เสี่ยวฮวาตกลงไปพักที่จวนของอี้ผิง นางกล่าวลาทุกคนก่อนจะแยกย้ายไปพร้อมกับอี้ผิงและเสี่ยวหง นางยังไม่ลืมจุดประสงค์ของการมาร้านแลกเงินในครั้งนี้ สุดท้ายนางได้แลกก้อนทองในมือเป็เงินติดตัว แล้วนำไปคืนค่าเสี่ยวหลงเปาที่ร้าน
อี้ผิงอธิบายเื่การซื้อขายด้วยเงินอีแปะให้เสี่ยวฮวาฟัง เสี่ยวฮวาจึงพอเข้าใจการซื้อขายของเมืองหลวงขึ้นบ้าง
หลังจากเดินเล่นอยู่นานสองนาน อี้ผิงได้พาเสี่ยวฮวา มาที่จวนตนเอง ในจวนมีคนอาศัยอยู่ไม่มากนัก หากไม่นับบ่าวไพร่ ในจวนนี้มีเพียงท่านอาอี้ไท่ พี่ชายของนางอี้หนิงเฟิ่ง และนางเพียง3คนเท่านั้น จึงทำอี้ผิงอดรู้สึกเหงาขึ้นมาไม่ได้
"ว้าว จวนของท่านสวยจังเลยเ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวากล่าวขึ้น จ้องไปด้านหน้าด้วยดวงเป็ประกายระยิบระยับ เสี่ยวหงก็เช่นเดียวกัน มันตีปีกโผไปด้านหน้าอย่างร่าเริง
ก่อนที่มันจะตีปีกโบยบินไปไกล เสี่ยวฮวาจับปลายก้นของเสี่ยวหงไว้ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"เสี่ยวหง ท่านแม่บอกว่า เข้าบ้านคนอื่นอย่าเสียมารยาท"
ห่านน้อยสะดุ้งสุดตัว ก่อนที่จะหน้าคะมำไปกับพื้น เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสงสารดังขึ้น เสี่ยวฮวาจึงปลอบใจขึ้นว่า
"เสียใจที่ไม่ได้วิ่งเล่นงั้นหรือ รอให้พี่อี้ผิงพาไปแนะนำก่อนนะ เ้าค่อยไปวิ่งเล่น"
เสี่ยวหงจ้องหน้าเด็กน้อยเขม็ง ได้แต่คิดในใจว่า
'ข้าเจ็บก้นต่างหากเล่า'
อี้ผิงหัวเราะกับหนึ่งเด็กหนึ่งห่าน นางรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกจริงๆ ที่พานางมาบ้านด้วย
พี่ชายของนางไปประจำที่เมืองอื่น นานๆ ครั้งจะกลับจวน ส่วนท่านอาออกไปราชการั้แ่เช้า กลับมาอีกครั้งหลังยามเซิน ทำให้นางไม่ค่อยมีเพื่อนพูดคุยด้วยมากนัก บวกกับที่นางเติบโตมาในตระกูลแม่ทัพ ทำให้นางเรียนรู้ทางด้านขี่ม้า ยิงธนู เวลาออกงานสังคมจึงไม่มีเื่เสวนากับคุณหนูตระกูลอื่นมากนัก
"เข้ามาข้างในกันเถอะ ข้าจะพาไปเดินดูรอบๆ จวน"
อี้ผิงกล่าวกับเสี่ยวฮวา ระหว่างเดินเล่นรอบจวนอี้ผิงก็ถามขึ้นว่า
"ท่านพ่อของเ้า มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรงั้นหรือ ข้าจะช่วยเ้าหา"
"ท่านพ่อข้าหล่อเหลาเ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวาตอบ แต่สายตาของนางไม่ได้สนใจอี้ผิงแล้วในตอนนี้ นางสนใจสระบัวที่มีน้ำตกเล็กที่กำลังอยู่เบื้องหน้า เสี่ยวหงไม่สนใจเสี่ยวฮวาอีกแล้ว มันวิ่งพุ่งเข้าไปที่สระบัว ก่อนจะมีเสียงดังตูม เสี่ยวหงลงไปลอยอย่างสง่างามอยู่ในน้ำ เสี่ยวฮวาเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งแล้วะโน้ำตาม
ตอนอยู่หมู่บ้านต้นไม้ นางมักจะไปเล่นน้ำในลำธารกับเพื่อนๆ อยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางจึงลงไปเล่นน้ำกับเสี่ยวหง
