พอมองร่างของเด็กหญิงตรงหน้าที่กำลังหวาดกลัวแล้วความรู้สึกที่อยากจะรีบหนีออกจากที่นี่เร็วๆ ก็พลันหายไป
ริโอะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“...เอ่อ...ไหวไหม?”
เด็กหญิงพยักหน้า
แม้ว่าเธอจะมองหน้าริโอะด้วยสายตาหวาดระแวงแต่เพราะด้วยอายุที่ไม่ต่างกันมากนักจึงทำให้เด็กหญิงคลายความหวาดกลัวลงได้บ้าง
โชคดีที่เด็กหญิงอยู่แต่ในถุงมาโดยตลอดจึงยังไม่รับรู้ถึงโศกนาฏกรรมรอบตัวภายในห้องหากรู้สึกตัวแล้วเธออาจจะยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเป็แน่แต่อีกไม่นานก็คงจะสังเกตเห็นได้
“เดี๋ยวแกะเชือกให้รอแป๊บนะ”
พูดดังนั้นแล้วริโอะก็แกะผ้าปิดปากออกให้เด็กหญิง
“แฮก...แฮก!”
เด็กหญิงรีบสูดอากาศหายใจร่างกายเธอเสียแรงไปมากและสีหน้าคล้ายจะมีไข้
“ทะ...ที่ไหน? ที่นี่...ที่ไหน...คะ?”
เด็กหญิงถามทั้งๆ ที่ร่างกายสั่นระริกไม่รู้เป็เพราะเธอกลัวห้องมืดหรือเป็เพราะรู้สึกหนาวกันแน่
“ที่นี่คือสลัมแล้วที่นี่ก็คือบ้านที่ผมเคยถูกใช้งานในฐานะทาสคนหนึ่ง”
ริโอะอธิบายไปพลางแกะเชือกออกให้เด็กหญิงอย่างคล่องแคล่ว
“สะ...สลัม? ทะ... ทำไมล่ะ? ข้า...”
เด็กหญิงถามด้วยใบหน้าเหม่อลอย
ริโอะแก้มัดเสร็จจึงพูดขึ้นว่า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนแกะเชือกให้แล้ว ยืนเองได้นะ?”
“คะ..ค่ะขอบคุณค.....อ๊ะ!”
เด็กหญิงกล่าวขอบคุณแต่เมื่อตั้งใจจะลุกขึ้นเข่าก็อ่อนทรุดลงไป
สงสัยเพราะร่างกายไม่มีแรงพอลุกขึ้นได้ครึ่งตัวก็ทรุดลงมาใหม่
“ไหวไหม?”
ริโอะช่วยพยุงจับเด็กหญิงให้นอนราบบนพื้นก่อน
“คะ..ค่ะ”
ถึงจะบอกว่าไหวแต่เด็กหญิงนั้นหายใจหอบแรงมากทั้งยังมีไข้ด้วย
“งั้นเหรอ...”
เสียงของริโอะฟังดูหดหู่
เขาเพ่งพินิจใบหน้าของเด็กหญิง
(เด็กคนนี้....มัน..คนที่พวกซีเรียกำลังตามหาอยู่นี่!)
ใช่แล้วพวก 4 คนที่เจอตรงทางเข้าสลัมหาเด็กคนนี้อยู่ไม่ใช่เหรอ ทั้งผมสีม่วงอ่อนทั้งเสื้อผ้าที่เหมือนพวกขุนนาง
“อะ..เอ่อ....”
เด็กหญิงเรียกริโอะน้ำเสียงของเธอแค่เปล่งเสียงออกมาก็ดูจะเหนื่อยเต็มกลืนแล้ว
อาจจะเป็เพราะอยู่ในถุงมานานจึงทำให้เด็กหญิงรู้สึกคอแห้งมาก
“ขอโทษนะคะช่วยพาข้าไป....พระราชวังได้ไหมคะ?”
เด็กหญิงขอร้องด้วยลมหายใจหอบ
“พระราชวัง?”
“ขอ...ร้องล่ะท่านพ่อ...จะให้ของตอบแทนท่านแน่ๆ”
“ท่านพ่อ...?”
