พระอัครมเหสียิ่งอยากร่ำไห้แต่ไร้น้ำตา ตนไม่รู้อย่างแท้จริงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่างานเลี้ยงครั้งนี้นางเป็นคนดูแลจัดการ หากมีปัญหาอะไรตามมาภายหลังย่อมต้องเป็นนางรับผิดชอบทั้งหมด แล้วนี่จะทำเช่นไรดี
เนื่องจากไม่มีเวลาให้ขบคิดอะไรมาก พระอัครมเหสีพลันตะโกนขึ้น “ราชองครักษ์ตอนนี้อยู่ที่ไหน ยังไม่รีบออกมาคุ้มกันฝ่าบาทอีก!”
เสวี่ยสวินเห็นสถานการณ์ทางฝั่งจ้าวอ๋องตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวดก็รีบผลักจางเอ่อร์ที่กำลังปกป้องตนออกแล้วตะโกน “รีบไปคุ้มกันเสด็จพ่อข้า!”
จางเอ่อร์เห็นแววตาขอร้องวิงวอนของเสวี่ยสวินก็ทำใจแข็งปฏิเสธไม่ลง ได้แต่พูด “เจ้าระวังตัวด้วย!”
พูดแล้วจางเอ่อร์ก็หันร่างทันใด กระบี่ยาวในมือโบกตวัดเต็มแรง พริบตาเดียวก็จัดการมือสังหารไปได้หลายคน จากนั้นจึงทะยานร่างเข้าคุ้มกันข้างกายจ้าวอ๋อง
องครักษ์ในวังเดิมทีไม่ได้อ่อนแอ ทว่าเวลานี้กองทหารองครักษ์วังหลวงส่วนใหญ่ซึ่งนำด้วยเซี่ยงอวี่กำลังเฝ้ารักษาการณ์อยู่หน้าประตูวังอ๋อง น้อยคนนักจะรู้ว่ายามนี้ในงานเลี้ยงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นขนาดนี้แล้ว
ราชองครักษ์ไร้หนทางมาได้ทันเวลา ผู้คนในงานล้วนตกอยู่ในวิกฤตเสี่ยงอันตราย แต่ละคนแทบเอาตัวไม่รอด
เวลานี้จ้าวเมี่ยวหลานเองก็กรีดร้องหลบดาบกระบี่โหดเหี้ยมไร้ปรานีเหล่านั้น ดวงหน้างามพริ้งเพราซีดขาวเล็กน้อย ทว่าความเจ็บปวดที่คิดไว้กลับไม่ได้โจมตีเข้ามา
เสียง ‘เคร้ง’ ดังขึ้น เห็นเพียงจางเอ่อร์ปัดกระบี่ในมือนักฆ่าร่วงหล่น เข้ามาปกป้องเบื้องหน้าเมี่ยวหลาน “หลานเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
เมี่ยวหลานสุดซาบซึ้งใจ นัยน์ตาทอประกายน้อยๆ นางเห็นพวกหลิวปังมัวแต่ห่วงตัวเอง กลับไม่คิดสนใจสตรีอ่อนแอเช่นนางผู้นี้ ในใจก็เกิดการเปรียบเทียบ ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อจางเอ่อร์เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ในบรรดาแขกทั้งหลายย่อมไม่ขาดแคลนเหล่าผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน สุดท้ายสถานการณ์ก็เริ่มที่จะควบคุมได้
จางเอ่อร์ขนาบเคียงข้างจ้าวอ๋องตลอดเวลา จนกระทั่งจับตัวมือสังหารเหล่านั้นได้แล้ว ขณะมองสำรวจท่ามกลางฝูงชนกลับค้นพบว่ามีเพียงเสวี่ยสวินคนเดียวที่หายตัวไป
‘แย่แล้ว!’ จางเอ่อร์แอบร้องในใจว่าไม่ดีแน่ เขานึกมาตลอดว่ามือสังหารเหล่านั้นมุ่งเป้ามาทางจ้าวอ๋อง กลับลืมไปว่าผู้ที่มือสังหารเริ่มลงมือทำร้ายคนแรกคือเสวี่ยสวิน ดูเหมือนจะมีคนหมายเอาชีวิตนาง!