อี้ผิงกับเหล่าสาวใช้ได้แต่ปากอ้าตาค้าง คิดจะห้ามก็ห้ามไม่ทัน
"พี่อี้ผิง มาเล่นน้ำกันเ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวาที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเสี่ยวหง ส่งเสียงร้องเรียกอี้ผิง
แม้อี้ผิงจะมีนิสัยไม่เหมือนคุณหนูจวนอื่นๆ เท่าไหร่นัก แต่นางก็ไม่เคยเล่นน้ำในที่สาธารณชน หรือแม้แต่สระบัวในจวนตนเองมาก่อน
อี้ผิงได้แต่ยืนนิ่ง หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกอยู่นานสองนาน ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง
"อี้ผิง พวกเ้าทำอะไรกัน"
แน่นอนว่าเสียงนี้คือแม่ทัพอี้ วันนี้เขากลับมาเร็วกว่าปกติ เนื่องจากเขามีธุระกับเสนาบดีลู่ จึงพากันมาที่จวนของเขา เสนาบดีลู่เป็บุรุษอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ทัพอี้ เป็บุรุษหน้าหยก สวมชุดสีขาวทั้งตัว คาดเอวด้วยผ้าสีฟ้าคราม ดูเป็บุรุษที่มีความสงบเยือกเย็น มีรอยยิ้มอ่อนๆ ประดับบนใบหน้าเสมอ ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าเขาเคยออกตามหาใครบางคนอยู่ด้วย
"คาระวะท่านอา ท่านเสนาบดีลู่เ้าค่ะ"
อี้ผิงทำความเคารพทั้งสอง ก่อนจะเหลือบมองไปทางเสี่ยวฮวา
แม่ทัพอี้และเสนาบดีลู่หันมองไปตามสายตาของอี้ผิง ก็พบเข้ากับหนึ่งเด็กหนึ่งห่านที่สระบัวกลางจวน แม่ทัพอี้ขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะส่งสายตาเป็เชิงถามไปทางอี้ผิง อี้ผิงจึงกล่าวขึ้นว่า
" พอดีวันนี้ข้าพบแม่นางน้อย กับสหายของนางที่ภัตราคารฟู่ เห็นนางยังไม่มีที่ไปจึงเชิญนางมาพักที่จวนเ้าค่ะ"
อี้ผิงตอบอย่างร้อนใจ นางยังไม่ขออนุญาตท่านอาที่เป็เ้าของจวน นางคิดว่าเมื่อท่านอากลับมาจะไปหาเขาเพื่อบอกกล่าว ท่านอาเป็คนใจดีน่าจะไม่ขัดข้อง แต่ภาพตรงหน้านี่ เอ่อ แบบว่า นางควรบอกกล่าวอย่างไรดี
เสี่ยวฮวาที่เล่นน้ำอยู่สังเกตเห็นว่ามีคนมายืนอยู่กับอี้ผิง นางจึงรีบลุกขึ้นจากน้ำวิ่งไปทางอี้ผิง
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวนางเปียกขนาดนี้จะทำอย่างไรดี จึงสะบัดตัวไปมา ก่อนจะกางแขนค้างเอาไว้ จนแม่ทัพอี้อดถามขึ้นไม่ได้ว่า
"แม่หนูน้อย เ้ากำลังทำอะไร"
"ข้าไม่ใช่แม่หนูน้อย ข้าชื่อเสี่ยวฮวา กำลังออกตามหาท่านพ่อเ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวาตอบอย่างมั่นใจ จนอี้ผิงอดพูดแทนท่านอาของนางไม่ได้ว่า
"ท่านอาหมายถึงเ้ากำลังทำอะไรอยู่"
"อ๋อ ข้ากำลังทำตัวให้แห้งเ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวายังพูดต่อไปอีก
"เสี่ยวหงทำแบบนี้ แปปเดียวยังแห้งได้เลย ทำไมข้าถึงจะไม่แห้งล่ะเ้าคะ"
อี้ผิดพูดอะไรไม่ออก เสนาบดีลู่ได้ยินก็ส่งยิ้มเอ็นดูไปให้เสี่ยวฮวา
จากนั้นแม่ทัพอี้จึงพูดขึ้นว่า