น้ำเสียงของริโอะฟังดูไม่อยากทำตามคำขอ
“แล้วก็.... น้ำ”
เด็กหญิงกระหายน้ำอย่างที่คิด
“อย่าเพิ่งขยับนะนอนแบบนั้นแหละ เดี๋ยวผมไปหยิบน้ำมาให้”
พูดจบแล้วริโอะก็ตักน้ำที่เย็นชืดจากถังไม้มาให้
แม้ว่าตอนนี้จมูกของริโอะจะชาจนไม่รับรู้กลิ่นรอบตัวแล้วแต่ภาพโศกนาฏกรรมตรงหน้าก็ทำให้เขาทำหน้าขยาดได้
ความรู้สึกคลื่นไส้และขยะแขยงโจมตีริโอะอย่างไม่หยุดหย่อนเขามองไปรอบตัวแล้วคิดกับตัวเองว่าเขามาทำอะไรที่นี่
ริโอะเทน้ำใส่แก้วไม้ที่เขาใช้ประจำแล้วถือไปให้เด็กหญิงที่นอนหายใจหอบรวยริน
“อ่ะนี่น้ำ ค่อยๆ ดื่มนะ”
ริโอะพยุงตัวเด็กหญิงให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อดื่มน้ำได้ถนัดแล้วยื่นแก้วไม้ให้
จริงๆ แล้วควรจะต้องให้คนที่อยู่ในภาวะขาดน้ำดื่มน้ำผสมเกลือหรือน้ำตาล แต่ในกระท่อมหลังนี้ไม่มีของดีๆ แบบนั้นหรอก
เด็กหญิงดื่มน้ำเปล่าอย่างเอร็ดอร่อย
“แฮก...อึกอึ้ก แคก แคก”
เด็กหญิงสำลักน้ำริโอะจึงกล่าวเตือน
“ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ”
“คะ..ค่ะ”
สาวน้อยตอบด้วยท่าทีเลื่อนลอย แต่พอได้ดื่มน้ำแล้วจึงค่อยใจเย็นลงและล้มพับไป
“ฮะ....เฮ้ย!”
ริโอะเรียกเด็กหญิงด้วยความร้อนรนแต่ร่างกายของเด็กหญิงไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
“สลบ...ไปแล้วเหรอ?”
เมื่อคิดดังนั้นเด็กชายจึงหลับตากลั้นลมหายใจแล้วจับให้เด็กหญิงนอนลง
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด
ริโอะใเสียงนั้นจึงรีบหันขวับไปมองด้านหลังของเขามีชายสวมหน้ากากกำลังเดินเข้ามา
ชายหน้ากากถือมีดไว้ในมือหมายจะแทงริโอะ
โดนฆ่าแน่!ริโอะรับรู้ได้ทันที เขากลัวสุดขีดจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น
แต่เขาทำใจกล้าปัดมีดที่อยู่ในมือของชายผู้นั้น
ชายปริศนาจึงแทงไม่โดนริโอะ
“โธ่โว้ย!”
เขาทำเสียงใภายใต้หน้ากาก
ริโอะก็มองมือตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาเช่นกัน
การเคลื่อนไหวที่ฮารุโตะเคยฝึกฝนในชาติก่อนทำให้ร่างกายของริโอะตอบโต้ไปเองตามสัญชาตญาณ
แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสงสัยเื่ร่างกายของตัวเอง
(เ้าหมอนี่มันซ่อนตัวมาตลอด? ทำไมมันต้องมาฆ่าเราด้วย?)
