ณ ประเทศญี่ปุ่น
.
.
- เขตซากะ -
.
.
บริษัท สุมิโตะ จำกัด
ต้นเดือน มี.ค. เวลา 12.45 นาฬิกา
ตุบ!!
ภายในห้องประชุมขนาดเล็กได้มีชายสองคนกำลังนั่งประจันหน้ากันอยู่ คนหนึ่งท่าทางบึกบึนกำลังกำหมัดด้วยอารมณ์โกรธจัด ส่วนอีกคนได้แต่นั่งก้มหน้าไม่ยอมสบตากับอีกฝ่าย เสียงจากภายในห้องประชุมดังลั่นไปถึงข้างนอกห้อง แม้จะมีกำแพงกั้นไว้แต่ก็ไม่อาจปิดกั้นกลุ่มคนที่อยากรู้อยากเห็นได้
"ฮาจิมะ! นี่แกทำผิดซ้ำๆเดิมๆอีกแล้วนะ!! ฉันให้โอกาสแกหลายครั้งแต่ผลงานกลับไม่ได้เื่ทุกครั้ง! มันเป็เพราะอะไรรู้มั้ย..."
"เพราะผมไม่ตรวจสอบให้ดีเองครับ"
"เพราะว่าแกมันห่วยไง! ไอโง่เอ้ย!!"
"ขอโทษครับ..."
"รู้งี้ฉันไม่น่ารับแกเข้าทำงานเลย ฉันควรปฏิเสธน้าแกั้แ่แรกถ้าแกจะเป็แบบนี้..."
"ลุงคา--"
"เงียบ! บอกแล้วนี่ห้ามเรียกชื่อที่นี่!"
"ขอโทษครับ ผมลืมตัว"
"เฮ้อ..."สิ้นเสียงถอนหายใจผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองภาพตรงหน้าก็พบคุณลุงกำลังนั่งหันหลังให้กับผม เขาเหม่อมองภายนอกอาคารนานพอสมควรก่อนจะพูดคำๆหนึ่งออกมา
"ฮาจิมะ...แกไปหางานอื่นทำเถอะ ถึงที่นี่จะเงินดีแต่ที่นี่ไม่เหมาะกับแก"
"..."
"แกยังหนุ่ม ยังเรียนรู้ได้อีกเยอะ ข้างนอกนั้นต้องเจองานที่เหมาะกับแกแน่นอน"
"..."
"ฉันแนะนำให้แกได้แค่นี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับตัวเองแล้ว ออกไปได้ละ"
"...ขอบคุณครับ"
แอ๊ด~
หลังจากคุณลุงพูดจบผมค่อยๆยืนขึ้นพร้อมเปิดประตูเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจพนักงานคนอื่นที่เข้ามาถามไถ่อยากเอาเป็เอาตาย พอรู้ตัวอีกทีก็ออกจากบริษัทนั้นเรียบร้อยแล้ว
นี่เรา...โดนไล่ออกแล้วเหรอ...
"อ้าก!!!! โถ่เอ้ย!!!"ผมขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดพร้อมถือกระเป๋าซึ่งเป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวเดินตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน แม้ตอนนี้จะสับสนแต่ขอกลับห้องก่อนดีกว่าแล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อ เพราะตอนนี้ผมกลายเป็คนว่างงานเรียบร้อย
[เรียกท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้ได้มีการซ่อมแซมทางออกที่ 2 กรุณาใช้ความระมัดระวัง..]
ผมทำงานที่บริษัทคุณลุงเมื่อสามเดือนก่อนโดยมีน้าสาวเป็คนแนะนำ คุณลุงที่เห็นผมเป็ญาติจึงรับเข้าทำงานอย่างช่วยไม่ได้ แรกๆอะไรๆก็ดีแต่หลังๆเริ่มมีคนไม่ชอบผมเพราะเป็เด็กเส้น ผมทำงานดีทุกอย่างแต่หลังๆกลับโดนตำหนิจนเริ่มมีการฟ้องเื่ของผมกับคุณลุงมากขึ้น แม้ผมจะอธิบายแต่คุณลุงก็รับฟังแค่พนักงานของเขาเท่านั้น จนคุณลุงเริ่มตำหนิผมด้วยเหมือนกัน ผมทำผิดพลาดนิดเดียวเขาก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟทันที จนถึงขั้นไล่ออกในที่สุด
"ขอทางหน่อยนะครับ~ ระวังอย่าโดนรถเข็นนะครับ~"
แต่ผมรู้สึกดีใจนะที่ได้ออกมา แต่กังวลตรงที่ต่อจากนี้จะเอายังไงต่อเพราะ่นี้งานหายากมากจริงๆ เฮ้อ...พอกลับห้องลองโทรหาน้าสาวดูดีกว่าเผื่อเธอจะแนะนำได้ เพราะน้าสาวเป็เหมือนแม่ของผมอีกคน เธอช่วยเลี้ยงดูผมจนจบมหาวิทยาลัยและยังให้คำแนะนำดีๆอีกด้วย แต่ตอนนี้...