"เ้าพาแม่หนู เอ่อ แม่นางเสี่ยวฮวาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ แล้วยามเซินค่อยพานางไปพบข้าที่ห้องหนังสือ"
กล่าวจบแม่ทัพอี้และเสนาบดีลู่ก็เดินจากไป เสี่ยวฮวาเหล่มองทางทั้งสองนิดหนึ่งก่อนจะกระซิบถามอี้หงว่า
" พี่อี้หง ทั้งสองเรียกว่าหล่อเหลาไหมเ้าคะ"
เมื่อได้ยินคำถามอี้หงถึงกับงุนงง ก่อนจะตอบไปว่า
"ก็เรียกได้ว่าหล่อเหลาอยู่นะ"
ได้ยินดังนั้น เสี่ยวฮวาอดขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้ หลังจากนั้นนางจึงหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น ก่อนจะเอาแท่งถ่านเล็กๆ ที่พกมาด้วย ขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ อะไรบางอย่าง
" เอ๊ะ เ้าเขียนหนังสือเป็ด้วยหรือ"
อี้ผิงถามอย่างสงสัย
"เป็เ้าค่ะ ท่านแม่บอกว่าถ้าไม่เรียนหนังสือข้าจะเป็คนโง่
'ขงจื้อเคยกล่าวไว้ คนฉลาดและขยัน ควรส่งเสริมให้เป็แม่ทัพ, คนฉลาดและี้เี ควรเลี้ยงไว้เป็ทหารฝ่ายเสนาธิการวางแผนอยู่เื้ั, คนโง่และี้เีเก็บไว้ใช้สอยทำงานตามคำสั่ง, แต่ถ้าเจอคนโง่และขยัน ต้องเอาไปตัดหัวทิ้งทันที' ข้าเป็คนขยัน หากข้าโง่ข้าไม่อยากโดนตัดหัว"
อี้ผิงอึ้งค้างไปพักหนึ่ง ก่อนที่นางจะเห็นตัวอักษรที่เสี่ยวฮวาขีดๆ เขียนๆ ในกระดาษ ตัวแรกเป็คำว่า'หยาง' ตัวต่อมาเป็คำว่า'อา' และตัวสุดท้ายเป็คำว่า 'ลู่' มีตัวเลขกำกับที่ตัวอักษรทั้ง 3 ตัว
อี้ผิงอดถามขึ้นอีกครั้งไม่ได้ว่า
"เ้ากำลังเขียนอะไรอยู่หรือ"
"ข้ากำลังจดชื่อบุรุษผู้ที่หล่อเหลาเ้าค่ะ"
อี้ผิงขบขันน้อยๆ ก่อนจะถามว่า
"นี่คือใครบ้าง"
"นี่คือคุณชายที่พบที่ร้านแลกเหรียญ คนนี้คือท่านอาเมื่อครู่ ส่วนคนนี้คือเพื่อนท่านอาเมื่อครู่เ้าค่ะ"
"แล้วเ้าจดไปทำอะไรงั้นหรือ"
"ข้าจดไว้เรียงลำดับความหล่อเหลา เมื่อเรียงได้แล้ว คนที่หล่อเหลาที่สุด ย่อมเป็ท่านพ่อของเสี่ยวฮวาอย่างแน่นอน เพราะท่านแม่บอกไว้ว่า ท่านพ่อของข้าหล่อเหลาที่สุด"
อี้ผิงอดหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางรอจนเสี่ยวฮวาขีดๆ เขียนๆ เสร็จ จึงพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เสี่ยวหงที่ลอยอยู่ในสระบัวมองซ้ายมองขวา อ้าวหายไปไหนกันหมด
ตกเย็นอี้ผิงพาเสี่ยวฮวามาหาแม่ทัพอี้ เขากำลังนั่งรอพวกนางอยู่ในห้องหนังสือ เสนาบดีลู่กลับไปแล้ว ดังนั้นในห้องจึงเหลือเพียงแค่แม่ทัพอี้
"ท่านอา หลานมาแล้วเ้าค่ะ"
อี้ผิงพาเสี่ยวฮวาก้าวเข้าห้องหนังสือ เสี่ยวฮวาที่ก้าวเข้ามาตื่นตาตื่นใจที่เห็นหนังสือมากมายภายในห้อง นางเป็เด็กที่ใฝ่รู่คนหนึ่ง ดังนั้นจึงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
แม่ทัพอี้กระแอมเล็กน้อยก่อนถามอี้ผิงขึ้นว่า
"ไหนเ้าเล่ารายละเอียดของวันนี้ให้ข้าฟังหน่อย"
"คือเื่เป็อย่างนี้เ้าค่ะ..."