จางเอ่อร์รีบถือกระบี่วิ่งออกมาจากงานเลี้ยง ตามหาร่องรอยของเสวี่ยสวินไปทั่วทุกหนแห่ง
…
แท้จริงแล้วมือสังหารกลุ่มนั้นไล่ล่าตามจ้าวเสวี่ยสวินไปตลอดทาง นางถูกบีบต้อนทุกย่างก้าว จำต้องหนีออกมาจากงานเลี้ยง
หญิงสาววิ่งไปเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่าจะวิ่งมาถึงตำหนักที่จยาฮูหยินผู้เป็นมารดาเคยอาศัยเมื่อครั้งยังมีชีวิต คราวนี้ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไปแล้ว
เสวี่ยสวินเดิมทีเป็นสตรีอ่อนแอบอบบางคนหนึ่ง พยายามฝืนวิ่งมาถึงที่นี่ได้ก็ไม่ง่ายแล้ว ยังจะต้านทานมือสังหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีพวกนี้ได้อย่างไร ชั่วเวลาสั้นๆ ก็ถูกคนเหล่านั้นใช้ดาบควบคุมตัวไว้ได้
“หยุดมือ!” ชั่วพริบตาเดียว จางเอ่อร์ได้สำแดงวิชาตัวเบาเข้ามาเบื้องหน้ามือสังหาร
ครั้นเห็นดาบแหลมคมวางจ่อบนลำคอเสวี่ยสวิน จางเอ่อร์จึงไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม สายตาเฉียบคมจับจ้องบนร่างมือสังหารเหล่านั้น ได้แต่ตะคอกเสียงดุดัน “ถ้าพวกเจ้ากล้าทำร้ายนางแม้แต่ปลายผมเส้นเดียว ข้ารับรองเลยว่าจะทำให้พวกเจ้าทุกคนตายอย่างไร้หลุมฝังศพ ประหารเก้าชั่วโคตร!”
พวกมือสังหารได้ยินแล้วต่างรู้สึกสันหลังเย็นวาบ ผู้คนทั่วใต้หล้ามักกล่าวกันว่าคุณชายจางเอ่อร์ฝีมือเลิศล้ำเฉียบขาด ความคิดสุขุมลุ่มลึก นึกไม่ถึงว่าเวลาโหดขึ้นมาจะยิ่งเหี้ยมเกรียมดุดัน ไม่ยั้งมือไว้ไมตรีกันแม้แต่น้อย พานให้คนรู้สึกสั่นสะท้านทั้งที่ไม่ได้หนาวเย็น
คำพูดของจางเอ่อร์เห็นชัดว่าขู่ขวัญได้ผล ดาบของพวกมือสังหารไม่ประชิดเข้าใกล้เสวี่ยสวินอีก กลับเปลี่ยนเป็นพูดจายั่วยุแทน
“คุณชายจางเอ่อร์ ท่านข่มขู่พวกข้าอย่างนั้นหรือ ดูท่าองค์หญิงสวินท่านนี้จะมีความสำคัญในใจท่านมาก ถ้าอย่างไรเรามาทำข้อตกลงกัน ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ขอเพียงท่านวางกระบี่ลง พวกข้าก็จะปล่อยนางไป!”
‘เคร้ง’ กระบี่ล้ำค่าหล่นลงพื้น จางเอ่อร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย โยนอาวุธที่มีเพียงชิ้นเดียวในมือลงทันที
เสวี่ยสวินคิดไม่ถึงว่าจางเอ่อร์จะยอมทำตามจริงๆ คนเหล่านั้นล้วนเป็นพวกเดนตาย ย่อมต้องเปลี่ยนอุบายทรมานเขาแน่นอน! ตอนถือกระบี่ในมือยังพอมีโอกาสควบคุมพวกเขาได้ แต่บัดนี้ไม่ว่าโอกาสอะไรก็หาได้มีอีกแล้ว!
ไม่ผิดจากที่เสวี่ยสวินคิด หลังมือสังหารเหล่านั้นเห็นจางเอ่อร์ทิ้งกระบี่ก็พลันยิ้มย่อง แทงตรงไปยังขาเขาทันที
“ไม่นะ!” เสวี่ยสวินรู้สึกเพียงทรวงอกแน่นหน่วง ร้องตะโกนปานจะขาดใจ น้ำตาเอ่อคลอคู่ดวงตาจนพร่าเลือนทันใด
ทว่าสายไปเสียแล้ว เวลานี้ช่วงเอวจางเอ่อร์ยังถูกดาบแทงซ้ำ บนร่างกายเลือดไหลปานทะลัก ทว่าคิ้วคมเข้มของเขากลับไม่ย่นขมวดแม้แต่นิด
จางเอ่อร์ผู้ปราดเปรื่อง ทั้งยังมีวรยุทธ์ติดกายคนหนึ่ง เหตุใดต้องยอมทนให้มือสังหารยั่วยุท้าทายเช่นนี้เพื่อนางด้วย เพราะเหตุใด!
เสวี่ยสวินรู้ว่าขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ตนรังแต่จะกลายเป็นภาระของเขา จึงอาศัยจังหวะตอนมือสังหารเสียสมาธิ ตัดสินใจเดิมพันด้วยชีวิต ผลักดาบออกกะทันหัน กระโดดลงไปในบ่อน้ำด้านหลังทันที
ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในชั่วพริบตาสั้นๆ พวกมือสังหารยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็เห็นจ้าวเสวี่ยสวินกระโดดลงบ่อน้ำไปแล้ว
จางเอ่อร์เห็นดังนั้นก็รีบคว้ากระบี่กลับคืน สองตาแดงก่ำแผ่จิตสังหารรุนแรง บันดาลโทสะกวัดแกว่งกระบี่ฆ่ามือสังหารไปหลายคน จากนั้นกระโดดลงบ่อน้ำตามอีกฝ่ายไป
…