"ให้ตายสิ..."เมื่อเดินมาได้สักพักจึงรู้ตัวว่าผม...เดินเลยทางเข้าซะงั้น จึงหมุนตัวพร้อมวิ่งเหยาะๆตรงไปยังทางเข้าด้านหลังเพราะอีกไม่กี่นาทีรถไฟจะออกแล้--
กึก!
"หืม? ติดอะไร.."ขณะกำลังวิ่งจู่ๆสายกระเป๋าดันไปเกี่ยวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยความรีบผมจึงกระตุกสายกระเป๋าอย่างแรงแต่...
"เฮ้ย! ระวัง!!!"
กึก! ตึก! ตุบ!
"ว้าย!!/กริ๊ด!!!!"
สายกระเป๋าดันไปเกี่ยวกับท่อเหล็กที่กำลังขนไปทิ้งจากทางออกที่2ซึ่งกำลังซ่อมแซมเนื่องจากดินทรุด พอผมกระตุกสายนั้นทำให้ท่อหล่นออกมาและตามมาด้วยชิ้นส่วนทั้งหลายหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่ง ผู้โดยสารที่อยู่รอบข้างวิ่งหนีตายกันหมดหลังได้ยินเสียงดังลั่น ผมซึ่งเดินผ่านมาแล้วจึงไม่ได้รับาแอะไร แต่...
"ตามหมอมาที! มีคนาเ็!"มีผู้โดยสารบางส่วนโดนลูกหล่นจากเหตุการณ์เมื่อกี้และมีชายแก่คนหนึ่งโดนก้อนหินขนาดใหญ่ทับ่ล่างทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ผมถึงกลับเบิกตากว้างพร้อมใช้สมองอันน้อยนิดคิดว่าควรทำยังไงดี...
"มีโรงพยาบาลหน้าสถานี พาเขาไปเลยน่าจะเร็วกว่านะครับ!"ผมะโลั่นพร้อมวิ่งเข้าไปช่วยคนงานแบกชายแก่เดินไปยังหน้าสถานี เื่ในครั้งนี้ผมมีส่วนผิดเต็มๆที่ไม่ดูทางให้ดีทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ ชายแก่คนนี้จะเป็ไรไหมนะ...
.
.
ณ โรงพยาบาลเอกชนเซนี
30 นาทีต่อมา
ก๊อก~ ก๊อก~
"ขอเข้าไปหน่อยนะครับ"
ครึน~
หลังจากนั่งรอคุณหมอรักษาชายแก่คนนั้นก็ผ่านไป30นาที จากนั้นพยาบาลเดินมาบอกว่าชายแก่คนนั้นปลอดภัยแล้ว ผมจึงขอเข้าไปเยี่ยมในฐานะผู้รับผิดชอบของเขา พอเข้าไปในห้องก็เห็นชายแก่คนนั้นกำลังหยิบโน๊ตบุ๊คพิมพ์อะไรสักอย่างๆตั้งใจโดยไม่ได้หันมาสนใจผมเลยแม้แต่น้อย จนผมเดินเข้าไปใกล้ๆเขาจึงหยุดพิมพ์พร้อมเงยหน้าขึ้นมามองผม
"นายเป็ใคร?"
"เอ่อ..ผม ฮาจิมะ โคตะ ครับ ผมจะรับผิดชอบเื่ที่เกิดขึ้นเองดังนั้นขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เจ็บตัว" ผมก้มหัวให้เล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงทุ่มต่ำจากชายแก่คนนั้น ในใจคิดว่าน้ำเสียงจะแหบกว่านี้ซะอีก
"อ๋อ เื่เมื่อกี้ไม่ใช่ความผิดนายหรอก คนงานต่างหากที่ไม่ยอมกั้นทางให้ดี"
"ยังไงผมก็มีส่วนผิดอยู่ดี ต้องขอโทษจริงๆนะครับ!"ผมก้มหน้าขอโทษอย่างจริงใจแม้ชายแก่คนนั้นจะไม่ได้โทษผมก็ตาม เขาเป็คนดีจริงๆ
"เฮ้อ...ถ้าอยากช่วยขนาดนั้นงั้นออกค่ารักษาพยาบาลให้หน่อยได้มั้ย?"
