แม้ไม่เคยใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากมายเธอกลับรู้สึกเหงาเมื่อรู้ว่าไม่มีพี่ชายอยู่...
“อ้ากกกกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้วใครก็ได้ช่วยฉันที ช่วยที ฉันไม่ไหวแล้ว” เสียงอู้อี้ของโลเวลดังลอดออกมาเด็กหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หินอ่อน ฟุบหน้าลงกับโต๊ะครวนครางไม่หยุดปากด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน
“เมื่อก่อนนะฉันเคยคิดว่าฉันเป็อัจฉริยะแต่เจอข้อสอบวันนี้ฉันขอถอนตัว ฉันยังไม่คู่ควรกับคำนี้” วางหน้าบนแขนที่วางทับอยู่บนโต๊ะเสือบตาพูดกับเธอแบบคนสิ้นหวังใกล้ตายอะไรทำนองนั้น ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก เพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกหลายคนก็มีท่าทีไม่ต่างกันเมื่อเจอข้อสอบในวันนี้ที่จริงเธอก็ทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้โอเวอร์แอ็กติ้งแบบตาคนนี้
“ใกล้ตายแล้วใช่ไหมก่อนตายอย่าลืมทำเื่บริจาคร่างของนายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ล่ะ ไม่ได้เป็แพทย์แต่อย่างน้อยก็ได้ตายเพื่อวงการแพทย์”
“มุกอะไรวะเนี่ยเล่นเอาขนลุกพรึบเลย” โลเวลทำหน้าสยอง
“ไม่ใช่มุกตลกนะก็ตอนนี้ท่าทางนายเหมือนคนใกล้ตายจริงๆ”
“พอเถอะ”อีกฝ่ายรีบยกมือข้าม มีอะไรที่ยัยทอมนี่จะไม่จริงใจบ้างไหมเนี่ย
“วันนี้ไปเยี่ยมคุณลุงกันฉันมีของจะไปโม้” โลเวลชวนขึ้น หลังจากวันนั้นโลเวลก็ชอบที่จะไปยี่ยมลุงคนนั้นทั้งคู่พุดคุยกันอย่างถูกคอดี เหมือนรู้จักกันมานาน
เมื่อไปเยี่ยมคุณลุงแปลกหน้าแล้วเธอก็ขึ้นรถกลับบ้าน ไปเยี่ยมครั้งนี้เธอมีเื่พูดคุยกับคุณลุงคนนั้นมากขึ้นอาจะเป็มีโลเวลไปด้วย มีเขาคอยสร้างสีสันหาเื่ตลกมาพูดทำให้คุณลุงสีหน้าสดใสขึ้นเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าบางครั้งมุกตลกของโลเวลก็เป็สิ่งจำเป็ในการรักษาคนป่วยเพราะมันช่วยเยียวยาจิตใจของคนป่วยได้
“กลับมาแล้วครับ” ฟีบีเดินไปบอกคาเร็นที่กำลังจัดโน่นเตรียมนี่อยู่ในครัว
“หิวหรือยังคะ เดี๋ยวดิฉันจัดของว่างไปให้”
“ขอบคุณครับ”
“เอ่อนายน้อยคะ พอดีมีคนมารอพบคะ มีข้อความจากนายท่านมาถึงนายน้อยด้วยค่ะ”
เธอพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินตามคาเร็นไปที่สวนที่นั่นทำให้เธอได้พบกับชายร่าสูงในชุดสูทสีดำใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นทำให้เธออดแปลใจไม่ได้ ลูเซีย คนสนิทอีกคนของคราวน์เขาเป็เสมือนแขนขาของคราวน์ ปกติเขาจะต้องดูแลงานที่อิตาลี เขาจะไม่ถูกเรียกตัวมาที่นี่ถ้าไม่มีเื่จำเป็มากพอ
“สวัสดีครับนายน้อยคงจะจำผมได้” บุรุษร่างสูงตรงหน้ากล่าวกับเธออย่างนอบน้อม
“ครับคุณลูเซีย ผมจำคุณได้”
“ท่านคราวน์มีต้องไปจัดการงานที่ต่างประเทศสองอาทิตย์ในระหว่างนี้นายท่านมอบหมายให้ผมดูแลนายน้อยครับ” ดูแลนั่นหมายความอิสระของเธอจะถูกจำกัด เธอจะถูกจับตามองออย่างใกล้ชิด ทุกสิ่งที่เธอทำจะถูกรายงานให้คราวน์รับรู้มันจะเป็แบบนี้แค่ตอนที่คราวน์กำลังมีคนมาลองดี ถึงจะไม่เปิดเผยออกไป แต่เธอที่เป็น้องของคราวน์ถือเป็เดิฉันหมายชั้นเยี่ยม แต่ครั้งนี้เกิดเื่อะไรกันแน่นะ
“ผมไม่เข้าใจทำไมต้องดูแล ผมดูแลตัวเองได้”
“มันเป็คำสั่งครับ”คำตอบเพียงประโยคเดียวร่างบางถึงกับเงียบ มันเป็ประโยคที่สื่อความหมายง่ายๆ เธอไม่จำเป็ต้องรู้