อี้ผิงบอกเล่ารายละเอียดต่างๆ ั้แ่พบเสี่ยวฮวาที่ภัตรคารจนถึงพานางกลับมาที่จวน รวมถึงเื่ที่นางะโสระบัวด้วย
"บ้านของเ้าอยู่ที่ไหน เหตุใดผู้ใหญ่ถึงยินยอมให้เ้าออกเดินทางเพียงลำพัง"
แม่ทัพอี้ถามขึ้นพร้อมจ้องมองไปทางเสี่ยวฮวามองไปมองมาเขากลับรู้สึกเหมือนเคยเห็นนางมาก่อน
"เสี่ยวฮวาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต้นไม้ ท่านแม่เคยบอกเล่าเื่ราวของท่านพ่อให้ฟังมากมาย เสี่ยวฮวาจึงอยากพบท่านพ่อเ้าค่ะ"
นางหยุดหายใจนิดหนึ่งก่อนจะเล่าต่อว่า
" วันนั้นมีท่านลุงในหมู่บ้านกำลังย้ายบ้านมาอยู่กับลูกชายที่ใกล้ๆ เมืองหลวง เสี่ยวฮวาจึงวิ่งไปขออนุญาตท่านแม่ ท่านแม่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด นางเพียงพยักหน้าให้สองครั้ง ท่านลุงท่านนั้นเห็นว่าท่านแม่อนุญาตจึงพาเสี่ยวฮวามาด้วยเ้าค่ะ"
"หลังจากนั้นเ้าก็เข้าเมืองเพียงลำพังงั้นหรือ"
แม่ทัพอี้สงสัยมากกับสิ่งที่เสี่ยวฮวาบอกเล่า หมู่บ้านที่นางอาศัย อยู่ไกลจากเมืองหลวงค่อนข้างมาก เหตุใดมารดานางถึงยอมให้นางออกเดินทางเพียงลำพังได้
"เสี่ยวฮวามากับสหาย นามว่าเสี่ยวหงเ้าค่ะ"
เขาว่าแล้วว่าเด็กเล็กๆ ที่อายุไม่น่าเกิน6ขวบปีนี้ จะเดินทางผู้เดียวได้อย่างไร แต่นอกจากนางแล้ว เขาก็ไม่เห็นผู้อื่นอีก จึงถามอย่างสงสัยขึ้นว่า
"แล้วตอนนี้สหายเ้าอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ"
อี้ผิงกล่าวด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ตอบขึ้นว่า
"ตอนนี้น่าจะยังคงอยู่ที่สระบัวเ้าค่ะ"
แม่ทัพอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหตุใดตอนนั้นที่สระบัว นอกจากเสี่ยวฮวาแล้ว เขาไม่พบว่ามีผู้ใดอยู่อีก
อี้ผิงเห็นสีหน้าท่านอาของนาง ก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
"เสี่ยวหงเป็ห่านเ้าค่ะ"
แม่ทัพอี้ฟังแล้วได้แต่นิ่งชะงักไปพักหนึ่ง นั่นหมายความว่านางเดินทางมาคนเดียวจริงๆ เอ่อ คนเดียวกับอีกหนึ่งตัว
"แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าท่านพ่อของเ้าชื่อแซ่อะไร หรือมีลักษณะเด่นอย่างไร"
"ท่านแม่กล่าวว่า 'ท่านพ่อเป็บุรุษที่หล่อเหลาที่สุด' เ้าค่ะ"
"นางกล่าวเพียงเท่านี้เองหรือ"
แม่ทัพอี้ถามขึ้น หากมีแค่นี้เขาจะไปช่วยหาได้อย่างไร นิยามของคำว่าหล่อเหลาของแต่ละคนคืออะไร บางทีหล่อเหลาของเขาอาจไม่หล่อเหลาของเราก็เป็ได้
" ท่านแม่กล่าวอีกเยอะแยะมากมายเ้าค่ะ"
" ไหนลองว่ามาสิ้"
"เสี่ยวฮวาจำได้แค่นั้นเ้าค่ะ"
นางตอบพลางเอียงคออย่างสงสัย ก่อนจะพูดต่อไปว่า
"ท่านแม่ทัพช่วยหาบุรุษที่หล่อเหลาให้เสี่ยวฮวาได้ไหมเ้าคะ"