ริโอะลนลานไปหมด เพราะนี่เป็การต่อสู้ครั้งแรกในชีวิตของเขา
ก็ไม่แปลกอะไรหรอกเพราะทั้งชาติก่อนและชาตินี้เขาไม่เคยมีประสบการณ์ที่จะต้องต่อสู้กับคนที่พกอาวุธมีดมาก่อน
ริโอะรู้สึกร้อนไปทั้งร่างกายเสียงหัวใจของเขาเต้นโครมครามจนดังก้องอยู่ในหู
กลัวจังแค่ยืนเฉยๆ ขาก็สั่นแล้ว
ริโอะกำหมัดด้วยมือที่สั่นระริกก่อนจะถอยหลังเล็กน้อย
ชายหน้ากากระแวงที่ริโอะสามารถหลบการโจมตีของเขาได้จึงกำชับมีดในมือและมองไปทางเด็กชายอย่างไม่วางตา
ความจริงแล้วการป้องกันตัวเมื่อสักครู่เป็แค่เพียงความบังเอิญเท่านั้น
ผู้ชายผู้นี้ดูท่าทางจะไม่ใช่นักฆ่ามือสมัครเล่นส่วนริโอะก็ยังเป็แค่เด็ก หากนักฆ่าหน้ากากเอาจริงขึ้นมาแล้วละก็เด็กชายไม่มีทางชนะเขาได้แน่
ชายคนนั้นค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้
ขืนยังเป็อย่างนี้ต่อไปละก็สู้ต่อไปเราต้องโดนฆ่าแน่ๆ
หากวิ่งหนีก็คงหนีไม่พ้นเพราะชายคนนั้นทั้งตัวใหญ่กว่าและมีพละกำลังมากกว่า
แบบนี้มันมืดแปดด้านชัดๆ
ทันใดนั้นเอง
(ฮารุโตะ)
มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นในสมองของริโอะถึงจะฟังดูไม่เป็ธรรมชาติแต่ก็เป็เสียงที่ไพเราะ แต่ฟังดูอิดโรย และทันใดนั้น!
“...!”
ริโอะเบิกตาด้วยความใ
เขาเห็นเด็กผู้หญิงผมสีชมพูอ่อนปรากฏกายอยู่ตรงหน้า
แต่ภาพนั้นปรากฏให้เห็นเพียงชั่วพริบตาแล้วก็หายไป
ภาพหลอน? เราหูฝาด?
ริโอะมองดูรอบตัวแต่ไม่เห็นผู้หญิงเมื่อสักครู่เลย
เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นเรียกเราว่าฮารุโตะนี่?
ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่คนบนโลกใบนี้จะรู้จักสักหน่อย...
ริโอะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
(ไม่มีเวลาแล้วโอโดะ...ข้าจะสอนวิธีใช้เวทมนตร์ให้เ้า ดูแล้วจงจำไว้นะ)
ในหัวของริโอะมีเสียงเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง
เราได้ยินไม่ผิดจริงๆ ด้วย!
ริโอะคิด
“วะ...วิธีใช้เวทมนตร์อะไรนะ?!”
จะอะไรก็ช่างเถอะอะไรที่ช่วยเราได้ตอนนี้
ชายสวมหน้ากากตรงหน้าขยับตัวเล็กน้อยริโอะจึงไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น
(ตั้งสติสิมีแสง...อยู่ในร่างกายนี่ ใช้แสงเป็พลังต่อสู้สิคิดแบบนี้สิ ต้องไม่เป็ไรแน่นอน ฮารุโตะ เ้าต้องทำได้)
เสียงนั้นยังคงดังอยู่ในหัวของริโอะ
เป็คำอธิบายที่ไม่ค่อยชัดเจน
แต่ทันใดนั้นริโอะก็รู้สึกถึงความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
(เช่นนั้น...เ้าจะสามารถเคลื่อนไหวได้เกินขีดจำกัดของร่างกายจำความรู้สึกนี้...ได้ไหม? เก็บพลังนี้ไว้ขอโทษด้วย... ข้า ...ไม่ไหวแล้ว)
และแล้วเสียงนั้นก็หายไป
ริโอะรู้สึกใในความเปลี่ยนแปลงของตัวเขาแสงที่พุ่งออกมาจากร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรู้สึกร่างกายเบาขึ้นด้วย
เด็กชายััได้ถึงพลังทั้งการมองเห็นและการฟังของเขานั้นเฉียบคมมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเหมือนเขายังได้รับััที่ 6 อีกด้วย
ตอนนี้เขาััได้ทุกสิ่งที่ไม่สามารถรับรู้ได้ในภาวะปกติ
เหมือนที่เสียงปริศนานั้นบอกเขารับรู้ได้ถึงพลัง
เด็กชายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ถึงไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลสักเท่าไรแต่รับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้พยายามช่วยเขาอยู่
ตอนนี้เด็กชายรู้เคล็ดลับแล้วตอนนี้เขาคงบังคับสถานการณ์ได้ไม่ยาก
ต่อไปเขาคงจะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตัวเอง
แม้จะไม่เข้าใจเลยว่าเ้าของเสียงลึกลับนี้คือใครและแสงที่ออกมาจากตัวเองคืออะไร
เขาก็ต้องจัดการกับเ้าคนชั่วที่อยู่ตรงหน้าก่อน