“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยครับ”ลูเซียมองตามคนตัวเล็กที่เดินออกไป เด็กสาวที่เป็เหมือนสิ่งสำคัญในชีวิตที่เขาต้องปกป้องไว้ให้ได้ มันเป็แบบนี้เสมอ เ้านายของเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนเสมอว่าฟีบีสำคัญสำคัญกว่าชีวิตของตัวเ้านายเองด้วยซ้ำ การที่ให้เขาซึ่งเป็มือขวามาอยู่ที่นี่ ก็เป็เครื่องพิสูจน์ความรู้สึกของเ้านายเขาได้อย่างดีแต่คนตัวเล็กจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่าตัวเองสำคัญ
“ไม่อร่อยเหรอคะทำไมทานน้อยนักล่ะคะ”
“เปล่าครับอร่อยมาก แต่ผมไม่ค่อยหิว” เ้านายตัวเล็กตอบเสียงแ่
“แล้วคุณลูเซียล่ะครับเขาไม่ทานข้าวเหรอ”
“บอกว่าจะขอทานที่ห้องค่ะเดี๋ยวดิฉันไปหาของหวานอย่างอื่นให้ทานหน่อยดีกว่า”
“ไม่เป็ไรครับ ผมอิ่มแล้วจริงๆ” ฟีบีคว้ามือแม่บ้านไว้ก่อนมือเล็กเลื่อนจานข้าวไปข้างหน้าอีกหน่อยก่อนจะฟุบหน้าลงบนแขนสองข้างของตัวเองที่ยกขึ้นวางบนโต๊ะ
คาเร็นมองภาพนั้นอย่างเข้าใจเธอรู้ว่านายน้อยของเธอกำลังเหงา มืออุ่นยกขึ้นลูบไปที่ไหล่บางเป็เชิงปลอบด้วยฐานะที่เป็แค่แม่บ้านจึงไม่กล้ายกขึ้นวางในตำแหน่งที่สูงกว่านั้น แต่เด็กขี้เหงากลับคว้ามันขึ้นมาวางบนศีรษะทุยของตัวเองแทนแล้วบังคับมือนั้นให้ขยับไปมา บอกให้อีกคนรู้ว่า้าให้ลูบ คาเร็นเข้าใจในปฏิกิริยานั้นจึงลูบพลางยิ้มพลางอย่างนึกเอ็นดูเมื่อพอใจในท่าทีของแม่บ้านคนโปรดแล้วจึงขยับมือมาวางรอแก้มตัวเองเหมือเดิมขยับเอียงอีกหน่อยมองคนข้างๆ แต่แค่มองยังอบอุ่นไม่พอ เลยแขนเอื้อมไปคว้าตัวแม่บ้านมาอยู่กล้าใบหน้าขยับซุกซบกับบั้นเอวอีกฝ่าย
“ถ้าคิดถึงมากก็โทรสิคะนายท่านเองก็คงรอนายน้อยโทรไปเหมือนกัน”
“มันแปลกๆ”เสียงอู้อี้ตอบกลับมา
“แปลกยังไงคะพี่น้องกันโทรหากันก็เป็เื่ปกติอยู่แล้ว เพราะเป็ห่วง อาทรก็เลยโทรหามันเป็เื่ที่ดีที่คนเป็น้อง คนในครอบครัวควรจะปฏิบัติต่อกัน ”
“ก็ทุกทีไม่เคยโทร แต่อยู่ๆก็โทรคราวน์จะไม่คิดว่าเป็เื่แปลกเหรอครับ” เธอเงยหน้าทำหน้ายุ่ง ไม่ค่อยมั่นใจ
“เพิ่งจะรู้วันนี้ว่านายน้อยก็เป็เด็กขี้อายเหมือนกัน”ได้ยินอย่างนั้นอยู่ๆหน้าก็แดงขึ้นมา เบนสายตามองอย่างอื่นไม่ยอมสบตาคนแซวรู้สึกเหมือนโดนคนอื่นรู้ความลับของตัวเอง
“หืมหรือว่าที่ไม่เคยโทรเพราะอายคะ”
“โธ่ คาเร็นอย่าพูดอย่างนั้นสิไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ผมไม่คุยกับคาเร็นแล้ว จะไปนอนแล้ว จุ๊ฟ ฝันดีครับ”คนร้อนตัวลุกขึ้นยืนจูบราตรีสวสัดิ์ข้างแก้มเธอเร็วๆแล้ววิ่งขึ้นห้องไปทันทีคาเร็นยิ้มตาม.............เริ่มเป็สาวแล้วสินะยิ่งน่ารักแบบนี้แล้วเ้านายของเธอจะอดทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ
กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง
“ไม่เป็ไรฉันรับเองเธอไปตามนายน้อยให้ฉันหน่อย” แม่บ้านใหญ่เบอกเมดอีกคนที่กำลังจะเดินไปรับสาย
“สวัสดีค่ะ บ้านเซนเลอร์แวนด์ ค่ะ”ก็พูดไปตามมารยาทแค่นั้นเอง เธอรู้อยู่แล้วว่าใครจะโทรมาในเวลานี้ของทุกวันนี่ก็เป็อีกคนที่เขินอายที่จะโทรหาคนสำคัญ ใช่ว่านายน้อยฟีบีของเธอคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่อยากโทรแต่ไม่กล้าโทรทุกครั้งที่คราวน์เดินทางไปต่างประเทศเขาจะโทรมาถามความเรียบร้อยในบ้านเสมอแต่ประเด็นหลักคือถามถึงคนที่วิ่งขึ้นห้องไปเมื่อครู่ต่างหาก
--------------------
#สุขสันต์วันหยุดจ้า