แม่ทัพอี้สำลักน้ำชาที่กำลังยกขึ้นจิบทันที ให้เขาช่วยหาบุรุษหล่อเหลา หากคนภายนอกรู้เข้า ไม่หาว่าเขาตัดแขนเสื้องั้นหรือ
" เ้าจะให้ข้าหาไปทำไม"
"เสี่ยวฮวาจะมาเรียงลำดับท่านพ่อของเสี่ยวฮวา คนที่หล่อเหลาที่สุดคือท่านพ่อของเสี่ยวฮวาอย่างแน่นอน"
อี้ผิงที่ยืนข้างๆ ยิ้มขำๆ กับความคิดนี้ แม้นางจะเคยได้ยินเสี่ยวฮวาบอกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้นางจะให้ท่านอาหารายชื่อเพิ่ม เพื่อจัดลำดับรายชื่อพ่อของนาง เมื่อคิดขึ้นมาทีไรอดขำไม่ได้ทุกที
แม่ทัพอี้กระแอมออกมาอีกครั้ง ก่อนจะถามคำถามใหม่
" งั้นเอาเป็ว่าแม่ของเ้าชื่ออะไร พื้นเพเป็คนที่ไหน เผื่อข้าจะช่วยสืบหาได้บ้าง"
"ท่านแม่ เอ่อ ท่านแม่ชื่อท่านแม่เ้าค่ะ เป็คนหมู่บ้านต้นไม้"
ั้แ่จำความได้ นางก็เรียกท่านแม่ว่าท่านแม่มาตลอด นางจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านแม่ชื่ออะไร
ผู้คนที่มาหา ต่างก็เรียกท่านแม่ว่า แม่เสี่ยวฮวาหรือว่าแม่ของนางจะชื่อแม่เสี่ยวฮวากันนะ
ปกติชาวบ้านทั่วไปมักจะเรียกขานกันตามสถานะของผู้ถูกเรียกเช่น เป็สะใภ้คนที่สามของบ้านสกุลเสิ่น ชาวบ้านจะเรียกกันว่าสะใภ้สามเสิ่น หรือเป็พ่อของเด็กที่มีชื่อว่าต้าหลี จะเรียกกันว่าพ่อต้าหลี ดังนั้นแม่ของเสี่ยวฮวาจึงถูกเรียกกันว่า แม่เสี่ยวฮวา
แม่ทัพอี้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ลักษณะบิดาก็ไม่รู้ ชื่อมารดาก็ไม่รู้ อยากเห็นมารดาของเสี่ยวฮวาจริงๆ ไม่รู้ว่าเลี้ยงนางมาอย่างไรกัน
หลังสอบถามเื่ราวจบอี้ผิงได้พาเสี่ยวฮวาไปที่ห้องของตัวเอง นางอยากมีน้องสาวมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อมีโอกาส นางไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่ นางชวนเสี่ยวฮวามานอนด้วยกัน ซึ่งเสี่ยวฮวาไม่ขัดข้อง เพราะปกตินางก็นอนกับท่านแม่อยู่แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองจัดการกับอาหารเช้าเรียบร้อย ก็พากันไปเดินเล่น เสี่ยวหงยังคงมีความสุขอยู่กับสระบัว สาวใช้นำผักสดไปวางไว้ด้านข้างสระ มันไม่สนหรอกว่าเสี่ยวฮวาจะออกไปไหน มันเหล่ตามองไปทางเสี่ยวฮวานิดหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้ามาไซร้ขนของมันต่อไป
อี้ผิงพาเสี่ยวฮวาไปที่ร้านน้ำชาของนางก่อนเป็อันดับแรก เพื่อขอให้หลงจู๊ช่วยหาข่าวเกี่ยวกับท่านพ่อของเสี่ยวฮวา
หลงจู๊ได้แต่กุมขมับกับเบาะแสที่ได้รับจากเสี่ยวฮวา นางให้เบาะแสแก่หลงจู๊เหมือนที่บอกกับแม่ทัพอี้เมื่อวานนี้ ทำให้เบาะแสมีเพียงว่า 'ท่านพ่อของเสี่ยวฮวาหล่อเหลาที่สุด' หลงจู๊ได้แต่คิดในใจ หล่อเหลาที่สุดในโลก หล่อเหลาที่สุดในเมือง หรือหล่อเหลาที่สุดในบ้านกันเล่า เห้อ