกะสลัก ลวดลายก็ประณีตสวยงาม เมื่อคิดว่าเถ้าแก่ทำการค้าเกี่ยวกับไม้มีสร้อยข้อมือไม้แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จึงถอนสายตากลับมา
หลี่ไหวฺอวี้เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มมุมปาก
เมื่อมาถึงเรือนด้านหลังเสียงเลื่อยไม้ เสียงเคาะตอกสารพัดรูปแบบดังกึกก้องอยู่ข้างหู
โรงไม้แห่งนี้กว้างขวางมากด้านในเต็มไปด้วยช่างไม้ที่กำลังทำงานอยู่ ประตูและหน้าต่างด้านข้างทุกบานล้วนเปิดกว้างเผยให้เห็นเครื่องเรือนฝีมือประณีตจัดวางอยู่ภายใน
เถ้าแก่พาทั้งสองคนไปยังห้องๆหนึ่ง ด้านซ้ายและขวาอย่างละห้อง แม้แต่ห้องโถงตรงกลางก็เต็มไปด้วยเครื่องเรือนไม้ดูเหมือนว่าจะมีสามชุดที่เหมือนกันทุกอย่าง
“เชิญชมขอรับ ไม้การบูรแดงที่ท่านต้องการล้วนอยู่ที่นี่ทั้งหมดถูกใจหรือไม่” เถ้าแก่ผายมือ เชื้อเชิญให้หมิงเป่าจูเข้าไปดูอย่างละเอียด
หมิงเป่าจูเดินสำรวจทีละห้องฝีมือดีมากจริงๆ ลวดลายแกะสลักมีเอกลักษณ์ สวยงามมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีกลิ่นฉุนของฟอร์มาลดีไฮด์[2]อย่างเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ มีแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้แท้
เชิงอรรถ
[1] ไม้การบูรแดง(红樟木) คือต้นการบูรเนื้อแดงมีกลิ่นหอมอ่อนจางกว่าการบูรขาว และมีเนื้อไม้แข็งเหมาะแก่การนำมาทำเครื่องเรือนมากกว่าการบูรขาว
[2] ฟอร์มาลดีไฮด์(毒甲醛) คือก๊าซชนิดหนึ่งมีกลิ่นฉุนรุนแรงไม่มีสี มีฤทธิ์กัดกร่อน เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมการผลิตหลายชนิด เช่นการผลิตไม้อัดพาร์ติเคิลบอร์ด เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น หากนำไปทำให้อยู่ในรูปแบบของของเหลวจะกลายเป็น“ฟอร์มาลีน”