"ได้เลยครับ! เดี๋ยวผมจะรีบไปจ่ายบิลให้ทันที ว่าแต่...เท่าไหร่เหรอครับ?"
"สองแสน"
"สองแสนเอง..........หะ!?!"เดี๋ยวนะ...ผมฟังผิดหรือป่าวเมื่อกี้
"สะ สองแสนนี้มันค่าอะไรบ้างครับ! ทำไมมันแพงอย่างงี้!!"
"ก็ค่าใส่เฝือก ค่าล้างแผล ค่ายา ค่าห้องพัก และที่นี่คือโรงบาลเอกชนก็ไม่แปลกสำหรับราคานี้"ชายแก่คนนั้นพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกำลังพูดคุยเื่เล็กน้อย แต่สำหรับผมไม่เล็กเลย! ทั้งตัวมีเงินไม่ถึงหนึ่งแสนด้วยซ้ำ แบบนี้จะไปจ่ายได้ยังไง...
"ผมขอพูดตรงๆเลยว่ามันมากไปสำหรับผม แต่ผมจะพยายามหาเงินมาจ่ายให้ได้เลยครับ!" ผมหนีไม่ได้แล้ว เอาวะ! ลองขอยืมน้าสาวแล้วค่อยทำงานใช้คืนแล้วกัน!
"นาย...เข้ามาใกล้ๆสิ"
"ครับ?"ชายแก่คนนั้นกวักมือเรียกผม นั้นทำให้ผมงงเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินเข้าไปหาแต่โดยดี เมื่อพวกเราสบตากันนั้นทำให้ผมเห็นใบหน้าชายแก่คนนั้นชัดเจน สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึม เขามีรอยตีนกาขึ้นก็จริงแต่ดูก็รู้ว่าสมัยหนุ่มๆต้องหล่อมากแน่ๆ ผมสีดำคาดว่าถูกย้อมมานานนั้นทำให้เห็นผมหงอกปะปนเล็กน้อย ส่วนเขาก็จ้องหน้าผมตาเป็มันเหมือนกัน เขา...คิดจะทำอะไรกันแน่...
"อายุเท่าไหร่?"
"24 ปีครับ"
"ทำงานอะไร?"
"ตอนนี้ว่างงานครับ"
"มีแฟนหรือป่าว?"
"เอ่อ..ไม่มีหรอกครับ(.///.)"
"ฉันเลือกนาย"
"ครับ?"ชายแก่คนนั้นพูดเองเออเองพร้อมพิมพ์อะไรสักอย่างในโน๊ตบุ๊ค เดี๋ยวนะ...นี่เขาถามเพื่อไรเนี่ย? จะขายผมเหรอ?!
"ชื่อฮาจิมะสินะ ั้แ่พรุ่งนี้ไปนายต้องทำหน้าที่แทนฉันจนกว่าอาการฉันจะดีขึ้น นั้นถือเป็การรับผิดชอบในส่วนค่ารักษาพยาบาลด้วย"
"แล้วผมต้องทำอะไรเหรอครับ?"
"เป็ผู้จัดการให้เด็กๆของฉัน เงินเดือนมีให้ ที่พักพร้อมอาหารฟรี หน้าที่ของนายแค่แนะนำเด็กๆของฉันให้ทำผลงานได้ดีเยี่ยมก็พอ"
"ผลงาน? หรือคุณเป็ผู้จัดการให้ไอดอลอะไรแบบนี้เหรอครับ?"
"ก็ประมาณนั้น ^^"
"โห้...เจ๋งมากเลยครับ~ *0*"ผมเริ่มทำตาลุกวาวหลังได้ยินชายแก่พูดเมื่อกี้ นี่ผมจะได้เป็ผู้จัดการของไอดอลงั้นเหรอ ว้าว....แบบนี้ต้องมีคนสวยๆหล่อๆเยอะแน่เลย
"สรุปจะรับงานนี้มั้ย?"
"รับครับ!"ผมยื่นมือออกไปตรงหน้าชายแก่คนนั้นเหมือนคู่ค้าธุรกิจพึ่งเจรจาต่อรองเสร็จ ชายแก่คนนั้นยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมยื่นมือออกมา
"ฉัน ผู้จัดการโอซุมะ เทนโซะ ยินดีที่ได้ร่วมงาน"
.
.
.