ตอนที่ 31 : สงบศึก
ภายในสมาคมของนักผจญภัย ทันทีที่ผลักประตูเข้ามาผมก็พบกับเซริสที่นั่งรออยู่ก่อนเเล้วตรงโต๊ะชิดริมกำเเพง เป็นที่นั่งสำหรับสองคน ที่รอบข้างเองก็เป็นบรรดาโต๊ะที่เหล่านักผจญภัยจับจองกันเพื่อวางแผนหารือการทำภารกิจในแต่ละครั้ง
วันนี้สมาคมก็ยังคึกคักเช่นเดิม เพิ่มเติมคือเสียงก่นด่าด้วยความโกรธเเค้นของเหตุการณ์เมื่อวาน ทำให้วันนี้บอร์ดภารกิจเเทบจะมีเเต่ภารกิจที่เกี่ยวกับเผ่ามนุษย์เกือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดักฆ่า ปล้น ทำลายล้าง นี่มันปิศาจสมชื่อสุดๆ
“ได้เรื่องอะไรไหม?”ผมถามขณะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ พลางเรียกพนักงานสาวมาสั่งเครื่องดื่ม ด้านล่างของสมาคมสั่งได้เพียงเครื่องดื่มเท่านั้น และพนักงานสาวก็แต่งตัวเซ็กซี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“ฉันตามพวกมันไปจนถึงจุดที่พวกมันตั้งค่าย เลยทำให้รู้ว่าที่บุกมาเป็นเเค่กำลังคนส่วนหนึ่งของพวกมันเท่านั้น”เซริสบอก สีหน้าตอนนึกถึงค่ายที่เธอตามไปเจอทำเธอเคร่งเครียดจนคิ้วขมวด
“จะบอกว่ามันเเค่มาแหย่เราเล่นเหรอ?”ผมถาม
“ใช่ มันเเค่ลองเชิงพวกเรา เเละเหมือนเหตุผลจะเชื่อมโยงกับเหตุการ์ณของโลกในตอนนี้ด้วย..”
“..นายคงได้ข่าวเรื่องผู้กล้าเเล้ว เรื่องนี้ทำให้สมาคมตามล่าผู้กล้าของพวกมนุษย์ทำทีเป็นมองไม่เห็น เพราะมีข่าวว่าเจ้าหญิงของมนุษย์ถูกลักพาตัวไปโดยปิศาจคนหนึ่ง คนเลยคิดกันว่าผู้กล้าได้ลืมตาตื่นขึ้นเพราะเรื่องนี้”เซริสอธิบาย
“ผู้กล้าที่ตื่นขึ้นเเละออกตามหาเจ้าหญิงที่ถูกปิศาจลักพาตัวเนี่ยนะ นิทานก่อนนอนรึเปล่าเนี่ย ฮะๆ”ผมเอ่ย ดูปรัมปราชะมัด เเต่ก็ดันเกิดขึ้นจริงอีก
“พวกมนุษย์เลยเเค้นถึงขั้นทำลายสันติภาพที่ทุกเผ่าพันธุ์กำหนดว่าจะไม่แบ่งเเยกเเละข่มเหงกันสินะ”ผมกล่าวต่อ โชคดีที่ได้ยินเรื่องพวกนี้จากเอลฟามาบ้าง
“ก็คงยังงั้น ยังมีพวกที่เกลียดเผ่าพันธุ์อื่นอยู่เเล้วเเละคอยยุเติมเชื้อไฟอีกนะ พอมีเหตุการณ์แบบนี้เขาเหมือนพวกนั้นก็จะยิ่งก่อปัญหาหนักขึ้นเลยไม่ใช่แค่เมืองอินนิทหรอก หลายๆ เมืองก็กำลังมีปัญหา ดูท่าเรื่องที่ฉันไหว้วานให้นายไปฆ่าผู้กล้าคงต้องปล่อยไปก่อน ฉันเองก็ไม่ยอมให้เมืองนี้ถูกยึดได้ง่ายๆ หรอก”เซริสว่า
“เห็นด้วย สงบศึกกันไว้ก่อนเเล้วกัน”ผมตอบ อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเธอไม่ได้คิดจะฆ่าผมจริงๆ แค่อยากให้ผมช่วย เลยพออุ่นใจได้หน่อย
พวกเรานั่งกินเบียร์กันอยู่พักใหญ่ คุยสัพเพเหระเรื่องที่ผมอยากเก่งขึ้น และเธออยากเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรที่แข็งแกร่ง ก่อนนาเทียร์จะเดินเข้ามาหาผมข้างโต๊ะ ในมือถือถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบทำอาหารของเธอ ผมเลยขอตัวกลับ และโบกมือลาเซริสที่ยังนั่งดื่มต่อ
“ไว้เจอกัน!”เซริสกล่าวไล่หลังขณะผมออกจากสมาคม
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าเลเซียกับเอลฟายังคงฝึกซ้อมกันอยู่ พวกเธออยู่ห่างออกไปจากตัวบ้านไม่ไกลนัก ในพื้นที่ป่าที่ไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัว
“โทษทีที่ฉันซื้อของนานไปหน่อย”นาเทียร์กล่าว ขณะเก็บวัตถุดิบต่างๆ ที่เธอซื้อมาเข้าชั้นเเละตู้เก็บตรงครัว เธอไม่คิดจะบอกเรื่องที่ได้เจอมากับบาร็อค
“ฉันก็คุยเสร็จพอดีแหละ สรุปฉันกับเซริสก็พักรบกันไปก่อน ปกป้องเมืองสำคัญกว่าอยู่เเล้ว”ผมบอกเธอ
“อาจจะดีเเล้วก็ได้ ถ้าปล่อยให้นายไปสู้กับผู้กล้าที่มีพลังเหมือนกัน ฉันกลัวว่าจะถูกจับทั้งคู่น่ะสิ”นาเทียร์เอ่ยขณะรินน้ำใส่แก้วเเละยกดื่ม
“ฉันไม่พลาดอีกหรอกน่า”ผมว่า ลุกขึ้นเดินเข้ามาในห้องนอน ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มออกหน่อยๆ เเล้วสิ ผมอยากเอนตัวนอนสบายๆ ก่อนคืนนี้จะออกไปลาดตระเวนสักหน่อย
ระหว่างที่นั่งคุยกับเซริส พวกเราก็พูดถึงเรื่องการออกลาดตระเวนเเละการบุกขยายอาณาเขต เซริสบอกผมว่าเธอจะให้ลูกน้องคอยออกลาดตระเวนทางตอนเหนือของเมืองอินนิท ส่วนนักผจญภัยคนอื่นๆ เหมือนจะรวมตัวกันไปข่มขวัญหมู่บ้านของมนุษย์ใกล้เคียงเพื่อล้างเเค้น
ส่วนผมน่ะเหรอ? คิดไว้ว่าจะลงใต้ของเมืองไปยังเมืองเล็กๆ ที่ติดชายฝั่งทะเลตอนใต้ ก็เเค่อยากไปสืบหาข้อมูลพลางๆ เเล้วก็เดินทางฝึกฝีมือล่ะนะ ดีกว่าอยู่ฝึกไปวันๆ เเถมผมก็ไม่ชอบภารกิจตอนนี้เท่าไร และพวกมันก็คงไม่คิดบุกในสามสี่วันนี้แน่ เซริสบอกผมอย่างนั้น
“หืม–– นายจะออกไปลาดตระเวนเหรอ?”เลเซียเอ่ยขณะพวกเรากำลังทานมื้อเย็น
“ใช่ ไปไม่นานหรอก เพราะพรุ่งนี้ฉันจะพาพวกเธอไปเมืองธาลัสที่อยู่ติดทะเลน่ะ”พอผมพูดจบเท่านั้นล่ะ สามสาวถึงกับเบิกตาโตด้วยความอึ้ง
“หา!?”เลเซียถึงกับอุทาน เธอไม่อยากเชื่อว่าปิศาจหนุ่มจะพาพวกเธอไปเที่ยว
“คงไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียวสินะอย่างบาร็อคน่ะ”เอลฟาที่นั่งข้างๆ ผมหันมามองด้วยสายตารู้ทัน
“กะ ก็ไปเปิดโลกบ้างไง ฉันยังไม่เคยไปไหนไกลๆ เท่าไรเลย”ผมพยายามหาคำตอบที่ใกล้เคียงกับหาข้อมูลพวกนักรบชุดดำมากที่สุด
“นายต้องอยากเห็นพวกเราใส่ชุดว่ายน้ำเเน่ๆ”เลเซียว่า พยายามจ้องผมและเพ่งเหมือนจะอ่านความนึกคิดให้ได้
“ใช่ที่ไหนเล่า!”ผมเเย้ง
“บาร็อคคงไม่อยากเห็นหรอก ก็เห็นของพวกเรามาหมดเเล้วนี่นา”นาเทียร์หันมามองผมด้วยสายตาเย้าเเหย่ พลางตักอาหารเข้าปากด้วยท่าทียั่วยวน
“งั้นระหว่างที่นายไปลาดตระเวนฉันจะจัดกระเป๋า!”เลเซียดูตื่นเต้นสุดอีกตามเคย
“ทารันเคยพาฉันไปเมืองธาลัสอยู่สองครั้งได้มั้ง ตอนไปซื้อปลาเเละของทะเลมาไว้ที่ร้าน”เอลฟายิ้มร่าเมื่อนึกถึงอาหารทะเลแสนอร่อยที่เธอเคยกินที่เมืองธาลัส
“นั่นสินะบาร็อค เเล้วนายจะให้ฉันซื้อของมาทำไมไม่ทราบในเมื่อนายจะไปที่อื่นแบบนี้”นาเทียร์จ้องผมเขม็งด้วยสายตาขุ่นเคือง
“มะ ไม่ได้ไปหลายวันสักหน่อย ไปวันสองวันเท่านั้นล่ะน่า แถมเพิ่งคิดได้หลังจากเธอซื้อมาแล้วใครมันจะรู้เล่า”ผมรีบเเก้ตัว ก่อนจะเห็นว่าสายตาเธอดูเเผ่วลงจนกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะแค่นเสียง ฮึ! ออกมา
ฟู่ว–– เอาใจเเม่สามสาวโดยเฉพาะเลเซียกับนาเทียร์นี่ลำบากใจชะมัดเลยวุ้ย
“ช่วยฉันล้างจานเลยวันนี้”นาเทียร์ว่า
“ค้าบๆ”ผมว่าตาม ทำเอาเอลฟาเเละเลเซียหัวเราะร่าเมื่อครั้งนี้นาเทียร์เป็นฝ่ายชนะ
(จบตอน)